1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
วิเคราะห์ หุ้น SMT บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SMT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Components) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี (Technology)
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 24 ก.ย. 2552 | 1,062.60 | ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ | SMT |
กำไรต่อหุ้น (บาท)
งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.36 | 0.28 | -0.19 | 0.03 | 0.05 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 4.06 | 2.38 | 3.20 | 2.96 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| – | 0.04 | บาท | 20 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| – | 0.07 | บาท | 21 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| – | 0.06 | บาท | 25 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.05 | บาท | 27 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
รับจ้างผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT เป็นผู้ให้บริการโซลูชันระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Total Electronic Solution Provider) โดยดำเนินธุรกิจหลักในด้านการผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการให้บริการด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ .
Stars Microelectronics
ข้อมูลทั่วไปของบริษัท
ชื่อบริษัท: บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์: SMT
ก่อตั้งเมื่อ: 22 ธันวาคม พ.ศ. 2538
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์: 23 กันยายน พ.ศ. 2552
ทุนจดทะเบียน: 1,062,599,227 บาท
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่: 605-606 หมู่ที่ 2 ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13160
ธุรกิจและผลิตภัณฑ์หลัก
SMT ให้บริการในด้านต่าง ๆ ดังนี้:
การผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์: รวมถึงการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCBA) และการประกอบแผงวงจรรวม (Integrated Circuit Packaging) .
การให้บริการด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์: ร่วมกับลูกค้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย .
การให้บริการด้านการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพ: เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิต.
บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCBA) ประมาณ 23% และจากการประกอบแผงวงจรรวม (Integrated Circuit Packaging) ประมาณ 40% .
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Stars Microelectronics (Thailand) Public Company Limited โดยทั่วไปแล้วจะประกอบด้วยทรัพย์สินในรูปแบบต่างๆ ดังนี้:
วัตถุดิบและสินค้าคงคลัง
วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น แผงวงจร ไอซี ฯลฯสินค้าระหว่างกระบวนการผลิต และสินค้าสำเร็จรูป
ที่ดินและอาคาร
โรงงานผลิตและสำนักงาน ที่ใช้ในการดำเนินงานด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์
อาจเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท หรือเช่าระยะยาว ที่ตั้งหลักอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
เครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น Surface Mount Technology (SMT), Wire Bonding, Molding ฯลฯ เครื่องมือวัดและทดสอบคุณภาพสินค้า
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ซอฟต์แวร์ ERP (เช่น SAP) และระบบควบคุมการผลิตคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และระบบเครือข่ายภายใน
ยานพาหนะ
รถยนต์เพื่อการดำเนินงาน เช่น รถขนส่งวัตถุดิบ/สินค้า หรือรถใช้ในสำนักงาน
ทรัพย์สินทางปัญญา (ถ้ามี)
สิทธิบัตร เทคโนโลยีเฉพาะที่บริษัทพัฒนาเองเครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า
กลุ่มบริษัทในเครือ
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (Stars Microelectronics (Thailand) Public Company Limited) หรือ SMT เป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronics Manufacturing Services: EMS) และการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ (Outsourced Semiconductor Assembly and Test: OSAT) โดยมีโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา .
บริษัทในเครือของ SMT จากข้อมูลที่มีอยู่ พบว่าบริษัทในเครือของ SMT ได้แก่:
Stars Microelectronics USA, Inc.: บริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ SMT ในระดับสากล .
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า SMT ดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น:
เอลเลค แอนด์ เอลเทค (ประเทศไทย) จำกัด
แอลไพน์ เทคโนโลยี แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)
ฟอร์ท อีเอ็มเอส จำกัด (มหาชน).
