ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น CH บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CH บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CH บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) CH อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
0.03บาท26 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.10บาท26 พ.ค. 2568เงินปันผล
0.04บาท17 พ.ค. 2567เงินปันผล
0.06บาท12 พ.ค. 2566เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น CH
บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ โดยมีฐานการผลิตทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา
จาก One Report 2567 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทและบริษัทย่อยมีทรัพย์สินถาวรหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ มูลค่าสุทธิ 851.97 ล้านบาท

มูลค่าสุทธิ 851.97 ล้านบาท

ประเภททรัพย์สินรายละเอียดมูลค่าสุทธิ
ที่ดินและส่วนปรับปรุงที่ดินที่ดิน 30 แปลงใน ต.ท่าฉลอม สมุทรสาคร ใช้เป็นโรงงาน, ที่ดิน 7 แปลงใน ต.ท่าทราย ใช้เป็นคลังสินค้า และที่ดินในสมุทรสงครามใช้เป็นโรงงานกระป๋อง257.10 ลบ.
อาคารและส่วนปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ, โรงงานท่าฉลอม, โรงงานกระป๋องสมุทรสงคราม, โรงงานราชบุรี, คลังสินค้าท่าทราย และโรงงานของ CHC ในกัมพูชา341.31 ลบ.
เครื่องจักรและอุปกรณ์เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโรงงานผลิตสินค้าในไทยและบริษัทย่อย CHC110.52 ลบ.
เครื่องมือและเครื่องใช้โรงงานอุปกรณ์สำหรับโรงงานผลิตสินค้าและคลังสินค้า21.38 ลบ.
เครื่องตกแต่งและเครื่องใช้สำนักงานอุปกรณ์สำนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย8.38 ลบ.
ยานพาหนะรถยนต์และยานพาหนะที่ใช้ในการดำเนินงาน5.31 ลบ.
งานระหว่างก่อสร้างสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและติดตั้ง25.75 ลบ.

รวม ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ 769.75 ล้านบาท

อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
CH ยังมี อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 82.22 ล้านบาท ประกอบด้วยที่ดินหลายแปลงใน ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ซึ่งระบุว่าเป็นที่ดินเปล่าที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานหลัก
สินทรัพย์สิทธิการใช้
นอกจากนี้ บริษัทและบริษัทย่อยมี สินทรัพย์สิทธิการใช้ 55.59 ล้านบาท จากสัญญาเช่าที่ดิน อาคารสำนักงาน และรถโฟล์คลิฟต์ ซึ่งใช้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจ
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
มี สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ 5.32 ล้านบาท โดยหลักคือ ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์
จุดสำคัญของฐานทรัพย์สิน CH
จุดแข็งของ CH คือมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับธุรกิจอาหารครบค่อนข้างมาก ตั้งแต่ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร คลังสินค้า ไปจนถึงศูนย์วิจัยและพัฒนา โดยโรงงานหลักที่ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร ผลิตทั้ง ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ ขณะที่ CHC ในกัมพูชาผลิตผลไม้อบแห้ง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ บริษัทมี R&D Innovation Center ที่โรงงานท่าฉลอม พร้อมเครื่องมือ ห้องทดลอง และเครื่องจักรสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงรองรับงาน OEM/ODM
สรุปสำหรับนักลงทุน: ทรัพย์สินหลักของ CH ไม่ได้มีเพียง “โรงงาน” แต่เป็นระบบการผลิตครบวงจร ประกอบด้วย ที่ดิน + โรงงาน + คลังสินค้า + เครื่องจักร + อุปกรณ์การผลิต + R&D ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อการขยายกำลังผลิตและรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต โดยในปี 2568 บริษัทก็มีการลงทุนเพิ่มเติมใน อาคารผลิตแห่งใหม่ที่สมุทรสาคร การซื้อที่ดินที่ ต.ท่าจีน เพื่อรองรับห้องเย็น และการก่อสร้างห้องเย็นในกัมพูชา
หมายเหตุ: ตัวเลขรายละเอียดทรัพย์สินข้างต้นอ้างอิง One Report 2567 ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผยเป็นรายละเอียดครบถ้วนล่าสุดที่พบจากเอกสารบริษัท; SET ระบุว่าปัจจุบัน CH มีงบการเงินล่าสุดถึง ไตรมาส 2/2569


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น CH
บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป โดยมีธุรกิจในต่างประเทศผ่านบริษัทย่อย โดยข้อมูลโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่เปิดเผยในเอกสารของบริษัทระบุบริษัทย่อยหลัก 3 แห่ง

