วิเคราะห์ หุ้น CHAYO บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ CHAYO อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 22 มี.ค. 2561 | 625.46 | เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) | CHAYO |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
การประกอบธุรกิจของกลุ่มกิจการ มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการเจรจาติดตามและเร่งรัดหนี้สิน และบริหารสินทรัพย์จากการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันจากสถาบันการเงิน และกิจการศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.34 | 0.21 | -0.47 | 0.15 | 0.17 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| – | 40 : 1 | หุ้น | – | หุ้นปันผล |
| – | 0.00 | บาท | – | เงินปันผล |
| – | 0.04 | บาท | 10 มิ.ย. 2567 | เงินปันผล |
| – | 0.00 | บาท | – | เงินปันผล |
| – | 50 : 1 | หุ้น | – | หุ้นปันผล |
| – | 0.00 | บาท | – | เงินปันผล |
| – | 50 : 1 | หุ้น | – | หุ้นปันผล |
| – | 0.00 | บาท | – | เงินปันผล |
| – | 40 : 1 | หุ้น | – | หุ้นปันผล |
| – | 0.00 | บาท | – | เงินปันผล |
| – | 30 : 1 | หุ้น | – | หุ้นปันผล |
| – | 0.00 | บาท | – | เงินปันผล |
| – | 30 : 1 | หุ้น | – | หุ้นปันผล |
| – | 0.00 | บาท | 21 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
| – | 15 : 1 | หุ้น | 21 พ.ค. 2564 | หุ้นปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
สำหรับ ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ CHAYO — บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หากอ้างอิงข้อมูล แบบ 56-1 One Report ปี 2568 สามารถสรุปได้ว่า CHAYO เป็นธุรกิจที่ใช้ “สินทรัพย์ทางการเงิน + ระบบงาน + บุคลากรและสำนักงาน” เป็นหลัก มากกว่าการใช้โรงงานหรือเครื่องจักรขนาดใหญ่
ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
พอร์ตสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA)
เป็นทรัพย์สินสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจหลักของ CHAYO
บริษัทและบริษัทย่อยเข้าซื้อหรือรับโอนหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน ทั้ง หนี้ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน
จากนั้นนำมาบริหาร ติดตามเรียกเก็บ และบริหารหลักประกันเพื่อสร้างรายได้
สิทธิในการเรียกร้องจากลูกหนี้
เมื่อบริษัทเข้าซื้อพอร์ตหนี้ สิทธิเรียกร้องและกระแสเงินสดที่จะได้รับจากการชำระหนี้ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจ
ดังนั้น “มูลค่าพอร์ตหนี้ที่บริหาร” จึงมีความสำคัญต่อความสามารถในการสร้างรายได้ของ CHAYO
อสังหาริมทรัพย์และหลักประกันจากพอร์ตหนี้
สำหรับหนี้ที่มีหลักประกัน บริษัทสามารถบริหารและติดตามทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกัน เช่น อสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำไปสู่การชำระหนี้หรือสร้างมูลค่ากลับคืนมา
จุดนี้ทำให้ธุรกิจของ CHAYO แตกต่างจากธุรกิจบริการติดตามหนี้ทั่วไป
อาคารและสำนักงาน
ใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารงาน การติดตามหนี้ การเจรจากับลูกหนี้ และงานสนับสนุนต่าง ๆ
สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพฯ
คอมพิวเตอร์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลลูกหนี้ บริหารพอร์ตหนี้ ระบบติดตามหนี้ งานบัญชี และการให้บริการลูกค้า
ระบบข้อมูลถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพราะธุรกิจของ CHAYO ต้องบริหารข้อมูลลูกหนี้จำนวนมาก
ซอฟต์แวร์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
รวมถึงระบบซอฟต์แวร์และระบบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท
มีความสำคัญต่อการบริหารจัดการพอร์ตลูกหนี้และการติดตามเรียกเก็บหนี้
อุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์สนับสนุนการดำเนินงาน
เช่น เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เครื่องใช้สำนักงาน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสาร
เป็นสินทรัพย์สนับสนุนการดำเนินธุรกิจมากกว่าจะเป็นตัวสร้างรายได้โดยตรง
โครงสร้างธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
CHAYO มีบริษัทในกลุ่มที่สนับสนุนธุรกิจหลายด้าน เช่น บริษัท ชโย เซอร์วิส จำกัด, บริษัท บริหารสินทรัพย์ ชโย จำกัด, บริษัท ชโย แคปปิตอล จำกัด, บริษัท 555 เซอร์วิส จำกัด และบริษัท บริหารสินทรัพย์ ชโย เจวี จำกัด
โดย SET อธิบายลักษณะธุรกิจของ CHAYO ว่าเน้น เจรจา ติดตาม และเร่งรัดหนี้สิน รวมถึงบริหารสินทรัพย์จากการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน และธุรกิจศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า
มุมมองสำหรับนักลงทุน
สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของ CHAYO ไม่ใช่อาคารหรือเครื่องจักร แต่คือ “พอร์ตหนี้ที่ซื้อมาและสิทธิในการเรียกร้องชำระหนี้”
ดังนั้นเวลาเจาะงบ CHAYO ควรให้ความสำคัญกับ คุณภาพของพอร์ต NPL, ต้นทุนการซื้อหนี้, เงินที่เก็บได้จริง, กระแสเงินสดจากพอร์ตหนี้, หนี้สิน/ต้นทุนทางการเงิน และมูลค่าหลักประกัน มากกว่าการดูสินทรัพย์ถาวรเพียงอย่างเดียว
กลุ่มบริษัทในเครือ
สำหรับ กลุ่มบริษัทในเครือของ CHAYO – บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันธุรกิจมีโครงสร้างที่ครอบคลุมตั้งแต่ ติดตามหนี้–บริหารหนี้ด้อยคุณภาพ–สินเชื่อ–บริการแรงงาน/จัดหางาน โดยเว็บไซต์บริษัทระบุบริษัทในกลุ่มหลักไว้ดังนี้
บริษัทในเครือ CHAYO
| บริษัท | ลักษณะธุรกิจ |
|---|---|
| บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – CHAYO | บริษัทแม่ ทำธุรกิจเจรจา ติดตาม ทวงถาม และเร่งรัดหนี้ รวมถึงการลงทุนและบริหารสินทรัพย์ |
| บริษัท ชโย เซอร์วิส จำกัด | ให้บริการติดตามและเร่งรัดหนี้ รวมถึงงานบริการที่เกี่ยวข้อง |
| บริษัท บริหารสินทรัพย์ ชโย จำกัด (Chayo AMC) | บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ลงทุนซื้อหนี้/NPL และบริหารจัดเก็บหนี้ |
| บริษัท ชโย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) – CHAYO Capital | ธุรกิจสินเชื่อ เช่น สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และสินเชื่อส่วนบุคคล |
| บริษัท 555 เซอร์วิส จำกัด | ให้คำปรึกษาด้านแรงงานและการจัดหางาน |
| บริษัท บริหารสินทรัพย์ชโย เจวี จำกัด | ลงทุน/ร่วมลงทุนในธุรกิจบริหารสินทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง |
เว็บไซต์ CHAYO ระบุรายชื่อบริษัทในกลุ่มดังกล่าวโดยตรง ขณะที่ Chayo AMC เป็นแกนสำคัญด้านการลงทุนซื้อและบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ และ CHAYO Capital เป็นธุรกิจสินเชื่อของกลุ่ม
มองเป็นโครงสร้างธุรกิจง่าย ๆ
CHAYO
↳ บริหาร/ติดตามหนี้ → ชโย เซอร์วิส + Chayo AMC
↳ บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) → Chayo AMC / Chayo JV
↳ สินเชื่อ → CHAYO Capital
↳ Call Center / บริการสนับสนุน → กลุ่มบริษัทบริการ
↳ แรงงานและจัดหางาน → 555 Service
จุดที่น่าสนใจสำหรับการวิเคราะห์หุ้น CHAYO คือ รายได้และกำไรของกลุ่มไม่ได้มาจากธุรกิจเดียว แต่เชื่อมโยงกับวงจรของธุรกิจบริหารหนี้และสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ขณะเดียวกันมีธุรกิจสินเชื่อเข้ามาเสริมด้วย
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น MST
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
สำหรับ MST ผมมองว่าเป็นหุ้นที่ ความเสี่ยงหลักไม่ได้มาจากหนี้เสียแบบธนาคารเป็นหลัก แต่เกิดจากความผันผวนของตลาดทุน การแข่งขันในธุรกิจโบรกเกอร์ และความผันผวนของรายได้ เพราะรายได้ส่วนสำคัญเชื่อมโยงกับปริมาณการซื้อขายและกิจกรรมในตลาดทุน
- ความเสี่ยงจากภาวะตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ
MST ระบุในรายงานประจำปีว่าธุรกิจหลักทรัพย์ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ตลาดเงิน และตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ หากตลาดหุ้นซบเซา นักลงทุนลดการซื้อขาย ปริมาณธุรกรรมและค่าคอมมิชชันมีโอกาสลดลงตามไปด้วย
ประเด็นสำคัญ: รายได้ของโบรกเกอร์มีลักษณะผันผวนตามวัฏจักรตลาด จึงไม่ควรประเมิน MST เหมือนหุ้นธุรกิจที่มีรายได้ประจำค่อนข้างคงที่ - ความเสี่ยงจากการแข่งขันรุนแรงในธุรกิจหลักทรัพย์
ธุรกิจ Brokerage มีการแข่งขันสูง ทั้งด้านค่าคอมมิชชัน แพลตฟอร์มออนไลน์ คุณภาพบทวิเคราะห์ และบริการต่อลูกค้า โดย MST เองระบุว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างค่าธรรมเนียมของตลาดหลักทรัพย์และการพัฒนาเทคโนโลยีของคู่แข่งเพิ่มแรงกดดันต่อธุรกิจ
การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้เกิด ค่าคอมมิชชันต่อรายการลดลง แม้ปริมาณการซื้อขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม - ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
นี่เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ควรจับตาเป็นพิเศษ
ในปี 2024 ลูกค้า 10 รายใหญ่คิดเป็นประมาณ 42.03% ของรายได้ค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หากสูญเสียลูกค้ากลุ่มดังกล่าว รายได้ Brokerage จะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
แม้บริษัทมีความพยายามเพิ่มฐานลูกค้าและลดการกระจุกตัว แต่ความเสี่ยงนี้ยังคงต้องติดตาม - ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้า
ในธุรกิจหลักทรัพย์ ลูกค้าอาจผิดนัดชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ หรือไม่สามารถโอนหลักทรัพย์/หลักประกันตามกำหนด โดยเฉพาะช่วงตลาดปรับตัวลงแรง
