ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น CPR บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CPR บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CPR บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) CPR อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.04บาท26 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.08บาท26 พ.ค. 2568เงินปันผล
–0.75บาท13 ธ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.12บาท24 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.09บาท26 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.11บาท26 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.08บาท27 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น CPR
บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)
CPR บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)1. ลักษณะธุรกิจและทรัพย์สินที่สำคัญ
บริษัท CPR ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยาง รวมถึงชิ้นส่วนยางติดเหล็ก สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยใช้ทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์เป็นวัตถุดิบหลัก
ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มสำคัญได้ดังนี้

  1. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
    เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการขึ้นรูปชิ้นส่วนยาง การแปรรูปยาง และการผลิตชิ้นส่วนยางติดเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมคุณภาพ ความแม่นยำ และประสิทธิภาพของสินค้า
  2. วัตถุดิบและสินค้าคงเหลือ
    ประกอบด้วยยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ วัสดุโลหะที่ใช้ร่วมกับยาง วัตถุดิบระหว่างการผลิต และสินค้าสำเร็จรูปสำหรับส่งมอบให้ลูกค้า ทรัพย์สินกลุ่มนี้มีผลโดยตรงต่อต้นทุนและความสามารถในการส่งมอบสินค้า
  3. ที่ดิน อาคาร และโรงงาน
    พื้นที่โรงงานและอาคารที่ใช้รองรับกระบวนการผลิต การจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้า ตลอดจนพื้นที่สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท
  4. อุปกรณ์สนับสนุนและระบบคลังสินค้า
    อุปกรณ์ขนย้าย ระบบจัดเก็บสินค้า และเครื่องมือควบคุมคุณภาพที่ช่วยให้กระบวนการผลิตและการส่งมอบชิ้นส่วนยานยนต์ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
    หมายเหตุ: รายการข้างต้นเป็นการอธิบายประเภททรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ไม่ใช่การยืนยันรายการเครื่องจักรหรือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินแต่ละรายการของบริษัทโดยเฉพาะ

2. มูลค่าทรัพย์สินตามงบการเงิน

ข้อมูลจากงบการเงินของ CPR ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 แสดงรายการสินทรัพย์ที่สำคัญดังนี้

รายการสินทรัพย์มูลค่า (ล้านบาท)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด182.49
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นสุทธิ42.42
สินค้าคงเหลือสุทธิ31.44
เงินลงทุนในบริษัทย่อย103.40
เงินลงทุนในบริษัทร่วม11.25
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนสุทธิ68.25
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ75.04
สินทรัพย์รวม520.86

หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นงบเฉพาะกิจการ ไม่ใช่งบรวม และแต่ละรายการอาจมีรายละเอียดทางบัญชีเพิ่มเติม

  1. วิเคราะห์ความสำคัญของทรัพย์สินต่อธุรกิจ
    • ด้านสภาพคล่อง: เงินสดเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการจัดซื้อวัตถุดิบ
    • ด้านการผลิต: ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เป็นฐานทรัพยากรสำหรับการดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยาง โดยควรติดตามความเพียงพอของกำลังการผลิตและการลงทุนปรับปรุงเครื่องจักร
    • ด้านเงินทุนหมุนเวียน: สินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้ามีผลต่อการหมุนเวียนเงินสด หากสินค้าค้างสต็อกหรือเก็บหนี้ช้า อาจกระทบสภาพคล่องได้
    • ด้านการลงทุน: เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เป็นรายการที่ควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อประเมินผลตอบแทนและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด
  2. สรุปสำหรับบทวิเคราะห์หุ้น CPR
    CPR เป็นธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ได้แก่ เครื่องจักร อุปกรณ์ โรงงาน วัตถุดิบ และสินค้าคงเหลือ ขณะที่งบการเงินยังแสดงสินทรัพย์ด้านเงินสด เงินลงทุน และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในสัดส่วนที่ควรศึกษาเพิ่มเติม
    ประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม: ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ การหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ ผลตอบแทนจากเงินลงทุน และความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นกำไรและกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ

กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น CPR บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)

