วิเคราะห์ หุ้น TACC บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ TACC อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 02 ธ.ค. 2558 | 152.00 | MAI เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) | TACC |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
TACC ประกอบธุรกิจจัดหา ผลิต และจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทชาและกาแฟ และสินค้าไลฟสไตล์ โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ 2 กลุ่ม ดังนี้ 1) กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ร่วมพัฒนากับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ เครื่องดื่มในโถกดในร้าน 7-Eleven, เครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผงที่จัดจำหน่ายให้กับร้าน All Cafe ในร้าน 7-Eleven และผลิตภัณฑ์ที่ร่วมพัฒนาเพื่อจำหน่ายเป็นครั้งคราวหรือตามฤดูกาล, เครื่องกดเครื่องดื่มร้อนแบบอัตโนมัติ 2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของบริษัท ได้แก่ เครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผงตรา “ณ อรุณ” (Na-Arun), ธุรกิจคาแรคเตอร์ และไซรัปผลไม้ ตรา ทรีว่า (TRIVA)
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.39 | 0.34 | 0.41 | 0.22 | 0.25 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 2.61 | 2.27 | 2.52 | 2.28 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.21 | บาท | 05 ก.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.19 | บาท | 21 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.20 | บาท | 06 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.19 | บาท | 20 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.17 | บาท | 08 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.19 | บาท | 23 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.17 | บาท | 09 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.18 | บาท | 19 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.15 | บาท | 10 ก.ย. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.17 | บาท | 13 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 30 มิ.ย. 2563 | 0.13 | บาท | 03 ก.ย. 2563 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2562 – 31 ธ.ค. 2562 | 0.14 | บาท | 24 เม.ย. 2563 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TACC
T.A.C. Consumer PCL. หรือ บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและสินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์ โดยทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจหลักประกอบด้วย สินทรัพย์ถาวร สินทรัพย์ไม่มีตัวตน และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการจัดจำหน่าย โดยบริษัทมีการเปิดเผยรายละเอียดไว้ใน 56-1 One Report ปี 2568
- อาคารและสถานที่
ทรัพย์สินด้านสถานที่ที่ใช้ในการดำเนินงาน ได้แก่
สำนักงาน สำหรับบริหารงาน การขาย การตลาด การเงิน และงานสนับสนุนต่าง ๆ
สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจัดเก็บสินค้า
พื้นที่สำหรับจัดเก็บวัตถุดิบ สินค้าสำเร็จรูป และการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์
สำนักงานใหญ่ของ TACC ตั้งอยู่ที่ อาคารเอ็มเอส สยาม ทาวเวอร์ ถนนพระราม 3 กรุงเทพฯ - เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
เป็นทรัพย์สินสำคัญที่สนับสนุนธุรกิจเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น
เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกระบวนการผลิต
อุปกรณ์บรรจุและจัดเตรียมสินค้า
เครื่องมือควบคุมคุณภาพ
อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบสาธารณูปโภคและการผลิต
ทรัพย์สินกลุ่มนี้ช่วยให้บริษัทสามารถผลิตสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานและรองรับคำสั่งซื้อจากช่องทางต่าง ๆ - อุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์สนับสนุน
ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เครื่องมือสื่อสาร และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้สนับสนุนการบริหารงานและการดำเนินธุรกิจ - สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
แม้ไม่ใช่ “ทรัพย์สินถาวร” แต่เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ ได้แก่
วัตถุดิบสำหรับผลิตเครื่องดื่ม
วัสดุบรรจุภัณฑ์
สินค้าระหว่างผลิต
สินค้าสำเร็จรูปพร้อมจำหน่าย
ธุรกิจของ TACC จึงจำเป็นต้องมีระบบบริหารสินค้าคงคลังเพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าได้ต่อเนื่อง - สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
TACC ยังมี สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทระบุไว้ในรายงาน 56-1 One Report ว่าเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
ตัวอย่างเช่น
ซอฟต์แวร์และระบบสารสนเทศ
สิทธิในการใช้ระบบหรือทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้อง
สิทธิและทรัพย์สินไม่มีตัวตนอื่นที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน - แบรนด์และสิทธิทางการค้า
สำหรับ TACC จุดสำคัญไม่ได้อยู่เฉพาะเครื่องจักรหรืออาคาร แต่รวมถึง แบรนด์ สูตรสินค้า เครื่องหมายการค้า และสิทธิทางธุรกิจ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ช่วยสร้างความแตกต่างและมูลค่าให้กับสินค้า
💰 มองในมุมสินทรัพย์ของ TACC
ข้อมูลทางการเงิน ณ 31 ธันวาคม 2568 ระบุว่า TACC มี สินทรัพย์รวม 1,321.79 ล้านบาท เพิ่มจาก 1,220.09 ล้านบาทในปี 2567
สรุปง่าย ๆ:
TACC เป็นธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาทรัพย์สินประเภทที่ดินหรือโรงงานขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ใช้ ระบบการผลิต + วัตถุดิบ/สินค้าคงเหลือ + อุปกรณ์ + แบรนด์/สิทธิทางการค้า + เครือข่ายการจัดจำหน่าย เป็นฐานในการสร้างรายได้
กลุ่มบริษัทในเครือ
**** อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูล ****
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น TACC
T.A.C. Consumer Public Company Limited หรือ TACC – บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบธุรกิจจัดหา ผลิต และจำหน่ายเครื่องดื่มชา กาแฟ สินค้าเพื่อสุขภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยมีทั้งธุรกิจ B2B และ B2C
โครงสร้างกลุ่มบริษัท
จากข้อมูลล่าสุดที่บริษัทเปิดเผย TACC มีบริษัทแม่คือ บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) และมีการจัดทำงบการเงินในลักษณะ “บริษัทฯ และบริษัทย่อย” อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 บริษัทระบุว่าค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยลดลงอย่างมาก เนื่องจากมีการหยุดดำเนินธุรกิจ ขณะที่รายได้หลักของกลุ่มยังมาจากบริษัท TACC เอง
กล่าวได้ว่าโครงสร้างธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยบริษัทย่อยเป็นหลัก แต่รายได้และกำไรหลักมาจากธุรกิจของ TACC โดยตรง
ธุรกิจหลักภายใต้ TACC
- ธุรกิจ B2B – ร่วมพัฒนากับพันธมิตร
เครื่องดื่มเย็นในโถกด 7-Eleven
เครื่องดื่มชนิดผงสำหรับ All Café
เครื่องดื่มตามฤดูกาลและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ร่วมพัฒนากับคู่ค้า
เครื่องกดเครื่องดื่มร้อนแบบอัตโนมัติ
การพัฒนาสินค้าร่วมกับร้านอาหารและ Food Chain - ธุรกิจ B2C – สินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท
ณ อรุณ (Na-Arun) – เครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผง
TRIVA – ไซรัปผลไม้
ธุรกิจเครื่องดื่มและคาเฟ่
Character Business / License Business เช่น Bellygom, Dogplease, Warbie Yama, Mochi Mochi Panda และคาแรคเตอร์อื่น ๆ
จุดที่น่าสนใจของโครงสร้าง TACC
TACC มีลักษณะเป็น “บริษัทแม่ที่ทำธุรกิจหลักเอง” มากกว่าการเติบโตผ่านบริษัทลูก โดยบริษัทระบุว่ารายได้ของกลุ่มในไตรมาส 1/2568 มาจาก TACC ประมาณ 99.7% ของรายได้รวม และในปี 2568 บริษัทก็ระบุว่าบริษัทย่อยหยุดดำเนินธุรกิจบางส่วน/ลดค่าใช้จ่ายลงอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น หากมอง TACC ในมุม “กลุ่มบริษัทในเครือ” นักลงทุนควรให้น้ำหนักกับ ธุรกิจหลักของ TACC โดยตรง โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับ 7-Eleven, All Café, การออกสินค้าใหม่, ธุรกิจ B2C และ Character Licensing มากกว่าการมองการเติบโตจากบริษัทย่อย
