1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
วิเครวิเคราะห์ หุ้น TLI บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TLI อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ประกันภัยและประกันชีวิต (Insurance) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจการเงิน (Financials)
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 25 ก.ค. 2565 | 11,600.00 | ประกันภัยและประกันชีวิต | TLI |
กำไรต่อหุ้น (บาท)
งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.84 | 0.85 | 1.02 | 0.27 | 0.23 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.60 | 0.59 | 0.61 | 0.58 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | 0.25 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.60 | บาท | 26 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.50 | บาท | 26 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.50 | บาท | 24 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.30 | บาท | 25 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ธุรกิจประกันชีวิต ไทยประกันชีวิตดำเนินธุรกิจในลักษณะ บริษัทประกันชีวิตแบบเบ็ดเสร็จ (Composite Life Insurance) โดยให้บริการผลิตภัณฑ์หลัก ดังนี้:
ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต:
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment)
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life)
ประกันชีวิตแบบระยะเวลา (Term Life)
ประกันชีวิตแบบอุบัติเหตุและสุขภาพ (Health & Accident)
ประกันชีวิตแบบหน่วยลงทุน (Unit-Linked)
ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนและบำนาญ:
ประกันแบบบำนาญ (Pension Plans)
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Funds)
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการออมระยะยาว
บริการเสริม:
การเคลมประกันชีวิตและสุขภาพ
การให้คำปรึกษาด้านการเงินและการวางแผนเกษียณ
กลุ่มลูกค้า
บุคคลทั่วไป: เน้นการออมและคุ้มครองชีวิต
องค์กรธุรกิจ: โครงการประกันกลุ่มและสวัสดิการพนักงาน
กลุ่มผู้สูงอายุ: แผนประกันสุขภาพและบำนาญ
ความแข็งแกร่งทางการเงิน
มีความมั่นคงทางการเงินสูง ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัทจัดอันดับชั้นนำ เช่น Standard & Poor’s (S&P) และ TRIS Rating
มีสินทรัพย์และเงินสำรองตามมาตรฐานกฎหมายประกันชีวิตของประเทศไทย
การขยายธุรกิจ
มีสาขาและตัวแทนกระจายทั่วประเทศ
พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อประกันและบริการลูกค้า
ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
มีโครงการเพื่อสังคมด้านการศึกษา สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ผ่านมูลนิธิไทยประกันชีวิต
บริษัทมีเครือข่ายตัวแทนและศูนย์บริการลูกค้าครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีสาขาและศูนย์บริการลูกค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 21 แห่ง และในต่างจังหวัดอีก 242 แห่ง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568
Thai Life Insurance
วิสัยทัศน์และพันธกิจ
ไทยประกันชีวิตมุ่งมั่นเป็น “Life Solutions Provider” ที่ให้บริการด้านประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลในทุกช่วงชีวิต ทุกจังหวะชีวิต และทุกการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิดการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
สำนักงานใหญ่ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ที่:
123 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
เบอร์โทรศัพท์: 0-2247-0247
แฟกซ์: 0-2246-9946
เว็บไซต์: www.thailife.com
เวลาทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08:30–17:00 น.
สาขา/สำนักงานตัวแทน: ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีสาขาและสำนักงานตัวแทนกว่า 300 แห่ง
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TLI
