วิเคราะห์ หุ้น TIDLOR บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TIDLOR อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 15 พ.ค. 2568 | 10,780.00 | เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) | TIDLOR |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
TIDLOR ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) และมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก คือ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) (“NTL”) ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร ครอบคลุมรถจักรยานยนต์รถยนต์ รถบรรทุก สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และบริการนายหน้าประกันภัย ทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิตผ่านช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ และดิจิทัลแพลตฟอร์ม
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.00 | 1.50 | 1.70 | 0.86 | 1.09 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2569 | 0.69 | บาท | 19 มิ.ย. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2568 – 30 ก.ย. 2568 | 0.34 | บาท | – | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TIDLOR
TIDLOR หรือ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันเป็นบริษัท Holding Company โดยมี บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อยหลักที่ดำเนินธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถและนายหน้าประกันภัย ดังนั้นทรัพย์สินที่ใช้สร้างรายได้หลักจึงอยู่ที่บริษัทย่อยเป็นสำคัญ
เครื่องหมายการค้าและแบรนด์
แบรนด์เป็นทรัพย์สินไม่มีตัวตนที่มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นและการเข้าถึงลูกค้า ได้แก่
เงินติดล้อ
ประกันติดโล่
อารีเกเตอร์
เฮ้ กู๊ดดี้
โดยบริษัทใช้แบรนด์เหล่านี้เป็นช่องทางในการทำตลาดสินเชื่อและประกันภัยทั่วประเทศ
🔎 สรุปมุมมองนักลงทุน
จุดที่น่าสนใจของ TIDLOR คือ ไม่ได้พึ่งพาทรัพย์สินประเภทอาคารหรือโรงงานเป็นหลัก แต่ใช้ “เครือข่ายสาขา + เงินทุนสำหรับปล่อยสินเชื่อ + เทคโนโลยี + ฐานข้อมูลลูกค้า + แบรนด์” เป็นโครงสร้างสำคัญในการสร้างรายได้
โดยเฉพาะ สาขากว่า 1,800 แห่ง + ระบบดิจิทัล + แอปพลิเคชัน + แพลตฟอร์มประกันภัย ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจที่ช่วยให้บริษัทเข้าถึงลูกค้ารายย่อยจำนวนมากได้ทั่วประเทศ
หมายเหตุสำคัญ: ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 หุ้น TIDLOR เปลี่ยนมาเป็นบริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ขณะที่บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อยหลักที่ดำเนินธุรกิจ ดังนั้นหากวิเคราะห์ “ทรัพย์สินที่ใช้สร้างรายได้” ของ TIDLOR ควรพิจารณาทรัพย์สินของบริษัทย่อยเงินติดล้อควบคู่กันด้วย
อาคาร สำนักงาน และสาขา
เป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับรองรับการให้บริการลูกค้า โดยเฉพาะเครือข่ายสาขาของเงินติดล้อที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ใช้เป็นจุดให้บริการสินเชื่อ รับชำระเงิน และขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย
ข้อมูลบริษัทระบุว่า ณ ไตรมาส 1/2568 มีสาขามากกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ
ส่วนปรับปรุงอาคารเช่า
ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงพื้นที่สำนักงานและสาขา เช่น งานตกแต่ง ระบบไฟฟ้า ระบบภายใน และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการให้บริการลูกค้า
จากข้อมูลที่เปิดเผยก่อนการปรับโครงสร้าง ณ 31 ธ.ค. 2567 เงินติดล้อมี ส่วนปรับปรุงอาคารเช่า 229.81 ล้านบาท
เครื่องตกแต่ง ติดตั้ง และอุปกรณ์สำนักงาน
ใช้สำหรับการดำเนินงานของสำนักงานใหญ่และสาขา เช่น โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการลูกค้า
ณ 31 ธ.ค. 2567 รายการ เครื่องตกแต่ง ติดตั้งและอุปกรณ์ มีมูลค่าตามบัญชีประมาณ 649.33 ล้านบาท
ยานพาหนะ
ใช้สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทและเครือข่ายสาขา เช่น การเดินทางของพนักงานและการปฏิบัติงานภาคสนาม
ณ 31 ธ.ค. 2567 มีมูลค่าตามบัญชีประมาณ 20.43 ล้านบาท
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์
ถือเป็น ทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญมาก ของ TIDLOR เนื่องจากบริษัทใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนทั้งสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัย
ระบบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
แอปพลิเคชัน เงินติดล้อ
ระบบโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชี
ระบบบัตรติดล้อ / E-Withdrawal
ระบบ InsurTech Platform
ระบบอัตโนมัติ RPA
ระบบ Straight-through Processing (STP)
ระบบ Dashboard สำหรับติดตามการดำเนินงาน
ระบบวิเคราะห์และจัดการข้อมูล
เทคโนโลยี AI / Generative AI
บริษัทระบุว่าในปี 2568 ธุรกรรม 91% ดำเนินการผ่าน E-Withdrawal หรือบัตรติดล้อ สะท้อนว่าระบบดิจิทัลเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจมากขึ้น
แพลตฟอร์มและช่องทางดิจิทัล
นอกจากทรัพย์สินที่เป็นตัวอาคารและอุปกรณ์แล้ว TIDLOR มีสินทรัพย์ดิจิทัลที่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขัน เช่น
แอปเงินติดล้อ → ช่องทางให้ลูกค้าจัดการสินเชื่อ
ประกันติดโล่ → ช่องทางนายหน้าประกันแบบ Face-to-Face
Areegator → แพลตฟอร์มสำหรับตัวแทน/นายหน้าประกัน
heygoody → แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล
บริษัทระบุว่าพัฒนาเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดงานที่ไม่จำเป็นในสาขา
ใบอนุญาตและสิทธิในการประกอบธุรกิจ