  1. Chin Huay (Cambodia) Co., Ltd. (CHC)
    ประเทศ: กัมพูชา
    สัดส่วนการถือหุ้น: 99.99%
    ลักษณะธุรกิจ: ผลิตผลไม้อบแห้ง
    ตั้งอยู่ในจังหวัดพระสีหนุ ประเทศกัมพูชา
    มีจุดเด่นด้านการใช้วัตถุดิบผลไม้ในกัมพูชา โดยเฉพาะมะม่วง ซึ่งเหมาะกับการผลิตผลไม้อบแห้ง
    โรงงานเริ่มดำเนินการผลิตในปี 2563
  2. Chin Huay Holding (Singapore) Pte. Ltd. (CHHS)
    ประเทศ: สิงคโปร์
    สัดส่วนการถือหุ้น: 99.99%
    ลักษณะธุรกิจ: บริษัทโฮลดิ้งเพื่อการลงทุน
    ทำหน้าที่เป็นบริษัทสำหรับ ลงทุนในกิจการที่จะจัดตั้งหรือร่วมทุนกับพันธมิตรในต่างประเทศ
    CHHS ยังเป็นบริษัทแม่ของ Chin Huay Trading (Singapore) Pte. Ltd.
  3. Chin Huay Trading (Singapore) Pte. Ltd. (CHTS)
    ประเทศ: สิงคโปร์
    สัดส่วนการถือหุ้น: 99.99% โดย CHHS
    ลักษณะธุรกิจ: การค้าและจัดจำหน่าย
    ทำหน้าที่เป็น ตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ CHC ไปยังต่างประเทศ
    รวมถึงเป็นตัวแทนจัดซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศให้แก่ CHC
    โครงสร้างกลุ่มบริษัทแบบเข้าใจง่าย
    CH – บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)

    ├── 99.99% → Chin Huay (Cambodia) Co., Ltd. (CHC)
    │  └─ ผลิตผลไม้อบแห้งในกัมพูชา

    └── 99.99% → Chin Huay Holding (Singapore) Pte. Ltd. (CHHS)
      └── 99.99% → Chin Huay Trading (Singapore) Pte. Ltd. (CHTS)
        └─ จัดจำหน่ายสินค้า/จัดซื้อวัตถุดิบระหว่างประเทศ
    โครงสร้างดังกล่าวทำให้ CH มีทั้ง ฐานการผลิตในไทยและกัมพูชา ขณะที่บริษัทในสิงคโปร์ช่วยสนับสนุนด้านการลงทุน การค้า และการเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ โดย CH มีธุรกิจส่งออกไปมากกว่า 50 ประเทศ
    มุมมองสำหรับนักลงทุน: จุดที่น่าสนใจของโครงสร้างกลุ่ม CH คือการกระจายห่วงโซ่ธุรกิจออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะ CHC ในกัมพูชา ซึ่งเป็นฐานการผลิตผลไม้อบแห้ง และ CHHS/CHTS ในสิงคโปร์ ที่ทำหน้าที่ด้านการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่งบการเงินล่าสุดของ CH ที่เผยแพร่ถึง ไตรมาส 2/2569 เป็นงบรวมของบริษัทและบริษัทย่อย


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น CH
บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ผลไม้อบแห้ง อาหารและขนมขบเคี้ยว ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นความเสี่ยงสำคัญจะเชื่อมโยงกับต้นทุนวัตถุดิบ การส่งออก ค่าเงิน และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยข้อมูลล่าสุดของบริษัทระบุว่าในปี 2568 ผลประกอบการได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และคำสั่งซื้อของลูกค้าที่ชะลอตัวในบางช่วง