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ไทยประกันชีวิต ดำเนินธุรกิจหลักด้าน รับประกันชีวิต ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ การออม การลงทุน และการวางแผนมรดก ดังนั้น “ทรัพย์สิน” ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจจึงไม่ได้มีเพียงอาคารสำนักงาน แต่รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงิน ระบบงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการให้บริการลูกค้าจำนวนมากด้วย
- อาคารสำนักงานใหญ่
อาคารไทยประกันชีวิต เลขที่ 123 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
เป็นศูนย์กลางการบริหารงานและการดำเนินงานของบริษัท
รองรับงานด้านบริหาร การรับประกัน การบริการลูกค้า การลงทุน และงานสนับสนุนต่าง ๆ - อาคารและสำนักงานสาขา
บริษัทมีโครงสร้างสำนักงานและจุดให้บริการเพื่อรองรับการขายกรมธรรม์และบริการลูกค้าในหลายพื้นที่ โดยเป็นทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศ
ลักษณะการใช้ประโยชน์
ให้บริการลูกค้า
รับคำขอและดำเนินการด้านกรมธรรม์
สนับสนุนตัวแทนและฝ่ายขาย
งานบริหารและงานปฏิบัติการในพื้นที่ - ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ทรัพย์สินของบริษัทประกันชีวิตยังประกอบด้วย ที่ดิน อาคาร และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้สำหรับสำนักงาน การดำเนินงาน หรือถือครองเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการลงทุนตามนโยบายของบริษัท โดยงบการเงินของบริษัทมีการเปิดเผยรายการที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน อาคาร และสินทรัพย์อื่น ๆ - สินทรัพย์ลงทุน — หัวใจสำคัญของธุรกิจประกันชีวิต
สำหรับ TLI สินทรัพย์ที่มีความสำคัญอย่างมากคือ พอร์ตสินทรัพย์ลงทุน เพราะเบี้ยประกันที่ได้รับสามารถนำไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนและรองรับภาระผูกพันตามกรมธรรม์
ตัวอย่างสินทรัพย์ลงทุน ได้แก่
พันธบัตรรัฐบาล
ตราสารหนี้
หุ้นและตราสารทุน
เงินฝากและตราสารทางการเงิน
สินทรัพย์ลงทุนประเภทอื่นตามกรอบการบริหารความเสี่ยง
บริษัทระบุว่า ณ สิ้นปี 2567 มากกว่า 80% ของสินทรัพย์ลงทุนเป็นสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ สะท้อนลักษณะการบริหารพอร์ตที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและการบริหารความเสี่ยงของเงินทุนประกันชีวิต - ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและฐานข้อมูล
ธุรกิจประกันชีวิตต้องพึ่งพาระบบ IT จำนวนมาก เช่น
ระบบบริหารกรมธรรม์
ระบบคำนวณเบี้ยและผลประโยชน์
ระบบสินไหมทดแทน
ฐานข้อมูลลูกค้า
ระบบขายและบริการผ่านช่องทางดิจิทัล
ระบบบริหารความเสี่ยงและข้อมูลทางการเงิน
ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อความสามารถในการให้บริการลูกค้าและบริหารกรมธรรม์ในระยะยาว - อุปกรณ์สำนักงานและระบบสนับสนุนการดำเนินงาน
ประกอบด้วยทรัพย์สินที่ใช้ในการปฏิบัติงานประจำวัน เช่น
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT
เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน
ระบบสื่อสาร
อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
อุปกรณ์และระบบสนับสนุนสำนักงาน - ทรัพย์สินทางธุรกิจที่ไม่ใช่สินทรัพย์ถาวร
นอกจากสินทรัพย์ที่มองเห็นได้ TLI ยังมีทรัพยากรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เช่น ฐานลูกค้า กรมธรรม์ที่มีผลบังคับ เครือข่ายตัวแทน ช่องทางการขาย และระบบบริหารข้อมูล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรของธุรกิจประกันชีวิต
มองภาพรวมแบบนักลงทุน
จุดที่น่าสนใจของ TLI คือ มูลค่าสินทรัพย์ไม่ได้สะท้อนแค่สำนักงานหรืออาคาร แต่มีพอร์ตสินทรัพย์ลงทุนขนาดใหญ่มากเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวมประมาณ 649,568 ล้านบาท และ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มีสินทรัพย์รวมประมาณ 610,587 ล้านบาท
สรุปทรัพย์สินหลักของ TLI
🏢 อาคารสำนักงานใหญ่และสำนักงาน
🏬 อาคาร/จุดให้บริการและโครงสร้างสำนักงาน
🏞️ ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
💰 พอร์ตสินทรัพย์ลงทุน โดยเฉพาะตราสารหนี้
💻 ระบบ IT และฐานข้อมูล
🖥️ อุปกรณ์สำนักงานและระบบสนับสนุน
👥 ฐานลูกค้า กรมธรรม์ และเครือข่ายตัวแทน
ดังนั้น หากมองในเชิงโครงสร้างธุรกิจ “พอร์ตการลงทุน + ฐานกรมธรรม์ + เครือข่ายการขาย/บริการ” ถือเป็นทรัพย์สินเชิงธุรกิจที่สำคัญกว่าการมองเฉพาะอาคารและที่ดิน ของ TLI.