สรุปสั้น ๆ:
TACC = บริษัทแม่ + ธุรกิจเครื่องดื่ม B2B/B2C + Character Licensing
รายได้หลักยังมาจากบริษัท TACC โดยตรง ขณะที่บริษัทย่อยมีบทบาทลดลงหลังมีการหยุดดำเนินธุรกิจบางส่วน
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TACC
T.A.C. Consumer หรือ TACC – บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มและสินค้าในกลุ่มบริโภค โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลผลประกอบการและเอกสาร 56-1 One Report ล่าสุดถึงปี 2568 รวมถึงงบการเงินไตรมาส 2/2569 ผ่านช่องทางนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท
🔴 1. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
ต้นทุนวัตถุดิบ เช่น น้ำตาล นม ผงวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องดื่ม อาจผันผวนตามราคาตลาดและต้นทุนการขนส่ง
หากราคาวัตถุดิบปรับขึ้นเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน → อัตรากำไรขั้นต้นอาจถูกกดดัน
🔴 2. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องทางจำหน่ายหลัก
ธุรกิจเครื่องดื่มของ TACC มีความเกี่ยวข้องกับช่องทางค้าปลีกและพันธมิตรทางธุรกิจ ดังนั้นยอดขายจึงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของคู่ค้า จำนวนสาขา พื้นที่ขาย หรือเงื่อนไขทางการค้า
ถ้าคู่ค้ารายสำคัญลดพื้นที่ขายหรือเปลี่ยนเงื่อนไข → ยอดขายอาจได้รับผลกระทบโดยตรง
🔴 3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาดเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายใหญ่ แบรนด์ใหม่ และสินค้าทดแทน
การแข่งขันด้าน ราคา โปรโมชั่น รสชาติ และการออกสินค้าใหม่ อาจทำให้บริษัทต้องเพิ่มงบการตลาดหรือยอมลดอัตรากำไรเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
🔴 4. ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว
เทรนด์เครื่องดื่มเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะกระแสสุขภาพ น้ำตาลต่ำ แคลอรีต่ำ หรือเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล
หากสินค้าใหม่ของบริษัท ไม่ตรงกับเทรนด์ผู้บริโภค อาจทำให้ยอดขายเติบโตช้าลงและเกิดแรงกดดันต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์
🔴 5. ความเสี่ยงจากสินค้าใหม่ไม่ประสบความสำเร็จ
การเปิดตัวสินค้าใหม่ต้องใช้ต้นทุนด้าน R&D การตลาด การผลิต และการกระจายสินค้า
หากสินค้าไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย บริษัทอาจต้องรับภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาด
🔴 6. ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร
TACC อยู่ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ดังนั้น คุณภาพ ความสะอาด และความปลอดภัยของสินค้า เป็นประเด็นสำคัญ
หากเกิดปัญหาคุณภาพสินค้า การเรียกคืนสินค้า หรือการร้องเรียนจากผู้บริโภค อาจกระทบทั้ง ยอดขาย ชื่อเสียง และความเชื่อมั่นของแบรนด์
🔴 7. ความเสี่ยงจากกฎระเบียบภาครัฐ
ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มต้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น การผลิตอาหาร ฉลากสินค้า โภชนาการ และข้อกำหนดด้านสุขภาพ
หากกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น บริษัทอาจมีต้นทุนเพิ่มเติมในการปรับสูตร กระบวนการผลิต หรือบรรจุภัณฑ์
🔴 8. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภค
แม้สินค้าเครื่องดื่มจะมีราคาต่อหน่วยไม่สูง แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย
หากเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง หรือค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคอาจลดการซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็น หรือหันไปเลือกสินค้าที่มีราคาถูกกว่า
🔴 9. ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของรายได้
นักลงทุนควรติดตาม โครงสร้างรายได้และสัดส่วนรายได้จากลูกค้าหรือคู่ค้ารายสำคัญ อย่างใกล้ชิด เพราะหากรายได้พึ่งพาลูกค้าหรือช่องทางใดช่องทางหนึ่งมากเกินไป การเปลี่ยนแปลงของคู่ค้ารายนั้นสามารถส่งผลต่อผลประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ
🔴 10. ความเสี่ยงด้านการเติบโตในระยะยาว
เมื่อฐานธุรกิจขยายตัวมากขึ้น การรักษาอัตราการเติบโตในระดับสูงอาจทำได้ยากขึ้น บริษัทจึงต้องสร้าง สินค้าใหม่ ช่องทางใหม่ และตลาดใหม่ อย่างต่อเนื่อง
เอกสารนักลงทุนล่าสุดของ TACC มีทั้ง Company Snapshot ปี 2568 และข้อมูลผลประกอบการปี 2569 ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ติดตามว่าความเสี่ยงเหล่านี้เริ่มสะท้อนผ่านยอดขาย อัตรากำไร และผลประกอบการหรือไม่
📌 สรุปมุมมองนักลงทุน
TACC ไม่ได้มีความเสี่ยงเพียงเรื่องยอดขาย แต่ต้องจับตา 5 ตัวแปรหลัก
วัตถุดิบ ↑ → กำไรถูกกดดัน
การแข่งขัน ↑ → โปรโมชั่น/ต้นทุนการตลาด ↑
คู่ค้าหลักเปลี่ยนนโยบาย → ยอดขายเสี่ยง
เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยน → สินค้าเดิมอาจโตช้าลง
กฎระเบียบ/คุณภาพ → กระทบต้นทุนและชื่อเสียง
ดังนั้น จุดที่นักลงทุนควรติดตามเป็นพิเศษคือ “ยอดขาย + Gross Margin + ต้นทุนวัตถุดิบ + การเติบโตของสินค้าใหม่ + การพึ่งพาคู่ค้ารายสำคัญ” มากกว่าดูเพียงกำไรสุทธิอย่างเดียว
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | พลเรือเอก อภิชาติ เพ็งศรีทอง | ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ |
| 2 | นาง จิรพรรณ คชฤทธิ์ ชูแสง | กรรมการ |
| 3 | นาย ชนิต สุวรรณพรินทร์ | กรรมการ |
| 4 | นาย ชัชชวี วัฒนสุข | กรรมการ |
| 5 | นางสาว ภาวินี สุวรรณเมธานนท์ | กรรมการ |
| 6 | นาย กิตติ สิริพัลลภ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย คมศักดิ์ วัฒนาศรีโรจน์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาง พักตรา สุริยาปี | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นางสาว ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล | กรรมการอิสระ |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | พลเรือเอก อภิชาติ เพ็งศรีทอง | ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ |
| 2 | นาง จิรพรรณ คชฤทธิ์ ชูแสง | กรรมการ |
| 3 | นาย ชนิต สุวรรณพรินทร์ | กรรมการ |
| 4 | นาย ชัชชวี วัฒนสุข | กรรมการ |
| 5 | นางสาว ภาวินี สุวรรณเมธานนท์ | กรรมการ |
| 6 | นาย กิตติ สิริพัลลภ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย คมศักดิ์ วัฒนาศรีโรจน์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 8 | นาง พักตรา สุริยาปี | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นางสาว ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล | กรรมการอิสระ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น TACC
TACC หรือ บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) มีพัฒนาการที่น่าสนใจจากการต่อยอดธุรกิจเครื่องดื่มผ่านพันธมิตรรายใหญ่ ควบคู่กับการสร้างสินค้าและแบรนด์ของตัวเอง โดยมีจุดสำคัญดังนี้
🔹 พัฒนาการเด่นในช่วงปี 2568–2569
- ขยายสินค้าใหม่ใน 7-Eleven และ All Café อย่างต่อเนื่อง
TACC เดินหน้าพัฒนาเมนูเครื่องดื่มใหม่ร่วมกับพันธมิตร เช่น Drinking Yoghurt, อเมริกาโน่, ชาเขียวเพียวมัทฉะ, Blue Universe และน้ำผึ้งมะนาว เพื่อสร้างความหลากหลายและกระตุ้นยอดขายในช่องทางร้าน 7-Eleven และ All Café - เดินหน้าความร่วมมือกับ CPALL ต่อเนื่อง
TACC เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ CPALL เข้าสู่ ปีที่ 24 และมีการทำ Exclusive Contract พร้อมต่อสัญญาอย่างต่อเนื่อง ช่วยเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาสินค้าใหม่และขยายการจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้า - เพิ่มน้ำหนักธุรกิจเครื่องดื่มนอกเหนือจากเมนูเดิม
บริษัทขยายการพัฒนาเครื่องดื่มในโถกดและสินค้าเฉพาะช่วง/ตามฤดูกาล รวมถึงเครื่องดื่มสำหรับกลุ่มลูกค้าอื่น ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของยอดขาย - เดินหน้าธุรกิจ Character และ Licensing
TACC ใช้คาแรคเตอร์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าแบรนด์ โดยในปี 2569 มีการนำ Alexander the Fat Tiger มาร่วม Collaboration ในช่วงเทศกาลตรุษจีน และในปี 2568 บริษัทเข้าร่วมงาน Bangkok Illustration Fair เพื่อโปรโมตคาแรคเตอร์ OHIGE no PON - ขยายพอร์ตสินค้าแบรนด์ของตัวเอง