กรณีดังกล่าวอาจทำให้ MST ต้องรับรู้ ขาดทุนจากลูกหนี้หรือหลักประกัน และกระทบสภาพคล่องและกำไร บริษัทจึงมีการกำหนดเกณฑ์วงเงินเครดิตและการบริหารความเสี่ยงด้านลูกค้า
5. ความเสี่ยงจากรายได้ลดลงและกำไรมีความผันผวนสูง ตัวเลขสะท้อนความเสี่ยงนี้ค่อนข้างชัดเจน
| รายการ | 2567 | 2568 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 2,743.66 ลบ. | 2,222.00 ลบ. | ↓ ~19% |
| กำไรสุทธิ | 462.13 ลบ. | 220.51 ลบ. | ↓ ~52% |
| EPS | 0.81 บาท | 0.39 บาท | ↓ ~52% |
| ROE | 9.31% | 4.35% | ลดลง |
ข้อมูลบริษัทระบุว่ากำไรสุทธิปี 2568 ลดลงจาก 462.13 ล้านบาท เหลือ 220.51 ล้านบาท ขณะที่ ROE ลดจาก 9.31% เหลือ 4.35%
จุดนี้ถือเป็นสัญญาณว่ากำไร MST สามารถเปลี่ยนแปลงได้มากเมื่อสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย
6. ความเสี่ยงจากเทคโนโลยีและ Cybersecurity
ธุรกิจหลักทรัพย์พึ่งพาระบบออนไลน์ค่อนข้างมาก ทั้งระบบซื้อขาย แอปพลิเคชัน ฐานข้อมูล และระบบเชื่อมต่อกับตลาดหลักทรัพย์
ดังนั้นความเสี่ยงจาก
Cyber attack
ระบบล่ม
ข้อมูลลูกค้ารั่วไหล
การทำธุรกรรมผิดพลาด
ความเสียหายจากระบบ IT
อาจกระทบทั้งรายได้ ชื่อเสียง และความเชื่อมั่นของลูกค้า
MST ระบุว่ามีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้ทันสมัยและปลอดภัยเพื่อรองรับการแข่งขันและความต้องการของลูกค้า
7. ความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์ของภาครัฐและหน่วยงานกำกับ
MST อยู่ในธุรกิจที่ถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดโดยหน่วยงาน เช่น ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ
การเปลี่ยนแปลงกฎเกี่ยวกับ
ค่าธรรมเนียมซื้อขาย
Margin / Credit Balance
การควบคุมความเสี่ยง
เงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ
การคุ้มครองผู้ลงทุน
ระบบซื้อขายและ Cybersecurity
สามารถเพิ่มต้นทุนหรือเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจได้
8. ความเสี่ยงจากธุรกิจ Investment Banking
MST ไม่ได้มีรายได้จาก Brokerage อย่างเดียว แต่ยังมีธุรกิจ Investment Banking เช่น การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาทางการเงิน และ Corporate Finance
หากตลาด IPO/M&A ชะลอตัว จำนวนดีลและค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Investment Banking ก็อาจลดลงอย่างมาก
9. ความเสี่ยงด้านต้นทุนบุคลากร
ธุรกิจหลักทรัพย์ต้องพึ่งพาบุคลากรที่มีความสามารถ เช่น นักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน Investment Banker Sales และเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ
การรักษาบุคลากรคุณภาพสูงมีต้นทุนค่อนข้างมาก และหากเกิดการย้ายทีมของบุคลากรสำคัญ อาจกระทบความสัมพันธ์กับลูกค้าและความสามารถในการแข่งขัน
🔎 จุดที่ผมมองว่าน่าจับตาที่สุด
ถ้าจัดอันดับความเสี่ยงของ MST สำหรับนักลงทุน ผมให้น้ำหนักประมาณนี้
สูงมาก 🔴
ตลาดหุ้นซบเซา → ปริมาณซื้อขายลด → รายได้ Brokerage ลด
การแข่งขันด้านค่าคอมมิชชัน
ความผันผวนของกำไร
สูง 🟠
4. การกระจุกตัวของลูกค้ารายใหญ่
5. ความเสี่ยงจากลูกค้าผิดนัด/หลักประกัน
6. กฎเกณฑ์ของภาครัฐ
ปานกลาง 🟡
7. Cybersecurity และระบบ IT
8. การรักษาบุคลากร
9. การชะลอตัวของ IPO/Investment Banking
มุมมองโดยรวม
MST เป็นหุ้นที่ควรระวังเรื่อง “กำไรตามวัฏจักรตลาดทุน” มากกว่าดูเพียง P/E หรือเงินปันผล เพราะเมื่อกิจกรรมในตลาดลดลง กำไรสามารถหดตัวค่อนข้างเร็วได้ ซึ่งปี 2568 เป็นตัวอย่างชัดเจน: กำไรสุทธิลดลงประมาณ 52% จากปีก่อน
ในทางกลับกัน หากตลาดหุ้นกลับมาคึกคัก ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น และธุรกิจ Investment Banking ฟื้นตัว Operating leverage สามารถช่วยให้กำไรฟื้นได้ค่อนข้างเร็ว เช่นกัน
ด้านฐานะการเงิน บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 5.08 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 14.80 พันล้านบาท
สรุปสั้น ๆ:
MST ไม่ใช่หุ้นที่ความเสี่ยงต่ำ แม้เป็นบริษัทหลักทรัพย์ขนาดใหญ่และมีแบรนด์ Maybank หนุนหลัง แต่ความเสี่ยงสำคัญคือ “ตลาดไม่ดี = รายได้ลด + กำไรหด + ROE ลด” ขณะที่การแข่งขันด้านค่าคอมมิชชันและการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ต้องติดตามต่อเนื่อง
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | นาย สุขสันต์ ยศะสินธุ์ | 396,167,680 | 33.99 |
| 2 | นาย ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา | 58,300,000 | 5.00 |
| 3 | นาย ณัฐวัช ยศะสินธุ์ | 33,765,866 | 2.90 |
| 4 | นาย สมยศ มั่นนิธิวรกุล | 33,747,547 | 2.90 |
| 5 | นาย ธิติ ยศะสินธุ์ | 22,845,592 | 1.96 |
| 6 | นาง สุภา สุพรรณธะริดา | 21,730,000 | 1.86 |
| 7 | นาง สุนทรา โตประภัสร์ | 12,323,833 | 1.06 |
| 8 | นาง พิมพ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา | 9,895,696 | 0.85 |
| 9 | นาย ฤทธิรงค์ บุญมีโชติ | 9,401,100 | 0.81 |