กลุ่มบริษัทในเครือ
บริษัท ไทยประกันชีวิต มีเครือข่ายกว้างขวางทั่วประเทศ ได้แก่:
ตัวแทนประกันชีวิต: มีตัวแทนประกันชีวิตจำนวนมากกว่า 60,000 คน (ข้อมูลล่าสุดอาจเปลี่ยนแปลง)
ช่องทางการขาย: การขายผ่านตัวแทน การขายผ่านธนาคารพันธมิตร (Bancassurance)
ช่องทางดิจิทัล เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน Thai Life Insurance
บริการลูกค้า: มี Call Center, แอปพลิเคชันมือถือ และบริการออนไลน์สำหรับการชำระเบี้ย ต่ออายุ และเรียกร้องสินไหม
ความร่วมมือและพันธมิตร
มีความร่วมมือกับสถาบันการเงินและธนาคารหลายแห่ง เช่น ธนาคารกรุงไทย
มีพันธมิตรต่างชาติ เช่น Meiji Yasuda Life Insurance จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือหุ้นบางส่วน
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 107,152,593.00 | 108,758,726.00 | 109,509,704.00 |
| เบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้สุทธิ (พันบาท) | 87,635,504.00 | 89,712,085.00 | 86,660,975.00 |
| ผลตอบแทนจากการลงทุน (พันบาท) | 19,275,863.00 | 18,851,556.00 | 22,654,715.00 |
| ส่วนประกอบอื่นของรายได้รวม (พันบาท) | 241,226.00 | 195,085.00 | 194,014.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 107,152,593.00 | 108,758,726.00 | 109,509,704.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 107,146,800.00 | 108,752,206.00 | 109,495,277.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 5,793.00 | 6,520.00 | 14,427.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 199,470.00 | 112,405.00 | 99,167.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 199,470.00 | 112,405.00 | 99,167.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 67,598.29 | 51,528.83 | 49,242.06 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 8,073.06 | 7,688.43 | 10,608.42 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 8.56 11,849,000.00 11,747,163.89 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 75,261.00 | 68,093.00 | 97,047.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 1,322 | 1,270 | 1,241 |
| พนักงานหญิง (คน) | 3,336 | 3,213 | 3,067 |
| พนักงานรวม (คน) | 4,658 | 4,483 | 4,308 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท) | 3,191,174,787.73 | 3,088,518,457.25 | 3,233,070,566.23 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. พลเอก วินัย ภัททิยกุล (ประธานกรรมการ) | – | 0.00 | 2,240,000.00 | ไม่มี |
| 2. นาย ธัญญะ เจริญสุข (กรรมการ) | – | 0.00 | 800,000.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงจะมี 2 ส่วนคือ
- การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน
- การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
ความเสี่ยงด้านการประกันภัย
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และการประกอบธุรกิจ (Strategic Risk)
- ความผันผวนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่
- พฤติกรรมหรือความต้องการของลูกค้า / ผู้บริโภค
- นโยบายของรัฐ
- ธุรกิจของคู่ค้าหรือผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
- ความเสียหายด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียง
- การแข่งขัน / การเพิ่มขึ้นของคู่แข่ง / การเข้ามาดำเนินธุรกิจได้โดยง่ายของผู้ค้ารายใหม่
- ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
- การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกิดภัยพิบัติ
ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
- ระบบงานหรือระบบการควบคุมภายใน
- การปฏิบัติงานของพนักงาน
- การเกิดสินค้าล้าสมัย
- ความเสียหายจากการที่คู่ค้าหรือคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกิดภัยพิบัติ
- การทุจริตคอร์รัปชัน
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมาย (Compliance Risk)
- การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ
- กฎระเบียบและกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ
- การละเมิดกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การกำกับดูแลกิจการ
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
- การไม่เพียงพอของเงินทุน
- การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการเงินและการลงทุนของสถาบันการเงิน (ที่มีผลต่อการดำเนินงาน)
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / อัตราเงินเฟ้อ
- ความผันผวนของผลตอบแทนในสินทรัพย์หรือเงินลงทุน
- ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
- ความผันผวนของรายได้
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูล ณ วันที่ 08 พ.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท วี.ซี.สมบัติ จำกัด | 5,818,273,600 | 50.81 |