  1. ภาพรวมโครงสร้างกลุ่มบริษัท
    บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) หรือ CPR ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็ก สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยใช้ทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์
    การศึกษากลุ่มบริษัทในเครือจึงควรพิจารณาทั้งธุรกิจหลักด้านชิ้นส่วนยาง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ซึ่งอาจช่วยเสริมความสามารถในการผลิตและขยายขอบเขตทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทได้
  2. บริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง
    จากข้อมูลประวัติบริษัทที่เผยแพร่บน Investing.com พบรายชื่อบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับ CPR ดังนี้
    1. บริษัท ซีจีไอ เมททัล อินดัสเตรียล จำกัด (CGI Metal Industrial)
      ธุรกิจผลิตภัณฑ์โลหะ
      ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โลหะ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
    2. บริษัท ยูชอน ไพพ์ (ประเทศไทย) จำกัด (Yuchon Pipe (Thailand))
      ธุรกิจผลิตท่อเหล็ก
      ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายท่อเหล็ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตและวัสดุโลหะ
      หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลประวัติบริษัทภายนอก ควรตรวจสอบสถานะบริษัทย่อย สัดส่วนการถือหุ้น และขอบเขตการลงทุนล่าสุดจากรายงานประจำปีของ CPR ก่อนนำไปใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการ
  3. วิเคราะห์โครงสร้างกลุ่มบริษัทในมุมมองนักลงทุน
    • ธุรกิจหลัก: ชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์
    • ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง: ผลิตภัณฑ์โลหะและท่อเหล็ก ตามข้อมูลบริษัทย่อยที่ปรากฏในแหล่งข้อมูล
    • ประเด็นที่ควรติดตาม: รายได้และกำไรของแต่ละบริษัท เงินลงทุนระหว่างกัน รายการระหว่างบริษัทในเครือ และผลกระทบต่อกำไรของบริษัทแม่
    • ข้อควรระวัง: การมีบริษัทในเครือหลายแห่งไม่ได้หมายความว่าจะสร้างกำไรเพิ่มขึ้นเสมอไป ต้องพิจารณาผลประกอบการและกระแสเงินสดของแต่ละธุรกิจประกอบด้วย
  4. แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบเพิ่มเติม
    สามารถตรวจสอบรายงานประจำปีและแบบ 56-1 One Report ของ CPR ได้จากสำนักงาน ก.ล.ต.
    รายงานประจำปี CPR — สำนักงาน ก.ล.ต.

สรุป: CPR มีธุรกิจหลักด้านชิ้นส่วนยางยานยนต์ และมีข้อมูลบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์โลหะและท่อเหล็ก อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่ากลุ่มบริษัทควรยืนยันโครงสร้างการถือหุ้นและผลประกอบการล่าสุดก่อนสรุปว่าบริษัทในเครือสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นมากน้อยเพียงใด



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


วิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น CPR
บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)
หุ้น CPR อยู่ในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยางและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ดังนั้น ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือทิศทางการผลิตรถยนต์ คำสั่งซื้อจากลูกค้า ต้นทุนวัตถุดิบ และความสามารถในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน
การประเมินความเสี่ยงควรพิจารณาทั้งปัจจัยภายในบริษัทและภาวะอุตสาหกรรม เพราะแม้บริษัทจะมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง แต่หากต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือปริมาณการผลิตลดลง ก็อาจส่งผลต่อกำไรและกระแสเงินสดได้