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น Stars Microelectronics (Thailand) (SMT)
SMT ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (EMS) รวมถึง Semiconductor Packaging และ Test Services ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงจาก AI, Data Center และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แต่ก็มีความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรติดตาม ดังนี้
ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น
SMT เป็นหุ้นขนาดเล็กถึงกลางที่มีความผันผวนสูง โดยราคาหุ้นเคลื่อนไหวแรงกว่าหุ้นไทยส่วนใหญ่ ทำให้มีความเสี่ยงด้าน Sentiment และแรงเก็งกำไรระยะสั้นสูง
สรุปสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักของ SMT คือ “ความผันผวนของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์” และ “การพึ่งพาคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่” ซึ่งอาจทำให้กำไรขึ้นลงแรงในแต่ละรอบธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม หากกระแส AI, Data Center, Automotive Electronics และ Advanced Packaging ยังเติบโตต่อเนื่อง SMT มีโอกาสได้รับอานิสงส์ในระยะยาว แต่ผู้ลงทุนควรยอมรับความผันผวนที่สูงกว่าหุ้น Defensive ทั่วไปได้ก่อนเข้าลงทุน.
ความเสี่ยงจากวัฏจักรอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์มีลักษณะเป็นวัฏจักร (Cyclical) หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ลูกค้าลดคำสั่งซื้อ หรือเกิดภาวะชิปล้นตลาด อาจทำให้รายได้และกำไรของ SMT ผันผวนได้มากกว่าธุรกิจทั่วไป
ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
SMT มีฐานลูกค้าต่างประเทศและลูกค้าอุตสาหกรรมเฉพาะทาง หากลูกค้าหลักรายใดลดคำสั่งซื้อ ย้ายฐานการผลิต หรือเปลี่ยนผู้รับจ้างผลิต อาจส่งผลกระทบต่อรายได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ธุรกิจ EMS และ Semiconductor Packaging มีผู้เล่นรายใหญ่ทั้งในจีน ไต้หวัน มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งแข่งขันกันด้านราคา เทคโนโลยี และกำลังการผลิตอย่างรุนแรง หาก SMT ไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันตลาด อาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดได้
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ต้องลงทุนเครื่องจักรและระบบใหม่อย่างต่อเนื่อง หากบริษัทลงทุนผิดทิศทาง หรือเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ล้าสมัย อาจกระทบความสามารถในการแข่งขันและผลตอบแทนจากการลงทุน
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
SMT มีรายได้หลักเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ต้นทุนบางส่วนเป็นเงินบาท การแข็งค่าของเงินบาทอาจกดดันรายได้และอัตรากำไรสุทธิได้
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน การขึ้นภาษีนำเข้า หรือข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี อาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและความต้องการชิปทั่วโลกได้
ความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิต
ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า ค่าแรง และต้นทุนขนส่งมีผลต่อกำไรของบริษัท หากต้นทุนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการส่งผ่านราคาไปยังลูกค้า จะกระทบอัตรากำไรทันที
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูล ณ วันที่ 02 พ.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | UBS SWITZERLAND AG | 75,376,674 | 8.91 |
| 2 | นาย นัทธพงศ์ ไชยกุล | 66,368,800 | 7.85 |
| 3 | น.ส. นันทิชา ไชยกุล | 41,700,000 | 4.93 |
| 4 | บริษัท ไทย ซีกซ์ จำกัด | 41,495,962 | 4.91 |
| 5 | น.ส. ลักษิกา ไชยกุล | 41,000,000 | 4.85 |
| 6 | นาย พร้อมพงศ์ ไชยกุล | 38,225,668 | 4.52 |
| 7 | บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) | 31,694,100 | 3.75 |
| 8 | น.ส. อรนุช ไชยกุล | 30,032,000 | 3.55 |
| 9 | น.ส. ฉลองรัตน์ ไวลิขิต | 24,627,200 | 2.91 |
| 10 | นาย สมนึก ไชยกุล | 22,211,200 | 2.63 |
| 11 | นาย ศรัณย์ ไชยกุล | 20,120,000 | 2.38 |