| 2 | N.C.B.TRUST LIMITED-CBNA LDN MEIJI YASUDA LIFE G-A 091 | 1,946,500,000 | 17.00 |
| 3 | HER SING (H.K.) LIMITED | 641,156,000 | 5.60 |
| 4 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 248,002,054 | 2.17 |
| 5 | BNP PARIBAS SINGAPORE BRANCH | 221,000,000 | 1.93 |
| 6 | กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง | 165,715,500 | 1.45 |
| 7 | นาง วรางค์ ไชยวรรณ | 143,583,100 | 1.25 |
| 8 | นาย ไชย ไชยวรรณ | 143,509,200 | 1.25 |
| 9 | นาย วิญญู ไชยวรรณ | 142,948,100 | 1.25 |
| 10 | น.ส. วีณา ไชยวรรณ | 142,941,100 | 1.25 |
| 11 | นาย วีรเวท ไชยวรรณ | 142,760,600 | 1.25 |
| 12 | นาง ชัชฎา มาลากุล ณ อยุธยา | 142,760,600 | 1.25 |
| 13 | UBS AG SINGAPORE BRANCH | 132,158,600 | 1.15 |
| 14 | นาย วานิช ไชยวรรณ | 127,942,100 | 1.12 |
| 15 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 110,494,900 | 0.97 |
| 16 | N.C.B.TRUST LIMITED- NORGES BANK 37 | 73,382,500 | 0.64 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | พลเอก วินัย ภัททิยกุล | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย ไชย ไชยวรรณ | กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นาย ไดสะคุ ชินทาคุ | กรรมการ |
| 4 | นาย ปริญ มาลากุล ณ อยุธยา | กรรมการ |
| 5 | นาง วรางค์ ไชยวรรณ | กรรมการ |
| 6 | นาย วิญญู ไชยวรรณ | กรรมการบริหาร |
| 7 | นาง ศรีสุดา พูลพิพัฒนันท์ | กรรมการ |
| 8 | นาย นิพนธ์ ฮะกีมี | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาย ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา | กรรมการอิสระ |
| 10 | พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี | กรรมการอิสระ |
| 11 | นาง เมทินี ชโลธร | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 12 | นาย อำนาจ วงศ์พินิจวโรดม | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (Thai Life Insurance Public Company Limited) เป็นหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ของประเทศไทย โดยมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2485 บริษัทได้มีพัฒนาการสำคัญหลายด้านตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้:
พัฒนาการที่สำคัญของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
การพัฒนาด้านดิจิทัลและนวัตกรรม
พัฒนาแอปพลิเคชัน “Thai Life Insurance” และช่องทางบริการดิจิทัล
นำ AI และ Big Data มาปรับใช้ในการบริหารความเสี่ยงและเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า
การก่อตั้งและเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ
ปี พ.ศ. 2485: ก่อตั้งขึ้นในชื่อ “บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด” โดยกลุ่มนักธุรกิจไทย มีเป้าหมายเพื่อให้บริการประกันชีวิตแก่คนไทยโดยเฉพาะ
การปรับโครงสร้างและการพัฒนาองค์กร
ช่วงทศวรรษ 2520-2540: มีการปรับโครงสร้างองค์กร ปรับปรุงระบบบริหารจัดการและการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ
เริ่มใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารงาน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม
การสร้างแบรนด์และการตลาด
เริ่มแคมเปญโฆษณาที่โดดเด่น เช่น “ชีวิตที่มีค่า” ซึ่งเน้นการสื่อสารด้วยเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำในวงกว้าง
ใช้แนวทาง “Humanized Insurance” คือการมุ่งเน้นความเข้าใจในชีวิตของผู้เอาประกัน
การเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชน
ปี พ.ศ. 2563: เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์
ปี พ.ศ. 2566: ไทยประกันชีวิตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ใช้ชื่อย่อว่า TLI
การ IPO นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับประเทศและภูมิภาค
การขยายธุรกิจและพันธมิตรทางกลยุทธ์
มีการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เช่น Meiji Yasuda Life จากญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มศักยภาพและแบ่งปันองค์ความรู้
พัฒนาช่องทางขายผ่านดิจิทัลและธนาคาร (Bancassurance) อย่างต่อเนื่อง
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงฐานะการเงินหน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 7,696.19 | 10,917.25 | 7,867.23 | 10,487.67 | 12,543.32 |
| สินทรัพย์จากสัญญาประกันภัย | 4,825.60 | 4,495.33 | 1.67 | – | 11.30 |
| รายได้จากการลงทุนค้างรับ | 5,144.39 | 5,254.90 | 5,617.94 | 5,485.74 | 5,845.44 |
| สินทรัพย์จากการประกันภัยต่อ – สุทธิ | 494.84 | 1,041.07 | 1.89 | 0.25 | 0.28 |
| ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ – สุทธิ | 2,518.85 | 2,415.25 | 2,406.11 | 2,300.96 | 2,339.78 |