  1. ความเสี่ยงหลักของธุรกิจ CPR
    1. ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์
      CPR ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หากผู้ผลิตยานยนต์ลดกำลังการผลิต หรือยอดขายรถยนต์ชะลอตัว อาจส่งผลให้คำสั่งซื้อจากลูกค้าลดลง และกระทบรายได้ของบริษัทโดยตรง
    2. ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบผันผวน
      การผลิตชิ้นส่วนยางต้องพึ่งพายางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ หากราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น และทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง
    3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ
      ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์มีการแข่งขันด้านต้นทุน คุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต และการส่งมอบ หากบริษัทไม่สามารถรักษาคุณภาพหรือควบคุมต้นทุนให้แข่งขันได้ อาจเสียคำสั่งซื้อให้คู่แข่ง หรือถูกกดดันให้ลดราคาขาย
    4. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์
      หากรายได้กระจุกตัวอยู่กับลูกค้ารายใหญ่หรือผู้ผลิตยานยนต์บางกลุ่ม การลดคำสั่งซื้อ การเปลี่ยนผู้จัดจำหน่าย หรือการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการผลิตของลูกค้า อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และการใช้กำลังการผลิตของบริษัทได้
    5. ความเสี่ยงจากประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนคงที่
      หากปริมาณคำสั่งซื้อลดลง แต่บริษัทมีต้นทุนคงที่ เช่น ค่าแรง ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายโรงงานในระดับสูง ต้นทุนต่อหน่วยอาจเพิ่มขึ้น และกดดันกำไรจากการดำเนินงาน
    6. ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้าและการส่งมอบ
      ชิ้นส่วนยานยนต์ต้องมีคุณภาพและความสม่ำเสมอตามข้อกำหนดของลูกค้า หากเกิดสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน การส่งมอบล่าช้า หรือการเรียกคืนสินค้า บริษัทอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้า
    7. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยียานยนต์
      การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยียานยนต์รูปแบบใหม่ อาจทำให้ความต้องการชิ้นส่วนบางประเภทเปลี่ยนแปลงไป บริษัทจึงต้องติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในอนาคต
  2. สัญญาณความเสี่ยงจากผลประกอบการ
    ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ แสดงให้เห็นว่ารายได้และกำไรของ CPR ลดลงต่อเนื่องในช่วงที่รายงาน
    ผลประกอบการปี 2567–2568 และครึ่งแรกปี 2569
    รายได้จากการดำเนินธุรกิจ ปี 2568
    360.37 ลบ.
    ลดลง 10.0% จากปี 2567
    กำไรสุทธิ ปี 2568
    20.91 ลบ.
    ลดลง 10.4% จากปี 2567
    รายได้ครึ่งแรกปี 2569
    153.11 ลบ.
    ลดลง 20.1% YoY
    กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569
    2.92 ลบ.
    ลดลง 74.6% YoY

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่
– รายได้หดตัว: ต้องติดตามว่าคำสั่งซื้อและยอดขายจะฟื้นตัวได้หรือไม่
– กำไรลดลงเร็วกว่ารายได้: อาจสะท้อนแรงกดดันต่ออัตรากำไรและประสิทธิภาพการดำเนินงาน
– ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 อ่อนตัวชัดเจน: ต้องติดตามงบไตรมาสถัดไปเพื่อประเมินว่ากำลังฟื้นตัวหรือยังอยู่ในช่วงขาลง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันสาเหตุของการลดลงได้ ต้องพิจารณาคำอธิบายของฝ่ายจัดการและรายละเอียดในงบการเงินประกอบด้วย
3. ความเสี่ยงทางการเงินที่ควรติดตาม
แม้ CPR มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพียง 0.12 เท่า ณ ครึ่งแรกปี 2569 แต่ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 2.45% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 1.75%
ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตา ได้แก่
– ความสามารถในการรักษากำไร หากรายได้ลดลงต่อเนื่อง
– กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและการลงทุนในเครื่องจักร
– ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยที่เพิ่มจาก 63.63 วัน เป็น 71.59 วัน เมื่อเทียบครึ่งแรกปี 2568 กับครึ่งแรกปี 2569
– การฟื้นตัวของอัตรากำไรสุทธิในไตรมาสถัดไป
หนี้สินที่อยู่ในระดับต่ำช่วยลดความเสี่ยงด้านภาระหนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะไม่มีความเสี่ยงด้านผลประกอบการ
4. สรุปความเสี่ยงของหุ้น CPR
ความเสี่ยงที่ควรจับตาสูง
รายได้และกำไรลดลง โดยเฉพาะกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 ที่หดตัวมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
ความเสี่ยงเชิงธุรกิจ
วัฏจักรอุตสาหกรรมยานยนต์ ต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขัน และความสามารถในการรักษาคำสั่งซื้อ
ปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงบางส่วน
D/E อยู่ในระดับต่ำ แต่ยังต้องติดตามกำไร กระแสเงินสด และประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์
บทสรุป: ความเสี่ยงสำคัญของ CPR ในปัจจุบันคือการชะลอตัวของรายได้และกำไร ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรระยะยาว นักลงทุนควรติดตามการฟื้นตัวของยอดขาย อัตรากำไร และคำสั่งซื้อจากลูกค้า ก่อนประเมินแนวโน้มธุรกิจในระยะต่อไป


ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1KINUGAWA RUBBER INDUSTRIAL CO., LTD.97,510,00049.00
2นาง ศศิธร วณิชวิศิษฎ์กุล13,930,0007.00
3นาย รชานนท์ วณิชวิศิษฎ์กุล9,950,0005.00
4น.ส. วันวิสาข์ วณิชวิศิษฎ์กุล9,950,0005.00
5นาย ทศพล วณิชวิศิษฎ์กุล9,400,0004.72
6น.ส. มนัญญา วณิชวิศิษฎ์กุล9,368,2004.71
7นาย นพดล วณิชวิศิษฎ์กุล7,692,9003.87
8นาย กิตติพงศ์ ศิริเพิ่มพูนสุข1,962,2000.99
9นาย ประวิทย์ จุฑากฤษฎา1,718,5000.86
10นาย สมบูรณ์ ภู่เนตร1,450,0000.73

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย อรัญ ศรีว่องไทยประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
2นาย ชินิชิ อันโดะรองประธานกรรมการบริษัท, กรรมการผู้จัดการ
3นาย ทศพล วณิชวิศิษฎ์กุลกรรมการ
4นาย มิสซูโทชิ ไซโตะกรรมการ
5พันโท เอกกมล คังคะเกตุกรรมการ
6นาย คาซุมาซะ โคบายาชิกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
7นาย สมชาย สายแสงกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น CPR บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น CPR
บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)
หุ้น CPR ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเน้นชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ผลิตจากยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ บริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2548
ลำดับพัฒนาการที่สำคัญของบริษัท
CPR GOMU INDUSTRIAL PUBLIC COMPANY LIMITED.

  1. ปี 2539 — ก่อตั้งบริษัท
    บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งต่อมาเป็นพื้นฐานของการพัฒนาสู่ธุรกิจชิ้นส่วนยางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
    SET กับ MAI ต่างกันอย่างไร – Marketeer Online
  2. ปี 2548 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
    บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2548 ด้วยราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 2.10 บาทต่อหุ้น เป็นอีกก้าวสำคัญในการเข้าสู่ตลาดทุนและเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปเข้ามาถือหุ้นของบริษัท
    Rubber Metal Bonded Parts-Ningbo Yinzhou Relong Auto-parts Co., Ltd.
  3. พัฒนาธุรกิจชิ้นส่วนยางสำหรับยานยนต์
    บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยาง รวมถึงผลิตภัณฑ์ยางติดเหล็กสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยใช้ทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่เชื่อมโยงกับความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์
    Gloseals India Pvt Ltd – Premium Rubber & Plastic Solutions
  4. ปี 2566–2568 — ติดตามผลประกอบการและรายงานต่อเนื่อง
    บริษัทเผยแพร่รายงานประจำปีและคำอธิบายผลการดำเนินงานต่อเนื่อง โดยมีเอกสารสำหรับปี 2566, 2567 และ 2568 เผยแพร่ผ่านหน่วยงานตลาดทุน สะท้อนการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนตามรอบรายงาน
    Market SEC
    T.R.V. RUBBER PRODUCTS PUBLIC COMPANY LIMITED
  5. ปี 2569 — ติดตามความสามารถในการทำกำไร
    ข้อมูลผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นว่ารายได้จากการดำเนินธุรกิจและกำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นักลงทุนจึงควรติดตามการฟื้นตัวของยอดขาย การควบคุมต้นทุน และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรของบริษัท

สรุปพัฒนาการและประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม
จุดแข็งด้านธุรกิจ: มีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ยางและชิ้นส่วนยางสำหรับยานยนต์
ประเด็นการเติบโต: ติดตามคำสั่งซื้อจากลูกค้าในอุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพการผลิต
ประเด็นผลประกอบการ: รายได้และกำไรลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จึงควรติดตามผลประกอบการไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เรียบเรียงจากข้อมูลบริษัทและข้อมูลเผยแพร่ของตลาดหลักทรัพย์ที่ตรวจสอบได้ โดยไม่ได้ระบุปีของเหตุการณ์ด้านการขยายกำลังการผลิต การลงทุนในเครื่องจักร หรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจน


