ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น IP บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น IP บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น IP บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) IP อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.07บาท25 พ.ค. 2569เงินปันผล
8 : 5หุ้น24 พ.ค. 2567หุ้นปันผล
0.03บาท24 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.18บาท26 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.02บาท18 พ.ค. 2564เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25632.5 : 1หุ้น18 พ.ค. 2564หุ้นปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น IP
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ดำเนินธุรกิจพัฒนา คิดค้น ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับคนและสัตว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านการชะลอวัยและนวัตกรรมความงาม โดยข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่าสินทรัพย์รวม ณ ปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 3,238.81 ล้านบาท และ ณ 6M/2569 อยู่ที่ประมาณ 3,139.18 ล้านบาท
ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ

  1. โรงงานผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
    IP มีฐานการผลิตของตนเอง โดยโรงงานผลิตยาตั้งอยู่ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดสมุทรปราการ ใช้สำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ยาและสินค้าสุขภาพภายใต้แบรนด์ของบริษัท เช่น Zensil, Bella Para, Zimmex, Virogon, Aller-Tab และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
  2. อาคาร สำนักงาน และสิ่งปลูกสร้าง
    ประกอบด้วยสำนักงานใหญ่และพื้นที่สำนักงาน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน การบริหาร การวิจัยพัฒนา และการจัดจำหน่าย โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ถนนสีลม กรุงเทพฯ
  3. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    เป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับกระบวนการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ครอบคลุมเครื่องจักรในสายการผลิต อุปกรณ์บรรจุ และอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมคุณภาพสินค้า
  4. สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
    ประกอบด้วยวัตถุดิบสำหรับผลิตยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นทรัพย์สินหมุนเวียนที่มีความสำคัญต่อการรองรับการขายผ่านโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา ร้านเพ็ทช็อป Modern Trade และช่องทางออนไลน์
  5. ทรัพย์สินด้านแบรนด์และผลิตภัณฑ์
    IP มีพอร์ตผลิตภัณฑ์และเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินไม่มีตัวตนที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ โดยปัจจุบันธุรกิจครอบคลุมผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน รวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์
  6. ทรัพย์สินด้านการวิจัยและพัฒนา
    บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาและคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ จึงมีทรัพย์สินและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย พัฒนา ทดสอบ และควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์สุขภาพและนวัตกรรมใหม่
  7. เงินลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
    IP ยังมีการขยายธุรกิจผ่านการลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ โดยในอดีตบริษัทย่อยได้เข้าลงทุนใน ธุรกิจร้านขายยาและธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งช่วยต่อยอดช่องทางจำหน่ายและระบบนิเวศด้านสุขภาพของกลุ่มบริษัท

🔎 มองแบบนักลงทุน
จุดที่น่าสนใจของ IP คือไม่ได้พึ่งพาเพียง “สินค้าสำเร็จรูป” แต่มีทรัพย์สินรองรับหลายส่วนตั้งแต่ โรงงาน → เครื่องจักร → ผลิตภัณฑ์/แบรนด์ → ช่องทางจำหน่าย → การลงทุนในธุรกิจสุขภาพ
ขณะเดียวกัน ตัวเลขสินทรัพย์รวมล่าสุดลดลงจาก 3,238.81 ล้านบาทในปี 2568 มาอยู่ที่ 3,139.18 ล้านบาท ณ 6M/2569 ขณะที่กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 122.38 ล้านบาท และ 6M/2569 อยู่ที่ 54.16 ล้านบาท จึงควรติดตามว่าการใช้สินทรัพย์ของบริษัทสามารถสร้างรายได้และกำไรเติบโตได้มากน้อยเพียงใด


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น IP — บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP มีโครงสร้างธุรกิจที่ขยายจากผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับคน ไปสู่ สัตว์เลี้ยง ปศุสัตว์ ธุรกิจสุขภาพ ร้านขายยา โรงพยาบาล และเครื่องมือแพทย์ โดยข้อมูลบนเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทระบุบริษัทย่อยและบริษัทย่อยทางอ้อมรวม 9 บริษัท