| 10 | น.ส. รุ่งทิวา บุญมีโชติ | 9,300,130 | 0.80 |
| 11 | น.ส. เพชรรัตน์ วลีฤกษ์ทรัพย์ | 8,353,750 | 0.72 |
| 12 | นาง พัชนี บุญทรงษีกุล | 7,903,842 | 0.68 |
| 13 | นาย สุขสว่าง อนุรักษ์ธนากร | 6,850,000 | 0.59 |
| 14 | นาง อัจฉรา นิมิตรปัญญา | 6,696,442 | 0.57 |
| 15 | นาย กิตติ ตั้งศรีวงศ์ | 6,500,000 | 0.56 |
| 16 | นาย ธงชาติ พร้อมพันธุ์ | 6,049,816 | 0.52 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
ผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ | ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 2 | นาย สุขสันต์ ยศะสินธุ์ | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, รองประธานกรรมการ |
| 3 | นาย กิตติ ตั้งศรีวงศ์ | กรรมการ |
| 4 | นาย ณัฐวัช ยศะสินธุ์ | กรรมการ |
| 5 | นาย เสกสรรข์ รังสิยีรานนท์ | กรรมการ |
| 6 | นาย ทัฬห์ สิริโภคี | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 7 | พลตำรวจเอก ธิติ แสงสว่าง | กรรมการอิสระ |
| 8 | พลอากาศเอก อานนท์ จารยะพันธุ์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น CHAYO
บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เป็นผู้ประกอบธุรกิจบริหารหนี้และสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ รวมถึงธุรกิจติดตามและเร่งรัดหนี้สิน และศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โดยบริษัทก่อตั้งเมื่อปี 2540 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561 ที่ราคา IPO 2.88 บาทต่อหุ้น
พัฒนาการสำคัญ
- จากธุรกิจติดตามหนี้ สู่ผู้บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
CHAYO พัฒนาธุรกิจจากการติดตามและเร่งรัดหนี้สิน ไปสู่การ รับซื้อ/รับโอนหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ทั้งหนี้ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน แล้วนำมาบริหารและเรียกเก็บหนี้เอง ทำให้บริษัทมีโอกาสสร้างรายได้ในระยะยาวจากพอร์ตหนี้ที่ซื้อมา - เข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2561
การเข้าจดทะเบียนใน SET เมื่อปี 2561 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะช่วยเพิ่มช่องทางในการระดมทุนและขยายขนาดธุรกิจ โดย CHAYO อยู่ในกลุ่ม ธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ - ขยายฐานธุรกิจสู่การบริหารสินทรัพย์ครบวงจรมากขึ้น
โครงสร้างธุรกิจในปัจจุบันครอบคลุมทั้ง ติดตามเร่งรัดหนี้สิน + บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ + ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ทำให้ไม่ได้พึ่งพารายได้จากธุรกิจประเภทเดียว - เพิ่มทุนผ่านการจ่ายหุ้นปันผลในปี 2568
ในปี 2568 CHAYO มีการเพิ่มทุนโดยออกหุ้นสามัญเพิ่ม 28.42 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผลในอัตรา หุ้นเดิม 40 หุ้นต่อหุ้นปันผล 1 หุ้น ส่งผลให้ทุนชำระแล้วเพิ่มจากประมาณ 568.60 ล้านบาท เป็น 582.81 ล้านบาท และหุ้นเพิ่มทุนเริ่มซื้อขายวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 - ผลประกอบการมีการฟื้นตัวในบางช่วง
ข้อมูลไตรมาส 1/2568 แสดงกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 80.16 ล้านบาท เทียบกับเพียง 3.19 ล้านบาทในไตรมาส 1/2567 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างมากของกำไรในช่วงดังกล่าว - ปี 2569 เน้นติดตามคุณภาพพอร์ตและการบริหารหนี้
งบล่าสุดที่ SET แสดงเป็นงบไตรมาส 1/2569 และบริษัทได้เผยแพร่คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน (MD&A) สำหรับงวดสิ้นสุด 31 มีนาคม 2569 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับติดตามทิศทางธุรกิจในปี 2569
มุมมองเชิงธุรกิจ
จุดสำคัญของ CHAYO คือ “การเติบโตของพอร์ตหนี้ต้องมาคู่กับความสามารถในการเก็บเงินสด” เพราะธุรกิจบริหาร NPL ต้องใช้เงินลงทุนซื้อหนี้ก่อน แล้วทยอยรับกระแสเงินสดกลับมา ดังนั้นการขยายพอร์ตมากเกินไปอาจเพิ่มภาระเงินทุนและต้นทุนทางการเงินได้
ปัจจุบัน SET ระบุ CHAYO มีทุนชำระแล้วประมาณ 582.81 ล้านบาท และลักษณะธุรกิจหลักยังคงเป็นการติดตามหนี้และบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน
สรุป: พัฒนาการของ CHAYO คือการเปลี่ยนจากผู้ให้บริการติดตามหนี้ ไปสู่ บริษัทบริหารหนี้และสินทรัพย์ด้อยคุณภาพแบบครบวงจรมากขึ้น โดยปัจจัยที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ การขยายพอร์ต NPL, เงินทุนที่ใช้ซื้อหนี้, กระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้, ต้นทุนทางการเงิน และคุณภาพของลูกหนี้ในพอร์ต ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสามารถในการเติบโตและกำไรของบริษัทในระยะต่อไป.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสด | 623.38 | 406.28 | 233.12 | 312.09 | 276.04 |
