วิเคราะห์ หุ้น SCG บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SCG บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SCG บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SCG อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร (Resources)





บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน)
(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2567) เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าแบบ Small Power Producer (SPP) ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับ กฟผ. และโรงงานในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา
ด้านล่างคือ ที่ตั้ง โรงไฟฟ้า สาขา ทรัพย์สิน รถ และที่ดินของบริษัทและกลุ่มบริษัท
1) ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
636 หมู่ 11 ถนนสุขาภิบาล 8 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20230
ตั้งอยู่ใน สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา (Saha Group Industrial Park – Sriracha)
เป็นที่ตั้งสำนักงานบริหารและโรงไฟฟ้าหลักของบริษัท
2) ที่ตั้งโรงไฟฟ้าและโครงการพลังงาน
(1) โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Cogeneration
ที่ตั้ง: สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา จ.ชลบุรี
กำลังผลิตไฟฟ้าประมาณ 214 MW
ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำให้โรงงานอุตสาหกรรมและขายไฟให้ กฟผ.
โรงไฟฟ้าใหม่ (SPP Replacement)
เปิดดำเนินการปี 2567
กำลังผลิต 79.5 MW
ไอน้ำ 75 ตัน/ชั่วโมง
(2) โรงไฟฟ้าชีวมวล Lamphun
ดำเนินการโดย
บริษัท สหโคเจน กรีน จำกัด (Sahacogen Green Co., Ltd.)
ที่ตั้ง: สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ จังหวัดลำพูน
กำลังผลิต
ไฟฟ้า 9.6 MW
ไอน้ำ 25 ตัน/ชั่วโมง
(3) โรงไฟฟ้าชีวมวล Kamphaeng Phet
ดำเนินการโดย
บริษัท สหากรีน ฟอเรสต์ จำกัด (Sahagreen Forest Co., Ltd.)
ที่ตั้ง: อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร
กำลังผลิตไฟฟ้า 7.5 MW
(4) โครงการ Solar Rooftop
ดำเนินการโดย
Impact Solar Co., Ltd.
บริษัทถือหุ้นประมาณ 21%
โครงการติดตั้ง Solar Rooftop ให้โรงงานอุตสาหกรรม
เป้าหมายกำลังผลิตรวมประมาณ 53 MW
3) สาขา / บริษัทในเครือหลัก
โครงสร้างธุรกิจของกลุ่มสหโคเจน ได้แก่
Sahacogen (Chonburi) PCL – โรงไฟฟ้าก๊าซ Cogeneration
Sahacogen Green Co., Ltd. – โรงไฟฟ้าชีวมวล ลำพูน
Sahagreen Forest Co., Ltd. – โรงไฟฟ้าชีวมวล กำแพงเพชร
Impact Solar Co., Ltd. – ธุรกิจ Solar Rooftop
Solarist Holding Co., Ltd. – ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์
4) ทรัพย์สินสำคัญของบริษัท
ข้อมูลสินทรัพย์หลักของบริษัท เช่น
ที่ดิน
โรงไฟฟ้าและเครื่องจักรผลิตไฟฟ้า
อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
เครื่องมือและอุปกรณ์
รถยนต์
สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง
ตัวอย่างมูลค่าทางบัญชี
ที่ดินประมาณ 884 ล้านบาท
โรงไฟฟ้าและเครื่องจักรประมาณ 3,138 ล้านบาท
อาคารประมาณ 163 ล้านบาท
รถยนต์ประมาณ 3 ล้านบาท
5) ยานพาหนะ (รถของบริษัท)
บริษัทมี รถยนต์บริษัทและรถปฏิบัติการโรงไฟฟ้า เช่น
รถยนต์ผู้บริหาร
รถบริการภายในโรงไฟฟ้า


บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน)
โครงสร้างกลุ่มบริษัทของ บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Ratch Pathana Energy PCL แต่ยังใช้ตัวย่อหุ้น SCG) ประกอบด้วยบริษัทแม่และบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน เช่น ชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์
1) บริษัทแม่
บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน)
ธุรกิจหลัก: ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชัน (SPP)
เชื้อเพลิงหลัก: ก๊าซธรรมชาติ
ที่ตั้งโรงไฟฟ้า: นิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี
2) บริษัทย่อยในกลุ่ม

Solarist Holding Company Limited / Solarist Company Limited
ธุรกิจ: ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power)

Sahacogen Green Company Limited (SGN)
ธุรกิจ: โรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass Power Plant – VSPP)
กำลังผลิตประมาณ: 9.6 MW และไอน้ำ 25 ตัน/ชั่วโมง
ที่ตั้ง: นิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ จังหวัดลำพูน