  1. บริษัท โมเดิร์น ฟาร์มา จำกัด
    ธุรกิจ: ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสำหรับคนและสัตว์
    เป็นฐานด้านการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพของกลุ่ม IP โดยมีสำนักงาน/โรงงานอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ
  2. บริษัท อินเตอร์ เวทต้า จำกัด
    ธุรกิจ: นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับ สัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์
    ครอบคลุมสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสัตว์ แชมพูรักษาโรคผิวหนัง เวชสำอาง เวชภัณฑ์ วัคซีน อาหารสัตว์เลี้ยง และแผ่นรองซับ รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับสุกร โค และไก่
  3. บริษัท อินเตอร์ เพ็ททรินา จำกัด
    ธุรกิจ: ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง
    เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง IP กับบริษัท เอเชี่ยน กรุ๊ป เซอร์วิส จำกัด โดยเป็นเจ้าของแบรนด์ MARIA ซึ่งเน้นอาหารสุนัขและแมวระดับพรีเมียม ส่วนการจัดจำหน่ายและการตลาดดำเนินการผ่าน อินเตอร์ เวทต้า
  4. บริษัท โกลบอล แอดวานซ์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
    ธุรกิจ: ให้บริการด้าน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ การสื่อสารการตลาด และส่งเสริมการขาย ผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ
  5. บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มาซี จำกัด
    ธุรกิจ: Holding Company หรือบริษัทที่ใช้สำหรับลงทุนในธุรกิจอื่นของกลุ่ม
  6. บริษัท อินเตอร์ เวลเนส จำกัด
    ธุรกิจ: Holding Company ทำหน้าที่ลงทุนในธุรกิจอื่น โดยเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจด้านสุขภาพและ Wellness ของกลุ่ม IP
  7. บริษัท ดรัก แคร์ จำกัด
    สถานะ: บริษัทย่อยทางอ้อม
    ธุรกิจ: ร้านขายยา ซึ่งช่วยให้กลุ่ม IP มีช่องทางค้าปลีกและเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงมากขึ้น
  8. บริษัท นครพัฒน์ อินเตอร์ จำกัด
    สถานะ: บริษัทย่อยทางอ้อม
    ธุรกิจ: โรงพยาบาล ตั้งอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช
  9. บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา เมดเทค จำกัด
    ธุรกิจ: จำหน่าย เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์ รวมถึงให้เช่า ซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ และให้บริการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู

🔎 สรุปโครงสร้างธุรกิจ IP แบบเข้าใจง่าย
IP — บริษัทแม่
→ 💊 ผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพสำหรับคน
→ 🐶🐱 ผลิตภัณฑ์สุขภาพและอาหารสัตว์เลี้ยง
→ 🐷🐔 ผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์
→ 💊 Modern Pharma — ผลิตสินค้า
→ 🐾 Inter Vetta — นำเข้า/จัดจำหน่ายสินค้าสัตว์
→ 🐕 Inter Pettrina — อาหารสัตว์เลี้ยง MARIA
→ 📣 Global Advanced Marketing — การตลาดและโฆษณา
→ 🏢 Inter Pharmacy / Inter Wellness — ลงทุนและถือครองธุรกิจ
→ 💊 Drug Care — ร้านขายยา
→ 🏥 Nakornpat Inter — โรงพยาบาล
→ 🩺 Inter Pharma Medtech — เครื่องมือแพทย์และเวชศาสตร์ฟื้นฟู
จุดน่าสนใจของโครงสร้าง IP คือไม่ได้พึ่งพาธุรกิจยาเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสร้าง Ecosystem ด้าน Healthcare + Wellness + Pet Health + Hospital + Medical Technology ทำให้มีช่องทางสร้างรายได้หลายด้าน โดยบริษัทระบุว่าธุรกิจของกลุ่มครอบคลุมการพัฒนา คิดค้น ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับคนและสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร
หมายเหตุ: รายละเอียดทุนจดทะเบียนของบริษัทย่อยที่แสดงในหน้าเว็บไซต์บริษัทเป็นข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2566 ขณะที่โครงสร้างกลุ่มบริษัทอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง ดังนั้นหากต้องการใช้ประกอบการลงทุน ควรตรวจสอบงบการเงิน/56-1 One Report ล่าสุดของ IP เพิ่มเติมด้วย