| เงินลงทุนสุทธิ | 7.83 | 7.87 | 8.36 | 8.35 | – |
| เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ | 8,015.92 | 8,379.11 | 983.97 | 8,596.87 | 6,221.25 |
| – เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้ | 7,955.70 | 8,313.21 | 839.04 | 8,474.46 | 6,057.73 |
| ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ | – | – | – | – | – |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 51.33 | 50.00 | 45.96 | 47.43 | 43.08 |
| รวมสินทรัพย์ | 9,331.41 | 9,705.11 | 8,795.99 | 9,825.83 | 8,940.39 |
| เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก | 249.55 | 439.53 | 347.00 | 364.87 | 337.00 |
| รวมหนี้สิน | 5,035.89 | 5,132.19 | 4,701.35 | 5,038.46 | 4,636.55 |
| ทุนจดทะเบียน | 625.46 | 625.46 | 767.45 | 767.45 | 767.45 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 568.60 | 568.60 | 582.81 | 582.81 | 582.81 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 1,701.41 | 1,701.41 | 1,701.41 | 1,701.41 | 1,701.41 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 1,088.01 | 1,289.36 | 730.40 | 1,448.29 | 932.13 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 3,346.78 | 3,548.13 | 3,003.38 | 3,721.27 | 3,205.09 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 1,615.76 | 2,082.84 | 2,173.75 | 1,084.02 | 917.77 |
| – รายได้ดอกเบี้ย | 1,475.80 | 1,973.46 | 2,102.05 | 1,042.90 | 884.59 |
| – จากสินเชื่อและเงินฝาก | – | – | – | – | – |
| – รายได้ค่านายหน้า | – | – | – | – | – |
| – รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ | – | – | – | – | – |
| รวมรายได้ | 1,628.78 | 2,093.39 | 2,196.50 | 1,088.28 | 923.65 |
| ต้นทุน | 277.63 | 342.68 | 248.29 | 137.52 | 105.30 |
| (กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น | 406.94 | 835.53 | 2,051.98 | 427.01 | 317.05 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 119.91 | 126.64 | 113.80 | 53.82 | 69.56 |
| ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ | – | – | – | – | – |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 824.31 | 788.54 | -217.78 | 469.92 | 431.74 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 391.14 | 241.15 | -543.16 | 174.72 | 201.73 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.34 | 0.21 | -0.47 | 0.15 | 0.17 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | -1,903.92 | -123.36 | 294.42 | 71.93 | 164.00 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -31.17 | -2.09 | -31.81 | 2.97 | 31.08 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 1,537.06 | -91.66 | -435.77 | -169.09 | -152.16 |
| เงินสดสุทธิ | -398.04 | -217.11 | -173.16 | -94.19 | 42.92 |
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น CHAYO บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
วิเคราะห์งบการเงิน CHAYO — ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ผมยึด งบการเงินรวมล่าสุดที่เผยแพร่ต่อ SET ณ วันที่ 31 มี.ค. 2569 (1Q/2569) เป็นฐานหลักในการวิเคราะห์ เพราะข้อมูลที่เปิดเผยในหน้า IR ของบริษัทล่าสุดยังแสดงงบ 1Q/2569 ขณะที่หน้า SET ณ 20 ส.ค. 2569 ระบุว่ามีงบ 2Q/2569 แล้ว จึงควรระวังการใช้ตัวเลข 2Q หากยังไม่ได้เปิดเอกสารรายละเอียดครบถ้วนในแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้
1. ภาพรวมตัวเลขสำคัญ
| รายการ | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | Q1/69 |
|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์รวม | 9,331 ลบ. | 9,705 ลบ. | 8,796 ลบ. | 8,854 ลบ. |
| หนี้สินรวม | 5,036 ลบ. | 5,132 ลบ. | 4,701 ลบ. | 4,652 ลบ. |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 3,347 ลบ. | 3,548 ลบ. | 3,003 ลบ. | 3,106 ลบ. |
| รายได้รวม | 1,629 ลบ. | 2,093 ลบ. | 2,197 ลบ. | 470 ลบ. |
| กำไรสุทธิ | 391 ลบ. | 241 ลบ. | -543 ลบ. | 102.8 ลบ. |
| EPS | 0.34 | 0.21 | -0.47 | 0.09 |
ตัวเลขจากข้อมูลสำคัญทางการเงินของบริษัทและ SET
🔎 ประเด็นที่น่าสนใจที่สุด: กำลังฟื้นจากปี 2568
ปี 2568 เป็นปีที่ CHAYO มีปัญหาด้านกำไรอย่างชัดเจน โดยขาดทุนสุทธิถึงประมาณ 543 ล้านบาท จากกำไร 241 ล้านบาทในปี 2567
แต่ 1Q/2569 กลับมามีกำไรสุทธิ 102.78 ล้านบาท เทียบกับ 80.16 ล้านบาทใน 1Q/2568 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 28.2% YoY
จุดนี้ถือเป็นสัญญาณบวก เพราะธุรกิจบริหารหนี้ต้องใช้เวลาในการรับรู้ผลตอบแทนจากพอร์ต NPL/NPA การกลับมามีกำไรจึงสำคัญกว่าการดูรายได้เพียงอย่างเดียว