เป็นทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ แม้จะไม่ใช่สินทรัพย์ถาวรในลักษณะอาคารหรือเครื่องจักร โดยธุรกิจหลักต้องดำเนินงานภายใต้กฎเกณฑ์และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับ สินเชื่อและนายหน้าประกันภัย
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น TIDLOR
บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ปัจจุบันมีโครงสร้างเป็น บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) โดยไม่ได้ดำเนินธุรกิจสินเชื่อด้วยตัวเอง แต่ถือหุ้นในบริษัทอื่นเพื่อควบคุมกิจการ โดยบริษัทหลักที่อยู่ภายใต้กลุ่มคือ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจหลักของกลุ่ม
โครงสร้างหลักของกลุ่ม
TIDLOR Holdings
⬇️ ถือหุ้นประมาณ 99.4%
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
⬇️ ดำเนินธุรกิจหลัก 2 แกน
ธุรกิจสินเชื่อ
สินเชื่อทะเบียนรถ
สินเชื่อเพื่อรายย่อย
สินเชื่อที่มีหลักประกัน
บริการทางการเงินผ่านเครือข่ายสาขาและช่องทางดิจิทัล
แบรนด์หลัก “เงินติดล้อ”
ธุรกิจนายหน้าประกันภัย
นายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต
แบรนด์ “ประกันติดโล่”
“อารีเกเตอร์”
“เฮ้ กู๊ดดี้”
จุดที่น่าสนใจของโครงสร้างกลุ่ม
โครงสร้างของ TIDLOR มีลักษณะค่อนข้างชัดเจน คือ บริษัทแม่ทำหน้าที่เป็น Holding Company ขณะที่บริษัท เงินติดล้อ เป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้และกำไร ทำให้การวิเคราะห์ TIDLOR ควรให้น้ำหนักกับผลประกอบการของธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันเป็นหลัก
ธุรกิจทั้งสองส่วนยังช่วยกระจายแหล่งรายได้ โดยฝั่งสินเชื่อสร้างรายได้จาก ดอกเบี้ย ส่วนธุรกิจนายหน้าประกันสร้างรายได้จาก ค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งในปี 2568 กลุ่ม TIDLOR มีรายได้รวม 23,533.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% YoY
สรุปสั้น ๆ:
TIDLOR = Holding Company → เงินติดล้อ → สินเชื่อ + นายหน้าประกันภัย
ดังนั้น หากต้องการดูว่า “บริษัทในเครือของ TIDLOR มีบริษัทอะไรบ้าง” ในเชิงโครงสร้างการถือหุ้น ควรยึดข้อมูลจากงบการเงิน/แบบ 56-1 ล่าสุดเป็นหลัก เพราะรายชื่อบริษัทย่อยหรือโครงสร้างการถือหุ้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการปรับโครงสร้างกลุ่ม
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TIDLOR
TIDLOR หรือ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันเป็นบริษัทโฮลดิ้ง โดยมี บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อยหลัก ทำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและนายหน้าประกันภัย
🔴 1. ความเสี่ยงจากหนี้เสียและคุณภาพสินเชื่อ
ธุรกิจหลักมีรายได้จากการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าจึงเป็นความเสี่ยงสำคัญ หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของลูกค้าลดลง หรือภาระหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น อาจทำให้ NPL เพิ่มขึ้นและต้องตั้งสำรองมากขึ้น ซึ่งกระทบกำไรโดยตรง
โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องพึ่งพารายได้จากอาชีพอิสระหรือธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งมีความผันผวนของกระแสเงินสดค่อนข้างสูง
🔴 2. ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน
TIDLOR ต้องใช้เงินทุนเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อ หากอัตราดอกเบี้ยหรือ ต้นทุนการระดมทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าผลตอบแทนจากสินเชื่อ ส่วนต่างดอกเบี้ยอาจลดลงและกดดันกำไร
บริษัทเองเคยระบุว่าการบริหารโครงสร้างเงินทุนเป็นประเด็นสำคัญ โดยก่อนการปรับโครงสร้างเป็น Holding Company มีข้อจำกัดด้านอัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ต้องบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างรอบคอบ
🔴 3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันรุนแรง
ตลาดสินเชื่อทะเบียนรถมีผู้เล่นจำนวนมาก ทั้งธนาคาร ผู้ประกอบการสินเชื่อรายใหญ่ และผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย
การแข่งขันอาจนำไปสู่
การแข่งขันด้านอัตราดอกเบี้ย
การเพิ่มโปรโมชั่น
ต้นทุนการหาลูกค้าที่สูงขึ้น
การผ่อนคลายเงื่อนไขสินเชื่อเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
หากการแข่งขันรุนแรงต่อเนื่อง อาจทำให้ Yield ลดลง ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานยังสูง
🔴 4. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
ลูกค้าของธุรกิจสินเชื่อมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การจ้างงานลดลง หรือรายได้ครัวเรือนอ่อนแอ ความสามารถในการชำระหนี้จะลดลง
ดังนั้น TIDLOR จึงมีความสัมพันธ์กับ วัฏจักรเศรษฐกิจและรายได้ของผู้บริโภค ค่อนข้างมาก
🔴 5. ความเสี่ยงจากมูลค่าหลักประกันรถยนต์
สินเชื่อส่วนหนึ่งใช้รถยนต์เป็นหลักประกัน หากราคามือสองของรถลดลงมาก บริษัทอาจมีความเสี่ยงในการขายทอดตลาดแล้วได้รับเงินไม่เพียงพอสำหรับชำระหนี้
จึงต้องติดตามทั้ง ราคารถมือสอง อัตราการยึดรถ และ Recovery Rate
🔴 6. ความเสี่ยงจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย
อีกธุรกิจสำคัญคือ นายหน้าประกันภัย ซึ่งบริษัทพยายามขยายตัวอย่างต่อเนื่องผ่านหลายแบรนด์และแพลตฟอร์ม เช่น ประกันติดโล่, อารีเกเตอร์ และ heygoody
ความเสี่ยงคือรายได้อาจได้รับผลกระทบจาก
การแข่งขันของโบรกเกอร์
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลูกค้าไปสู่ช่องทางออนไลน์
กฎเกณฑ์ของธุรกิจประกันภัย
ต้นทุนการหาลูกค้า
การเปลี่ยนแปลงค่าคอมมิชชันจากบริษัทประกัน
🔴 7. ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์และการกำกับดูแล
ธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลหลายด้าน หากภาครัฐปรับเกณฑ์เกี่ยวกับ เพดานดอกเบี้ย การคุ้มครองผู้บริโภค การทวงถามหนี้ การจัดชั้นหนี้ หรือการขายประกัน อาจส่งผลต่อต้นทุนและความสามารถในการทำกำไร
🔴 8. ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและข้อมูล
TIDLOR ให้ความสำคัญกับ Data และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการให้บริการลูกค้า
จึงมีความเสี่ยงจาก
Cyber Attack / Data Breach / ระบบล่ม / การรั่วไหลของข้อมูลลูกค้า / ความผิดพลาดของระบบ AI
หากเกิดเหตุการณ์รุนแรง นอกจากต้นทุนในการแก้ไขแล้ว ยังอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและชื่อเสียงของแบรนด์
🔴 9. ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจ
การปรับโครงสร้างเป็น Holding Company มีเป้าหมายเพิ่มความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ การลงทุน และการทำ M&A/ร่วมลงทุน
ข้อดีคือเปิดโอกาสให้ TIDLOR สร้างธุรกิจใหม่ แต่ในทางกลับกัน การลงทุนผิดพลาดหรือขยายเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดต้นทุนสูงและผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าคาด
🔴 10. ความเสี่ยงจากโครงสร้าง Holding Company
ปัจจุบัน TIDLOR เป็น Non-operating Holding Company ดังนั้นผลประกอบการของบริษัทแม่จึงพึ่งพาความสามารถในการสร้างกำไรและการจ่ายผลตอบแทนจากบริษัทย่อยเป็นหลัก
นักลงทุนจึงควรดู ผลประกอบการของบริษัทย่อยหลัก ควบคู่กับงบของ TIDLOR ไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขของบริษัทแม่เพียงอย่างเดียว
📌 สรุปความเสี่ยง TIDLOR แบบนักลงทุน
| ความเสี่ยง | ระดับที่ควรจับตา |
|---|---|
| หนี้เสีย / NPL | 🔴 สูง |
| ต้นทุนทางการเงิน | 🔴 สูง |
| การแข่งขันสินเชื่อ | 🟠 ค่อนข้างสูง |
| เศรษฐกิจ / กำลังซื้อ | 🔴 สูง |
| ราคาหลักประกันรถ | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| ธุรกิจนายหน้าประกัน | 🟠 ปานกลาง |
| กฎเกณฑ์ภาครัฐ | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| Cyber / Data / Technology | 🟠 ปานกลาง |
| การขยายธุรกิจ / M&A | 🟠 ปานกลาง |
| โครงสร้าง Holding | 🟡 ควรติดตาม |
ประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับ TIDLOR คือ “คุณภาพสินเชื่อ + ต้นทุนเงินทุน + การเติบโตของพอร์ต” เพราะหากพอร์ตสินเชื่อโตเร็วแต่ NPL และต้นทุนสำรองเพิ่มขึ้นเร็วกว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ได้แปลงเป็นกำไรได้เต็มที่ ในทางกลับกัน ธุรกิจนายหน้าประกันที่เติบโตเร็วขึ้นเป็นอีกตัวช่วยกระจายแหล่งรายได้ โดยบริษัทระบุว่ารายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันเติบโตเร็วกว่าธุรกิจสินเชื่อต่อเนื่องเป็นปีที่สองในปี 2568 และกำไรปี 2568 เติบโต 17.4%
ดังนั้น หากวิเคราะห์ TIDLOR ต่อ ควรจับตา 6 ตัวเลขหลัก:
NPL → Credit Cost → Loan Yield → Cost of Fund → Loan Growth → Insurance Revenue Growth
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 04 มิ.ย. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) | 1,346,993,454 | 46.51 |
| 2 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 140,922,341 | 4.87 |
| 3 | กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง | 101,183,266 | 3.49 |
| 4 | HOTAI FINANCE CO., LTD. | 89,237,069 | 3.08 |
| 5 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 58,128,051 | 2.01 |
| 6 | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทิสโก้มาสเตอร์ร่วมทุน ซึ่งจดทะเบียนแล้ว | 37,096,800 | 1.28 |
| 7 | N.C.B.TRUST LIMITED- NORGES BANK 37 | 28,245,656 | 0.98 |
| 8 | นาย สุทัศ เหลืองด่านสกุล | 19,606,000 | 0.68 |
| 9 | N.C.B.TRUST LIMITED-NORGES BANK 38 | 17,953,400 | 0.62 |
| 10 | GOVERNMENT PENSION FUND | 13,355,400 | 0.46 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
ผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ชานดาเชการ์ สุบรามาเนี่ยน คิสชูมันการัม | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาง อาฑิตยา พูนวัตถุ | กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ |
| 3 | นาย ฤทธิศักดิ์ พัฒนกูล | กรรมการ |
| 4 | นาย วศิน อุดมรัชตวนิชย์ | กรรมการ |
| 5 | นาย สยาม ประสิทธิศิริกุล | กรรมการ |
| 6 | นาง เกศรา มัญชุศรี | กรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย ภัทร ยงวณิชย์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นางสาว มานิดา ซินเมอร์แมน | กรรมการอิสระ |
| 9 | นาย ศุภวัตร ลิขิตธนวงศ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น TIDLOR
บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
ปัจจุบัน TIDLOR มีสถานะเป็น บริษัทโฮลดิ้ง โดยมีบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจหลักด้านสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย
🔹 พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
พ.ศ. 2523 – จุดเริ่มต้นของธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในจังหวัดเพชรบูรณ์ ภายใต้ชื่อ บริษัท ศรีสวัสดิ์ เพชรบูรณ์ จำกัด ก่อนขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดต่าง ๆ
พ.ศ. 2552 – ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเข้าซื้อหุ้น 100% ส่งผลให้บริษัทเป็นบริษัทย่อยของธนาคาร และได้รับประโยชน์จากระบบและโครงสร้างสนับสนุนของธนาคารในการขยายธุรกิจ
พ.ศ. 2557–2558 – ขยายบริการจากสินเชื่อไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น รับทำ พ.ร.บ. ต่อภาษี และประกันภัย ขณะที่ปี 2558 เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เงินติดล้อ จำกัด และเปิดตัวสินเชื่อ Nano Finance