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น IP
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ดำเนินธุรกิจพัฒนา คิดค้น ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับคน รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ โดยมีทั้งธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยา เวชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์
🔴 1. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
ธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพมีต้นทุนวัตถุดิบและส่วนประกอบจำนวนมาก หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้น ขณะที่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อาจกดดัน อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดย SET ระบุความผันผวนของราคาวัตถุดิบเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของ IP
🔴 2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
หากบริษัทมีการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้า หรือส่วนประกอบจากต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และกระทบความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว
🔴 3. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยา อาหารเสริม เวชภัณฑ์ และสุขภาพอยู่ภายใต้กฎระเบียบและการกำกับดูแลค่อนข้างสูง การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ หรือข้อกำหนดด้านคุณภาพ อาจทำให้บริษัทมีต้นทุนและระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
🔴 4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพและอาหารเสริมมีผู้เล่นจำนวนมาก ทั้งบริษัทไทยและแบรนด์ต่างประเทศ หากการแข่งขันด้านราคา การตลาด หรือโปรโมชั่นรุนแรงขึ้น บริษัทอาจจำเป็นต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ซึ่งอาจกระทบ Margin
🔴 5. ความเสี่ยงจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
หนึ่งในจุดสำคัญของ IP คือการพัฒนาและคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ หากสินค้าใหม่ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย บริษัทอาจต้องรับต้นทุนด้าน วิจัย พัฒนา การตลาด และการเปิดตัวสินค้า โดยไม่ได้รับผลตอบแทนตามคาด
🔴 6. ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจและการลงทุน
การเติบโตผ่านการขยายธุรกิจหรือการลงทุนในกิจการใหม่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่อง การบริหาร การสร้าง Synergy และผลตอบแทนจากการลงทุน หากผลประกอบการของธุรกิจที่ลงทุนไม่เป็นไปตามแผน อาจกระทบทั้งกำไรและกระแสเงินสด
🔴 7. ความเสี่ยงจากโรคระบาดและภัยธรรมชาติ
ธุรกิจสุขภาพและห่วงโซ่อุปทานอาจได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้การผลิต การขนส่ง และการจัดหาวัตถุดิบหยุดชะงัก ซึ่งบริษัทเองระบุ epidemics และ natural disasters เป็นความเสี่ยงสำคัญ
🔴 8. ความเสี่ยงด้านกำไรและ Margin
แม้รายได้ของ IP มีการเติบโต แต่ต้องติดตามคุณภาพของกำไรอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูล SET ระบุว่าในปี 2568 บริษัทมีรายได้ 2,214.06 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 122.38 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.15%
ดังนั้น นักลงทุนควรจับตาว่า ยอดขายที่เติบโตสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรและกระแสเงินสดได้มากน้อยเพียงใด ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลขรายได้


📌 สรุปมุมความเสี่ยงของ IP

ปัจจัยระดับความเสี่ยง
ต้นทุนวัตถุดิบ🔴 สูง
การแข่งขัน🔴 สูง
กฎระเบียบธุรกิจสุขภาพ🟠 ปานกลาง-สูง
ค่าเงินบาท/FX🟠 ปานกลาง
การพัฒนาสินค้าใหม่🟠 ปานกลาง
การลงทุน/ขยายธุรกิจ🟠 ปานกลาง
โรคระบาด/ภัยธรรมชาติ🟡 ปานกลาง
ภาระหนี้🟢 ค่อนข้างต่ำ