Saha Green Forest Company Limited (SGF)
ธุรกิจ: โรงไฟฟ้าชีวมวล (VSPP)
เป็นการร่วมลงทุนกับกลุ่มธุรกิจกระดาษของ SCG (Siam Cement Group)
ที่ตั้ง: อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร

Sahagreen Energy Company Limited (SGE)
ธุรกิจ: ผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล เช่น เม็ดเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass Pellet) เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้า

Impact Solar Company Limited
ธุรกิจ: ติดตั้งและจำหน่ายระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Solar Rooftop



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)5,784,383.005,421,440.003,686,279.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)5,784,383.005,421,440.003,686,279.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงที่สำคัญของ บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) (SCG) สามารถสรุปได้ดังนี้ โดยอ้างอิงจากแบบ 56-1 One Report และหนังสือชี้ชวนของบริษัท

ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม
ความต้องการใช้ไอน้ำและไฟฟ้าของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ
หากเศรษฐกิจชะลอตัว โรงงานลดกำลังการผลิต หรือภาคการส่งออกอ่อนแอ อาจทำให้ยอดขายสาธารณูปโภคลดลง
มุมมองสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงของ SCG จัดอยู่ในระดับ ปานกลาง เมื่อเทียบกับหุ้นโรงไฟฟ้า SPP เนื่องจาก
มีรายได้ส่วนหนึ่งจากสัญญาระยะยาวกับ กฟผ. ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงของกระแสเงินสด
แต่ยังมีความอ่อนไหวต่อปริมาณการใช้ไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรม ต้นทุนเชื้อเพลิง และการต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในอนาคต
สำหรับผู้ลงทุน ควรติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การต่ออายุสัญญา PPA, แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติ, อัตราการใช้กำลังการผลิตของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม และแผนลงทุนโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ของบริษัท ซึ่งล้วนมีผลต่อการเติบโตในระยะยาว.

ความเสี่ยงจากการจัดหาก๊าซธรรมชาติ (Fuel Supply Risk)
ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ
หากเกิดการขาดแคลนก๊าซ การหยุดซ่อมท่อส่งก๊าซ หรือปริมาณก๊าซไม่เพียงพอ อาจทำให้กำลังการผลิตลดลง
แม้ว่าบริษัทจะมีระบบเชื้อเพลิงสำรอง แต่มีต้นทุนสูงกว่าก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้กำไรลดลงได้

ความเสี่ยงจากการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้า
เครื่องกังหันก๊าซ หม้อไอน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สำคัญ
หากเกิดการชำรุดหรือหยุดเดินเครื่องโดยไม่คาดคิด
รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำจะลดลง
มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น
บริษัทจึงมีแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อลดความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
รายได้หลักมาจาก
การขายไฟฟ้าให้ กฟผ.
การจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำให้โรงงานในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์
หากลูกค้าอุตสาหกรรมลดกำลังการผลิต ปิดกิจการ หรือย้ายฐานการผลิต จะกระทบต่อปริมาณการใช้ไอน้ำและไฟฟ้าโดยตรง

ความเสี่ยงจากการหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)
รายได้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ.
หากการต่ออายุสัญญาเป็นไปตามเงื่อนไขที่ไม่เอื้ออำนวย หรือไม่ได้รับการต่อสัญญา อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ระยะยาวของบริษัท

ความเสี่ยงด้านกฎหมายและกฎระเบียบ
ธุรกิจโรงไฟฟ้าถูกกำกับโดยกฎหมายด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และใบอนุญาตต่าง ๆ
หากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย มาตรฐานการปล่อยมลพิษ หรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
โรงไฟฟ้ามีความเสี่ยงจากอัคคีภัย การรั่วไหลของเชื้อเพลิง และอุบัติเหตุจากการดำเนินงาน
หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง อาจกระทบต่อการผลิต ชื่อเสียง และต้นทุนในการฟื้นฟู

ความเสี่ยงจากต้นทุนการดำเนินงาน
แม้ต้นทุนก๊าซบางส่วนสามารถส่งผ่านตามสูตรในสัญญาได้ แต่ยังมีต้นทุนอื่น ๆ เช่น
ค่าซ่อมบำรุง
ค่าแรง
ค่าอะไหล่นำเข้า
หากต้นทุนเหล่านี้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ จะกดดันอัตรากำไรของบริษัท


