ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น HFT บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น HFT บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น HFT บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ HFT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ยานยนต์ (Automotive) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)





รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
–0.27บาท26 มี.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 25670.28บาท06 ก.ย. 2567เงินปันผล
–0.30บาท20 มี.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.38บาท25 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.43บาท25 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.32บาท21 พ.ค. 2564เงินปันผล

บริษัทตั้งอยู่ที่ 317 หมู่ 4 ซอย 6C นิคมอุตสาหกรรมบางปู ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10280
ลักษณะธุรกิจคือ “ผลิตและจำหน่ายยางนอก และยางในสำหรับรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถขนส่งขนาดเล็ก”
รายงานงบการเงินของบริษัทมีเผยแพร่และอยู่ในระบบของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งหมายความว่าในงบการเงินนั้นอาจมีข้อมูลทรัพย์สินรวม (สินทรัพย์รวม)และสินทรัพย์ถาวร (fixed assets) แต่ต้องเปิดดูงบเต็มเพื่อทราบรายละเอียด ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น HFT
บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ยางนอก–ยางในสำหรับรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะขนาดเล็ก ดังนั้นทรัพย์สินหลักจึงเป็นที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตยางโดยตรง
🏭 ทรัพย์สินหลักของ HFT
จากข้อมูลใน One Report ทรัพย์สินหลักของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ประกอบด้วย

ประเภททรัพย์สินรายละเอียดมูลค่าทางบัญชี
ที่ดินที่ดินบริเวณโรงงานหลายแปลง รวมพื้นที่โรงงานที่ 1–3112.15 ล้านบาท
อาคารและสิ่งปลูกสร้างโรงงานและสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน206.98 ล้านบาท
เครื่องจักรและอุปกรณ์เครื่องจักรเครื่องจักรหลักสำหรับกระบวนการผลิตยาง492.18 ล้านบาท
เครื่องตกแต่งและเครื่องใช้สำนักงานอุปกรณ์สำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวก7.34 ล้านบาท
ยานพาหนะรถยนต์และยานพาหนะที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ4.60 ล้านบาท
สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง/เครื่องจักรระหว่างติดตั้งงานก่อสร้างและเครื่องจักรที่ยังไม่พร้อมใช้งาน8.76 ล้านบาท

ตัวเลขข้างต้นเป็นมูลค่าทางบัญชีตามข้อมูลทรัพย์สินหลักใน One Report ปี 2566 และทรัพย์สินดังกล่าวระบุว่า บริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และไม่มีภาระผูกพัน ตามตารางที่รายงานไว้ หมายเหตุ: ตัวเลขในตารางควรตรวจสอบกับ One Report ฉบับล่าสุดอีกครั้งหากต้องการใช้ทำบทวิเคราะห์การลงทุน เพราะมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงจากค่าเสื่อมราคา การซื้อเครื่องจักร และการลงทุนใหม่
🚚 ทรัพย์สินที่สำคัญต่อการสร้างรายได้
จุดที่น่าสนใจของ HFT คือ “เครื่องจักรและโรงงาน” เป็นหัวใจของธุรกิจ เพราะบริษัทต้องใช้กระบวนการผลิตและเทคโนโลยีเฉพาะในการผลิตยางนอกและยางใน โดยบริษัทมีฐานการผลิตอยู่ที่ นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ
นอกจากนี้ HFT ยังมีการลงทุนเกี่ยวกับ เครื่องจักร แม่พิมพ์ และอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต โดยมีการทำรายการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์จากบริษัทในกลุ่มในอดีตด้วย
🌏 ทรัพย์สินของบริษัทย่อย
ในส่วนของบริษัทย่อย มีทรัพย์สินเป็น ที่ดินในประเทศอินโดนีเซีย โดย One Report ปี 2566 ระบุพื้นที่ประมาณ 80,729 ตารางเมตร และมีมูลค่าทางบัญชี 145.93 ล้านบาท ทั้งนี้มีที่ดินบางส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ในการดำเนินงาน
🔎 มุมมองสำหรับนักลงทุน
ทรัพย์สินของ HFT มีลักษณะเป็น “สินทรัพย์การผลิต” ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะเครื่องจักรและอุปกรณ์ ซึ่งสะท้อนว่าความสามารถในการสร้างรายได้ของบริษัทผูกกับประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตและการลงทุนในเครื่องจักรโดยตรง
อีกจุดที่น่าสนใจคือ HFT มีตลาดต่างประเทศเป็นสัดส่วนสำคัญ โดย One Report ปี 2567 ระบุรายได้จากต่างประเทศ 65.71% ขณะที่ตลาดในประเทศอยู่ที่ 34.29%
สรุปสั้น ๆ:
🏭 โรงงาน + เครื่องจักร = หัวใจการผลิต
🌳 ที่ดิน = ฐานทรัพย์สินรองรับการขยายธุรกิจ
⚙️ เครื่องจักร/แม่พิมพ์ = ทรัพย์สินสร้างกำลังการผลิตโดยตรง
🌏 สินทรัพย์ในอินโดนีเซีย = ฐานทรัพย์สินของบริษัทย่อย
🌐 ตลาดต่างประเทศ = ช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้
หากมองในเชิงหุ้น HFT จึงเป็นหุ้นที่ควรติดตามทั้ง “มูลค่าทรัพย์สิน + การใช้กำลังการผลิต + การลงทุนเครื่องจักรใหม่ + การเติบโตของตลาดส่งออก” ควบคู่กัน ไม่ควรดูเฉพาะราคาหุ้นเพียงอย่างเดียวครับ