นอกจากธุรกิจ B2B แล้ว TACC ยังมีสินค้า B2C ภายใต้แบรนด์ของบริษัท เช่น ณ อรุณ (Na-Arun) รวมถึงธุรกิจคาแรคเตอร์ และ TRIVA ซึ่งเป็นไซรัปผลไม้และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ช่วยเพิ่มโอกาสในการกระจายรายได้ในระยะยาว - ยกระดับระบบการทำงานด้วยเทคโนโลยี
ในปี 2567 TACC ร่วมมือกับ NETIZEN นำระบบ SAP มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับระบบให้เป็นมาตรฐานสากล
📈 ผลลัพธ์เริ่มสะท้อนในผลประกอบการ
พัฒนาการด้านสินค้าและช่องทางจำหน่ายสะท้อนออกมาในผลประกอบการ โดย ไตรมาส 1/2569 TACC มีรายได้รวม 640.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 533.87 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 99.67 ล้านบาท จาก 73.08 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 36.3% YoY
🎯 สรุปมุมมองพัฒนาการ TACC
TACC กำลังเดินเกมจาก “ผู้พัฒนาเครื่องดื่มให้พันธมิตร” สู่การเป็นผู้สร้างแบรนด์และสินค้าไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากขึ้น โดยมี 3 เครื่องยนต์สำคัญคือ
7-Eleven + สินค้าใหม่ + Character/Licensing
จุดแข็งคือการมีพันธมิตรหลักที่แข็งแกร่งและสามารถออกสินค้าใหม่ได้ต่อเนื่อง ขณะที่โจทย์สำคัญในระยะยาวคือการ ลดการพึ่งพารายได้จากลูกค้ารายใหญ่ และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ของบริษัทเอง เพราะปี 2568 รายได้จาก CPALL คิดเป็นประมาณ 89% ของรายได้จากการขาย
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 161.27 | 198.59 | 137.04 | 269.49 | 207.04 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 337.12 | 351.44 | 441.83 | 420.67 | 448.19 |
| สินค้าคงเหลือ | 60.01 | 96.79 | 134.47 | 154.61 | 109.90 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 940.51 | 976.61 | 1,115.54 | 1,048.64 | 1,114.66 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 116.63 | 153.85 | 137.44 | 154.15 | 172.63 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 175.09 | 243.48 | 206.25 | 236.17 | 264.80 |
| รวมสินทรัพย์ | 1,115.60 | 1,220.09 | 1,321.79 | 1,284.80 | 1,379.46 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | – | – | – | – | – |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 310.74 | 373.71 | 425.05 | 400.10 | 380.72 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | – | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 360.04 | 430.51 | 496.51 | 459.46 | 444.43 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 37.87 | 64.95 | 44.92 | 62.55 | 76.71 |
| รวมหนี้สิน | 397.91 | 495.46 | 541.43 | 522.01 | 521.14 |
| ทุนจดทะเบียน | 152.00 | 152.00 | 152.00 | 152.00 | 152.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 152.00 | 152.00 | 152.00 | 152.00 | 152.00 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 426.99 | 426.99 | 426.99 | 426.99 | 426.99 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 168.36 | 181.65 | 237.69 | 219.85 | 315.66 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | 33.19 | 35.83 | 35.83 | 35.83 | 35.83 |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | – | – | – | – | – |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 714.16 | 724.82 | 780.85 | 763.01 | 858.83 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 3.53 | -0.18 | -0.49 | -0.22 | -0.50 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 1,713.66 | 1,953.84 | 2,399.27 | 1,107.66 | 1,321.45 |
| รายได้อื่น | 12.26 | 14.71 | 9.92 | 5.33 | 3.62 |
| รวมรายได้ | 1,727.44 | 1,970.87 | 2,410.82 | 1,113.99 | 1,325.47 |
| ต้นทุน | 1,153.07 | 1,304.70 | 1,628.40 | 750.80 | 899.03 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 307.58 | 346.15 | 399.01 | 170.78 | 169.51 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 1,460.65 | 1,650.84 | 2,027.41 | 921.58 | 1,068.55 |