ข้อมูล ณ วันที่ 02 พ.ค. 2568



บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำแบบโคเจนเนอเรชัน (Cogeneration / SPP) โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้าและไอน้ำให้กับการไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก
ลำดับพัฒนาการที่สำคัญ
ปี 2539 (1996)
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2539 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชันในจังหวัดชลบุรี
ช่วงปลายทศวรรษ 2540 – 2550
เริ่มพัฒนาและเดินเครื่อง โรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชัน (SPP) ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง
จำหน่ายไฟฟ้าให้กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และลูกค้าอุตสาหกรรมในพื้นที่ศรีราชาและนิคมอุตสาหกรรมใกล้เคียง
ช่วงปี 2550–2560
ขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
เริ่มลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เช่น โรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อสอดคล้องกับนโยบายพลังงานของประเทศ
ปี 2563
บริษัทได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการในระดับ 5 ดาว
ปี 2564
ATCH Group เข้าซื้อหุ้น 51% ของบริษัทจากกลุ่มสหพัฒน์ มูลค่าประมาณ 3,413 ล้านบาท ทำให้บริษัทกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม RATCH
โรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 214 เมกะวัตต์ และผลิตไอน้ำได้ประมาณ 96 ตันต่อชั่วโมง
ปี 2565
บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรระดับ A แนวโน้ม Stable จาก TRIS Rating สะท้อนฐานะทางการเงินและศักยภาพการดำเนินธุรกิจ
ปี 2566–2567
ดำเนินโครงการ SPP Replacement สร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า
ปี 2567 รีแบรนด์องค์กรเป็น บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) เพื่อสะท้อนการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม RATCH และขยายธุรกิจพลังงานในอนาคต พร้อมลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ประมาณ 2.7 พันล้านบาท กำลังผลิต 79.5 เมกะวัตต์
สรุปภาพรวมพัฒนาการ
ก่อตั้งปี 2539 เพื่อผลิตไฟฟ้าแบบโคเจนเนอเรชัน
พัฒนาโรงไฟฟ้า SPP และจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. และอุตสาหกรรม
ขยายสู่พลังงานหมุนเวียน เช่น ชีวมวล
ปี 2564 RATCH เข้าถือหุ้นใหญ่
ปี 2567 รีแบรนด์เป็น “ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี” และลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่







⚡ SCG กำลังซ่อน “ของดี” ไว้หรือไม่? หุ้นโรงไฟฟ้าที่สายเทคนิคจับตา สาย VI เริ่มสะสม!
เปลี่ยนชื่อ…แต่เกมธุรกิจใหญ่กว่าเดิม!
จาก บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) สู่ บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) แต่ยังใช้ตัวย่อ SCG เหมือนเดิม พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานเต็มกำลัง!
🔥 จุดเด่นที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
⚡ รายได้ประจำ (Recurring Income) จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ
⚡ ลูกค้าหลักคือ กฟผ. และโรงงานในเครือสหพัฒน์ ซึ่งมีความต้องการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง
⚡ ธุรกิจโรงไฟฟ้าที่กระแสเงินสดค่อนข้างมั่นคง ผันผวนน้อยกว่าหุ้นวัฏจักรหลายกลุ่ม
⚡ เดินหน้ารุกพลังงานสะอาด ทั้ง Biomass และ Solar Rooftop รองรับเมกะเทรนด์พลังงานแห่งอนาคต
⚙️ สินทรัพย์ระดับ “สร้างรายได้”
✅ โรงไฟฟ้า Cogeneration กำลังผลิต 154.2 MW
✅ กำลังผลิตไอน้ำ 110 ตัน/ชั่วโมง
✅ โรงไฟฟ้าชีวมวลลำพูน 9.6 MW
✅ โรงไฟฟ้าชีวมวลกำแพงเพชร 7.5 MW
✅ ระบบผลิตและจำหน่ายไอน้ำ
✅ ระบบท่อส่งไอน้ำ
✅ ระบบสายส่งไฟฟ้า
✅ Solar Rooftop
✅ ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และระบบควบคุมโรงไฟฟ้าครบวงจร
🚀 ปัจจัยบวกที่อาจเป็น “ตัวเร่ง” ราคาหุ้น
📈 ความต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น
📈 Solar Rooftop มีโอกาสสร้างรายได้ใหม่
📈 การขยายกำลังการผลิตในอนาคต
📈 รายได้ประจำช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการ
📈 หากต้นทุนก๊าซลดลง กำไรมีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น
⚠️ ปัจจัยที่ต้องจับตา