บริษัทในเครือที่ระบุได้
HFT Holding Co., Ltd. — บริษัทถือหุ้น 100% โดย HFT มีลักษณะเป็นบริษัทลงทุนในพันธบัตรและหลักทรัพย์ และทำธุรกิจค้าขายส่ง/ค้าปลีกยาง ยางใน และอุปกรณ์ยานยนต์
PT. Hwa Fong Rubber (Indonesia) — บริษัทในอินโดนีเซีย ดำเนินการผลิตและจำหน่ายยางและยางในสำหรับจักรยานและจักรยานยนต์ โดย HFT ถือหุ้นราว 99 %



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)3,411.752,649.293,024.44
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)813.79876.111,037.23
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)2,597.961,773.181,987.21
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)39,819.0044,078.00110,339.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น HFT

บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
HFT เป็นผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์และยางจักรยาน รวมถึงผลิตภัณฑ์ยางที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะอยู่ที่ ต้นทุนวัตถุดิบ + การแข่งขัน + ภาวะตลาดรถจักรยานยนต์/จักรยาน + ค่าเงิน + ตลาดส่งออก โดยผลประกอบการล่าสุดไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 69.32 ล้านบาท ลดลงจาก 77.67 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 สะท้อนว่ากำไรยังมีปัจจัยกดดันบางส่วน
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคายางและวัตถุดิบ
ธุรกิจยางมีความอ่อนไหวต่อราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะ ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ รวมถึงสารเคมีที่ใช้ในการผลิต หากราคาวัตถุดิบปรับขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย อาจทำให้ Gross Margin และกำไรสุทธิถูกกดดัน
จุดที่ต้องจับตา: ราคายางขึ้นแรง แต่บริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทัน
🔴 2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
ตลาดยางรถจักรยานยนต์และยางจักรยานมีผู้ผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ผลิตจากเอเชียที่สามารถแข่งขันด้าน ราคา ต้นทุนการผลิต และกำลังการผลิต
การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้ HFT ต้องลดราคาขายหรือเพิ่มโปรโมชั่น ส่งผลต่ออัตรากำไร
🔴 3. ความเสี่ยงจากภาวะตลาดรถจักรยานยนต์
ความต้องการยางรถจักรยานยนต์มีความสัมพันธ์กับยอดขายและการใช้งานรถจักรยานยนต์ หากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง หรือยอดขายรถจักรยานยนต์ลดลง อาจกระทบความต้องการยางในตลาด OEM และตลาดทดแทน
🔴 4. ความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศและค่าเงินบาท
หากบริษัทมีรายได้จากต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของ เงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินของลูกค้า สามารถกระทบรายได้และกำไรเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท
เงินบาทแข็งค่าเร็ว → รายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลง
เงินบาทอ่อนค่า → ต้นทุนนำเข้าบางประเภทอาจเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ค่าเงินเป็นตัวแปรสำคัญที่ควรติดตามควบคู่กับยอดขายส่งออก