| EBITDA | 281.87 | 348.33 | 416.33 | 211.77 | 273.81 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 24.10 | 28.19 | 32.92 | 19.36 | 16.89 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 257.77 | 320.14 | 383.42 | 192.41 | 256.92 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 206.61 | 247.29 | 299.17 | 152.20 | 203.98 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.34 | 0.41 | 0.50 | 0.25 | 0.34 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 198.38 | 279.60 | 271.28 | 61.60 | 184.41 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | 91.35 | 4.60 | -81.90 | 128.85 | 17.35 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -279.26 | -246.88 | -250.93 | -119.55 | -131.76 |
| เงินสดสุทธิ | 10.47 | 37.32 | -61.56 | 70.90 | 70.00 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 5.68 | 6.05 | 5.45 | 6.01 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 64.32 | 60.34 | 66.92 | 60.68 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 16.64 | 14.08 | 13.54 | 13.43 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 21.93 | 25.92 | 26.95 | 27.17 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 3.81 | 4.08 | 4.02 | 4.55 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 95.74 | 89.52 | 90.73 | 80.21 |
| วงจรเงินสด (วัน) | -9.49 | -3.26 | 3.14 | 7.64 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
📈 TACC — กราฟกำลัง “บีบตัว” จับตาเบรก 6.55–6.75 บาท!
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ล่าสุดปิดที่ 6.50 บาท วันที่ 27 ส.ค. 2569 ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 4.64–6.75 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้โซน High เดิมอย่างชัดเจน
🔥 มุมมอง “เพจหุ้นสายเทคนิค”
ภาพใหญ่: 🟢 Sideway Up / โมเมนตัมยังเป็นบวก
ราคาฟื้นตัวจากโซนต่ำกว่า 5 บาทขึ้นมาอยู่บริเวณ 6.50 บาท และกำลังทดสอบโซนบนของกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 6.75 บาท จึงเป็นจุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
โซนสำคัญ
🟢 แนวรับ 6.40–6.50 บาท — ฐานระยะสั้น
🟢 แนวรับถัดไป 6.20–6.30 บาท — หากหลุดฐานแรก
🔴 แนวต้าน 6.55–6.75 บาท — ด่านสำคัญ/High 52 สัปดาห์
🚀 ผ่าน 6.75 บาท + Volume เข้า = มีโอกาสเปิดรอบใหม่
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 27 ส.ค. ราคาขยับในกรอบ 6.45–6.55 บาท ด้วยปริมาณประมาณ 0.94 ล้านหุ้น สะท้อนว่าราคากำลังพักตัวใกล้แนวต้าน มากกว่าการพุ่งขึ้นแบบเร่งตัว
⚡ จุดที่สายเทคนิคต้องดู
- Breakout
6.75 บาท คือ “ประตูด่านใหญ่”
ถ้าทะลุ High 52 สัปดาห์ 6.75 บาท ได้ และมาพร้อม Volume ที่ขยายตัว จะเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่น่าสนใจ เพราะเป็นการทำ New High ในรอบ 52 สัปดาห์ - Volume
ตอนนี้ต้องการเห็น Volume ระเบิดในวันที่ราคาทะลุแนวต้าน เพื่อยืนยันว่าเป็น Breakout จริง ไม่ใช่แค่การขึ้นไปทดสอบแล้วถูกขายกลับ - Momentum
บริเวณ 6.50 บาทยังถือว่าแข็งแรง แต่การขึ้นต่อจากจุดนี้ต้องอาศัยแรงซื้อใหม่ หาก Volume ไม่เพิ่ม ราคามีโอกาสแกว่งสะสมกำลังต่อ - Failure Breakout
ถ้าทะลุ 6.75 บาทแล้ว ยืนไม่ได้ + Volume ขายเพิ่ม ต้องระวัง False Breakout และการย่อตัวกลับเข้ากรอบเดิม
🎯 Trading Plan
สายเก็งกำไร:
รอราคา Break 6.75 บาท พร้อม Volume เด่น → ค่อยตามโมเมนตัม
สายรับย่อ:
จับตา 6.40–6.50 บาท หากราคาย่อแล้วมีแรงซื้อกลับ
จุดควบคุมความเสี่ยง:
หากหลุด 6.20 บาท อย่างมีนัยสำคัญ ภาพการสะสมระยะสั้นจะเริ่มเสียทรง
เป้าหมายเชิงเทคนิค:
หาก Breakout 6.75 บาทสำเร็จ เป้าหมายถัดไปควรประเมินจากแรงส่งและโครงสร้างกราฟหลัง Breakout มากกว่าการกำหนดตัวเลขตายตัว
🚨 สรุปแบบ “หุ้นสายเทคนิค”
TACC ยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา แต่เป็นหุ้นที่กำลังอยู่หน้าด่านสำคัญ!