มุมมอง: 🟢 เริ่มเห็นสัญญาณ Turnaround แต่ยังต้องพิสูจน์ต่ออีกหลายไตรมาส
2. คุณภาพของสินทรัพย์ — จุดที่ต้องจับตา
CHAYO เป็นธุรกิจที่มีลักษณะ Asset Intensive กล่าวคือ ต้องใช้เงินทุนเพื่อซื้อหนี้เสีย/NPL มาบริหารและเรียกเก็บเงินในระยะยาว
ข้อมูล Q1/2569 แสดงว่า
สินทรัพย์รวมประมาณ 8,854 ล้านบาท
เงินสดประมาณ 263 ล้านบาท
เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับประมาณ 6,964 ล้านบาท
ดังนั้น โครงสร้างสินทรัพย์ไม่ได้มีเงินสดสูงเมื่อเทียบกับขนาดสินทรัพย์ทั้งหมด
สิ่งที่นักลงทุนต้องดูไม่ใช่แค่ “ซื้อ NPL ได้มากแค่ไหน” แต่คือ
ซื้อมาแล้วเก็บเงินสดกลับมาได้เร็วแค่ไหน?
เพราะหากการเรียกเก็บเงินช้ากว่าคาด บริษัทอาจต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม และต้นทุนทางการเงินจะเข้ามากดกำไร
3. หนี้สิน — ดีขึ้น แต่ยังเป็นจุดเสี่ยง
หนี้สินรวมลดลงจาก
5,132 ล้านบาท → 4,701 ล้านบาท → 4,652 ล้านบาท
ในปี 2567 → 2568 → Q1/2569
ถือเป็นทิศทางที่ดี เพราะบริษัทไม่ได้เพิ่มหนี้อย่างรุนแรงเพื่อขยายพอร์ตในช่วงที่ผ่านมา
คำนวณแบบง่าย ๆ
Debt / Equity ≈ 4,652 / 3,106 = 1.50 เท่า
ถือว่าไม่ได้อยู่ในระดับวิกฤติ แต่สำหรับธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนซื้อหนี้จำนวนมาก 1.5 เท่ายังถือว่าต้องติดตาม
โดยเฉพาะถ้าอัตราดอกเบี้ยสูง หรือกระแสเงินสดจากการเก็บหนี้ต่ำกว่าคาด
4. จุดที่น่ากังวลมากกว่า “หนี้สิน” คือ ROE
Q1/2569 บริษัทมี
ROA ประมาณ -2.33%
ROE ประมาณ -15.46% ตามตัวเลขที่บริษัทแสดงในข้อมูลสำคัญทางการเงิน
ตัวเลข ROE ที่ติดลบอาจดูขัดกับการที่ Q1/69 มีกำไร แต่ต้องเข้าใจว่า อัตราส่วนที่บริษัทแสดงเป็นตัวเลขที่คำนวณตามวิธีของบริษัท/ข้อมูลช่วงเวลา ไม่ควรนำไปตีความตรง ๆ ว่า Q1 บริษัทขาดทุน
สำหรับนักลงทุน ผมจะให้น้ำหนักกับ กำไรสุทธิและแนวโน้มกำไรจากการดำเนินงาน มากกว่า ROE ที่เป็นอัตราส่วนบนฐานข้อมูลช่วงเวลา
5. จุดแข็งของ CHAYO
🟢 1. ธุรกิจมีโอกาสสร้างกำไรระยะยาวจาก NPL
เมื่อซื้อหนี้เสียในราคาต่ำกว่ามูลหนี้ บริษัทมีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง หากสามารถเรียกเก็บได้ตามประมาณการ
🟢 2. ปี 2569 เริ่มเห็นกำไรกลับมา
กำไร Q1/69 ที่ 102.8 ล้านบาท เพิ่มจาก 80.2 ล้านบาท YoY เป็นสัญญาณเชิงบวก
🟢 3. ฐานทุนยังมีอยู่
ส่วนของผู้ถือหุ้น Q1/69 อยู่ประมาณ 3,106 ล้านบาท เทียบกับสินทรัพย์ 8,854 ล้านบาท
จึงยังมี Equity Cushion พอสมควร
🟢 4. Valuation ทางบัญชีเริ่มน่าสนใจ
SET แสดง Book Value ต่อหุ้นประมาณ 2.66 บาท ณ Q1/69 ขณะที่ข้อมูลราคาล่าสุดบน SET ณ 20 ส.ค. 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.40 บาท
หมายความว่า P/BV ประมาณ 0.53 เท่า ตามข้อมูล SET
นี่เป็นจุดที่สาย VI อาจสนใจมาก
⚠️ 6. ความเสี่ยงสำคัญ
🔴 1. กำไรยังไม่กลับไปสู่ระดับเดิม
ปี 2566 กำไร 391 ล้านบาท
ปี 2567 กำไร 241 ล้านบาท
ปี 2568 ขาดทุน 543 ล้านบาท
Q1/69 กำไร 103 ล้านบาท
ดังนั้นยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า CHAYO กลับเข้าสู่ Growth Cycle เต็มตัว
🔴 2. ความเสี่ยงจากการประเมินกระแสเงินสดของ NPL
นี่คือหัวใจของธุรกิจ
หากบริษัทประเมินว่าจะเก็บหนี้ได้มาก แต่ลูกหนี้ชำระจริงต่ำกว่าคาด ผลตอบแทนของพอร์ตจะลดลง
🔴 3. ต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจบริหาร NPL ต้องใช้เงินทุนในการซื้อพอร์ต หากต้นทุนเงินเพิ่มขึ้น แต่รายได้จากการเก็บหนี้ไม่ได้เพิ่มตาม จะกด Net Profit
🔴 4. คุณภาพกำไรต้องตรวจสอบ
สำหรับ CHAYO ผมไม่แนะนำให้ดู P/E เพียงอย่างเดียว
ควรดู
กำไรสุทธิ → Cash Flow → เงินเก็บหนี้จริง → การซื้อ NPL ใหม่ → หนี้สิน → ต้นทุนทางการเงิน
ควบคู่กัน
📊 มุมมองเชิง VI
ถ้ามองแบบ Value Investor ผมให้ CHAYO เป็นหุ้นลักษณะ
“Deep Value + Turnaround” มากกว่าหุ้น Growth
เหตุผลคือราคาหุ้นต่ำกว่า Book Value ค่อนข้างมาก โดย SET แสดง P/BV ราว 0.53 เท่า และ Book Value ประมาณ 2.66 บาท/หุ้น ขณะที่ราคาที่ SET แสดง ณ 20 ส.ค. 2569 อยู่ประมาณ 1.40 บาท
แต่ส่วนลดนี้ ไม่ได้แปลว่าหุ้นถูกโดยอัตโนมัติ
เพราะตลาดอาจกำลัง Discount ความเสี่ยงว่า
NPL เก็บเงินได้ต่ำกว่าคาด
กำไรฟื้นไม่ต่อเนื่อง
ต้นทุนเงินสูง
ROE ต่ำ
ต้องใช้เงินทุนเพิ่มในการขยายพอร์ต
ดังนั้น Book Value ของ CHAYO ต้องประเมินควบคู่กับคุณภาพของสินทรัพย์และความสามารถในการเปลี่ยน NPL ให้เป็น Cash Flow
⭐ สรุปคะแนนงบการเงิน CHAYO
| ด้าน | คะแนน | มุมมอง |
|---|---|---|
| การเติบโตของรายได้ | ⭐⭐⭐ | ยังไม่เด่น |
| การฟื้นตัวของกำไร | ⭐⭐⭐⭐ | เริ่มดีขึ้น |
| ฐานะการเงิน | ⭐⭐⭐ | ต้องติดตามหนี้ |
| กระแสเงินสด | ⭐⭐⭐ | เป็นหัวใจสำคัญ |
| ROE | ⭐⭐ | ยังไม่น่าประทับใจ |
| Valuation | ⭐⭐⭐⭐ | P/BV ต่ำ |
| ความเสี่ยง | 🔴🔴🔴🔴 | ค่อนข้างสูง |
| ภาพรวม | 3.5/5 | Turnaround / Deep Value |
🎯 บทสรุป