🔴 5. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและการค้า
HFT มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงจาก เศรษฐกิจโลก การชะลอตัวของประเทศคู่ค้า ภาษีนำเข้า มาตรการกีดกันทางการค้า และต้นทุนโลจิสติกส์
หากตลาดส่งออกหลักชะลอตัวพร้อมกัน อาจทำให้คำสั่งซื้อและ Utilization ของโรงงานลดลง
🔴 6. ความเสี่ยงจากลูกค้ารายใหญ่
หากรายได้กระจุกตัวอยู่กับลูกค้าหรือกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ การสูญเสียลูกค้ารายสำคัญ การลดคำสั่งซื้อ หรือการต่อรองราคาที่เข้มข้นขึ้น อาจกระทบยอดขายและกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
นักลงทุนควรดู: สัดส่วนรายได้ของลูกค้ารายใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงของ Order ในแต่ละไตรมาส
🔴 7. ความเสี่ยงจากเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค
อุตสาหกรรมยางมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เช่น ยางที่มีอายุการใช้งานสูงขึ้น ประหยัดพลังงาน ลดเสียง หรือรองรับยานยนต์รูปแบบใหม่
หากบริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่ทันคู่แข่ง อาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดและต้องแข่งขันด้วยราคาแทน
🔴 8. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานการผลิต
อุตสาหกรรมยางเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงาน สารเคมี และก่อให้เกิดของเสีย บริษัทจึงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
หากกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น อาจต้องลงทุนเพิ่มใน เครื่องจักร ระบบบำบัด และเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งกระทบต้นทุนในระยะสั้น
🔴 9. ความเสี่ยงจากกำลังการผลิตและต้นทุนคงที่
ธุรกิจการผลิตมีต้นทุนคงที่ เช่น ค่าโรงงาน ค่าเครื่องจักร ค่าแรง และค่าเสื่อมราคา หากคำสั่งซื้อลดลงจนกำลังการผลิตถูกใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยจะสูงขึ้น และกดดัน Margin
🔴 10. ความเสี่ยงด้านกำไรผันผวน
ตัวเลขล่าสุดเป็นสัญญาณที่ควรติดตาม โดยไตรมาส 1/2569 HFT มีกำไรสุทธิ 69.32 ล้านบาท ลดลงประมาณ 10.8% YoY จาก 77.67 ล้านบาทในปีก่อน
จึงไม่ควรมองเพียงว่า “บริษัทมีกำไร” แต่ควรติดตามว่า กำไรจะกลับมาเติบโตได้หรือไม่ และ Margin จะฟื้นตัวต่อเนื่องหรือเปล่า
📌 สรุปความเสี่ยง HFT แบบนักลงทุน

ความเสี่ยงระดับที่ควรจับตา
ราคายางและวัตถุดิบ🔴 สูง
การแข่งขันด้านราคา🔴 สูง
ตลาดรถจักรยานยนต์🟠 ปานกลาง-สูง
ค่าเงินบาท/ตลาดส่งออก🟠 ปานกลาง-สูง
เศรษฐกิจโลก🟠 ปานกลาง
ลูกค้ารายใหญ่🟠 ปานกลาง
เทคโนโลยี/ผลิตภัณฑ์🟡 ปานกลาง
สิ่งแวดล้อม/กฎระเบียบ🟡 ปานกลาง
กำลังการผลิต🟡 ปานกลาง

มุมมองสำคัญ: สำหรับ HFT สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาเป็นพิเศษคือ “ราคาวัตถุดิบ → ราคาขาย → Gross Margin → กำไรสุทธิ” หากต้นทุนยางเพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถปรับราคาขายและรักษา Margin ได้ ความเสี่ยงจะลดลง แต่หากราคาวัตถุดิบพุ่งขึ้นพร้อมกับคำสั่งซื้อชะลอ จะเป็นแรงกดดันต่อกำไรค่อนข้างชัดเจน