6.75 บาท = จุดชี้ชะตา 🔥
ผ่าน + Volume มา = 🚀 เปิดเกม Breakout
ไม่ผ่าน = ⚠️ แกว่งสะสม/พักฐาน
จับตา ราคา + Volume + โมเมนตัม ให้พร้อม เพราะการเบรกครั้งนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางรอบถัดไป
ทั้งนี้เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์ โดย SET เองระบุว่าข้อมูลราคามีไว้เพื่อการศึกษา/ใช้งานส่วนบุคคล ไม่ใช่เพื่อประกอบการซื้อขายหลักทรัพย์โดยตรง
หมายเหตุ: ราคา 6.50 บาทที่ใช้วิเคราะห์คือราคาปิดวันที่ 27 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่พบจาก SET ณ เวลาค้นหา
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น TACC — บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
TACC เป็นหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มที่มีจุดเด่นจากการทำธุรกิจร่วมกับช่องทางค้าปลีกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ 7-Eleven / All Café ขณะเดียวกันก็พยายามขยายสินค้า B2C และธุรกิจลิขสิทธิ์ เพื่อเพิ่มฐานรายได้ของตัวเอง
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
TACC แบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 2 กลุ่ม
B2B — เครื่องดื่มเย็นใน Dispenser ของ 7-Eleven, เครื่องดื่มผงสำหรับ All Café, เครื่องดื่มตามฤดูกาล/สินค้า Special และเครื่องดื่มร้อน
B2C — เครื่องดื่มผงสำเร็จรูปแบรนด์ Na-Arun, น้ำเชื่อมผลไม้เข้มข้น, เครื่องดื่มผง TRIVA และธุรกิจ License
จุดแข็งสำคัญคือความสัมพันธ์กับ CPALL โดยบริษัทระบุว่าเข้าสู่ปีที่ 23 ของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และมีการต่อสัญญาอย่างต่อเนื่อง
📈 ผลประกอบการ: โตต่อเนื่อง ตัวเลขปี 2568 ถือว่าน่าสนใจมาก
| รายการ | 2567 | 2568 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| รายได้ | 1,970.87 ลบ. | 2,410.82 ลบ. | +22.3% |
| กำไรสุทธิ | 247.29 ลบ. | 299.17 ลบ. | +21.0% |
| EPS | 0.41 | 0.50 บาท | เพิ่มขึ้น |
| ROE | 34.37% | 39.74% | ดีขึ้น |
| D/E | 0.68x | 0.69x | ใกล้เคียงเดิม |
ประเด็นสำคัญ: TACC ไม่ได้โตแค่รายได้ แต่กำไรสุทธิก็เติบโตตาม ทำให้ภาพของบริษัทเป็นลักษณะ Growth + Cash Flow + Dividend มากกว่าหุ้นที่โตจากการเร่งลงทุนหนัก
🚀 ปี 2569 ยังเห็นสัญญาณเติบโต
งวด 1Q/2569 รายได้อยู่ที่ 640.28 ล้านบาท เพิ่มจาก 533.87 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มจาก 73.08 ล้านบาท เป็น 99.67 ล้านบาท หรือประมาณ +36% YoY
ที่น่าสนใจคือ
Net Margin เพิ่มเป็น 15.57%
ROE อยู่ที่ 38.82%
ROA อยู่ที่ 31.09%
D/E เพียง 0.58 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1Q/69 อยู่ที่ 77.19 ล้านบาท เทียบกับ 12.67 ล้านบาทใน 1Q/68
นี่เป็นจุดที่ผมมองว่า คุณภาพกำไรของ TACC ค่อนข้างดี เพราะไม่ได้เห็นเพียงกำไรทางบัญชี แต่กระแสเงินสดจากธุรกิจหลักก็ยังแข็งแรง
💰 จุดแข็งของ TACC
- มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่
การขายผ่าน 7-Eleven และ All Café ทำให้ TACC สามารถเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก และได้รับประโยชน์จากการขยายสาขาและการทำโปรโมชั่นของช่องทางดังกล่าว - ธุรกิจใช้เงินลงทุนไม่หนักมาก