จุดที่น่าสนใจ: ณ 6M/2569 IP มี D/E Ratio ประมาณ 0.42 เท่า สะท้อนว่าภาระหนี้เมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ได้อยู่ในระดับสูง ขณะที่บริษัทมีธุรกิจครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับคนและสัตว์ ซึ่งช่วยกระจายแหล่งรายได้บางส่วน

มุมมองนักลงทุน: ความเสี่ยงของ IP ไม่ได้อยู่ที่หนี้สูงเป็นหลัก แต่ควรโฟกัสไปที่ การแข่งขัน + ต้นทุนวัตถุดิบ + ความสามารถในการรักษา Margin + ผลตอบแทนจากการขยายธุรกิจ เป็นสำคัญ


ข้อมูล ณ วันที่ 07 พ.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1นาย ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์193,782,96732.01
2บริษัท อินโนบิก แอลแอล โฮลดิ้ง จำกัด121,078,75020.00
3นาย พิริยรัชต์ ภัทรกิตต์เกษม18,440,6003.05
4นาย วิทยา เทพนิมิตร12,617,2962.08
5UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED10,579,8621.75
6น.ส. พิมพ์ภัทรา ศุภพัชรวงศ์8,127,0001.34
7นาย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม7,810,0001.29
8นาย มนต์ชัย ลีศิริกุล7,263,7501.20
9นาย ธำรงชัย เอกอมรวงศ์6,760,3481.12
10นาย วิชพันธ์ เหมรัญช์โรจน์5,000,0500.83
11นาย กฤตภาส จิรยั่งยืน4,981,2500.82
12น.ส. พรเพ็ญ เดชวิไลศรี4,874,9640.81
13นาย พหล ธัญญศิริ4,610,0000.76
14นาย พิธาน ตันติพจน์4,379,4620.72
15น.ส. กฤตยา บุณยมานนท์3,706,6250.61
16นาย ชัชวาล ปิยะประพันธ์พงษ์3,225,6000.53
17นาย วิชัย เตชะสาธิต3,092,0410.51

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย อุดม คชินทรประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ
2นาย ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3นาย ณัฐ อธิวิทวัสกรรมการ
4นางสาว นภาภรณ์ เดชอัคราชกรรมการ
5นาย ยุทธนา สุวรรณโชติกรรมการ
6นาง อภิร์มณ โพธิ์ศรีกรรมการ
7นาย กำธร ศิลาอ่อนกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
8นาย เปาว์ ศรีประเสริฐสุขกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
9นาง ศันสนีย์ ไชยโรจน์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น IP
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)
บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP มีพัฒนาการจากผู้พัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สู่ธุรกิจ Healthcare ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมทั้ง ยา สุขภาพและชะลอวัย นวัตกรรมความงาม ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ ร้านขายยา และโรงพยาบาล
🔹 จุดเปลี่ยนสำคัญของ IP