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด256.71196.03205.69185.65234.21
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ77.1571.5963.8777.4959.04
สินค้าคงเหลือ115.3599.6687.91100.2982.97
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน502.12367.28357.48363.43376.21
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ101.57103.5598.37102.2894.05
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน237.51224.95221.55225.47194.82
รวมสินทรัพย์739.64592.23579.03588.90571.03
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม–––––
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ51.0555.2636.9555.7133.95
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี–––––
รวมหนี้สินหมุนเวียน55.9358.0939.2158.5034.78
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน22.8725.1925.2525.1826.01
รวมหนี้สิน78.8083.2864.4683.6860.79
ทุนจดทะเบียน199.00199.00199.00199.00199.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า199.00199.00199.00199.00199.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น55.8255.8255.8255.8255.82
กำไร(ขาดทุน)สะสม393.49243.82249.46240.06245.30
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น6.416.416.416.416.41
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน6.416.416.416.416.41
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่654.72505.05510.69501.29506.53
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย6.123.903.883.933.72

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ447.12400.45360.37191.57153.11
รายได้อื่น11.869.738.714.384.14
รวมรายได้458.97410.18369.08195.95157.25
ต้นทุน368.34350.93315.10166.31138.82
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร36.2334.7931.5517.6014.81
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย404.57385.72346.66183.91153.63
EBITDA77.1644.5940.9221.9711.61
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย19.3317.2115.477.927.77
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้57.8427.3825.4414.053.84
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่46.8123.3520.9111.512.92
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.240.120.110.060.01

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน55.0159.5234.6111.0715.13
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน10.4853.52-8.53-5.6920.83
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-18.19-173.57-16.07-15.82-7.18
เงินสดสุทธิ47.30-60.5310.01-10.4328.79

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)5.795.735.745.10
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)62.9963.7063.6371.59
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.263.363.133.14
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)111.81108.64116.59116.28
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)10.8512.0710.1810.21
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)33.6330.2435.8635.76
วงจรเงินสด (วัน)141.18142.09144.37152.11

วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น CPR
CPR | บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) | ตลาด mai
จับตา CPR! หุ้นไซซ์เล็กที่กำลังแกว่งสะสมในกรอบแคบ ลุ้นแรงซื้อจุดประกายรอบใหม่ แต่ต้องรอวอลุ่มยืนยันก่อนเปิดเกม
ข้อมูลราคาที่ตรวจสอบได้ล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 หุ้น CPR ปิดที่ 2.52 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท (+0.80%) โดยมีกรอบราคาซื้อขายวันนั้นที่ 2.50–2.60 บาท

  1. เจาะกราฟเทคนิค: CPR อยู่ในจังหวะไหน?
    ราคาปิดอ้างอิง
    2.52 บาท
    2.60
    แนวต้านใกล้
    บริเวณที่ต้องจับตาแรงขาย หากราคาทะลุพร้อมวอลุ่ม อาจเปิดทางทดสอบแนวต้านถัดไป
    2.50
    แนวรับระยะสั้น
    ฐานราคาที่ควรประเมินแรงซื้อ หากหลุดลงมา ต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง
    ระดับราคาอ้างอิงจากกรอบซื้อขายล่าสุดที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายแบบเรียลไทม์
  2. กลยุทธ์สายเทคนิค: จับตา Breakout + Volume
  • Bullish Signal: หากราคาผ่าน 2.60 บาท และมีปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นชัดเจน จะเป็นสัญญาณบวกสำหรับติดตามการเบรกกรอบ
  • Sideway: หากราคายังเคลื่อนไหวระหว่าง 2.50–2.60 บาท ควรรอทิศทางที่ชัดเจน ไม่ไล่ราคาในกรอบแคบ
  • Bearish Signal: หากหลุด 2.50 บาท และมีแรงขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังการอ่อนตัวลงต่อ
    ข้อควรระวัง: CPR มีปริมาณซื้อขายค่อนข้างเบาบางในข้อมูลวันที่ตรวจสอบ จึงควรให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือของสัญญาณมากเป็นพิเศษ
  1. สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
    🔥 CPR — ลุ้นเบรก หรือแค่เด้งในกรอบ?
    CPR กำลังอยู่ในโซนที่ต้องจับตาแนวต้าน 2.60 บาท หากผ่านได้พร้อมวอลุ่มสนับสนุน มีโอกาสเห็นโมเมนตัมเชิงบวก แต่หากยังไม่ผ่าน ราคาก็อาจแกว่งตัวสะสมในกรอบเดิมต่อไป
    แนวรับ: 2.50 บาท
    แนวต้าน: 2.60 บาท
    กลยุทธ์: รอ Breakout พร้อม Volume ยืนยัน ไม่ไล่ซื้อเมื่อวอลุ่มยังไม่มา
    หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้อิงข้อมูลราคาย้อนหลังที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่กราฟเรียลไทม์ และไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันค่า RSI, MACD หรือเส้นค่าเฉลี่ยล่าสุด ควรตรวจสอบกราฟปัจจุบันก่อนตัดสินใจลงทุน

