วิเคราะห์ หุ้น SNNP บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SNNP บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SNNP บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) SNNP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




กว่า 40 ปี เราพยายามและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ที่จะทำให้ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) (SNNP)
กลายเป็นผู้นำทางด้านการผลิตขนมขบเคี้ยวของไทย และทั่วโลก

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) (SNNP)
(ข้อมูลอ้างอิงจากแบบ 56-1, รายงานประจำปี และข้อมูลสาธารณะล่าสุด)

  1. ที่ดิน อาคาร และโรงงาน
    บริษัทมีโรงงานผลิตและคลังสินค้าหลักหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับการผลิตและกระจายสินค้า ได้แก่
    โรงงานบางบอน (สำนักงานใหญ่) – กรุงเทพมหานคร
    ใช้เป็นสำนักงานใหญ่ และศูนย์ควบคุมการบริหารงานหลักของกลุ่มบริษัท
    โรงงานสมุทรสาคร – ใช้สำหรับการผลิตสินค้าในกลุ่มขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่ม
    โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี – โรงงานผลิตสินค้าหลักของบริษัทและบริษัทย่อย
    คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) – ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่โรงงานหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดส่งสินค้า
    โรงงานในต่างประเทศ (กัมพูชา และเวียดนาม) – ภายใต้การบริหารของบริษัทย่อย เพื่อผลิตสินค้าและกระจายสู่ตลาดอาเซียน
  2. เครื่องจักรและอุปกรณ์
    • เครื่องจักรสำหรับผลิตและบรรจุขนมขบเคี้ยว เช่น เยลลี่ ฟรุ๊ตตี้ โลตัส คุกกี้
    • เครื่องจักรผลิตและบรรจุเครื่องดื่ม เช่น เจเล่, เจเล่บิวตี้, และเบฟเวอเรจในกลุ่มสุขภาพ
    • เครื่องจักรบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ และระบบควบคุมคุณภาพ (QC)
    • ระบบบำบัดน้ำเสียและอุปกรณ์สนับสนุนกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน GMP และ HACCP
  3. ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง
    รถบรรทุกและรถขนส่งสินค้า เพื่อกระจายสินค้าจากโรงงานไปยังตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
    รถยนต์ใช้งานสำหรับฝ่ายขายและฝ่ายบริหาร
  4. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
    ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ใช้บริหารจัดการข้อมูลการผลิต บัญชี และโลจิสติกส์
    ระบบควบคุมการผลิตอัตโนมัติ (Production Control System)
    ระบบคลังสินค้าและการจัดส่งแบบ Real-time
  5. สินทรัพย์อื่น ๆ
    • เครื่องมือสำนักงาน, เฟอร์นิเจอร์, และอุปกรณ์สำนักงาน
    • เครื่องหมายการค้า (แบรนด์ “Jele”, “Lotus”, “Bennett”, “Frutty”, “Mansome” ฯลฯ)
    • สิทธิการเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
    • สิทธิในสูตรผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเฉพาะ

กลุ่มบริษัทในเครือที่เปิดเผย
บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกิมเฮง จำกัด (KHF) — ก่อตั้งในปี 2534 โดยเป็นหนึ่งในบริษัทที่ SNNP ขยายกิจการร่วมด้วย เพื่อผลิต/จัดจำหน่ายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว
บริษัท สยาม เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด (SDF) — ก่อตั้งในปีเดียวกัน (2534) ภายใต้กลุ่มเดียวกัน เป็นอีกบริษัทในเครือในการผลิต/จัดจำหน่าย
หมายเหตุสำคัญ
แม้จะมีชื่อบริษัทดังกล่าวถูก “ก่อตั้ง” ร่วมกับ SNNP ในปี 2534 แต่จากแหล่งข้อมูลอิสระกลับพบว่า ทั้งสองบริษัท (KHF และ SDF) ปัจจุบันจดทะเบียนธุรกิจหลักไว้เป็นกิจการ ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าการผลิตอาหาร/ขนมขบเคี้ยว
รายงานอย่างเป็นทางการของ SNNP ระบุว่า “มีบริษัทย่อย (subsidiary) เพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์ของกลุ่มไปต่างประเทศ”