| 12 | นาย เพชร ไวลิขิต | 19,400,000 | 2.29 |
| 13 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 15,365,154 | 1.82 |
| 14 | นาย ทรงชัย อัจฉริยหิรัญชัย | 12,958,000 | 1.53 |
| 15 | นาย ศุภกิจ ดำรงค์สุทธิพงศ์ | 11,096,000 | 1.31 |
| 16 | น.ส. พินิดา ไชยกุล | 9,991,110 | 1.18 |
| 17 | น.ส. พัสสน ไชยกุล | 9,844,348 | 1.16 |
| 18 | น.ส. พินธัส ไชยกุล | 8,988,448 | 1.06 |
| 19 | น.ส. ชญาดา นราธัศจรรย์ | 4,910,000 | 0.58 |
| 20 | นาง ชัชชญา ทัพอินพรหม | 4,880,800 | 0.58 |
คณะกรรมการ / ผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ปรีชา จรุงกิจอนันต์ | ประธานกรรมการ (รักษาการ), กรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ |
| 2 | นาย พร้อมพงศ์ ไชยกุล | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, รองประธานกรรมการ |
| 3 | นาย จิตรเกษม งามนิล | กรรมการ |
| 4 | นาย นัทธพงศ์ ไชยกุล | กรรมการ |
| 5 | นาย ยรรยงค์ สวัสดิ์ | กรรมการ |
| 6 | นาย กำพล ปัญญาโกเมศ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 7 | นาย เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TEAM Precision Public Company Limited เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร โดยมีการให้บริการตั้งแต่การออกแบบ ผลิต จัดหาวัตถุดิบ ไปจนถึงการทดสอบและบริการหลังการขาย ทั้งนี้ บริษัทมีพัฒนาการที่สำคัญหลายด้านตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน โดยสามารถสรุปพัฒนาการที่สำคัญได้ดังนี้:
พัฒนาการที่สำคัญของบริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)
ก่อตั้งบริษัท
ก่อตั้งเมื่อปี 2533 (1990) โดยกลุ่มวิศวกรไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์
ขยายกำลังการผลิต
ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 บริษัทได้ขยายโรงงานผลิตหลายแห่ง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
บริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อปี 2547 (2004) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการระดมทุนและขยายธุรกิจ
การรับรองมาตรฐานคุณภาพ
ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลหลายรายการ เช่น ISO 9001, ISO 14001, IATF 16949 และมาตรฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ซึ่งส่งเสริมความน่าเชื่อถือในระดับสากล
การขยายตลาดต่างประเทศ
ขยายฐานลูกค้าไปยังยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น และจีน ทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่
บริษัทมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านเครื่องจักรอัตโนมัติ ระบบการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และระบบ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
พัฒนาและเสริมสร้างความยั่งยืน
บริษัทมีแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
การปรับโครงสร้างและกลยุทธ์ทางธุรกิจ
ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัว พร้อมทั้งพัฒนาโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก เช่น การเข้าสู่ธุรกิจ smart electronics และการให้บริการด้านวิศวกรรมครบวงจร (ODM/EMS)
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงฐานะการเงินหน่วย: ล้านบาท
| งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 119.26 | 128.26 | 286.00 | 200.17 | 408.50 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 370.06 | 267.45 | 426.69 | 340.58 | 319.47 |
| สินค้าคงเหลือ | 712.04 | 599.48 | 468.63 | 632.05 | 472.63 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 1,211.70 | 1,016.44 | 1,251.81 | 1,186.95 | 1,213.47 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 1,446.33 | 1,301.24 | 1,099.17 | 1,273.37 | 1,046.87 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 1,504.91 | 1,370.60 | 1,168.94 | 1,340.39 | 1,124.92 |