  1. ปี 2562 — เข้าสู่ตลาดทุน
    บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 46 ล้านหุ้น ราคา 7 บาท/หุ้น ก่อนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 โดยนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งไปชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
  2. ขยายจากผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่ธุรกิจ Healthcare ครบวงจร
    IP พัฒนาธุรกิจให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์ Wellness & Anti-Aging นวัตกรรมความงาม รวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ พร้อมมีโรงงานผลิตยาของตัวเองในอยุธยาและสมุทรปราการ
  3. ขยายธุรกิจค้าปลีกผ่าน LAB Pharmacy
    บริษัทขยายเข้าสู่ธุรกิจร้านขายยาผ่านการลงทุนใน บริษัท ดรัก แคร์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ LAB Pharmacy โดยมีทั้งร้านสาขาและช่องทางออนไลน์ ถือเป็นการเพิ่มช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
  4. ขยายธุรกิจเข้าสู่โรงพยาบาล
    IP ลงทุนใน บริษัท นครพัฒน์ อินเตอร์ จำกัด ในสัดส่วน 50% ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ขนาด 59 เตียง ทำให้บริษัทมีธุรกิจปลายน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เน้นผลิตภัณฑ์สุขภาพ
  5. ปี 2567 — เดินหน้าวิจัย Gene Therapy
    IP เริ่มความร่วมมือกับ Onodera Group จากญี่ปุ่น เพื่อวิจัยและพัฒนาการรักษาโรคพาร์กินสันด้วย Gene Therapy สะท้อนทิศทางการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมทางการแพทย์และการวิจัยระยะยาว
  6. ปี 2568 — จับมือ Zhaoke ขยายธุรกิจยารักษาโรคตา
    หนึ่งในพัฒนาการที่โดดเด่นคือการลงนามความร่วมมือกับ Zhaoke Ophthalmology ในฐานะ Exclusive Distributor สำหรับนวัตกรรมยารักษาโรคตา ครอบคลุมผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสายตาสั้น สายตายาว ยารักษาต้อหิน และนวัตกรรมการรักษาโรคตา โดยบริษัทมองตลาดไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นโอกาสในการเติบโต
  7. ปี 2568 — ผลประกอบการกลับมาเติบโตชัดเจน
    ปี 2568 IP มีรายได้รวม 2,214.06 ล้านบาท เพิ่มจาก 1,911.95 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 122.38 ล้านบาท จาก 37.28 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
  8. ปี 2569 — เดินหน้าสมดุล Growth + Profitability + Cash Flow
    บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตจากธุรกิจหลัก ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ร้านขายยาและโรงพยาบาล รวมถึงการควบคุมต้นทุนและเงินทุนหมุนเวียน เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพมากขึ้น

📌 ภาพรวมพัฒนาการของ IP
ผลิตภัณฑ์สุขภาพ → ขยายยาและนวัตกรรม → ร้านขายยา → โรงพยาบาล → Gene Therapy → ยารักษาโรคตา → Healthcare Ecosystem
จุดที่น่าจับตาของ IP ในระยะต่อไปจึงอยู่ที่ การต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายตลาดยารักษาโรคตา การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ และการเพิ่มประสิทธิภาพ LAB Pharmacy/ธุรกิจโรงพยาบาล ขณะที่ตัวเลข 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 1,119.48 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 68.95 ล้านบาท สูงกว่าฐานกำไรทั้งปี 2567 แล้ว
สรุปสั้น ๆ: IP กำลังเปลี่ยนภาพจากบริษัทขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไปสู่ “Healthcare & Life Science Platform” ที่มีทั้งยา นวัตกรรม ร้านขายยา โรงพยาบาล และงานวิจัย ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาว.


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด412.39184.60280.64278.93241.50
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ425.06440.50446.77408.57442.41
สินค้าคงเหลือ345.27329.91349.72345.13415.88
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,202.85981.801,105.921,060.061,129.46
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ822.371,042.911,096.921,066.901,098.01
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน1,749.522,038.762,132.892,079.112,117.82
รวมสินทรัพย์2,952.373,020.563,238.813,139.183,247.27
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม40.0062.78100.00106.4481.90
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ321.51324.68378.50330.71391.50
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี54.4381.8595.2596.5593.54
รวมหนี้สินหมุนเวียน478.75526.29638.02597.57631.50
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน355.90340.11301.81327.19282.43
รวมหนี้สิน834.65866.40939.83924.77913.93
ทุนจดทะเบียน243.36378.39378.39378.39304.92
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า186.26302.67302.67302.67302.67
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น1,479.701,479.701,479.701,479.701,479.70
กำไร(ขาดทุน)สะสม225.25132.41254.69186.57279.45
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น21.9821.9821.9821.9821.98
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน3.703.703.703.703.70
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,913.191,936.762,059.041,990.922,083.80
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย204.53217.40239.94223.49249.54