  1. ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบผันผวน
    CH ต้องใช้วัตถุดิบทางการเกษตรและวัตถุดิบสำหรับการผลิตอาหาร หากราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อาจกดดัน อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
    สิ่งที่ต้องจับตา: ราคาวัตถุดิบ + Gross Margin
  2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    ธุรกิจของ CH มีตลาดต่างประเทศเป็นส่วนสำคัญ ทำให้ค่าเงินบาทมีผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท โดยบริษัทระบุชัดว่า เงินบาทแข็งค่า เป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันผลประกอบการปี 2568
    หากเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง → รายได้จากการส่งออกเมื่อแปลงเป็นเงินบาทอาจลดลง และความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทยอาจลดลง
  3. ความเสี่ยงจากคำสั่งซื้อและเศรษฐกิจโลก
    เมื่อเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าชะลอตัว ผู้บริโภคอาจลดการซื้อสินค้ากลุ่มอาหารและขนมที่ไม่ใช่สินค้าจำเป็น ส่งผลต่อ ยอดคำสั่งซื้อ ปริมาณขาย และรายได้
    ปี 2568 บริษัทระบุว่าคำสั่งซื้อจากลูกค้าชะลอตัวในบางช่วง ก่อนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในบางตลาดช่วงปลายปี
  4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
    ตลาดอาหารและขนมขบเคี้ยวมีการแข่งขันทั้งด้าน ราคา คุณภาพ แบรนด์ ช่องทางจำหน่าย และนวัตกรรมสินค้า
    หากคู่แข่งออกสินค้าใหม่หรือใช้กลยุทธ์ลดราคาอย่างหนัก CH อาจต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการตลาด หรือปรับราคาขาย ซึ่งอาจกระทบ Margin
  5. ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร
    ธุรกิจอาหารมีความเสี่ยงสูงจากปัญหา เช่น
    สินค้าปนเปื้อน
    คุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
    การเรียกคืนสินค้า
    ข้อร้องเรียนจากลูกค้า
    มาตรฐานอาหารของประเทศคู่ค้า
    หากเกิดเหตุการณ์รุนแรง อาจกระทบทั้ง ยอดขาย ต้นทุน และชื่อเสียงของแบรนด์ รวมถึงความสัมพันธ์กับลูกค้ารายใหญ่
  6. ความเสี่ยงจากกฎระเบียบของประเทศคู่ค้า
    การส่งออกอาหารต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของแต่ละประเทศ ทั้งเรื่องฉลาก ส่วนประกอบอาหาร สารตกค้าง บรรจุภัณฑ์ และมาตรฐานความปลอดภัย
    หากประเทศปลายทางเพิ่มข้อกำหนด อาจทำให้ CH ต้องลงทุนเพิ่มเพื่อปรับกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์
  7. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ
    การมีรายได้จากต่างประเทศช่วยเพิ่มโอกาสเติบโต แต่ก็ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบจาก เศรษฐกิจ นโยบายการค้า ภาษีนำเข้า และความผันผวนของค่าเงิน ในประเทศคู่ค้า
    ดังนั้น นักลงทุนควรติดตาม สัดส่วนรายได้ส่งออกและการเติบโตของแต่ละภูมิภาค อย่างใกล้ชิด
  8. ความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง
    ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น เช่น น้ำตาล แคลอรี ส่วนผสม และคุณค่าทางโภชนาการ หากสินค้าไม่สามารถตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ได้ อาจทำให้ยอดขายบางผลิตภัณฑ์ชะลอตัว
  9. ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและผลผลิตทางการเกษตร
    วัตถุดิบที่มาจากภาคเกษตรได้รับผลกระทบจาก ภัยแล้ง น้ำท่วม อุณหภูมิ โรคพืช และสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งอาจทำให้วัตถุดิบขาดแคลนหรือราคาปรับตัวสูงขึ้น
  10. ความเสี่ยงด้านการขยายกำลังการผลิต
    หาก CH ลงทุนเพิ่มโรงงาน เครื่องจักร หรือขยายกำลังการผลิต แต่ยอดขายเติบโตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจทำให้เกิด ต้นทุนคงที่และค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้กำลังการผลิตต่ำอาจกดดันความสามารถในการทำกำไร

🔎 สรุปความเสี่ยง CH แบบนักลงทุน

ประเด็นระดับที่ควรจับตา
ราคาวัตถุดิบ🔴 สูง
ค่าเงินบาท/FX🔴 สูง
คำสั่งซื้อส่งออก🔴 สูง
เศรษฐกิจโลก🟠 ปานกลาง-สูง
การแข่งขัน🟠 ปานกลาง-สูง
คุณภาพและความปลอดภัยอาหาร🔴 สูง
กฎระเบียบประเทศคู่ค้า🟠 ปานกลาง-สูง
สภาพอากาศ/ผลผลิตเกษตร🟠 ปานกลาง-สูง
พฤติกรรมผู้บริโภค🟡 ปานกลาง
การลงทุนขยายกำลังผลิต🟡 ปานกลาง

ประเด็นที่ผมมองว่านักลงทุน CH ควรโฟกัสมากที่สุดคือ “ค่าเงินบาท + คำสั่งซื้อส่งออก + ราคาวัตถุดิบ + Gross Margin” เพราะเป็นตัวแปรที่สามารถทำให้รายได้โต แต่กำไรไม่โตตามได้

บริษัทมี แบบ 56-1 One Report ปี 2568 เผยแพร่ผ่าน ก.ล.ต. แล้ว จึงสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลหลักในการเจาะลึกความเสี่ยงและโครงสร้างธุรกิจได้