วิเคราะห์หุ้น CPR บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน)
หุ้น CPR เป็นหุ้นในกลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ควรพิจารณาจากความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนยาง การควบคุมต้นทุน การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ และความสามารถในการสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง
การวิเคราะห์ต่อไปนี้ครอบคลุมภาพรวมธุรกิจ จุดแข็ง ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต ความเสี่ยง และประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม โดยแยกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะธุรกิจออกจากประเด็นที่ต้องตรวจสอบด้วยข้อมูลการเงินล่าสุด

  1. CPR ทำธุรกิจอะไร?
    บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) ใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า CPR จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai อยู่ในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม
    ลักษณะธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยใช้ทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์เป็นวัตถุดิบ
    ชิ้นส่วนยางสำหรับยานยนต์
    ผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้เป็นส่วนประกอบของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยคุณภาพและความทนทานมีความสำคัญต่อการใช้งาน
    ชิ้นส่วนยางติดเหล็ก
    ชิ้นส่วนที่นำยางมาเชื่อมประกอบกับโลหะ ซึ่งต้องควบคุมคุณภาพการผลิตและความสม่ำเสมอของสินค้า
  2. วิเคราะห์จุดแข็งของธุรกิจ
  • ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตเฉพาะทาง — การผลิตชิ้นส่วนยางต้องอาศัยความรู้ด้านวัสดุ กระบวนการผลิต และมาตรฐานคุณภาพ
  • โอกาสจากห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ — หากลูกค้ามีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น บริษัทอาจได้รับประโยชน์จากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น
  • ฐานะการเงินมีหนี้สินต่ำ — ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีหนี้สินรวมประมาณ 60.79 ล้านบาท เทียบกับสินทรัพย์รวม 571.03 ล้านบาท และไม่มีเงินกู้ยืมที่แสดงในรายการเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมตามข้อมูลสรุปของ SET
    อย่างไรก็ตาม จุดแข็งด้านฐานะการเงินไม่ได้หมายความว่ากำไรจะเติบโตเสมอไป เพราะธุรกิจยังต้องพึ่งพาคำสั่งซื้อและประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน
  1. วิเคราะห์ผลประกอบการ
    ข้อมูลผลประกอบการจาก SET และงบการเงินที่เผยแพร่ถึงไตรมาส 2/2569
    รายได้ปี 2568
    369.08 ลบ.
    ลดลง 10.02% YoY
    กำไรสุทธิปี 2568
    20.91 ลบ.
    ลดลง 10.44% YoY
    รายได้ 6 เดือนแรก 2569
    157.25 ลบ.
    ลดลง 19.75% YoY
    กำไรสุทธิ 6 เดือนแรก 2569
    2.92 ลบ.
    ลดลง 74.63% YoY
    ตัวเลขสำคัญที่ต้องจับตาคือ กำไรสุทธิลดลงเร็วกว่ารายได้ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไร
    กำไรสุทธิ CPR