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,781.231,897.332,193.491,065.571,115.05
รายได้อื่น17.5414.6220.578.874.44
รวมรายได้1,798.781,911.952,214.061,074.441,119.48
ต้นทุน1,121.791,187.311,293.30634.56631.95
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร567.58649.10728.78355.25379.89
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,689.371,836.422,022.09989.811,011.84
EBITDA205.38185.20307.48139.10168.21
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย98.25111.26116.7454.5160.56
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้107.1373.94190.7484.60107.65
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่50.7937.28122.3854.1668.95
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.140.060.200.090.11

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน121.42177.84307.88155.9788.03
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-232.77-310.01-170.49-74.37-37.22
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-252.86-95.45-41.2612.65-90.43
เงินสดสุทธิ-364.20-227.6296.1494.25-39.62

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)4.384.945.035.27
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)83.2673.8272.5069.24
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.523.813.613.39
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)103.7895.90101.08107.60
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)3.673.683.873.57
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)99.3299.2394.28102.12
วงจรเงินสด (วัน)87.7170.5079.3074.73


วิเคราะห์หุ้น IP — บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน)
อินเตอร์ ฟาร์มา หรือ IP เป็นหุ้นกลุ่ม Healthcare ที่มีจุดเด่นตรงการทำธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพแบบครบวงจร ทั้ง คนและสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่การพัฒนา วิจัย ผลิต ไปจนถึงจัดจำหน่าย โดยข้อมูลล่าสุดที่มีคือ งบไตรมาส 2/2569 และราคาหุ้นล่าสุดที่ SET รายงานอยู่แถว 5.10 บาท ณ 31 ส.ค. 2569
🔎 1. IP ทำธุรกิจอะไร?
ธุรกิจหลักของ IP ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับ
💊 ผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์
🧴 ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและการดูแลร่างกาย
💪 ผลิตภัณฑ์ชะลอวัยและ Wellness
🐶 ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง
🏥 ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและรักษาโรค
บริษัทวางตำแหน่งเป็นธุรกิจ Healthcare ที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงตลาดยา แต่ขยายไปยัง Health & Wellness และ Pet Health ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว📊 2. ภาพรวมผลประกอบการ

ตัวเลขปี 2568 ถือว่าฟื้นตัวชัดเจนจากปี 2567

รายการ25672568
รายได้รวม1,911.95 ลบ.2,214.06 ลบ.
กำไรสุทธิ37.28 ลบ.122.38 ลบ.
Net Margin1.97%6.15%
ROE1.94%6.13%
ROA2.48%6.09%

รายได้ปี 2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 15.8% ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า สะท้อนว่าการเติบโตไม่ได้มาจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่มีการปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรด้วย ⚠️ แต่ปี 2569 ต้องจับตา
ข้อมูล 6M/2569 ของ SET แสดงอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 40.45% และ Net Margin 5.61% ขณะที่ D/E อยู่เพียงประมาณ 0.42 เท่า ถือว่าฐานะหนี้ไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น
อีกชุดข้อมูลจาก IR ของบริษัทแสดงรายได้รวม 6M/2569 ที่ 1,119.48 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 68.95 ล้านบาท โดย Net Margin เพิ่มเป็นประมาณ 7.02%
จุดที่น่าสนใจคือกำไรยังอยู่ในระดับที่ดี ขณะที่บริษัทมีโครงสร้างเงินทุนค่อนข้างแข็งแรง
🚀 3. จุดแข็งของ IP
⭐ 1. อยู่ในตลาด Healthcare
Healthcare เป็นกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุนระยะยาวจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และกระแส Wellness
⭐ 2. ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจเดียว
IP กระจายผลิตภัณฑ์ไปยัง คน + สัตว์เลี้ยง + Wellness ทำให้มีโอกาสสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ๆ มากกว่าการพึ่งตลาดยาเพียงอย่างเดียว
⭐ 3. อัตรากำไรดีขึ้น
Gross Margin ในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 41.04% จาก 37.42% ในปี 2567 และ Net Margin เพิ่มจาก 1.97% เป็น 6.15% ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อคุณภาพกำไร
⭐ 4. หนี้ไม่สูง
D/E ประมาณ 0.42 เท่า ใน 6M/2569 ถือว่าอยู่ในระดับไม่สูงมาก ช่วยลดความเสี่ยงจากภาระดอกเบี้ยเมื่อเทียบกับบริษัทที่ใช้หนี้สูง
⚠️ 4. ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