พ.ศ. 2561 – แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และใช้ชื่อ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุน
พ.ศ. 2563 – เดินหน้าดิจิทัลด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Areegator และแอปพลิเคชันเงินติดล้อ พร้อมปรับโครงสร้างทุนเพื่อรองรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
พ.ศ. 2564 – TIDLOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถือเป็น IPO ขนาดใหญ่ในกลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ และได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ
พ.ศ. 2565 – เปิดตัว “ประกันติดล้อ” เพื่อขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัย และเปิดตัว TIDLOR Academy เพื่อพัฒนาความรู้และวัฒนธรรมองค์กร
พ.ศ. 2565–2567 – เดินหน้าพัฒนาระบบดิจิทัลและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดย TIDLOR Card ช่วยให้ลูกค้าสินเชื่อสามารถเข้าถึงวงเงินผ่าน ATM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ธุรกิจนายหน้าประกันภัยพัฒนาแพลตฟอร์ม InsurTech และขยายพันธมิตรบริษัทประกันภัย
พ.ศ. 2567–2568 – บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างครั้งใหญ่จาก “เงินติดล้อ” สู่ “ติดล้อ โฮลดิ้งส์” เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารโครงสร้างเงินทุนและรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว
15 พฤษภาคม 2568 – บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใต้ชื่อย่อ TIDLOR แทนบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ซึ่งถูกเพิกถอนในวันเดียวกัน หลังการทำ Tender Offer และมีอัตราการแลกหุ้นสูงถึง 99.4%
พ.ศ. 2568 – กลุ่ม TIDLOR ยังคงขยายความสามารถด้านธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย พร้อมให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและ AI โดยผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิเติบโต 17.4% YoY และเป็นปีที่ 16 ติดต่อกันที่กำไรเติบโต
🔥 ประเด็นที่น่าจับตาของ TIDLOR
TIDLOR วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงหุ้นสินเชื่อทะเบียนรถแบบเดิม แต่กำลังพัฒนาเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่ผสมผสาน “สินเชื่อ + ประกันภัย + เทคโนโลยี” โดยการปรับเป็น Holding Company ในปี 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่สำคัญ
จุดเด่นที่น่าติดตาม ได้แก่
สินเชื่อเติบโต → ขยายฐานลูกค้า → ธุรกิจนายหน้าประกันภัย → Digital/AI → เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน → รองรับการเติบโตระยะยาว
หมายเหตุ: หากนำข้อมูลไปทำคอนเทนต์หุ้น ควรใช้ชื่อปัจจุบันว่า “บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TIDLOR)” เพราะโครงสร้างบริษัทเปลี่ยนจากบริษัท เงินติดล้อ มาเป็น Holding Company ตั้งแต่ปี 2568
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568) | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสด | 1,771.24 | 3,060.34 | 8,127.92 | 2,113.80 |
| เงินลงทุนสุทธิ | – | – | – | – |
| เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ | 99,375.37 | 104,085.77 | 100,947.08 | 106,977.97 |
| – เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้ | 99,375.37 | 104,085.77 | 100,947.08 | 106,977.97 |
| ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ | 193.86 | 174.22 | 179.31 | 161.98 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 1,711.32 | 1,769.60 | 1,719.47 | 1,889.37 |
| รวมสินทรัพย์ | 106,531.10 | 112,796.77 | 114,281.14 | 114,749.93 |
| เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก | – | 1,850.00 | 850.00 | 1,350.13 |
| รวมหนี้สิน | 76,007.84 | 78,333.97 | 81,302.77 | 79,468.80 |
| ทุนจดทะเบียน | 10,780.00 | 10,779.96 | 10,779.96 | 10,779.96 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 18,105.89 | 10,714.94 | 10,714.94 | 10,714.94 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | – | 7,390.92 | 7,390.92 | 7,390.92 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 12,376.61 | 16,324.83 | 14,870.90 | 17,473.61 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | 64.53 | 83.07 | 84.94 | 452.04 |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 30,339.14 | 34,255.11 | 32,779.05 | 35,084.28 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568) | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 22,102.93 | 23,368.55 | 11,354.37 | 12,101.94 |
| – รายได้ดอกเบี้ย | 18,368.94 | 19,344.19 | 9,419.85 | 10,066.50 |
| – จากสินเชื่อและเงินฝาก | 16,953.04 | 18,195.49 | 8,832.17 | 9,516.82 |
| – รายได้ค่านายหน้า | – | – | – | – |
| – รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ | – | – | – | – |
| รวมรายได้ | 22,160.79 | 23,533.14 | 11,395.81 | 12,212.49 |
| ต้นทุน | – | – | – | – |
| (กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น | 3,420.75 | 3,031.09 | 1,463.35 | 1,039.60 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 11,036.51 | 11,635.29 | 5,519.12 | 6,045.10 |
| ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ | – | – | – | – |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 7,703.53 | 8,743.79 | 4,413.34 | 5,132.37 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 4,201.32 | 4,932.84 | 2,494.29 | 3,146.97 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.50 | 1.70 | 0.86 | 1.09 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปรับปรุง (31 ธ.ค. 2568) | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 83.66 | 819.15 | 1,510.55 | 805.53 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -500.44 | -465.45 | -187.46 | -390.38 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 532.07 | 935.40 | 5,033.59 | -1,361.82 |
| เงินสดสุทธิ | 115.28 | 1,289.10 | 6,356.68 | -946.67 |
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น TIDLOR บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
วิเคราะห์งบการเงิน TIDLOR — เงินติดล้อ
สำหรับ TIDLOR หรือ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันโครงสร้างเป็น Holding Company โดยมี บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทย่อยหลักที่ทำธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย
ข้อมูลล่าสุดที่ใช้วิเคราะห์: งบไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ซึ่งบริษัทเผยแพร่เมื่อ 13 ส.ค. 2569
1. ภาพรวมกำไร — ⭐ แข็งแกร่ง
| รายการ | Q2/69 | เปลี่ยนแปลง YoY |
|---|---|---|
| รายได้รวม | 6,143 ลบ. | +6.7% |
| กำไรสุทธิ | 1,533.2 ลบ. | +18.3% |
| กำไรสุทธิ 6M69 | 3,147.0 ลบ. | +26.2% |
จุดที่น่าสนใจคือ กำไรโตเร็วกว่ารายได้อย่างชัดเจน สะท้อนการควบคุมต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่าย และคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น โดยกำไรครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 26.2% YoY
มุมมอง: เป็นสัญญาณบวก เพราะไม่ได้โตจากการเร่งปล่อยสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่มีการขยาย Margin และควบคุมต้นทุนเข้ามาช่วยด้วย
- พอร์ตสินเชื่อ — โตต่อเนื่อง
ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2569
พอร์ตสินเชื่อ = 112,537.9 ล้านบาท
+6.3% YoY
+2.4% QoQ
จำนวนลูกค้าสินเชื่อ +9% YoY
สาขา 1,918 แห่ง
ถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างมีคุณภาพ เพราะ จำนวนลูกค้าโตเร็วกว่าพอร์ตสินเชื่อ สะท้อนการขยายฐานลูกค้าโดยไม่ได้พึ่งพาการเพิ่มวงเงินต่อรายมากเกินไป
ธุรกิจหลักยังได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อทะเบียนรถ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของ TIDLOR - NIM — สัญญาณบวกต่อกำไร
NIM ปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 16.2%
ปัจจัยสำคัญคือ ต้นทุนทางการเงินทยอยลดลง ทำให้ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนสินเชื่อกับต้นทุนเงินทุนดีขึ้น
นี่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยอธิบายว่า
รายได้โต 6.7% แต่กำไรโตถึง 18.3%
หากต้นทุนทางการเงินยังอยู่ในทิศทางที่ดี NIM ที่ดีขึ้นจะเป็นตัวช่วยสำคัญต่อกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 - คุณภาพสินทรัพย์ — ⭐ จุดแข็งที่ต้องจับตา
ตัวเลขสำคัญคือ
NPL = 1.54%
ลดลงจาก 1.78% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่
Credit Cost = 2.06%
ลดลงจาก 2.63% YoY
และที่สำคัญคือ
NPL Coverage Ratio = 322%
ภาพรวมถือว่าค่อนข้างแข็งแรง เพราะบริษัทสามารถเพิ่มพอร์ตสินเชื่อได้พร้อมกับรักษา NPL ให้อยู่ในระดับต่ำ และมี Coverage สูง
ตีความง่าย ๆ
TIDLOR กำลังแสดงให้เห็นว่า
“โตของพอร์ต + NPL ไม่พุ่ง + Credit Cost ลด”
เป็นภาพที่ดีมากสำหรับหุ้นไฟแนนซ์
เพราะความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจสินเชื่อไม่ได้อยู่ที่การปล่อยกู้ได้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่ ลูกหนี้จะกลายเป็นหนี้เสียหรือไม่ - ค่าใช้จ่าย — ยังต้องติดตาม
Cost-to-Income Ratio อยู่ที่ประมาณ 55.1%
บริษัทระบุว่ายังคงลงทุนต่อเนื่องในระบบ IT และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวเลข 55% ไม่ได้ถือว่าต่ำมาก แต่สำหรับธุรกิจที่มีเครือข่ายสาขาขนาดใหญ่ การรักษา Cost-to-Income ให้อยู่ในระดับนี้ได้ขณะที่รายได้และกำไรยังเติบโต ถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารได้
ประเด็นสำคัญ: หากในอนาคต TIDLOR สามารถเพิ่มรายได้ผ่าน Digital Channel ได้มากขึ้น อาจช่วยให้ Operating Leverage ดีขึ้น - ธุรกิจนายหน้าประกันภัย — เครื่องยนต์ตัวที่สอง
อีกจุดที่ทำให้ TIDLOR แตกต่างจากผู้เล่นสินเชื่อทั่วไปคือ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย
Q2/69 เบี้ยประกันวินาศภัยอยู่ที่ประมาณ
2,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% YoY
ธุรกิจนี้มีข้อดีตรงที่ไม่ได้ใช้เงินทุนในลักษณะเดียวกับธุรกิจสินเชื่อ จึงช่วยสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมและช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
ดังนั้นโครงสร้างธุรกิจของ TIDLOR จึงมี 2 เครื่องยนต์หลัก:
สินเชื่อ → รายได้ดอกเบี้ย
ประกัน → รายได้ค่าธรรมเนียม
ถือเป็นโครงสร้างที่ค่อนข้างน่าสนใจ - งบดุล — จุดที่นักลงทุนควรจับตา
สำหรับหุ้นไฟแนนซ์ สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่แค่ “กำไร” แต่ต้องดู คุณภาพของสินทรัพย์ + เงินทุน + ต้นทุนการระดมทุน
TIDLOR มีพอร์ตสินเชื่อระดับกว่า 1.12 แสนล้านบาท ดังนั้นการบริหารต้นทุนเงินทุนมีผลต่อกำไรอย่างมาก
ช่วงนี้ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ทยอยลดลงและ NIM ที่ฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม หากอัตราดอกเบี้ยตลาดกลับตัวขึ้นแรง หรือบริษัทต้องออกตราสารหนี้ด้วยต้นทุนสูงขึ้นอีกครั้ง จะกดดัน NIM ได้ - กระแสกำไรถือว่า “มีคุณภาพ” หรือไม่?