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น HFT
บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
บริษัท HFT ก่อตั้งขึ้นในปี 2530 (1987) และดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ยางนอกและยางในสำหรับรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะขนาดเล็ก โดยมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยาวนานกว่า 30 ปี
📌 Timeline พัฒนาการสำคัญ
2530 — ก่อตั้งบริษัท เริ่มดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางสำหรับรถจักรยานและรถจักรยานยนต์
2545 — บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจและเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุน
2546 — หุ้น HFT เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2546
2548 — เปิด โรงงานแห่งที่ 2 เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ยางสำหรับรถที่ใช้งานเฉพาะทาง เช่น รถวิ่งบนชายหาดและรถไต่เขา
2549 — ได้รับมาตรฐาน SNI (Standard National of Indonesia) ซึ่งช่วยสนับสนุนการทำตลาดและการส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซีย
2552 — ปรับมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นจาก 10 บาท เหลือ 1 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างการซื้อขายในตลาดทุน
ช่วงหลังจากนั้น — บริษัทพัฒนาฐานตลาดทั้ง OEM, ตลาดอะไหล่ทดแทน (Replacement) และตลาดส่งออก พร้อมผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ DURO และ Q-UICK รวมถึงผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ DUNLOP ตามสิทธิที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบัน — HFT ยังคงเน้นการผลิตยางสำหรับรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะขนาดเล็ก โดยมีฐานการผลิตหลักในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ และมีทั้ง สำนักงานใหญ่และโรงงานแห่งที่ 2 อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
🔎 จุดที่น่าจับตาของ HFT
HFT ไม่ได้พึ่งตลาดยางรถยนต์เพียงอย่างเดียว แต่เน้นตลาดยางรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะขนาดเล็ก ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะทาง ขณะเดียวกันบริษัทมีช่องทางจำหน่ายทั้ง OEM + Replacement + Export ทำให้มีฐานลูกค้าหลากหลาย
อีกจุดที่น่าสนใจคือ HFT มี Hwa Fong Rubber Industries Co., Ltd. จากไต้หวันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือหุ้นประมาณ 50.42% ซึ่งช่วยเชื่อมโยงบริษัทกับกลุ่มผู้ผลิตยาง Hwa Fong ในระดับภูมิภาค
สรุปสั้น ๆ:
จากผู้ผลิตยางที่เริ่มต้นในปี 2530 → ขยายกำลังผลิตด้วยโรงงานแห่งที่ 2 → เข้าตลาดหุ้น → พัฒนามาตรฐานและแบรนด์ → ขยายตลาด OEM/Replacement/ส่งออก จนกลายเป็นผู้ผลิตยางรถจักรและยานพาหนะขนาดเล็กที่มีฐานธุรกิจยาวนานกว่า 30 ปี


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด1,139.131,231.791,340.941,219.141,185.21
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ428.08544.77489.58493.57546.29
สินค้าคงเหลือ649.15711.20546.44683.99612.41
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน2,403.222,644.222,486.942,488.412,556.76
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ1,492.011,580.681,529.091,566.841,489.54
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน1,702.321,790.081,755.071,778.341,699.21
รวมสินทรัพย์4,105.534,434.304,242.014,266.754,255.97
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–243.46–138.69–
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ364.04450.77320.21307.97390.82
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน443.86754.09369.74483.43452.76
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน50.1456.4457.2556.7660.24
รวมหนี้สิน494.00810.53427.00540.19512.99
ทุนจดทะเบียน658.43658.43658.43658.43658.43
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า658.43658.43658.43658.43658.43
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น222.11222.11222.11222.11222.11
กำไร(ขาดทุน)สะสม2,800.762,792.192,992.812,895.632,932.47
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น-69.77-48.96-58.33-49.61-70.04
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน7.437.437.437.437.43
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่3,611.533,623.773,815.013,726.563,742.97
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ2,649.293,024.442,690.601,378.541,309.97
รายได้อื่น26.5254.8137.0922.2316.28
รวมรายได้2,675.813,079.252,727.691,400.771,326.25
ต้นทุน2,186.682,476.572,311.331,174.061,124.57
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร174.91177.69166.4387.3597.17
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย2,361.582,654.272,477.761,261.411,221.74
EBITDA411.09493.68305.26161.96203.58
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย112.03105.28109.2253.8455.43
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้299.06388.40196.04108.13148.14
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่249.87373.33200.61103.44117.44
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.380.570.300.160.18

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน502.97287.74401.0292.01122.71
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-67.29-82.90-36.801.46-112.18
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-250.51-135.47-245.56-106.87-178.63
เงินสดสุทธิ185.1769.37118.65-13.41-168.10