| รวมสินทรัพย์ | 572,793.08 | 601,145.56 | 649,567.77 | 645,954.99 | 610,587.43 |
| หนี้สินจากสัญญาประกันภัย | 458,129.77 | 474,770.02 | 472,337.98 | 476,456.91 | 456,444.71 |
| หนี้สินจากสัญญาประกันภัยต่อ | 457.05 | 966.48 | 673.96 | 450.95 | 592.14 |
| รวมหนี้สิน | 468,213.72 | 488,607.27 | 495,053.83 | 500,353.62 | 472,517.23 |
| ทุนจดทะเบียน | 11,600.00 | 11,600.00 | 11,600.00 | 11,600.00 | 11,600.00 |
| ทุนที่ออกและชำระแล้ว | 11,450.00 | 11,450.00 | 11,450.00 | 11,450.00 | 11,450.00 |
| ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) มูลค่าหุ้น | 19,782.03 | 19,782.03 | 19,782.03 | 19,782.03 | 19,782.03 |
| กำไร (ขาดทุน) สะสม | 70,779.89 | 76,755.63 | 85,092.82 | 77,861.50 | 86,658.15 |
| หุ้นทุนซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นของบริษัทที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ | 104,579.36 | 112,538.29 | 154,513.94 | 145,601.37 | 138,070.20 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จหน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย |
| รายได้จากการประกันภัย | 90,286.58 | 87,463.49 | 35,954.79 | 17,961.22 | 18,112.47 |
| ค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัย | 88,640.70 | 86,961.41 | 22,850.85 | 11,128.85 | 11,155.46 |
| ค่าใช้จ่ายสุทธิจากสัญญาประกันภัยต่อที่ถือไว้ | -238.36 | -137.82 | -50.40 | 144.57 | -54.93 |
| ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัย | 1,407.52 | 364.27 | 13,053.55 | 6,976.94 | 6,902.08 |
| รายได้จากการลงทุนสุทธิ | 18,285.30 | 22,161.19 | 19,286.55 | 9,452.32 | 9,992.04 |
| รายได้ (ค่าใช้จ่าย) ทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิ | – | – | -16,040.54 | -7,918.11 | -8,073.70 |
| รายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิ | 18,285.30 | 22,161.19 | 3,246.01 | 1,534.21 | 1,918.34 |
| ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่น | 2,065.60 | 2,261.50 | – | – | – |
| ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน | 5,618.79 | 5,717.63 | 1,697.08 | 746.17 | 813.23 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนภาษีเงินได้ | 12,006.74 | 14,582.46 | 14,715.93 | 7,828.94 | 8,060.08 |
| ภาษีเงินได้ | 2,300.09 | 2,900.37 | 2,834.01 | 1,501.42 | 1,485.51 |
| การแบ่งปันกำไร (ขาดทุน) สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 9,706.66 | 11,682.09 | 11,881.92 | 6,327.52 | 6,574.57 |
| กำไร (ขาดทุน) ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท/หุ้น) | 0.85 | 1.02 | 1.04 | 0.55 | 0.57 |
งบกระแสเงินสด งบกระแสเงินสดหน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย | งบวิธีส่วนได้เสีย |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก (ใช้ไปใน) กิจกรรมดำเนินงาน | 3,877.41 | 9,376.16 | 3,020.66 | 5,484.76 | 13,274.44 |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก (ใช้ไปใน) กิจกรรมลงทุน | -432.19 | -430.94 | -346.24 | -189.61 | -1,728.36 |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก (ใช้ไปใน) กิจกรรมจัดหาเงิน | -3,434.93 | -5,724.16 | -5,724.46 | -5,724.74 | -6,869.99 |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพิ่มขึ้น (ลดลง) สุทธิ | 10.29 | 3,221.06 | -3,050.03 | -429.59 | 4,676.09 |
วิเคราะห์งบการเงิน
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น TLI
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ผมอิงงบล่าสุด ไตรมาส 2/2569 หรือ 6 เดือนแรกปี 2569 ซึ่งเป็นงบที่สอบทานแล้ว และเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 รวมถึงภาพย้อนหลังปี 2567–2568 เพื่อให้เห็นทิศทางของธุรกิจชัดขึ้น
1. ภาพรวมผลประกอบการ
| รายการ | 6M/2569 | 6M/2568 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| รายได้ | 28,157.40 ลบ. | 27,477.49 ลบ. | +2.5% |
| ค่าใช้จ่าย | 20,097.32 ลบ. | 19,648.56 ลบ. | +2.3% |
| กำไรสุทธิ | 6,574.57 ลบ. | 6,327.52 ลบ. | +3.9% |
| EPS | 0.57 บาท | 0.55 บาท | +3.6% |
| อัตรากำไรสุทธิ | 23.35% | 23.03% | ดีขึ้น |
ตัวเลขสะท้อนว่า TLI ยังรักษาการเติบโตของกำไรได้ แม้รายได้ไม่ได้เติบโตแรง โดยกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นประมาณ 3.9% YoY และอัตรากำไรสุทธิดีขึ้นเล็กน้อย จุดเด่นอยู่ที่ “กำไรยังโตต่อ”
ปี 2568 TLI มีกำไรสุทธิ 11,881.92 ล้านบาท ลดลงจาก 13,369.41 ล้านบาทในปี 2567 แต่กำไรในปี 2568 ยังอยู่ในระดับสูง และในปี 2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของกำไรอีกครั้ง