| รวมสินทรัพย์ | 2,716.61 | 2,387.04 | 2,420.76 | 2,527.34 | 2,338.39 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 25.89 | – | 50.00 | – | 60.00 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 388.55 | 238.43 | 368.18 | 348.42 | 342.10 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 154.38 | – | – | – | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 585.68 | 250.20 | 525.27 | 370.47 | 410.12 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 241.73 | 70.09 | 79.74 | 73.77 | 75.26 |
| รวมหนี้สิน | 827.40 | 320.29 | 605.01 | 444.24 | 485.38 |
| ทุนจดทะเบียน | 1,062.60 | 1,062.60 | 1,062.60 | 1,062.60 | 1,062.60 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 841.71 | 845.58 | 845.58 | 845.58 | 845.58 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 429.04 | 440.66 | 440.66 | 440.66 | 440.66 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 547.81 | 740.80 | 518.31 | 769.59 | 572.02 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | 17.36 | 51.21 | 76.05 | 63.27 | 82.17 |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 83.34 | 85.61 | 85.15 | 85.61 | 74.86 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | – | – | – | – | – |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 1,884.55 | 2,061.44 | 1,813.65 | 2,078.18 | 1,850.97 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 4.66 | 5.31 | 2.09 | 4.92 | 2.04 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จหน่วย: ล้านบาท
| งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 2,835.46 | 2,580.44 | 2,096.83 | 508.68 | 444.22 |
| รายได้อื่น | 81.87 | 66.77 | 40.14 | 26.34 | 103.73 |
| รวมรายได้ | 2,917.33 | 2,647.22 | 2,140.42 | 535.02 | 549.99 |
| ต้นทุน | 2,244.48 | 2,083.68 | 2,035.82 | 425.70 | 442.49 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 319.63 | 308.90 | 271.22 | 68.00 | 65.19 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 2,571.08 | 2,397.32 | 2,308.87 | 500.63 | 507.69 |
| EBITDA | 573.71 | 463.84 | 41.85 | 86.90 | 91.53 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 227.46 | 213.94 | 210.30 | 52.51 | 49.22 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 346.25 | 249.90 | -168.44 | 34.39 | 42.31 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 303.52 | 235.35 | -164.46 | 28.79 | 43.73 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.36 | 0.28 | -0.19 | 0.03 | 0.05 |
งบกระแสเงินสด งบกระแสเงินสดหน่วย: ล้านบาท
| งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 526.88 | 511.64 | 153.23 | 101.64 | 72.21 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -34.09 | -61.31 | 38.63 | -17.32 | 46.70 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -409.20 | -441.33 | -34.12 | -12.41 | 3.58 |
| เงินสดสุทธิ | 83.59 | 9.00 | 157.74 | 71.91 | 122.49 |
วิเคราะห์งบการเงิน
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น Stars Microelectronics (Thailand) (SMT)
SMT เป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EMS) และธุรกิจประกอบ-ทดสอบชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งผลประกอบการในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวบางส่วนในปี 2025
สรุปผลประกอบการย้อนหลัง
| ปี | รายได้ (ล้านบาท) | กำไรสุทธิ (ล้านบาท) | ROE |
|---|---|---|---|
| 2022 | 2,917 | 303.5 | 17.55% |
| 2023 | 2,647 | 235.4 | 11.93% |
| 2024 | 2,140 | -164.5 | -8.49% |
| 2025 | 2,172 | -60.1 | -3.42% |
จุดเด่นของงบการเงิน
✅ ฐานะการเงินแข็งแรง
สินทรัพย์รวม 2,349 ล้านบาท
หนี้สินรวมเพียง 641 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้นสูงถึง 1,707 ล้านบาท
D/E อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับบริษัทอุตสาหกรรมเดียวกัน ทำให้ความเสี่ยงทางการเงินไม่สูง
✅ ขาดทุนลดลงชัดเจน
ปี 2024 ขาดทุน 164 ล้านบาท
ปี 2025 ขาดทุนเหลือ 60 ล้านบาท