ผมมองว่า ค่อนข้างมีคุณภาพ
เพราะการเติบโตของกำไรมีแรงสนับสนุนหลายด้านพร้อมกัน:
พอร์ตสินเชื่อ ↑
↓
รายได้ดอกเบี้ย ↑
↓
ต้นทุนทางการเงินลดลง
↓
NIM ↑
↓
Credit Cost ↓
↓
กำไรสุทธิ ↑ 18.3% YoY
ขณะเดียวกันธุรกิจประกันยังเติบโตต่อเนื่อง
ดังนั้นกำไรไม่ได้เกิดจากรายการพิเศษเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการปรับตัวของธุรกิจหลักหลายส่วน - จุดแข็งของ TIDLOR
🟢 1. กำไรเติบโตสูง
6M69 กำไรโต 26.2% YoY
🟢 2. พอร์ตสินเชื่อยังขยายตัว
พอร์ตโต 6.3% YoY
🟢 3. NPL อยู่ในระดับควบคุมได้
NPL 1.54%
🟢 4. Coverage สูง
NPL Coverage 322%
🟢 5. Credit Cost ลดลง
2.06% จาก 2.63%
🟢 6. NIM ฟื้น
16.2%
🟢 7. มีธุรกิจประกันช่วยกระจายรายได้
เบี้ยประกัน Q2 โต 7.4%
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ภาพพื้นฐานของ TIDLOR ในครึ่งแรกปี 2569 ค่อนข้างแข็งแรง - ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
แม้งบออกมาดี แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง
🔴 1. เศรษฐกิจชะลอตัว
ลูกค้าสินเชื่อทะเบียนรถจำนวนมากเป็นกลุ่มรายย่อย หากรายได้ลดลงหรือภาระหนี้เพิ่มขึ้น อาจทำให้ NPL กลับมาเพิ่ม
🔴 2. Credit Cost
ปัจจุบันลดลงเหลือ 2.06% ซึ่งเป็นข่าวดี แต่หากคุณภาพลูกหนี้แย่ลง ตัวเลขนี้สามารถกลับขึ้นมาได้ และจะกระทบกำไรโดยตรง
🔴 3. ต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจสินเชื่อมีความอ่อนไหวต่อ Cost of Fund หากต้นทุนเงินเพิ่มเร็วกว่าผลตอบแทนสินเชื่อ NIM จะถูกกดดัน
🔴 4. การแข่งขัน
ตลาดสินเชื่อทะเบียนรถมีการแข่งขันสูง หากต้องแข่งขันด้วยราคา อาจกระทบ Yield และ Margin
🔴 5. การเติบโตของพอร์ต
การเร่งขยายสินเชื่อมากเกินไปอาจทำให้คุณภาพสินทรัพย์ในอนาคตแย่ลง ดังนั้นต้องดูว่า พอร์ตโตพร้อม NPL ต่ำ ได้ต่อเนื่องหรือไม่ - มุมมองต่อ TIDLOR
ผมให้ภาพรวมงบ “บวกค่อนข้างมาก”
โดยเฉพาะเมื่อพิจารณา 4 ตัวเลขพร้อมกัน:
กำไร +26.2%
พอร์ต +6.3%
NPL 1.54%
Credit Cost 2.06%
นี่เป็นโครงสร้างที่ค่อนข้างดีสำหรับหุ้นไฟแนนซ์
ที่สำคัญคือ Q2/69 มีกำไร 1,533.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% YoY ขณะที่ 6 เดือนแรกทำกำไร 3,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% YoY
ดังนั้น พื้นฐานกำไร ณ ปัจจุบันยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
⭐ สรุปคะแนนพื้นฐาน TIDLOR
| หัวข้อ | มุมมอง |
|---|---|
| การเติบโตของกำไร | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| การเติบโตของสินเชื่อ | ⭐⭐⭐⭐ |
| NPL / คุณภาพสินทรัพย์ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| NIM | ⭐⭐⭐⭐ |
| Credit Cost | ⭐⭐⭐⭐½ |
| ธุรกิจประกัน | ⭐⭐⭐⭐ |
| การควบคุมต้นทุน | ⭐⭐⭐⭐ |
| ความเสี่ยงธุรกิจ | ⭐⭐⭐ |
| ภาพรวมงบ | ⭐⭐⭐⭐½ / 5 |
บทสรุป: TIDLOR เป็นหุ้นไฟแนนซ์ที่งบครึ่งแรกปี 2569 แสดงภาพ “กำไรโต + คุณภาพสินทรัพย์ดี + NIM ฟื้น + Credit Cost ลด” ซึ่งถือเป็นชุดตัวเลขที่น่าสนใจมากกว่าการเติบโตจากการเร่งขยายสินเชื่อเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม สำหรับการประเมินว่า “หุ้น TIDLOR ราคาปัจจุบันแพงหรือถูก” ควรนำกำไรล่าสุดไปเทียบกับ P/E, P/BV, ROE และราคาเป้าหมาย ต่ออีกขั้น เพราะงบดีไม่ได้แปลว่าราคาหุ้นจะถูกเสมอไป โดยราคาที่ SET แสดง ณ 18 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 19.40 บาท
หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค TIDLOR — ติดล้อ โฮลดิ้งส์
บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ปิดล่าสุดวันที่ 18 ส.ค. 2569 ที่ 19.40 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า โดยระหว่างวันแกว่ง 19.30–19.80 บาท มูลค่าการซื้อขายประมาณ 327.7 ล้านบาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 13.80–22.50 บาท
🔥 ภาพกราฟ: “พักตัวใต้แนวต้าน — รอวอลุ่มจุดระเบิด”
โครงสร้างราคาช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า TIDLOR เคยขึ้นไปทดสอบบริเวณ 20.00–20.20 บาท แล้วถูกขายลง ก่อนกลับมาแกว่งสะสมแถว 19 บาท โดยข้อมูลย้อนหลังพบการเคลื่อนไหวระหว่าง 18.50–20.20 บาท ในช่วงปลาย มิ.ย.–ก.ค.