ที่สำคัญคือ ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 3,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% YoY ก่อนที่กำไรครึ่งปีจะเติบโต 3.9% YoY สะท้อนว่าธุรกิจยังมีความสามารถในการสร้างกำไรค่อนข้างแข็งแรง
ฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่ แต่ต้องมองแบบธุรกิจประกันชีวิต
ณ 30 มิ.ย. 2569
สินทรัพย์ 610,587 ล้านบาท
หนี้สิน 472,517 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น 138,070 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับ 6M/2568 สินทรัพย์ลดลงจาก 645,955 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 145,601 ล้านบาท
สำหรับบริษัทประกันชีวิต การมีหนี้สินสูงเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นหนี้จากการกู้ยืมทั้งหมดแบบบริษัททั่วไป เพราะส่วนสำคัญเกี่ยวข้องกับภาระผูกพันจากกรมธรรม์ประกันภัย ดังนั้นการวิเคราะห์ TLI ควรให้น้ำหนักกับ คุณภาพของพอร์ตประกัน, CSM, การบริหารเงินลงทุน และความสามารถในการสร้างกำไรจากธุรกิจประกัน มากกว่าอ่าน D/E เพียงอย่างเดียว
CSM คือจุดที่น่าจับตา
หนึ่งในตัวเลขสำคัญของ TLI คือ Contractual Service Margin (CSM) ซึ่งเป็นกำไรจากธุรกิจประกันที่ยังไม่รับรู้เป็นกำไรทั้งหมดในปัจจุบัน และจะทยอยรับรู้ตามการให้บริการประกันภัยในอนาคต
ณ 31 มี.ค. 2569 CSM อยู่ที่ 92,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่ New Business CSM ในไตรมาส 1 อยู่ที่ 2,678 ล้านบาท
สำหรับ 6M/2569 บริษัทระบุว่า New Business CSM อยู่ที่ 5,211 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณว่าธุรกิจใหม่ยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง
กระแสเงินสดเริ่มแข็งแรงขึ้น
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 6M/2569 อยู่ที่ 13,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 5,402 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2568
ถือเป็นจุดบวก เพราะสะท้อนความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประกันมีโครงสร้างกระแสเงินสดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงไม่ควรใช้ Operating Cash Flow เพียงตัวเดียวในการตัดสินคุณภาพกำไร
ROE ยังไม่โดดเด่นเท่าอดีต
ROE ของ TLI อยู่ที่ประมาณ 8.55% ใน 6M/2569 ลดลงจาก 9.41% ในช่วงเดียวกันปีก่อน และต่ำกว่า ROE ปี 2567 ที่ 11.73%
จุดนี้ถือเป็น สิ่งที่ต้องติดตาม
เพราะแม้กำไรยังเติบโต แต่บริษัทมีฐานทุนและส่วนของผู้ถือหุ้นค่อนข้างใหญ่ หากกำไรโตช้ากว่าการขยายฐานทุน ROE ก็มีโอกาสถูกกดดัน
D/E ลดลง แต่ต้องตีความให้ถูก
D/E Ratio
2567: 3.76 เท่า
2568: 3.20 เท่า
6M/2569: 3.42 เท่า
เมื่อเทียบกับอดีตถือว่าดีขึ้นจากระดับ 4 เท่ากว่าในปี 2565–2566 แต่ตัวเลขดังกล่าวต้องพิจารณาตามธรรมชาติของธุรกิจประกันชีวิต ไม่ควรตีความเหมือนบริษัทอุตสาหกรรมทั่วไป
🔎 สรุปงบ TLI แบบนักลงทุน
จุดแข็ง
กำไรสุทธิ 6M/69 โต 3.9% YoY
รายได้ยังเติบโต
Margin ดีขึ้นเล็กน้อย
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแรงขึ้น
New Business CSM ยังเพิ่มต่อเนื่อง
CSM อยู่ในระดับสูง สร้างฐานกำไรในอนาคต
ธุรกิจมีฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่และมีกรมธรรม์ที่มีผลบังคับใช้กว่า 4.04 ล้านกรมธรรม์ ณ 30 มิ.ย. 2569
จุดที่ต้องระวัง
กำไรปี 2568 ลดลงจากปี 2567
ROE ลดลงจากระดับเดิม
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเมื่อเทียบกับ 6M/68
รายได้เติบโตไม่สูงมาก
ผลประกอบการยังมีความอ่อนไหวต่อผลตอบแทนจากการลงทุนและภาวะตลาดการเงิน
ธุรกิจประกันชีวิตต้องติดตามคุณภาพของกรมธรรม์ใหม่ ค่าใช้จ่าย และการเติบโตของ CSM อย่างต่อเนื่อง
⭐ มุมมองโดยรวม
TLI = หุ้นประกันชีวิตที่ “พื้นฐานยังแข็งแรง แต่ต้องจับตาการเร่งตัวของกำไรและ ROE”
งบ 6M/2569 ถือว่า ออกมาในทิศทางบวก เพราะกำไรเติบโต ขณะที่ New Business CSM และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังสนับสนุนภาพธุรกิจในระยะยาว
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือบริษัทประกาศ เงินปันผลระหว่างกาลครั้งแรก 0.25 บาทต่อหุ้น ในปี 2569 ซึ่งเพิ่มความน่าสนใจในมุมของผู้ลงทุนที่มองทั้งการเติบโตและผลตอบแทนจากเงินปันผล
บทสรุป:
งบ TLI ยัง “แข็งแรงและทำกำไรได้ดี” แต่ไม่ใช่หุ้นที่ควรดูแค่กำไรสุทธิ ต้องดู CSM + New Business CSM + ROE + ผลตอบแทนจากการลงทุนควบคู่กัน เพราะ 4 ตัวนี้จะบอกได้ชัดกว่าว่าการเติบโตของกำไรมีคุณภาพและยั่งยืนแค่ไหน
8. Technical analysis
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น TLI
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ล่าสุดข้อมูล SET วันที่ 10 ก.ย. 2569 ช่วงเช้า TLI ขยับขึ้นมาที่ 11.40 บาท +0.40 บาท (+3.64%) จากวันก่อนหน้าที่ปิด 11.00 บาท โดยระหว่างวันทำจุดสูงสุด 11.40 บาท และมีปริมาณซื้อขายแล้วกว่า 7.65 ล้านหุ้น
🔥 สัญญาณเทคนิคเริ่ม “เร่งตัว”!