ลดการขาดทุนลงกว่า 63% สะท้อนการควบคุมต้นทุนและการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อ
✅ ยังมีกระแสเงินสดอิสระเป็นบวก
Free Cash Flow ปี 2025 อยู่ที่ 16 ล้านบาท
แม้กำไรสุทธิยังติดลบ แต่ธุรกิจยังสร้างเงินสดได้ ไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตสภาพคล่อง
จุดที่ต้องระวัง
⚠️ รายได้ยังไม่กลับสู่ระดับเดิม
รายได้ปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 2,050 ล้านบาท
ต่ำกว่าช่วงพีคปี 2022 ที่เกือบ 2,900 ล้านบาท
แสดงว่าคำสั่งซื้อจากลูกค้ายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
⚠️ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงแรง
Gross Margin ปี 2022–2023 อยู่ระดับ 20%
ปี 2025 เหลือเพียง 4.33%
สะท้อนการแข่งขันด้านราคาและกำลังการผลิตที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ
⚠️ ROE ยังติดลบ
ROE ปี 2025 อยู่ที่ -3.42%
ยังไม่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นจนกว่าจะกลับมามีกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง
มุมมองเชิงลงทุน
ระยะสั้น
SMT ยังอยู่ในช่วง “Turnaround” การขาดทุนลดลงต่อเนื่อง หากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์กลับมาฟื้นตัวแรงในปี 2026 มีโอกาสพลิกกลับมามีกำไรได้อีกครั้ง
ระยะกลาง-ยาว
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ
คำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin)
ความสามารถในการกลับมาสร้างกำไรสุทธิอย่างยั่งยืน
หาก Gross Margin กลับขึ้นไปใกล้ระดับ 10–15% ได้อีกครั้ง กำไรของ SMT มีโอกาสฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ เพราะบริษัทมีฐานทุนแข็งแรงและหนี้ต่ำอยู่แล้ว
คะแนนงบการเงิน (เต็ม 10)
| ด้าน | คะแนน |
|---|---|
| ฐานะการเงิน | 8/10 |
| การเติบโตของรายได้ | 5/10 |
| ความสามารถทำกำไร | 4/10 |
| กระแสเงินสด | 7/10 |
| โอกาส Turnaround | 8/10 |
คะแนนรวม: 6.4/10
บทสรุป: SMT เป็นหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่มีฐานะการเงินแข็งแรง หนี้ต่ำ และกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวัฏจักรขาลงของอุตสาหกรรม หากผลประกอบการกลับมามีกำไรในปี 2026 ได้จริง หุ้นมีโอกาสได้รับการ re-rating แต่ในปัจจุบันยังเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และเน้นเก็งกำไรการฟื้นตัวของกำไรในอนาคตมากกว่าการลงทุนแบบเน้นกำไรปัจจุบัน.
8. Technical analysis
วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น STARS MICROELECTRONICS (THAILAND) (SMT)
ราคาปิดล่าสุดอยู่ที่ 2.94 บาท หลังถูกแรงขายกดลงแรง -8.70% ในวันล่าสุด โดยแกว่งตัวในกรอบ 2.82–3.24 บาท ขณะที่จุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 3.58 บาท
ภาพรวมทางเทคนิค
แนวโน้มหลักยังอยู่ในช่วง ขาขึ้นระยะกลาง (Uptrend) หลังจากฟื้นตัวจากโซน 1 บาทขึ้นมามากกว่า 100% ในรอบปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงแรงล่าสุดเป็นสัญญาณว่าเกิด แรงขายทำกำไรระยะสั้น
ราคากำลังทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 2.80–2.90 บาท
หากยืนเหนือโซนนี้ได้ มีโอกาสรีบาวด์กลับขึ้นไปทดสอบยอดเดิม
แนวรับสำคัญ
2.80 บาท
2.60 บาท
2.40 บาท
แนวต้านสำคัญ
3.10 บาท
3.25 บาท
3.55–3.60 บาท (High เดิม)
มุมมองการเก็งกำไร
✅ กรณีเชิงบวก
ยืนเหนือ 2.80 บาทได้
ผ่าน 3.10 บาทด้วยวอลุ่มหนาแน่น
เป้าหมายถัดไป 3.25 และ 3.55 บาท
⚠️ กรณีเชิงลบ
หลุด 2.80 บาท
มีโอกาสย่อลงทดสอบ 2.60 และ 2.40 บาท
ปัจจัยพื้นฐานที่ต้องติดตาม
SMT เป็นผู้ให้บริการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และ EMS โดยไตรมาส 1/2569 รายได้เติบโตประมาณ 35% YoY แต่กำไรสุทธิลดลงจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป
🚀 SMT เป็นหุ้นขนาดเล็กที่มีความผันผวนสูง เหมาะกับสายเก็งกำไร
แนวโน้มใหญ่ยังไม่เสียทรง
แนวรับสำคัญ 2.80 บาท
แนวต้านแรก 3.10 บาท
ผ่าน 3.25 บาทได้ มีลุ้นกลับไปทดสอบ 3.55–3.60 บาท
หากหลุด 2.80 บาท ควรระวังแรงขายรอบใหม่
กลยุทธ์: นักลงทุนสายเทคนิคสามารถรอสะสมบริเวณ 2.80–2.90 บาท และใช้ 2.60 บาทเป็นจุดตัดขาดทุน ส่วนสายรุกอาจรอจังหวะ Breakout เหนือ 3.10 บาทเพื่อยืนยันรอบขึ้นใหม่.