ราคาหุ้นกับพื้นฐานต้องเดินไปด้วยกัน
หุ้น Healthcare ที่กำไรเติบโตอาจได้รับ Premium valuation แต่หากกำไรชะลอ ขณะที่ราคาหุ้นยังสะท้อนความคาดหวังสูง อาจเกิดแรงกดดันด้าน Valuation ได้
💰 5. ฐานะการเงิน
ถือว่าเป็นอีกจุดที่น่าสนใจ
ณ 6M/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมประมาณ 3,247 ล้านบาท หนี้สินประมาณ 914 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 2,084 ล้านบาท
โครงสร้างดังกล่าวทำให้ D/E อยู่ในระดับประมาณ 0.42 เท่า และบริษัทมี Operating Cash Flow ในข้อมูล 6M/2569 เป็นบวกประมาณ 156 ล้านบาท จากข้อมูล SET Snapshot
ภาพรวมจึงไม่ได้เป็นบริษัทที่มีปัญหาหนี้สูง แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ คุณภาพของกระแสเงินสดและการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ควบคู่กับการขยายธุรกิจ
🎯 6. มุมมองการลงทุน
ผมมอง IP เป็นหุ้นที่มี Story ระยะกลาง–ยาวค่อนข้างชัด
Healthcare + Wellness + Pet Health
เป็น 3 ธีมที่สามารถสร้างการเติบโตได้ในอนาคต ขณะที่งบปี 2568 แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถเพิ่มทั้งรายได้และความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ
แต่ในระยะสั้น ไม่ควรดูแค่กำไรโตแล้วสรุปว่าหุ้นจะขึ้น ต้องติดตามว่า
กำไรโตต่อ + Margin รักษาได้ + กระแสเงินสดดี + ราคาหุ้นมี Volume สนับสนุน
ถ้า 4 ตัวนี้มาพร้อมกัน จะทำให้ภาพการลงทุนของ IP น่าสนใจขึ้นมาก
📌 สรุปแบบนักลงทุน
พื้นฐาน: ⭐⭐⭐⭐☆
การเติบโต: ⭐⭐⭐⭐☆
ฐานะการเงิน: ⭐⭐⭐⭐☆
ความสามารถทำกำไร: ⭐⭐⭐⭐☆
ความเสี่ยง: ⭐⭐⭐☆☆
โอกาสระยะยาว: ⭐⭐⭐⭐☆
บทสรุป:
🔥 IP เป็นหุ้น Healthcare ที่น่าจับตา หลังปี 2568 กำไรฟื้นตัวแรง และ Margin ดีขึ้นชัดเจน ขณะที่ D/E ยังอยู่ในระดับต่ำ จุดสำคัญต่อจากนี้คือการพิสูจน์ว่าการเติบโตของกำไรในปี 2569 สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

ตลาดแข่งขันสูง
ธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพมีการแข่งขันทั้งจากบริษัทในประเทศและสินค้านำเข้า

ต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบ
หากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายการผลิต หรือค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น อาจกด Margin ได้

การเติบโตต้องใช้เงินลงทุน
การขยายผลิตภัณฑ์ ช่องทางขาย และธุรกิจใหม่อาจทำให้บริษัทต้องลงทุนเพิ่ม ซึ่งต้องติดตามว่าผลตอบแทนจากการลงทุนคุ้มค่าหรือไม่

กำไรต้องพิสูจน์ความสม่ำเสมอ
แม้ปี 2568 กำไรโตโดดเด่น แต่ฐานกำไรเดิมของปี 2567 ค่อนข้างต่ำ ดังนั้นนักลงทุนควรดูต่อว่า IP สามารถรักษา Net Margin ระดับ 6–7% ได้ต่อเนื่องหรือไม่


Disclaimer

ใส่ความเห็น