TLI กำลังส่งสัญญาณที่น่าจับตา หลังราคาดีดตัวแรงจากโซน 11.00 บาท และกำลังกลับมาทดสอบโซนด้านบนอีกครั้ง การขึ้นพร้อมวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น ทำให้ภาพระยะสั้นเริ่มมี Momentum ฝั่งซื้อ เข้ามาชัดขึ้น
จุดที่ต้องจับตาคือ 11.40–11.50 บาท หากสามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวพร้อมวอลุ่มหนุนได้ มีโอกาสเปลี่ยนจากการ “รีบาวด์” เป็นการเปิดรอบขึ้นใหม่
🎯 แนวรับ–แนวต้าน
🟢 แนวรับแรก: 11.00–11.10 บาท
🟢 แนวรับสำคัญ: 10.80 บาท
🔴 แนวต้านแรก: 11.40–11.50 บาท
🔴 แนวต้านถัดไป: 11.80–12.00 บาท
🚀 แนวต้านใหญ่: 12.20 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ตามข้อมูล SET
⚡ เกมนี้วัดกันที่ “เบรก + วอลุ่ม”
ถ้า TLI เบรก 11.50 บาทได้อย่างแข็งแรง และปริมาณซื้อขายเร่งตัวขึ้น → มีลุ้นเดินหน้าทดสอบ 11.80–12.00 บาท และหากผ่าน 12.00 บาทได้ อาจเปิดทางให้กลับไปทดสอบ High 52 สัปดาห์ที่ 12.20 บาท
แต่หากราคาชน 11.40–11.50 บาทแล้ว ไม่ผ่าน พร้อมวอลุ่มแผ่วลง ต้องระวังแรงขายทำกำไร และมีโอกาสย้อนกลับมาทดสอบ 11.00 บาทอีกครั้ง
🔥 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
TLI เริ่มส่งสัญญาณ “ตื่น”!
ราคาดีดแรง + โมเมนตัมกลับมา + วอลุ่มเริ่มเข้าหนุน
11.50 บาท = ด่านสำคัญ
ผ่านพร้อมวอลุ่ม = ลุ้นต่อ 11.80–12.00 บาท
ยืนเหนือ 12.00 บาทได้ = มีโอกาสไล่ทดสอบ 12.20 บาท
⚠️ แต่ถ้าหลุด 11.00 บาท ต้องระวังภาพรีบาวด์สะดุด
เกมของ TLI ตอนนี้ไม่ใช่แค่ “ขึ้นหรือไม่ขึ้น” แต่คือ “จะเบรกแนวต้านพร้อมวอลุ่มได้หรือไม่?”
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น TLI — บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
Thai Life Insurance หรือ TLI เป็นหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ของไทย โดยธุรกิจครอบคลุมทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ออมเงิน การลงทุน และการวางแผนมรดก ปัจจุบันข้อมูลล่าสุดที่ SET รายงานเป็นงบ ไตรมาส 2/2569
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
TLI มีจุดแข็งจากการมีฐานธุรกิจประกันชีวิตขนาดใหญ่ และสามารถออกผลิตภัณฑ์ได้หลายกลุ่ม ตั้งแต่
ประกันชีวิตและความคุ้มครอง
ประกันสุขภาพ
ผลิตภัณฑ์ออมเงิน
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
การวางแผนมรดกและการส่งต่อทรัพย์สิน
จุดที่น่าสนใจคือธุรกิจประกันชีวิตไม่ได้พึ่งพารายได้จากการขายกรมธรรม์เพียงอย่างเดียว แต่บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการบริหารเงินลงทุนของกองทุนประกันชีวิตด้วย ทำให้ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะยาว
📊 วิเคราะห์ผลประกอบการ
ตัวเลข 6 เดือนแรกปี 2569 ถือว่ามีสัญญาณฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
| รายการ | 6M/2569 | 6M/2568 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| รายได้ | 28,157 ลบ. | 27,477 ลบ. | +2.5% |
| กำไรสุทธิ | 6,575 ลบ. | 6,328 ลบ. | +3.9% |
| EPS | 0.57 บาท | 0.55 บาท | เพิ่มขึ้น |
| ROE | 8.55% | 9.41% | ลดลงเล็กน้อย |
| D/E | 3.42 เท่า | 3.44 เท่า | ดีขึ้นเล็กน้อย |
ข้อมูลจาก SET ระบุว่า กำไรสุทธิ 6M/69 อยู่ที่ 6,574.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 3.9% YoY ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 2.5% ที่น่าสนใจคือเมื่อมองย้อนกลับไป ปี 2568 TLI มีกำไรสุทธิ 11,881.92 ล้านบาท ลดลงจาก 13,369.41 ล้านบาทในปี 2567 แต่ปี 2569 เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาเติบโตของกำไรอีกครั้ง
⭐ จุดเด่นที่ผมมอง
กำไรเริ่มกลับมาเติบโต ขณะที่ฐานะการเงินยังแข็งแรง
6M/69 บริษัทมีสินทรัพย์ประมาณ 610,587 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 138,070 ล้านบาท สะท้อนขนาดของธุรกิจที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับบริษัทประกันทั่วไป