ข้อมูล ณ วันที่ 08 พ.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท ซีเอช แฟมิลี่ จำกัด271,657,50033.96
2นาย ประวิทย์ ศรีแสงนาม44,454,9005.56
3นาย ณรงค์ คงคาวนา24,390,0003.05
4นาย ศักดา ศรีแสงนาม23,189,6002.90
5นาย สิรวิชญ์ ลิปตวัฒน์19,636,8002.45
6นาย สุเมธ คุโณภาสวรกุล18,690,0002.34
7นาย สุรชาติ คุโณภาสวรกุล18,400,0002.30
8นาย นพดล ศรีแสงนาม17,041,2002.13
9นาย ประกอบ ศรีแสงนาม14,487,0001.81
10นาย เจริญศักดิ์ ศรีบนฟ้า13,208,8001.65
11นาย ปิยวงศ์ ศรีแสงนาม13,030,0001.63
12นาย ณภัทร ศรีแสงนาม12,949,0001.62
13นาย คงศักดิ์ ศรีบนฟ้า12,890,0001.61
14นาย อุดมศักดิ์ ศรีแสงนาม10,729,8001.34
15บริษัท ซี.เอช.เทรชเชอรี่ จำกัด7,630,4000.95
16น.ส. ธนธรณ์ ลิปตวัฒน์7,221,8000.90
17MR. PICHAI BURAPAVONG7,140,0000.89
18นาย ปิยวัฒน์ ศรีแสงนาม7,140,0000.89
19MR. Chaofeng Shi7,040,0000.88
20นาย พิชิต บูรพวงศ์6,980,0000.87
21น.ส. ปิยวดี ศรีแสงนาม6,968,8000.87
22MR. Guangzu Pan6,600,0000.83
23นาย อภิรุม ปัญญาพล6,539,7000.82
24น.ส. เจริญศรี ศรีแสงนาม6,369,0000.80
25น.ส. สุวรรณา ศรีสกาวกุล6,000,0000.75
26MR. Shiu Yik Eddy Sze5,720,0000.72
27นาย วิชิต ชินวงศ์วรกุล5,658,5000.71
28MISS Kei Sze5,500,0000.69
29MISS Wan Sze5,500,0000.69
30นาง จิราพร ศรีแสงนาม5,103,1000.64
31MR. SIU-CHONG SI4,840,0000.61
32นาย พิสิฐ ศรีบนฟ้า4,620,3000.58
33นาง สรีวรรณ พงษ์ประดิษฐ์4,620,0000.58
34นาย ธนเกียรติ ศรีศรัณยกุล4,435,0000.55
35น.ส. ศิรภัสสร ศรีศรัณยกุล4,250,0000.53

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ศักดา ศรีแสงนามประธานกรรมการบริษัท
2นาย ประวิทย์ ศรีแสงนามประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, รองประธานกรรมการบริษัท
3นาย ปิติ ศรีแสงนามกรรมการ
4นาย ปิยวงศ์ ศรีแสงนามกรรมการ
5นาย พิสิฐ ศรีบนฟ้ากรรมการ
6นาย สุเมธ คุโณภาสวรกุลกรรมการ
7นาย เอก บูรพวงศ์กรรมการ
8นาย คุณวัฒน์ โรจนกตัญญูกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
9นาย ชินภัทร วิสุทธิแพทย์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
10นาย สุดวิณ ปัญญาวงศ์ขันติกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
11นาย สุเมธ เลิศตันติสุนทรกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น CH
บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูป โดยมี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ และมีฐานลูกค้าต่างประเทศเป็นสัดส่วนสำคัญของธุรกิจ
พัฒนาการสำคัญตามช่วงเวลา
ช่วงเริ่มต้นธุรกิจ — บริษัทพัฒนาธุรกิจจากการผลิตและแปรรูปอาหาร โดยมุ่งเน้นสินค้าผลไม้อบแห้ง อาหารทะเลแปรรูป และผลิตภัณฑ์อาหารที่สามารถจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ปี 2564 — บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างเพื่อเข้าสู่ตลาดทุน โดยมีมติแปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็น บริษัทมหาชนจำกัด เปลี่ยนมูลค่าที่ตราไว้จาก 10 บาทเป็น 0.50 บาท และเพิ่มทุนจำนวน 160 ล้านหุ้นเพื่อเสนอขาย IPO พร้อมเตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ปี 2564 — ขยายฐานการผลิตในกัมพูชา โดยเพิ่มเงินลงทุนในบริษัทย่อย Chin Huay (Cambodia) Co., Ltd. (CHC) จาก 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียนและการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันโรงงานกัมพูชาได้รับมาตรฐาน BRCGS Grade A รวมถึง GMP และ HACCP สำหรับการผลิตผลไม้อบแห้ง
ปี 2564 — จัดตั้ง Chin Huay Holding (Singapore) Pte. Ltd. (CHHS) เพื่อเป็นบริษัทลงทุนในกิจการต่างประเทศ และจัดตั้ง Chin Huay Trading (Singapore) Pte. Ltd. (CHTS) เพื่อทำหน้าที่ด้านการจัดจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศและจัดซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ
ปี 2564–2565 — ก่อสร้างอาคารด้าน Research & Development (R&D) แล้วเสร็จและเริ่มใช้งาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอาหารของบริษัท
12 กันยายน 2565 — CH เข้าซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นครั้งแรก ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม โดย IPO จำนวน 160 ล้านหุ้น ราคา 2.34 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าระดมทุนประมาณ 374.40 ล้านบาท
หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ — บริษัทเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศและพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง ควบคู่กับการรับจ้างผลิตแบบ OEM และการขายสินค้าแบบ Bulk Pack โดยในช่วงดังกล่าว CH ส่งออกสินค้าไปมากกว่า 50 ประเทศ
ปี 2567 — บริษัทมีการต่อยอดนวัตกรรมอาหาร โดยผลิตภัณฑ์ Plant-based Jerky ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นด้านเทคโนโลยีการผลิตอาหาร ขณะเดียวกันขยายช่องทางจำหน่ายในประเทศผ่าน Kiosk และ Vending Machine
ปี 2568 — ผลิตภัณฑ์ใหม่ “มะม่วงแบะบ๊วย” ภายใต้แบรนด์ Eros ซึ่งเปิดตัวก่อนหน้านี้ ได้รับการตอบรับต่อเนื่อง และวางจำหน่ายผ่านร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ สะท้อนการขยายตลาดจากฐานลูกค้าเดิมไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ในประเทศ
ปี 2568 — ฐานการผลิตในกัมพูชายังคงมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ โดยสามารถรองรับการแปรรูปมะม่วงในฤดูเก็บเกี่ยว แม้มีการปิดด่านชายแดนชั่วคราว และยังสามารถส่งออกสินค้าทางเรือได้ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบและกำลังการผลิต
ทิศทางพัฒนาการในปี 2569
CH วางแนวทาง “Expand Control and Be Known” โดยเน้น 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
กระจายตลาด — ลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และขยายลูกค้าใหม่ในยุโรป รวมถึงเพิ่มช่องทาง Modern Trade และ Online ในประเทศ
พัฒนาสินค้าใหม่ — เน้นปลากระป๋องและขนมเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่
ลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพ — มีแผนลงทุนในที่ดินและขยายห้องเย็น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารวัตถุดิบ ลดต้นทุนระยะยาว และรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต
มุมมองเชิงพัฒนาการของ CH
จุดเปลี่ยนสำคัญของ CH คือการเปลี่ยนจากผู้ผลิตอาหารแปรรูปที่เน้น OEM/ส่งออก ไปสู่การสร้าง แบรนด์ของตัวเอง + พัฒนาสินค้าใหม่ + ขยายช่องทาง Modern Trade/Online + ใช้ฐานผลิตในกัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ซึ่งเป็นทิศทางที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของรายได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ปี 2568 สะท้อนความท้าทายชัดเจน เพราะรายได้จากการขายลดลงเหลือ 1,687.38 ล้านบาท จาก 2,275.60 ล้านบาท ในปี 2567 และบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 17.82 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 127.15 ล้านบาทในปีก่อน จึงต้องติดตามว่าการกระจายตลาดและการออกสินค้าใหม่ในปี 2569 จะช่วยพลิกฟื้นยอดขายและอัตรากำไรได้มากน้อยเพียงใด
สรุปสั้น ๆ: CH กำลังอยู่ในช่วง “ปรับโครงสร้างการเติบโต” จากการพึ่งพาตลาดส่งออกและ OEM ไปสู่การสร้างแบรนด์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ กระจายตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพฐานการผลิต ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามต่อในปี 2569.