สิ่งที่ควรติดตามต่อมี 3 เรื่อง

  1. ยอดขายฟื้นตัวหรือไม่ — รายได้จากการดำเนินธุรกิจในครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 153.11 ล้านบาท ลดลง 20.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  2. อัตรากำไรขั้นต้นกลับมาดีขึ้นหรือไม่ — ลดลงจาก 13.19% ในครึ่งแรกปี 2568 เหลือ 9.33% ในครึ่งแรกปี 2569
  3. กำไรจากธุรกิจหลักมีความยั่งยืนหรือไม่ — ต้องตรวจสอบทั้งปริมาณขาย ราคาขาย ต้นทุนวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายการผลิต
  4. วิเคราะห์ความเสี่ยงของหุ้น CPR
    • ความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมยานยนต์: หากการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชะลอตัว คำสั่งซื้อชิ้นส่วนอาจลดลง
    • ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ: ราคายางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ พลังงาน และวัสดุอื่นอาจผันผวน
    • ความเสี่ยงจากการแข่งขัน: ลูกค้าอาจกดดันราคา หรือเปลี่ยนไปใช้ผู้ผลิตรายอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า
    • ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพการผลิต: หากยอดขายลดลง แต่ต้นทุนคงที่ยังสูง อัตรากำไรอาจหดตัว
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหุ้น: มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันตามข้อมูล SET อยู่ในระดับต่ำ ทำให้การซื้อขายหุ้นจำนวนมากอาจกระทบราคาหุ้นได้
  1. วิเคราะห์ความเสี่ยงของหุ้น CPR
    • ความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมยานยนต์: หากการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชะลอตัว คำสั่งซื้อชิ้นส่วนอาจลดลง
    • ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ: ราคายางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ พลังงาน และวัสดุอื่นอาจผันผวน
    • ความเสี่ยงจากการแข่งขัน: ลูกค้าอาจกดดันราคา หรือเปลี่ยนไปใช้ผู้ผลิตรายอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า
    • ความเสี่ยงด้านประสิทธิภาพการผลิต: หากยอดขายลดลง แต่ต้นทุนคงที่ยังสูง อัตรากำไรอาจหดตัว
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของหุ้น: มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันตามข้อมูล SET อยู่ในระดับต่ำ ทำให้การซื้อขายหุ้นจำนวนมากอาจกระทบราคาหุ้นได้

5. วิเคราะห์มูลค่าหุ้นเบื้องต้น ข้อมูล SET ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ระบุราคาหุ้น 2.52 บาท โดยมีค่า P/E 40.69 เท่า และ P/BV 0.99 เท่า

ตัวชี้วัดความหมายต่อการลงทุน
P/E 40.69 เท่าราคาหุ้นค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกำไรปัจจุบัน
P/BV 0.99 เท่าราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีเล็กน้อย
อัตรากำไรสุทธิ 6M/69 = 1.75%ความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
D/E ประมาณ 0.12 เท่าภาระหนี้สินต่ำเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น

ประเด็นสำคัญ: P/BV ต่ำกว่า 1 เท่าไม่ได้ยืนยันว่าหุ้นถูก และ P/E ที่สูงอาจเกิดจากกำไรที่ลดลงจนฐานกำไรมีขนาดเล็ก นักลงทุนจึงควรประเมินแนวโน้มกำไรในอนาคตก่อนตัดสินใจ

  1. แนวโน้มการลงทุน: ควรจับตาอะไร?
    ปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนหุ้น
    คำสั่งซื้อฟื้นตัว ยอดขายกลับมาเติบโต ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
    สัญญาณที่ต้องระวัง
    รายได้ยังลดลง กำไรหดตัวต่อเนื่อง และอัตรากำไรไม่ฟื้น แม้บริษัทมีหนี้สินต่ำ
    สิ่งที่ต้องรอดูในงบไตรมาสถัดไป
    รายได้จากการขาย อัตรากำไรขั้นต้น กำไรสุทธิ และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

สรุปมุมมองหุ้น CPR
CPR มีจุดเด่นด้านธุรกิจการผลิตเฉพาะทางและภาระหนี้สินต่ำ แต่ประเด็นที่ต้องให้น้ำหนักมากที่สุดในขณะนี้คือ รายได้และกำไรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกำไรสุทธิในครึ่งแรกของปี 2569
สำหรับนักลงทุนระยะยาว ควรรอหลักฐานว่าผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวก่อนประเมินมูลค่าใหม่ ส่วนผู้ลงทุนสายเทคนิคควรพิจารณากราฟราคา ปริมาณซื้อขาย และแนวรับแนวต้านล่าสุดร่วมด้วย เพราะข้อมูลพื้นฐานเพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุจังหวะเข้าซื้อได้


Disclaimer

ใส่ความเห็น