  • ราคาก๊าซธรรมชาติ
  • ค่าไฟฟ้า Ft
  • ผลประกอบการรายไตรมาส
  • แผนลงทุนโครงการใหม่
  • ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรม
  • ต้นทุนทางการเงินและอัตราดอกเบี้ย
    📊 มุมมองสายเทคนิค
    หุ้นลักษณะนี้มักเริ่มมีแรงสะสมก่อนงบออกหรือก่อนมีข่าวบวก หากเห็น Volume เพิ่มพร้อมราคาทะลุแนวต้านสำคัญ มีโอกาสเข้าสู่รอบใหม่ได้ แต่หากหลุดแนวรับหลัก ควรบริหารความเสี่ยงตามแผน
    💎 มุมมองสาย VI
    SCG เป็นหุ้นที่มีจุดแข็งจาก รายได้ประจำ กระแสเงินสดสม่ำเสมอ และฐานธุรกิจพลังงานที่มีความมั่นคง ขณะที่การขยายสู่ Biomass และ Solar Rooftop ช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว หากบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงได้ดีและเพิ่มกำลังผลิตอย่างต่อเนื่อง มูลค่าธุรกิจอาจเติบโตได้อีกในอนาคต
    🎯 บทสรุป
    SCG ไม่ใช่หุ้นที่หวือหวา…แต่เป็นหุ้นที่นักลงทุนหลายคนมองหาในช่วงตลาดผันผวน
    ✔ รายได้ประจำแข็งแกร่ง
    ✔ ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีความมั่นคง
    ✔ เดินหน้าพลังงานสะอาด
    ✔ มีโอกาสเติบโตจากโครงการใหม่
    คำถามสำคัญคือ…ตลาดกำลัง “ตีราคา” ศักยภาพของ SCG ครบแล้วหรือยัง? หรือรอบการเติบโตครั้งใหม่เพิ่งเริ่มต้น?


วิเคราะห์หุ้น SCG (Ratch Pathana Energy PCL.)
ชื่อเดิม: บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน)
ชื่อปัจจุบัน: บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน)
ชื่อย่อหลักทรัพย์: SCG (ไม่เปลี่ยน)
ภาพรวมธุรกิจ
SCG เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย ไฟฟ้าและไอน้ำ (Cogeneration หรือ SPP) ให้แก่
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
โรงงานในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา
นอกจากนี้ยังขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ได้แก่
โรงไฟฟ้าชีวมวล จังหวัดลำพูน
โรงไฟฟ้าชีวมวล จังหวัดกำแพงเพชร
โครงการ Solar Rooftop เพื่อเพิ่มรายได้จากพลังงานสะอาด
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
สินทรัพย์หลักของบริษัท ได้แก่
โรงไฟฟ้า Cogeneration กำลังผลิต 154.2 MW
กำลังผลิตไอน้ำ 110 ตัน/ชั่วโมง
โรงไฟฟ้าชีวมวลลำพูน 9.6 MW
โรงไฟฟ้าชีวมวลกำแพงเพชร 7.5 MW
ระบบผลิตและจำหน่ายไอน้ำ
ระบบท่อส่งไอน้ำ
ระบบสายส่งไฟฟ้า
Solar Rooftop
ที่ดิน อาคาร และเครื่องจักรโรงไฟฟ้า
ระบบควบคุมการผลิตไฟฟ้า (Control System)
อุปกรณ์กังหันก๊าซ กังหันไอน้ำ หม้อไอน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
จุดแข็งของบริษัท
✅ รายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว
✅ มีลูกค้าหลักเป็นโรงงานอุตสาหกรรมในเครือสหพัฒน์ ซึ่งมีความต้องการใช้พลังงานต่อเนื่อง
✅ ธุรกิจไฟฟ้ามีความผันผวนน้อยกว่าธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์
✅ ได้รับประโยชน์จากการขยายโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม
✅ มีการลงทุนพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น ทั้ง Biomass และ Solar Rooftop
ความเสี่ยง
ราคาก๊าซธรรมชาติผันผวน
การหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในอนาคต
ความเสี่ยงจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า
อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
การแข่งขันของธุรกิจโรงไฟฟ้าเอกชน
ปัจจัยบวกในระยะยาว
แนวโน้มการใช้พลังงานสะอาด
การเติบโตของ Solar Rooftop
การขยายกำลังผลิตใหม่
ความแข็งแกร่งของผู้ถือหุ้นใหญ่ในกลุ่มพลังงาน
รายได้ประจำ (Recurring Income) จากไฟฟ้าและไอน้ำ
ปัจจัยที่ควรติดตาม
ราคาก๊าซธรรมชาติ
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรม
แผนลงทุนโครงการพลังงานใหม่
ผลประกอบการรายไตรมาส
นโยบายค่าไฟฟ้า (Ft)
มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น
ราคาหุ้นมักเคลื่อนไหวตามผลประกอบการและต้นทุนก๊าซ
หากต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวของกำไร
ระยะกลาง-ยาว
เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาหุ้น Defensive
มีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ
มีโอกาสเติบโตจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและโครงการใหม่
หากสามารถเพิ่มกำลังผลิตและรักษาต้นทุนเชื้อเพลิงได้ จะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว
สรุป
SCG เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดกลางที่มีจุดเด่นด้าน รายได้ประจำจากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ ให้ลูกค้าอุตสาหกรรมและ กฟผ. พร้อมเดินหน้าขยายสู่พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ทำให้เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและกระแสเงินสดสม่ำเสมอ แม้ว่าจะต้องติดตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติและความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่อย่างใกล้ชิดก็ตาม.


Disclaimer

ใส่ความเห็น