บริษัทมี ROA และ ROE ในระดับสูง ขณะที่ D/E ไม่สูง จึงไม่ได้มีภาระหนี้ที่น่ากังวลมากนัก - มีโอกาสเติบโตจากสินค้าใหม่
การออก Seasonal Product, Special Product รวมถึงการขยาย B2C และ License ช่วยลดการพึ่งพารายได้จากสินค้าเดิมเพียงอย่างเดียว - กระแสเงินสดแข็งแรง
ปี 2568 มีเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 271.28 ล้านบาท และยังมีการจ่ายเงินออกทางกิจกรรมจัดหาเงินจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น/การจ่ายผลตอบแทน
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
ความเสี่ยงอันดับ 1 คือการพึ่งพา 7-Eleven/CPALL
แม้การมีพันธมิตรขนาดใหญ่เป็นข้อได้เปรียบ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้ TACC มีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้า หากเงื่อนไขทางการค้า การต่อสัญญา หรือยอดขายผ่านช่องทางดังกล่าวเปลี่ยนแปลง อาจกระทบรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงอันดับ 2 คือราคาวัตถุดิบ
ปี 2568 บริษัทระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่าง กาแฟปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ Gross Margin ลดจาก 33.22% เหลือ 32.13% แม้ยอดขายจะเติบโตแรงก็ตาม
ดังนั้นสิ่งที่ต้องดูต่อคือ ยอดขายโตเร็วแค่ไหน vs. Margin ถูกบีบมากแค่ไหน
ความเสี่ยงอันดับ 3 คือการบริโภค
ธุรกิจเครื่องดื่มเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกำลังซื้อ พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันด้านราคา หากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อาจกระทบยอดขายสินค้าบางประเภท
📊 มุมมองเชิงหุ้น
ข้อมูล SET ณ 27 ส.ค. 2569 ระบุราคาหุ้น TACC อยู่บริเวณ 6.50 บาท ขณะที่ Factsheet ณ 24 ส.ค. ระบุ P/E ประมาณ 11.15 เท่า, P/BV 4.56 เท่า, Market Cap ราว 3.92 พันล้านบาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 4.64–6.75 บาท
ตรงนี้ทำให้ภาพ TACC น่าสนใจตรงที่ P/E ไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไร แต่ P/BV ค่อนข้างสูง เพราะบริษัทมี ROE สูงมาก
มุมมองผม
พื้นฐาน: ⭐⭐⭐⭐½
การเติบโต: ⭐⭐⭐⭐½
ฐานะการเงิน: ⭐⭐⭐⭐½
ความเสี่ยง: ⭐⭐⭐
Valuation: ⭐⭐⭐⭐
ภาพรวม: “หุ้น Consumer Growth ที่น่าจับตา”
จุดที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือ กำไรโต + ROE สูง + หนี้ไม่สูง + กระแสเงินสดจากธุรกิจดี ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนการเติบโตแบบหุ้น Growth เต็มตัว
อย่างไรก็ตาม หากราคาขึ้นเข้าใกล้บริเวณ 6.75 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ จะต้องจับตาแรงขายและวอลุ่มเป็นพิเศษ เพราะเป็นบริเวณที่ตลาดจะทดสอบว่าหุ้นสามารถสร้าง New High ได้หรือไม่
🎯 สรุปแบบนักลงทุน
TACC ไม่ใช่หุ้นที่หวือหวาที่สุดในตลาด แต่เป็นหุ้นที่ “กำไรโตจริงและธุรกิจสร้างเงินสดจริง”
สิ่งที่ต้องติดตามต่อในปี 2569 คือ
ยอดขายผ่าน 7-Eleven → การเติบโตของ B2C → ราคาวัตถุดิบ → Gross Margin → กำไรสุทธิ
หาก รายได้ยังโตระดับสองหลัก + Margin ไม่หดตัวแรง + กำไรยังโตต่อ จะเป็นปัจจัยบวกต่อการ Re-rate ของหุ้นได้