CHAYO น่าสนใจตรง “ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาก + กำไรเริ่มฟื้น”
แต่ยังไม่ใช่หุ้นที่ผมจะเรียกว่า งบแข็งแรงแบบ Defensive
จุดตัดสินใจสำคัญในปี 2569 คือ กำไรต้องรักษาระดับ 100 ล้านบาทขึ้นไปต่อไตรมาส พร้อมกับกระแสเงินสดจากการเก็บหนี้ที่แข็งแรง และหนี้สินไม่เพิ่มเร็วเกินไป
ถ้าทำได้ต่อเนื่อง → มีโอกาส Re-rating จากหุ้น Deep Value เป็น Turnaround
แต่ถ้ากำไรกลับลงอีก → P/BV ต่ำอาจเป็น Value Trap ได้
สำหรับผม CHAYO ตอนนี้ = “น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แต่ต้องติดตามคุณภาพกำไรและกระแสเงินสดอย่างใกล้ชิด”
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค CHAYO — ชโย กรุ๊ป
สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิคจัด ๆ
CHAYO เป็นหุ้นกลุ่มบริหารสินทรัพย์/ติดตามหนี้ที่ช่วงก่อนหน้าปรับตัวลงแรง โดยข้อมูล SET ระบุว่าราคาปลายปี 2568 อยู่ที่ 1.32 บาท ก่อนขยับขึ้นมา 1.42 บาท ณ 7 ส.ค. 2569 สะท้อนว่าหุ้นเริ่มมีแรงพยุงกลับเข้ามา แต่ภาพใหญ่ยังต้องจับตาการเปลี่ยนแนวโน้มให้ชัดเจน
🔥 มุมกราฟที่ต้องจับตา
แนวโน้มหลัก:
➡️ ยังเป็น “ขาลงที่กำลังพยายามสร้างฐาน”
การเด้งขึ้นจากบริเวณต่ำกว่า 1.40 บาทเป็นสัญญาณบวกในระยะสั้น แต่ยังไม่ควรรีบตีความว่าเป็นขาขึ้นรอบใหม่ จนกว่าจะผ่านแนวต้านสำคัญพร้อม Volume
แนวรับ
🟢 1.35–1.37 บาท — ฐานระยะสั้น หากยืนได้ยังมีโอกาสแกว่งสร้างฐาน
🟢 1.30–1.32 บาท — แนวรับสำคัญของภาพใหญ่
🔴 หากหลุด 1.30 บาท พร้อมแรงขาย → ภาพเทคนิคเสียทรงและมีโอกาสเปิด Downside เพิ่ม
แนวต้าน
🟡 1.42–1.45 บาท — ด่านแรกที่ต้องฝ่า
🟠 1.48–1.50 บาท — แนวต้านสำคัญ หากผ่านได้จะเริ่มเห็น Momentum เชิงบวกชัดขึ้น
🚀 หากทะลุ 1.50 บาท + Volume หนุน มีโอกาสเปลี่ยนจาก “เด้งรีบาวด์” เป็น “รอบฟื้นตัว”
⚡ สัญญาณ Trading
กรณี Bullish:
ถ้าราคายืนเหนือ 1.45–1.50 บาท ได้ และ Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ → เป็นสัญญาณให้จับตาการ Breakout เพราะโครงสร้างราคาจะเริ่มทำ Higher High
กรณี Sideway:
หากยังติดอยู่ในกรอบ 1.35–1.50 บาท → กลยุทธ์สายเทคนิคคือรอราคาชนขอบกรอบ ไม่ไล่ราคาในกลางกรอบ
กรณี Bearish:
ถ้าหลุด 1.35 บาท และโดยเฉพาะ 1.30 บาท พร้อม Volume ขายเพิ่ม → ต้องระวังแรงขายรอบใหม่
🎯 จุดที่สายเทคนิคต้องดูเป็นพิเศษ
“CHAYO กำลังสร้างฐาน หรือกำลังเด้งเพื่อพักตัว?”
คำตอบจะอยู่ที่ 1.45–1.50 บาท
ถ้าผ่านพร้อม Volume = กราฟเริ่มน่าสนใจ
ถ้าไม่ผ่านแล้วถูกขายกลับ = ยังเป็นเพียง Technical Rebound
ด้านพื้นฐานก็มีประเด็นที่ต้องติดตาม เพราะปี 2568 บริษัทขาดทุนสุทธิ 543.16 ล้านบาท แต่ไตรมาส 1/2569 กลับมามีกำไรสุทธิ 102.78 ล้านบาท ซึ่งทำให้ธีม “Turnaround” เป็นปัจจัยที่ตลาดอาจนำมาประกอบกับสัญญาณกราฟได้
🚨 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
CHAYO — “ฐานเริ่มมา แต่ยังต้องเบรกให้ได้!”
📌 แนวรับ: 1.35 / 1.30 บาท
📌 แนวต้าน: 1.45 / 1.50 บาท
📌 Breakout: ยืนเหนือ 1.50 + Volume
📌 Stop Loss เชิงเทคนิค: ต่ำกว่า 1.30 บาท
📌 สถานะ: จับตาการเบรก ไม่ไล่ราคา
เกมนี้ยังไม่ใช่การวิ่งขึ้นแบบชัด ๆ แต่เป็นเกมวัดใจที่แนวต้าน 1.45–1.50 บาท — ถ้าผ่านได้ ค่อยเพิ่มน้ำหนักการมองบวก; ถ้าไม่ผ่าน ระวังโดนเทขายทำกำไร
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น CHAYO — ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
มุมมอง: 🟡 “เริ่มฟื้นตัว แต่ยังต้องจับตาคุณภาพกำไรและการเติบโตของพอร์ตหนี้”
CHAYO ทำธุรกิจ บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ทั้งหนี้มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน รวมถึงธุรกิจติดตามและเร่งรัดหนี้สิน ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้ประโยชน์เมื่อปริมาณหนี้เสียในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง
- ผลประกอบการ — จุดเปลี่ยนเริ่มชัด
ปี 2568 เป็นปีที่ค่อนข้างหนักสำหรับ CHAYO โดยบริษัทมีรายได้รวม 2,196.50 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิ 543.16 ล้านบาท ขณะที่ปี 2567 มีกำไรสุทธิ 241.15 ล้านบาท สาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการตั้งสำรอง/การด้อยค่าที่กดดันกำไรอย่างมาก
แต่ภาพในปี 2569 เริ่มดีขึ้น:
Q1/69 กำไรสุทธิ 102.78 ล้านบาท เทียบกับ 80.16 ล้านบาทใน Q1/68
กำไร Q1 โตประมาณ 28% YoY
อัตรากำไรสุทธิ Q1/69 อยู่ที่ 26.05%
บริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,854 ล้านบาท และหนี้สินรวม 4,652 ล้านบาท ณ Q1/69
ที่สำคัญ ข่าวล่าสุดระบุว่า กำไรส่วนของบริษัทใหญ่ในครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 201.73 ล้านบาท เพิ่ม 15.46% พร้อม Cash Collection เพิ่มเกือบ 14% ขณะที่ ECL ลดลงเกือบ 26% และต้นทุนบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพลดลงเกือบ 27% ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อคุณภาพการดำเนินงาน