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 6M/69 อยู่ที่ประมาณ 13,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 5,402 ล้านบาทใน 6M/68
💰 มุมมองด้าน Valuation
ณ ราคปิดวันที่ 9 ก.ย. 2569 ที่ 11.00 บาท
Market Cap ประมาณ 125,950 ล้านบาท
P/E ประมาณ 10.38 เท่า
P/BV ประมาณ 0.91 เท่า
จุดสูงสุด/ต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ = 12.20 / 9.00 บาท
สำหรับหุ้นประกันชีวิต P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า เป็นจุดที่น่าสนใจในเชิง Valuation เพราะตลาดกำลังให้มูลค่าหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี
แต่ต้องไม่ตีความว่า “ต่ำกว่า Book แล้วถูกแน่นอน” เพราะธุรกิจประกันต้องพิจารณาคุณภาพกำไร เงินกองทุน ผลตอบแทนจากการลงทุน และความสามารถในการสร้างกำไรในอนาคตประกอบด้วย
📈 วิเคราะห์เชิง VI
ถ้ามอง TLI ในมุม Value Investor
จุดแข็ง
ธุรกิจมีความจำเป็นในระยะยาว
มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่
ธุรกิจมีรายได้จากทั้งธุรกิจประกันและการบริหารสินทรัพย์
Valuation ปัจจุบันไม่สูงมาก
P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า
กำไร 6M/69 เริ่มกลับมาเติบโต
มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตของตลาดประกันสุขภาพและการวางแผนการเงิน
สิ่งที่ต้องจับตา
ผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัท
ทิศทางอัตราดอกเบี้ย
การเติบโตของเบี้ยประกันใหม่
ค่าใช้จ่ายและอัตราการเคลม
ความสามารถในการรักษา ROE
การเติบโตของกำไรในช่วง 2H/69
📉 ความเสี่ยงของ TLI
ROE ยังต่ำกว่าปีก่อน
ROE 6M/69 อยู่ที่ 8.55% เทียบกับ 9.41% ใน 6M/68 แม้กำไรจะเพิ่มขึ้นก็ตาม จึงต้องติดตามว่าการเติบโตของกำไรสามารถยกระดับผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นได้หรือไม่
🔥 มุมมองเชิงกลยุทธ์
ผมมอง TLI เป็นหุ้นที่มีลักษณะ “Value + Dividend + Recovery” มากกว่าหุ้น Growth ที่กำไรจะเร่งตัวแรงในเวลาอันสั้น
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้คือ
กำไรเริ่มกลับมาโต + Valuation ไม่แพง + P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า
แต่สิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อคือ กำไรจะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่
หากกำไรเร่งตัวต่อในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ขณะที่ ROE ฟื้นขึ้น และตลาดยังให้ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า หุ้นอาจมีโอกาสได้รับการ Re-rating
📌 สรุป TLI แบบสั้น ๆ
TLI = หุ้นประกันชีวิตขนาดใหญ่ที่ Valuation เริ่มน่าสนใจ
🟢 บวก: กำไร 6M/69 โต 3.9% YoY
🟢 บวก: P/E ประมาณ 10.4 เท่า
🟢 บวก: P/BV ประมาณ 0.91 เท่า
🟢 บวก: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานดีขึ้นชัดเจน
🟡 กลาง: ROE ยังไม่ฟื้นกลับระดับปี 2567
🟡 กลาง: ผลประกอบการขึ้นอยู่กับทั้งธุรกิจประกันและผลตอบแทนการลงทุน
🔴 เสี่ยง: ความผันผวนของตลาดการเงินและต้นทุนสินไหม
มุมมอง: ⭐⭐⭐⭐☆
แนวคิดการลงทุน: Value / Dividend / Recovery
สิ่งที่ต้องจับตา: กำไร 2H/69 + ROE + เบี้ยประกันใหม่ + ผลตอบแทนการลงทุน
ด้านราคาหุ้น ล่าสุดวันที่ 10 ก.ย. 2569 ช่วงเปิดตลาด TLI อยู่ที่ 11.20 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 9.00–12.20 บาท
ความผันผวนของตลาดการเงิน
บริษัทประกันนำเงินจากเบี้ยประกันไปลงทุน ดังนั้นตลาดหุ้น ตราสารหนี้ และอัตราดอกเบี้ยสามารถส่งผลต่อผลประกอบการได้
ความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการเคลมที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันผลกำไร หากบริษัทไม่สามารถบริหาร pricing และ underwriting ได้เหมาะสม
การแข่งขันสูง
ตลาดประกันชีวิตมีการแข่งขันทั้งด้านราคา ผลิตภัณฑ์ ช่องทางตัวแทน และช่องทางดิจิทัล