ดังนั้น ณ ราคาปัจจุบัน 19.40 บาท จุดที่ต้องจับตาคือการผ่านโซน 19.80–20.20 บาท ให้ได้พร้อมวอลุ่ม
🎯 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
| ระดับ | มุมมอง |
|---|---|
| 20.20 บาท | 🚨 แนวต้านสำคัญ / High ระยะสั้น |
| 19.80–20.00 บาท | ด่านเบรกเอาต์ |
| 19.30–19.40 บาท | แนวรับใกล้ตัว |
| 19.00 บาท | ⭐ แนวรับหลัก |
| 18.50–18.60 บาท | แนวรับสำคัญ หากหลุดต้องระวังแรงขาย |
🚀 ถ้าเบรก 20.20 บาทได้?
นี่คือจุดที่กราฟจะเริ่ม เปลี่ยนจาก Sideway → Momentum ขาขึ้น
หาก ราคาปิดยืนเหนือ 20.20 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน มีโอกาสเปิดทางทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 21.00–21.50 บาท และถัดไปคือโซน 22.00–22.50 บาท ซึ่งใกล้กับ High 52 สัปดาห์ที่ 22.50 บาท
หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่ “ราคาเบรก” แต่ต้องดู “วอลุ่มเบรก” ด้วย
⚠️ เกมรับต้องระวังอะไร?
ถ้า TIDLOR ไม่สามารถผ่าน 19.80–20.20 บาท และเริ่มมีแรงขายกลับลงมา
หลุด 19.30 บาท → โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มอ่อน
หลุด 19.00 บาท → เสี่ยงกลับเข้าสู่ฐาน Sideway
หลุด 18.50 บาท → โครงสร้างระยะสั้นเสีย และต้องระวังการปรับฐานลึกขึ้น
🔥 สัญญาณที่สายเทคนิคควรจับตา
Bullish Signal
19.40 → 19.80 → 20.20 บาท
ถ้าทะลุ 20.20 บาทด้วยวอลุ่มหนาแน่น = สัญญาณ Breakout ที่น่าจับตา
Bearish Signal
19.30 → 19.00 → 18.50 บาท
ถ้าหลุด 19 บาทพร้อมวอลุ่มขายเพิ่ม = ต้องลดความเสี่ยง
📊 มุมมองแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
TIDLOR ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา แต่เป็นหุ้นที่กำลังบีบตัวรอเลือกทาง
ราคาปัจจุบัน 19.40 บาทอยู่ใกล้แนวต้านสำคัญ ขณะที่พื้นฐานยังมีปัจจัยสนับสนุน โดยบทวิเคราะห์วันที่ 18 ส.ค. 2569 จากหลายโบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 28 บาท
แผนเทคนิคที่น่าสนใจ:
🟢 ยืน 19.00 บาท = ยังรักษาโครงสร้างได้
🟢 ผ่าน 19.80 บาท = เริ่มมีสัญญาณบวก
🔥 ผ่าน 20.20 บาท + วอลุ่ม = จับตา Breakout
🚀 เป้าหมายถัดไป 21.00–21.50 / 22.00–22.50 บาท
🔴 หลุด 18.50 บาท = ต้องระวังโครงสร้างเสีย
สรุป: TIDLOR อยู่ในโซน “สะสมกำลังใต้แนวต้าน” มากกว่าจะเป็นขาลงเต็มตัว จุดชี้ขาดคือ 20.20 บาท — ถ้าทะลุพร้อมวอลุ่ม เกมอาจเปลี่ยนจากหุ้นแกว่งตัวเป็น หุ้น Momentum ได้ทันที
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น TIDLOR — บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
หมายเหตุ: ปัจจุบันชื่อบริษัทจดทะเบียนคือ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยธุรกิจหลักยังดำเนินผ่านบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลัก
ภาพรวมธุรกิจ
TIDLOR เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มี 2 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่
ธุรกิจสินเชื่อ
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์
สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์
สินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการ
ผลิตภัณฑ์บัตรติดล้อ
ธุรกิจนายหน้าประกันภัย
ประกันรถยนต์
ประกันวินาศภัย
ช่องทางขายผ่านสาขาและดิจิทัล
จุดแข็งสำคัญคือการมีเครือข่ายสาขา ฐานลูกค้าขนาดใหญ่ และการใช้ Data/AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์สินเชื่อและการให้บริการ โดยบริษัทประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ปี 2569 ที่เน้น “การเติบโตอย่างมีคุณภาพ” ควบคู่กับการใช้ Data และ AI มากขึ้น
🔥 จุดแข็งของ TIDLOR
- มีธุรกิจ 2 ขาที่ช่วยกระจายความเสี่ยง
TIDLOR ไม่ได้พึ่งพารายได้จากดอกเบี้ยสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่มีธุรกิจนายหน้าประกันภัยเข้ามาช่วยสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง ทำให้โครงสร้างธุรกิจมีความหลากหลายกว่าผู้ประกอบการสินเชื่อบางราย
ในอดีตธุรกิจทั้งสินเชื่อและนายหน้าประกันเติบโตพร้อมกัน เช่น ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 18,972 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% และกำไรสุทธิ 3,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% - จุดแข็งด้านแบรนด์และช่องทางจัดจำหน่าย
“เงินติดล้อ” เป็นแบรนด์ที่มีการรับรู้สูงในตลาดสินเชื่อทะเบียนรถ ขณะที่ธุรกิจประกันมีแบรนด์และแพลตฟอร์มหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าผ่านทั้ง สาขา + ออนไลน์ + ดิจิทัล - เทคโนโลยีช่วยควบคุมคุณภาพสินเชื่อ