ประเด็นสำคัญ: ตลาดไม่ได้มอง CHAYO แค่ “กำไรโต” แต่กำลังจับตาว่า บริษัทสามารถเก็บเงินสดจากพอร์ตหนี้ได้ดีขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งตัวเลข Cash Collection ล่าสุดถือว่าน่าสนใจ - จุดแข็งของ CHAYO
① ได้ประโยชน์จากปริมาณ NPL ในระบบ
ธุรกิจหลักของ CHAYO คือการซื้อ/รับโอนหนี้เสียมาบริหารและติดตามเก็บเงิน ดังนั้นหากธนาคารและ Non-bank เร่งขาย NPL บริษัทที่มีความสามารถบริหารพอร์ตหนี้จะมีโอกาสเพิ่มรายได้ในอนาคต
② โครงสร้างพอร์ตเน้นหนี้ไม่มีหลักประกัน
บริษัทระบุว่าพอร์ตลูกหนี้ส่วนใหญ่ประมาณ 70% เป็นหนี้ไม่มีหลักประกัน และจำนวนมากเป็นหนี้วงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ซึ่งเป็นตลาดที่ CHAYO มีความเชี่ยวชาญในการติดตามจัดเก็บ
③ การควบคุมต้นทุนเริ่มดีขึ้น
การที่ต้นทุนบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพลดลงเกือบ 27% และ ECL ลดลงเกือบ 26% ในครึ่งแรกปี 2569 เป็นสัญญาณว่าบริษัทเริ่มบริหารพอร์ตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
④ มีโอกาสจาก JV AMC
การเปิดทางให้ธนาคาร/Non-bank ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารหนี้ตั้ง JV AMC เป็นโอกาสระยะกลางของ CHAYO เพราะบริษัทมีประสบการณ์ด้านบริหาร NPL โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกัน - จุดที่ต้องระวัง ⚠️
🔴 ความเสี่ยงอันดับ 1: กำไรยังผันผวนสูง
ปี 2568 ขาดทุนสุทธิถึง 543 ล้านบาท แม้ปี 2569 จะฟื้นตัวแล้วก็ตาม ดังนั้นต้องพิสูจน์ว่าการฟื้นตัวของกำไรเป็น แนวโน้มถาวร ไม่ใช่เพียงการกลับรายการ/ลดค่าใช้จ่ายบางรายการ
🔴 ความเสี่ยงจากการซื้อพอร์ต NPL เพิ่ม
ธุรกิจนี้ต้องใช้เงินลงทุนเพื่อซื้อหนี้เสีย หากซื้อพอร์ตในราคาสูงเกินไป แต่สามารถเรียกเก็บเงินได้ต่ำกว่าคาด จะกระทบผลตอบแทนและกระแสเงินสด
บริษัทมีแผนใช้งบประมาณประมาณ 500 ล้านบาท สำหรับซื้อหนี้ไม่มีหลักประกันเพิ่มเติมในปี 2569 ซึ่งเพิ่มโอกาสเติบโต แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินทุนไปพร้อมกัน
🔴 หนี้สินยังอยู่ในระดับที่ต้องติดตาม
Q1/69 บริษัทมีหนี้สินรวม 4,651.84 ล้านบาท เทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น 3,106.14 ล้านบาท และ D/E อยู่ประมาณ 1.11 เท่า
ยังไม่ถือว่าน่ากังวลมาก แต่สำหรับธุรกิจบริหารหนี้ กระแสเงินสดและต้นทุนทางการเงิน สำคัญมาก เพราะบริษัทต้องใช้เงินในการซื้อพอร์ตใหม่ - มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาที่ตลาดหลักทรัพย์แสดงในช่วงต้นเดือนสิงหาคมอยู่แถว 1.48 บาท และ Market Cap ประมาณ 1.73 พันล้านบาท
จากพฤติกรรมราคาในช่วงล่าสุด ผมมองโซนสำคัญแบบนี้:
แนวรับ
🟢 1.35–1.40 บาท — ฐานสำคัญ
🟢 1.30 บาท — แนวรับถัดไป หากหลุดฐานแรก
แนวต้าน
🔴 1.50–1.55 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
🔴 1.60 บาท — แนวต้านสำคัญ
🔴 หากผ่าน 1.60 ได้พร้อม Volume มีโอกาสเปิด Upside ทางเทคนิคมากขึ้น
กลยุทธ์
สายเก็งกำไร:
รอราคา Break 1.50–1.55 บาท พร้อม Volume จะให้น้ำหนักเชิงบวกมากขึ้น
สายสะสม:
สามารถจับตาโซน 1.35–1.40 บาท หากราคายืนได้และผลประกอบการยังฟื้นตัวต่อเนื่อง
Stop Loss:
หากหลุด 1.30 บาท พร้อมแรงขายและ Volume เพิ่ม ควรลดความเสี่ยง
หมายเหตุ: แนวรับ–แนวต้านเป็นการประเมินเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาที่ค้นได้ ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายแบบเรียลไทม์ ณ นาทีปัจจุบัน
5. ประเด็นที่ผมให้น้ำหนักมากที่สุดใน CHAYO
| ปัจจัย | มุมมอง |
|---|---|
| กำไร H1/69 | 🟢 ดีขึ้น |
| Cash Collection | 🟢 ดีขึ้น |
| ECL | 🟢 ลดลง |
| ต้นทุนบริหาร NPL | 🟢 ลดลง |
| การซื้อ NPL ใหม่ | 🟢 เพิ่มโอกาสโต |
| JV AMC | 🟢 Upside ระยะกลาง |
| หนี้สิน | 🟡 ต้องติดตาม |
| ความผันผวนของกำไร | 🔴 สูง |
| คุณภาพพอร์ต NPL | 🟡 ต้องติดตาม |
| Technical | 🟡 รอ Breakout |
🎯 บทสรุป
CHAYO เป็นหุ้น “Turnaround + NPL Recovery Play” มากกว่าหุ้นเติบโตแบบ Defensive
จุดที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้คือ กำไรกลับมาเป็นบวก, Cash Collection ฟื้นตัว และต้นทุน/ECL ลดลง ขณะที่โอกาสซื้อพอร์ต NPL ใหม่และ JV AMC สามารถสร้าง Growth Engine ใหม่ได้
แต่ยังไม่ควรมองข้ามประวัติ กำไรที่ผันผวนและขาดทุนหนักในปี 2568 ดังนั้นสิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ H2/69 จะรักษากำไรระดับนี้ได้หรือไม่ และ Cash Collection จะโตต่อเนื่องหรือไม่
มุมมองผม:
🟡 เก็งกำไร/สะสมแบบมีเงื่อนไข
⭐ พื้นฐานระยะกลาง: 7/10
📈 โมเมนตัมการฟื้นตัว: 7.5/10
⚠️ ความเสี่ยง: 7/10
ถ้า 1.50–1.55 บาทผ่านด้วย Volume จะเริ่มเปลี่ยนภาพเป็นบวกทางเทคนิคอย่างชัดเจน ส่วนการหลุด 1.30 บาท จะทำให้โครงสร้างการฟื้นตัวเสียทรง