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด117.78155.0595.95147.7437.59
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ216.36248.43183.07162.67200.13
สินค้าคงเหลือ469.26532.00607.64698.36746.69
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน843.94977.48930.131,041.571,054.66
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ757.98769.75851.25773.67858.78
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน917.29932.351,007.96932.681,009.93
รวมสินทรัพย์1,761.231,909.831,938.081,974.252,064.59
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม80.00120.00220.00280.00360.00
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ129.96147.26154.52137.50179.93
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี10.6414.3424.69
รวมหนี้สินหมุนเวียน244.66306.26414.82446.84588.97
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน252.84237.31270.25228.99258.60
รวมหนี้สิน497.50543.56685.07675.83847.57
ทุนจดทะเบียน400.00400.00400.00400.00400.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า400.00400.00400.00400.00400.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น283.17283.17283.17283.17283.17
กำไร(ขาดทุน)สะสม400.41500.59402.77445.71349.63
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น180.16182.51167.07169.54184.22
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,263.731,366.271,253.011,298.421,217.02
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,827.102,275.611,687.38883.42931.64
รายได้อื่น6.9413.8114.8910.725.41
รวมรายได้1,835.022,290.081,702.53894.34937.06
ต้นทุน1,542.721,884.051,478.00743.86850.66
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร212.36237.91236.13116.56118.35
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,755.082,121.961,714.13860.42969.01
EBITDA142.25221.5052.6464.082.81
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย57.6658.3762.0430.4730.31
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้84.59163.14-9.4033.61-27.50
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่56.40127.15-17.8225.12-29.14
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.070.16-0.020.03-0.04

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน195.0499.7734.76-28.93-142.89
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-47.05-51.02-158.45-41.98-22.80
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-181.16-15.9269.1769.6797.25
เงินสดสุทธิ-33.1632.83-54.51-1.24-68.44

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)9.797.827.429.57
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)37.2846.6749.1638.15
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)3.762.592.792.19
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)96.99140.72130.91166.41
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)13.599.8013.799.99
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)26.8537.2626.4636.55
วงจรเงินสด (วัน)107.41150.13153.61168.00

📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค CH — เจริญอุตสาหกรรม
ข้อมูลล่าสุดที่พบจากตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 26 ส.ค. 2569 หุ้น CH ปิดที่ 1.39 บาท ลดลง 0.01 บาท (-0.71%) โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.38–2.00 บาท และปริมาณซื้อขายล่าสุดเพียง 42,250 หุ้น สะท้อนว่าช่วงนี้สภาพคล่องค่อนข้างบาง
🔥 ภาพรวมโมเมนตัม
CH ยังอยู่ในโหมด “แกว่งตัวสร้างฐาน” มากกว่าจะเป็นขาขึ้นเต็มตัว
ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้บริเวณ Low 52 สัปดาห์ที่ 1.38 บาท ขณะที่แนวต้านด้านบนยังห่างพอสมควร ดังนั้นจุดสำคัญตอนนี้คือ 1.38–1.40 บาท หากยืนได้ มีโอกาสเห็น Technical Rebound แต่ถ้าหลุด 1.38 บาท ต้องระวังแรงขายรอบใหม่
จากข้อมูลล่าสุด ราคาขยับจาก 1.40 บาทในวันที่ 21 ส.ค. มาอยู่ 1.39 บาทในวันที่ 26 ส.ค. และระหว่างทางมีการขึ้นไปทดสอบ 1.47 บาทเมื่อ 21 ส.ค. ก่อนถูกขายกลับลงมา


🎯 แนวรับ–แนวต้าน

ระดับมุมมอง
1.38 บาท🟢 แนวรับสำคัญ / Low 52 สัปดาห์
1.40 บาทแนวรับ-แนวต้านระยะสั้น
1.44–1.47 บาท🔴 แนวต้านแรก / โซนที่ต้องผ่านให้ได้
1.50 บาท🔴 แนวต้านจิตวิทยา
1.60 บาทขึ้นไป🔴 เป้าหมายถัดไป หากเกิด Breakout จริง

🚨 จุดชี้ขาดของกราฟ
เกมนี้อยู่ที่ 1.47 บาท
ถ้า CH สามารถ ทะลุ 1.47 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการกลับขึ้นเหนือยอดระยะสั้น และเปิดโอกาสให้ Momentum เปลี่ยนเป็นขาขึ้น
แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 1.44–1.47 บาท แล้วถูกขายกลับทุกครั้ง ภาพยังเป็นเพียง Sideway / Sideway Down และยังไม่ใช่จังหวะไล่ราคา
ในทางกลับกัน หาก หลุด 1.38 บาท ต้องระวัง เพราะเป็นบริเวณ Low 52 สัปดาห์ การหลุดพร้อมวอลุ่มสูงจะทำให้โครงสร้างทางเทคนิคเสียและเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำ New Low
⚡ สไตล์หุ้นสายเทคนิค
CH ตอนนี้ยังไม่ใช่กราฟที่ “ไล่ซื้อ” แต่เป็นกราฟที่ต้องรอ “สัญญาณยืนยัน”
🔥 1.38 = ฐานสำคัญ
⚡ 1.47 = ด่าน Breakout
🚀 ทะลุ 1.47 + วอลุ่ม = จับตา Momentum
⚠️ หลุด 1.38 = ต้องระวังขาลงรอบใหม่
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ Volume เพราะปริมาณซื้อขายล่าสุดค่อนข้างต่ำ หากราคาขึ้นแต่ไม่มีวอลุ่มสนับสนุน การเด้งอาจเป็นเพียง Technical Rebound และยังไม่ยืนยันการเปลี่ยน Trend
มุมมอง: 🟡 Sideway / รอ Breakout
จุดเฝ้าดู: 1.38–1.40 บาท
Trigger: ผ่าน 1.47 บาทพร้อมวอลุ่ม
สัญญาณลบ: หลุด 1.38 บาท
เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น CH — บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH อยู่ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป เช่น ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ โดยเข้าซื้อขายใน SET เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565

  1. ภาพรวมธุรกิจ
    จุดเด่นของ CH คือการทำธุรกิจอาหารที่มีทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก โดยสินค้ากลุ่ม ผลไม้อบแห้งและอาหารแปรรูป สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบทางการเกษตร และมีโอกาสเติบโตตามกระแสอาหารเพื่อสุขภาพ
    ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ
    อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมรับประทาน
    ผลไม้อบแห้งและขนมเพื่อสุขภาพ
    การขยายตลาดต่างประเทศ
    การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง
    การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสร้างแบรนด์
    อย่างไรก็ตาม CH เป็นหุ้นขนาดเล็กและสภาพคล่องในการซื้อขายค่อนข้างต่ำ จึงมีความผันผวนและความเสี่ยงด้านสภาพคล่องสูงกว่าหุ้นอาหารขนาดใหญ่
  2. ผลประกอบการล่าสุด — จุดที่ต้องจับตา
    ข้อมูลล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า งบไตรมาส 2/2569 เป็นงบรวมและผ่านการสอบทานแล้ว โดยบริษัทมีการรายงานงบทั้งไตรมาส 1 และไตรมาส 2/2569 ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.