การนำ Data และ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ลูกค้า มีความสำคัญมากสำหรับธุรกิจสินเชื่อ เพราะสามารถช่วยคัดกรองความเสี่ยง ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยสินเชื่อในระยะยาว - กำไรมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว
บริษัทระบุว่ากำไรสุทธิปี 2568 เติบโต 17.4% YoY และเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ซึ่งสะท้อนความสามารถในการขยายธุรกิจในระยะยาว
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา - ความเสี่ยงด้าน NPL — สำคัญที่สุด
นี่คือปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาเป็นอันดับแรก
เพราะ TIDLOR อยู่ในธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของลูกค้าลดลง หรือภาระหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น อาจทำให้
NPL ↑ → ค่าใช้จ่ายสำรอง ↑ → กำไร ↓
ดังนั้นเวลาวิเคราะห์ TIDLOR ไม่ควรดูเพียง “กำไรโตหรือไม่” แต่ควรดู คุณภาพพอร์ตสินเชื่อและ Credit Cost ควบคู่กัน - ต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจสินเชื่อจำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก หากต้นทุนการระดมทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าผลตอบแทนจากสินเชื่อ จะกดดันส่วนต่างกำไร
ดังนั้นทิศทาง ดอกเบี้ย + ต้นทุนหุ้นกู้ + โครงสร้างเงินทุน เป็นตัวแปรสำคัญต่อกำไร - การแข่งขันสูง
ตลาดสินเชื่อทะเบียนรถมีผู้เล่นหลายราย ทั้งบริษัทสินเชื่อและสถาบันการเงิน ทำให้การแข่งขันด้าน
ดอกเบี้ย
โปรโมชั่น
การอนุมัติสินเชื่อ
การขยายสาขา
Digital Lending
ค่อนข้างสูง
การแข่งขันที่รุนแรงอาจทำให้บริษัทต้องเลือกระหว่าง การเพิ่มยอดสินเชื่อ กับ การรักษาคุณภาพสินเชื่อ - เศรษฐกิจและกำลังซื้อ
ลูกค้าหลักจำนวนมากเป็นกลุ่มรายย่อยและผู้ประกอบการขนาดเล็ก ดังนั้นหากเศรษฐกิจชะลอ รายได้ลด หรือราคาสินทรัพย์หลักประกันเปลี่ยนแปลง อาจกระทบทั้งความต้องการสินเชื่อและความสามารถในการชำระหนี้
📊 มุมมองพื้นฐาน
ผมมอง TIDLOR เป็นหุ้น “สินเชื่อคุณภาพ + นายหน้าประกัน + การเติบโตจาก Data/AI” มากกว่าจะเป็นหุ้นสินเชื่อที่เน้นเร่งพอร์ตเพียงอย่างเดียว
จุดที่น่าสนใจคือบริษัทมีการเติบโตของกำไรต่อเนื่อง และยังมีธุรกิจประกันภัยช่วยสร้างรายได้ ขณะที่การใช้เทคโนโลยีสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในอนาคตได้
แต่ ตัวแปรชี้ขาดคือคุณภาพลูกหนี้
หากบริษัทสามารถขยายสินเชื่อได้พร้อมกับควบคุม NPL และ Credit Cost ได้ดี → Upside ของกำไรมีโอกาสเปิดกว้าง
แต่ถ้าเร่งขยายสินเชื่อจนคุณภาพลูกหนี้แย่ลง → ค่าใช้จ่ายสำรองจะกลายเป็นตัวฉุดกำไรทันที
📈 มุมมองราคาหุ้น
ข้อมูล SET ณ วันที่ 18 ส.ค. 2569 ระบุ TIDLOR ปิดที่ 19.40 บาท โดยระหว่างวันทำจุดสูงสุด 19.80 บาท ต่ำสุด 19.30 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 16.74 ล้านหุ้น มูลค่าราว 327.7 ล้านบาท
ในเชิงพฤติกรรมราคา บริเวณ 20 บาท จึงเป็นโซนที่ควรจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นระดับจิตวิทยาและเป็นพื้นที่ที่ราคาต้องแสดงพลังซื้อให้เห็นอย่างชัดเจน
แนวทางอ่านกราฟแบบสายเทคนิค
🟢 ผ่าน 20.00 บาท + Volume เพิ่มขึ้น → โมเมนตัมมีโอกาสกลับมาเป็นบวก
🟢 หากยืนเหนือ 20 บาทได้ต่อเนื่อง → มีโอกาสพัฒนาเป็นรอบขาขึ้น
🟡 หากยังแกว่งต่ำกว่า 20 บาท → ยังต้องรอ Confirmation
🔴 หากหลุดโซน 19 บาท → ต้องระวังแรงขายและการพักฐาน
ระดับดังกล่าวเป็นกรอบเชิงเทคนิคจากราคาปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาเป้าหมายหรือคำแนะนำซื้อขาย
🎯 สรุป TIDLOR
| ประเด็น | มุมมอง |
|---|---|
| ธุรกิจ | ⭐⭐⭐⭐ |
| การเติบโต | ⭐⭐⭐⭐ |
| แบรนด์/เครือข่าย | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| ธุรกิจประกัน | ⭐⭐⭐⭐ |
| เทคโนโลยี/Data | ⭐⭐⭐⭐ |
| ความเสี่ยง NPL | ⚠️ ต้องติดตาม |
| ความเสี่ยงต้นทุนเงิน | ⚠️ ต้องติดตาม |
| การแข่งขัน | ⚠️ สูง |
| โมเมนตัมราคาปัจจุบัน | 🟡 รอผ่าน 20 บาท |
| ภาพรวม | บวกแบบมีเงื่อนไข |
🔎 บทสรุปสำหรับนักลงทุน
TIDLOR ยังเป็นหนึ่งในหุ้นธุรกิจสินเชื่อที่มีจุดแข็งด้านแบรนด์ ฐานลูกค้า ช่องทางจัดจำหน่าย และธุรกิจนายหน้าประกันภัย ขณะที่ผลประกอบการระยะยาวมีพัฒนาการที่ดี
อย่างไรก็ตาม “คุณภาพสินเชื่อ” คือหัวใจของการลงทุนใน TIDLOR
ดังนั้น 4 ตัวเลขที่ควรติดตามทุกไตรมาสคือ
พอร์ตสินเชื่อ → NPL → Credit Cost → กำไรสุทธิ
หาก พอร์ตโต + NPL คุมได้ + Credit Cost ไม่เร่งตัว + กำไรโต จะเป็นภาพที่แข็งแรงมากสำหรับหุ้นตัวนี้
ด้านราคาปัจจุบัน 19.40 บาท จุดที่น่าจับตาคือการเบรก 20 บาทพร้อมวอลุ่ม เพราะหากเกิด Breakout จริง จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจกว่าการไล่ซื้อในช่วงที่ราคายังติดแนวต้าน
ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์