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)6.225.206.125.04
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)58.7070.1659.6372.38
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.643.683.723.49
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)100.2499.3098.09104.60
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)6.086.007.126.47
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)60.0460.8851.2856.38
วงจรเงินสด (วัน)98.90108.58106.44120.60


วิเคราะห์หุ้น HFT — ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT เป็นหุ้นกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยาง โดยจุดที่น่าสนใจของหุ้นตัวนี้คือ ฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแรงและมีเงินสดสูงเมื่อเทียบกับหนี้สิน แต่ในอีกด้านหนึ่ง รายได้ช่วงหลังยังมีแรงกดดัน จึงต้องจับตาการฟื้นตัวของยอดขายและอัตรากำไรเป็นหลัก
📌 ภาพรวมล่าสุด
ราคาหุ้น HFT อยู่แถว 4.14 บาท ณ 9 ก.ย. 2569 โดย SET แสดงว่าราคาวันล่าสุดอยู่ในกรอบประมาณ 4.14–4.18 บาท และมีปริมาณซื้อขาย 191,203 หุ้น มูลค่าราว 0.79 ล้านบาท
งบล่าสุดคือ ไตรมาส 2/2569 สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569 และเป็นงบที่ผ่านการสอบทานแล้ว

  1. จุดแข็งของ HFT ⭐
    💰 ฐานะการเงินแข็งแรง
    ตัวเลขที่น่าสนใจมากคือ ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมี
    เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,154.43 ล้านบาท
    เงินลงทุนระยะสั้น 136.21 ล้านบาท
    ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น 546.19 ล้านบาท
    สินค้าคงเหลือ 605.31 ล้านบาท
    สินทรัพย์รวม 4,304.78 ล้านบาท
    หนี้สินรวมเพียง 510.68 ล้านบาท
    ส่วนของผู้ถือหุ้น 3,794.10 ล้านบาท
    จุดนี้ถือเป็น Highlight สำคัญของ HFT เพราะบริษัทมีเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องค่อนข้างมาก ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ในระดับต่ำ
    คิดแบบง่าย ๆ คือ HFT ไม่ใช่หุ้นที่ต้องพึ่งพาหนี้สูงเพื่อประคองธุรกิจ
  2. แต่โจทย์ใหญ่คือ “รายได้”
    ข้อมูลย้อนหลังสะท้อนว่า HFT ยังเผชิญแรงกดดันด้านยอดขาย โดยข้อมูลปี 2568 บริษัทมีรายได้ประมาณ 2.69 พันล้านบาท ลดลง 11.04% YoY และรายได้ 12 เดือนล่าสุดอยู่ประมาณ 2.60 พันล้านบาท ลดลง 14.65% YoY ตามข้อมูลที่รวบรวมไว้
    ดังนั้น จุดที่ต้องระวังคือ
    เงินสดแข็งแรง ≠ กำไรจะโตโดยอัตโนมัติ
    ตลาดต้องการเห็นว่า HFT สามารถเปลี่ยนฐานะการเงินที่แข็งแรงกลับมาเป็น ยอดขาย + กำไรจากธุรกิจหลักที่เติบโต ได้หรือไม่
  3. กำไร Q2/69 มีสัญญาณบวก
    ไตรมาส 2/2569 HFT มีกำไรสุทธิประมาณ 48.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.8% YoY โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญมาจาก กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กลับมาเป็นบวก ขณะที่บริษัทเริ่มมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วน
    ตรงนี้ต้องแยกให้ออกว่า
    กำไรโตแรง ≠ กำไรจากธุรกิจหลักโตแรงทั้งหมด
    เพราะกำไรจาก FX เป็นองค์ประกอบที่สามารถผันผวนได้ ดังนั้นไตรมาสต่อ ๆ ไปควรจับตา กำไรจากการดำเนินงานหลัก มากกว่ามองเฉพาะตัวเลขกำไรสุทธิ
  4. Valuation น่าสนใจตรงไหน?
    จากราคาประมาณ 4.14 บาท ขณะที่บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 3,794 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/69
    เมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นราว 658.43 ล้านหุ้น จะได้มูลค่าทางบัญชีประมาณ 5.76 บาท/หุ้น โดยประมาณ
    ดังนั้นราคาบริเวณ 4.14 บาทคิดเป็น P/BV ประมาณ 0.72 เท่า
    จุดนี้ถือว่าน่าสนใจในเชิง Asset Play / Value Stock
    กล่าวง่าย ๆ คือ ตลาดกำลังให้ราคาหุ้น ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ของบริษัท
    แต่การซื้อหุ้นต่ำกว่า Book Value จะน่าสนใจมากขึ้นเมื่อธุรกิจสามารถสร้างกำไรและกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง

📊 มุมมองการลงทุน

ประเด็นมุมมอง
ฐานะการเงิน🟢 แข็งแรง
เงินสด🟢 สูง
หนี้สิน🟢 ต่ำ
P/BV🟢 น่าสนใจ
รายได้🔴 ยังถูกกดดัน
กำไร🟡 ฟื้นตัว แต่ต้องดูคุณภาพ
FX🟡 มีผลต่อกำไร
Growth🟡 ยังต้องพิสูจน์
ความผันผวนของธุรกิจ🟡 ปานกลาง
สภาพคล่องหุ้น🔴 ค่อนข้างบาง

🔥 มุมมองแบบนักลงทุนสายเทคนิค
ราคาปัจจุบันบริเวณ 4.14 บาท ยังไม่ใช่จังหวะที่เห็น Momentum รุนแรง เพราะมูลค่าการซื้อขายยังไม่สูงมาก
โซนที่น่าจับตาคือ
แนวรับ: 4.00–4.10 บาท
แนวรับถัดไป: 3.80–3.90 บาท
แนวต้าน: 4.20–4.30 บาท
แนวต้านสำคัญ: 4.50 บาท
ถ้าราคาสามารถ ทะลุ 4.30 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเริ่มเห็นภาพ Momentum ที่น่าสนใจมากขึ้น
แต่ถ้ายังแกว่งอยู่ใต้ 4.20–4.30 บาทพร้อม Volume เบาบาง ภาพยังเป็นลักษณะ สะสม/Sideway มากกว่าการ Breakout
🚨 ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

  1. รายได้หดตัว
    ธุรกิจยังต้องพิสูจน์ว่าการลดลงของยอดขายสามารถกลับมาเป็น Growth ได้
  2. ราคาวัตถุดิบ
    ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบ หากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่าการปรับราคาขาย อัตรากำไรจะถูกกดดัน
  3. ค่าเงินบาทและ FX
    กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสามารถช่วยหนุนกำไรบางไตรมาส แต่ก็สามารถกลับทิศและกลายเป็นแรงกดดันได้เช่นกัน
  4. สิทธิประโยชน์ทางภาษีลดลง
    เมื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนสิ้นสุด ภาระภาษีจะกลายเป็นปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิในอนาคต
  5. สภาพคล่องการซื้อขาย
    HFT เป็นหุ้นขนาดไม่ใหญ่และมูลค่าการซื้อขายบางวันค่อนข้างต่ำ จึงอาจเกิด Spread และการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่ต่อเนื่องได้
    🎯 สรุป HFT
    HFT เป็นหุ้นที่ “งบดุลแข็งแรง แต่ Growth ยังต้องพิสูจน์”
    จุดเด่นคือ เงินสดสูง หนี้ต่ำ ส่วนผู้ถือหุ้นแข็งแรง และราคาหุ้นต่ำกว่า Book Value ขณะที่กำไร Q2/69 ฟื้นตัวค่อนข้างแรง แต่ต้องระวังว่าการฟื้นตัวบางส่วนได้รับแรงหนุนจาก FX ดังนั้นยังไม่ควรตีความว่าเป็นการฟื้นตัวของกำไรจากธุรกิจหลักทั้งหมด
    สำหรับสาย Value: ⭐⭐⭐⭐☆
    สำหรับสาย Growth: ⭐⭐⭐☆☆
    สำหรับสายเทคนิค: ⭐⭐⭐☆☆
    ภาพรวม: “น่าสะสมเมื่อมี Margin of Safety แต่ต้องรอการยืนยัน Growth”
    และหากมองเชิงเทคนิคจริง ๆ จุดเปลี่ยนสำคัญคือการ Breakout แนวต้านพร้อม Volume มากกว่าการไล่ซื้อในช่วงที่หุ้นยังแกว่งตัวแคบ ๆ


Disclaimer

ใส่ความเห็น