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น Stars Microelectronics (Thailand) (SMT) บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ภาพรวมธุรกิจ
SMT เป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์แบบครบวงจร (EMS และ OSAT) ครอบคลุมการประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ การทดสอบชิป การผลิตอุปกรณ์ Fiber Optic และเทคโนโลยี MEMS โดยมีลูกค้าหลักอยู่ในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย
จุดแข็งสำคัญของ SMT คือการมีระบบการผลิตแบบ Vertical Integration ตั้งแต่ระดับชิปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ซึ่งช่วยเพิ่มมาร์จิ้นและสร้างความได้เปรียบเหนือผู้ผลิตทั่วไป
ผลประกอบการล่าสุด
ปี 2568 บริษัทมีรายได้ประมาณ 2.05 พันล้านบาท แม้รายได้ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่สามารถลดผลขาดทุนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข่าวดีคือ ไตรมาส 1/2569 SMT กลับมามีกำไรสุทธิประมาณ 11 ล้านบาท จากรายได้ 631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY สะท้อนการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
วิเคราะห์ทางเทคนิค
แนวโน้มหลัก
ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงจากโซนต่ำกว่า 1 บาท สู่ระดับ 2-3 บาท
เส้นค่าเฉลี่ยระยะกลางเริ่มเรียงตัวเป็นขาขึ้น
ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แสดงถึงแรงเก็งกำไรและแรงสะสม
แนวรับสำคัญ
2.40 บาท
2.20 บาท
แนวต้านสำคัญ
2.80 บาท
3.00 บาท
3.30 บาท
หากผ่าน 3.00 บาทได้อย่างมั่นคง มีโอกาสเกิดรอบเก็งกำไรใหม่และทดสอบโซน 3.30–3.50 บาทได้
ปัจจัยบวก
✅ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เริ่มฟื้นตัว
✅ กลับมามีกำไรในไตรมาสล่าสุด
✅ ฐานลูกค้าต่างประเทศขนาดใหญ่
✅ ธุรกิจ Fiber Optic และ AI Infrastructure มีแนวโน้มเติบโตตามการลงทุน Data Center ทั่วโลก
✅ ราคาหุ้นยังมีขนาดเล็ก ทำให้เกิดแรงเก็งกำไรได้ง่าย
ความเสี่ยง
⚠️ รายได้พึ่งพาตลาดส่งออกสูง
⚠️ ความผันผวนของวัฏจักรอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
⚠️ กำไรยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ต้องติดตามความต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป
⚠️ หุ้นขนาดเล็ก มีความผันผวนสูงกว่ากลุ่ม DELTA, HANA และ KCE
มุมมองการลงทุน
SMT เป็นหุ้นเทคโนโลยีขนาดเล็กที่กำลังอยู่ในช่วง “Turnaround” หลังผลประกอบการเริ่มกลับมาฟื้นตัว หากกำไรสามารถเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีโอกาสได้รับการ Re-rating จากตลาดอีกครั้ง
สรุปสั้นๆ
🚀 SMT = หุ้นเซมิคอนดักเตอร์สาย Turnaround
🔥 กำไรกลับมาแล้ว
🔥 อานิสงส์ AI และ Data Center
🔥 ลุ้นรอบเก็งกำไรหากทะลุ 3 บาท
เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้สูงและต้องการเก็งกำไรกับการฟื้นตัวของธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ในรอบใหม่ของโลก.