จากข้อมูลผลประกอบการ 6M/2569 ที่มีการรวบรวมไว้:

รายการ6M/25686M/2569มุมมอง
สินทรัพย์1,974 ลบ.2,065 ลบ.เพิ่มขึ้น
หนี้สิน676 ลบ.848 ลบ.เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก
เงินสด148 ลบ.38 ลบ.ลดลงมาก
ยอดขาย+5.46% YoYฟื้นตัว
ต้นทุนขาย+14.36% YoYเพิ่มเร็วกว่ายอดขาย
กำไรสุทธิขาดทุนจุดอ่อนสำคัญ

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนภาพที่ค่อนข้างชัดว่า ยอดขายเริ่มฟื้น แต่กำไรยังไม่กลับมา และแรงกดดันจากต้นทุนยังเป็นประเด็นสำคัญ

สิ่งที่ผมมองว่าสำคัญที่สุด
ยอดขาย +5.46% แต่ต้นทุนขาย +14.36%
นี่เป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องระวัง เพราะหมายความว่า การเติบโตของยอดขายยังไม่สามารถแปลงเป็นกำไรได้เต็มที่
ดังนั้น CH จะกลับมาเป็นหุ้นที่น่าสนใจมากขึ้นเมื่อเห็น 3 อย่างพร้อมกัน:
ยอดขายโต + Gross Margin ฟื้น + กำไรสุทธิกลับมาเป็นบวก
3. จุดแข็งของ CH
🟢 1. อยู่ในธุรกิจอาหารที่มีตลาดค่อนข้างกว้าง
อาหารแปรรูปสามารถจำหน่ายได้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทำให้บริษัทมีโอกาสขยายตลาดได้มากกว่าธุรกิจที่พึ่งพาตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว
🟢 2. มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้า
การนำผลไม้และวัตถุดิบทางการเกษตรมาแปรรูป ช่วยเพิ่มมูลค่าจากสินค้า Commodity ไปสู่สินค้า Consumer Product
หากบริษัทเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่เป็น แบรนด์ของตัวเอง / Premium / Healthy Snack ได้ จะมีโอกาสช่วยยกระดับอัตรากำไร
🟢 3. ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพยังเป็น Growth Theme
สินค้าแนวผลไม้อบแห้งและขนมเพื่อสุขภาพสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น
4. จุดอ่อนที่ต้องระวัง ⚠️
🔴 1. กำไรยังเป็นปัญหาใหญ่
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าบริษัทมีผลขาดทุนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ขณะที่ราคาหุ้นอยู่บริเวณ 1.39 บาท ณ 26 ส.ค. 2569 และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 1.38–2.00 บาท
ดังนั้นการประเมิน CH ด้วย P/E ในช่วงที่กำไรติดลบจึงทำได้ยาก
🔴 2. ต้นทุนโตเร็วกว่ายอดขาย
นี่คือ Risk Factor ที่ต้องติดตามมากที่สุดในระยะสั้น
หากยอดขายโต แต่ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายในการผลิตเพิ่มเร็วกว่า บริษัทอาจเจอสถานการณ์
“ยอดขายโต แต่กำไรไม่โต”
🔴 3. เงินสดลดลงแรง
เงินสดลดจากประมาณ 148 ล้านบาทใน 6M/2568 เหลือ 38 ล้านบาทใน 6M/2569 ขณะที่หนี้สินเพิ่มจาก 676 ล้านบาทเป็น 848 ล้านบาท
จึงต้องจับตา กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน + ลูกหนี้ + สินค้าคงเหลือ + หนี้สินระยะสั้น อย่างใกล้ชิด
🔴 4. สภาพคล่องของหุ้นต่ำ
วันที่ 26 ส.ค. 2569 CH มีการซื้อขายเพียง 42,250 หุ้น มูลค่าประมาณ 59,050 บาท และราคาอยู่ที่ 1.39 บาท
นี่เป็นข้อจำกัดสำคัญสำหรับนักลงทุน เพราะการเข้าหรือออกจากสถานะขนาดใหญ่อาจทำได้ยาก
5. ฐานะการเงิน
ภาพรวมสินทรัพย์ยังเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ หนี้สินเพิ่มเร็วกว่าสินทรัพย์บางส่วน และเงินสดลดลง
ข้อมูลอีกแหล่งประเมิน ณ 6M/2569 ว่า CH มี Book Value ประมาณ 1.52 บาท/หุ้น ขณะที่ราคาหุ้นอยู่ประมาณ 1.40 บาท ทำให้ซื้อขายต่ำกว่า Book Value
จุดนี้ทำให้ CH ดู ไม่แพงเมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี
แต่ต้องไม่ลืมว่า
หุ้นต่ำกว่า Book Value ไม่ได้แปลว่าถูกโดยอัตโนมัติ
เพราะถ้าบริษัทสร้าง ROE ต่ำหรือขาดทุนต่อเนื่อง ตลาดก็อาจให้ P/BV ต่ำได้เป็นเวลานาน
6. ปันผล
CH เคยจ่ายเงินปันผลหลายงวด โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าในปี 2569 มีการจ่าย 0.03 บาท/หุ้น และในปี 2568 เคยจ่าย 0.10 บาท/หุ้น
ดังนั้น CH มีประวัติการจ่ายปันผล แต่ในช่วงที่ผลประกอบการยังอ่อนตัว ไม่ควรมอง CH เป็นหุ้น Dividend Play เป็นหลัก
สิ่งที่สำคัญกว่าคือการกลับมาทำกำไรอย่างยั่งยืน
7. มุมมองเชิงกลยุทธ์
ผมแบ่ง CH ออกเป็น 2 Scenario
🟢 Bull Case
ถ้าในไตรมาสถัดไปบริษัทสามารถทำให้
ยอดขายโต → ต้นทุนลดลง → Gross Margin ฟื้น → กลับมากำไร
CH จะมีโอกาส Re-rating ได้ค่อนข้างแรง เพราะฐานกำไรปัจจุบันต่ำ
โดยเฉพาะถ้าการส่งออกและสินค้ากลุ่ม Healthy Snack เติบโตตามคาด
🔴 Bear Case
ถ้ายอดขายยังโตแต่ต้นทุนเพิ่มเร็วกว่าเดิม และบริษัทยังขาดทุนต่อเนื่อง
ตลาดอาจยังให้ Valuation ต่ำต่อไป
โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับ สภาพคล่องหุ้นต่ำ + เงินสดลดลง + หนี้สินเพิ่มขึ้น
8. มุมมองราคาหุ้น
ราคาล่าสุดที่ SET รายงาน ณ 26 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 1.39 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 1.38–2.00 บาท
ในมุม Technical แบบง่าย ๆ:
แนวรับสำคัญ:
1.38–1.40 บาท
หากหลุด 1.38 บาท ต้องระวังแรงขายเพิ่ม
แนวต้าน:
1.45–1.50 บาท
1.60 บาท
1.70–1.80 บาท
หุ้นตัวนี้ ไม่เหมาะกับการไล่ราคาในช่วงที่ Volume ยังเบาบาง
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือรอให้เกิด
Breakout + Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หากผ่านแนวต้านสำคัญพร้อมวอลุ่ม จะเป็นสัญญาณที่น่าเชื่อถือกว่าการขึ้นจากการซื้อขายเบาบาง
ข้อมูลการซื้อขายล่าสุดก็สะท้อนสภาพคล่องที่ค่อนข้างต่ำ โดยวันที่ 21 ส.ค. มีปริมาณเพียง 77,600 หุ้น และมูลค่าราว 109,566 บาท