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)5,603,975.096,049,426.905,983,415.87
การขายผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่ม (พันบาท)2,433,572.572,613,407.800.00
การขายผลิตภัณฑ์กลุ่มขนม (พันบาท)3,122,571.943,402,444.233,248,146.93
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)474,887.00435,054.00428,539.55

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท ความเสี่ยงของบริษัท

ความเสี่ยงจะมี 2 ส่วนคือ

  • การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน
  • การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

ความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือกลุ่มบริษัทในปัจจุบันที่ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อมและสังคม


ข้อมูล ณ วันที่ 22 ส.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ ของบริษัท ศรีนานาพร (SNNP) ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน โดยเรียงตามลำดับเวลา พร้อมชี้จุดเปลี่ยนสำคัญที่เป็นก้าวใหญ่ของธุรกิจ
ปี พัฒนาการสำคัญ
พ.ศ. 2518 เริ่มต้นจากธุรกิจยี่ปั๊วค้าส่งขนม ย่านตลาดมหานาค กรุงเทพฯ 
พ.ศ. 2520 เห็นโอกาส จึงเช่าตึกแถวย่านบางแค เพื่อผลิตเมล็ดแตงโม (ผลิตภัณฑ์แรกๆ ของบริษัท) 
พ.ศ. 2521 ซื้อเครื่องจักรเพื่อผลิตเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลต ภายใต้แบรนด์ “คุณหนู” และ “กามเทพ” 
พ.ศ. 2522 ขยายซื้อที่ดินเพิ่ม 3 ไร่ เพื่อสร้างโรงงานผลิต พร้อมผลิตบิสกิตภายใต้แบรนด์ “ตราช้าง” ซึ่งเป็นโรงงานแรกของกลุ่มบริษัท 
พ.ศ. 2523 จัดตั้งบริษัทจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (ภายใต้ชื่อบริษัท ศรีเจริญ จำกัด) เพื่อมีทีมขายกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ 
พ.ศ. 2528 เริ่มส่งออกไปยังต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมขยายผลิตภัณฑ์มากขึ้น เช่น ผลไม้อบแห้ง ภายใต้แบรนด์ “Good Good” 

ทศวรรษ 2550 (ประมาณ พ.ศ. 2553 – 2558) บริษัทเลิกผลิต “ขนมปี๊บ” ที่เป็นจุดเริ่มต้น และหันมาโฟกัสผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เยลลี่พร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ เจเล่ และขนมปลาหมึกรุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ เบนโตะ ซึ่งกลายเป็นแบรนด์เรือธง 
พ.ศ. 2564 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (­­ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) 
พ.ศ. 2564 – 2565 รายได้และกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ: เช่นในปี 2564 รายได้ประมาณ 4,391 ล้านบาท กำไรสุทธิประมาณ 437 ล้านบาท 
ปัจจุบัน / แนวทางอนาคต • ขยายตลาดส่งออกกว่า 35 ประเทศ ใน 5 ทวีป 

  • เป้าหมายเพิ่มรายได้แตะ 8,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีหลังเข้าตลาดฯ 
  • เน้นผลิตภัณฑ์ในราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ (“ราคาห้าบาท”) พร้อมพัฒนาสินค้าพรีเมียมและหลากหลาย 
  • มุ่งมั่นเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน (sustainability) เช่น ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2575 

การเปลี่ยนโฟกัสจากธุรกิจเดิม (ขนมปี๊บ) มาเป็นธุรกิจผลิต & จำหน่ายขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม ถือเป็น “จุดเปลี่ยนยุทธศาสตร์” ที่ช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว แบรนด์เรือธงอย่าง “เจเล่” และ “เบนโตะ” มีสัดส่วนสำคัญในการสร้างรายได้และเป็นที่รู้จักในตลาดอย่างมากช่องทางตลาดทั้ง โมเดิร์นเทรด และ ค้าปลีกดั้งเดิม ถือว่าสำคัญต่อการกระจายสินค้า การเข้าสู่ตลาดหุ้นและตั้งเป้าขยายรายได้ เป็นสัญญาณว่าบริษัทมีแผนเติบโตระยะยาวและมีความพร้อมทางการเงิน การก้าวสู่ตลาดต่างประเทศแบบจริงจัง (ส่งออก / ตั้งโรงงานในต่างประเทศ) แสดงถึงความเป็นสากลและการลดพึ่งพาตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว 









Disclaimer

ใส่ความเห็น