9. สรุป CH แบบนักลงทุน

ปัจจัยมุมมอง
ธุรกิจ⭐⭐⭐⭐
การเติบโต⭐⭐⭐
กำไรปัจจุบัน⭐⭐
ฐานะการเงิน⭐⭐⭐
ปันผล⭐⭐⭐
สภาพคล่องหุ้น
Valuation⭐⭐⭐⭐
Technical⭐⭐
ความเสี่ยง🔴 ค่อนข้างสูง

🎯 บทสรุป

CH เป็นหุ้นอาหารขนาดเล็กที่มี Story การเติบโต แต่โจทย์สำคัญในตอนนี้ไม่ใช่ “ยอดขายจะโตไหม?” แต่คือ “ยอดขายที่โตจะเปลี่ยนกลับมาเป็นกำไรได้เมื่อไร?”

จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ Gross Margin, ต้นทุนขาย, เงินสด และกำไรสุทธิ

ถ้าบริษัทสามารถพลิกจาก ขาดทุน → กำไร ได้ พร้อมกับยอดขายที่เติบโตและกระแสเงินสดดีขึ้น หุ้น CH อาจมี Upside จากการ Re-rating ได้มากกว่าหุ้นอาหารที่กำไรอยู่ในระดับปกติแล้ว แต่ในทางกลับกัน หาก ต้นทุนยังโตเร็วกว่ายอดขาย + เงินสดยังลด + ขาดทุนต่อเนื่อง CH ก็ยังเป็นหุ้นที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง

มุมมองปัจจุบัน: “เก็งกำไรได้เมื่อมีสัญญาณกลับตัว แต่ยังไม่ใช่หุ้นพื้นฐานที่ควรให้น้ำหนักสูง จนกว่าจะเห็นกำไรฟื้นอย่างชัดเจน”


Disclaimer

ใส่ความเห็น