วิเคราะห์ หุ้น ASK บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ ASK อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 25 ส.ค. 2548 | 2,639.22 | เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) | ASK |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทุกประเภทและสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ สินเชื่อแก่ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ และบริการจด/โอนทะเบียนและต่อภาษีรถยนต์ บริษัทย่อยบริษัทแรกดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อลีสซิ่งและสินเชื่อเช่าซึ้อเครื่องจักรและยานพาหนะ สินเชื่อแฟคตอริ่งภายในประเทศและระหว่างประเทศ และบริการจด/โอนทะเบียนและต่อภาษีเครื่องจักรและยานพาหนะ บริษัทย่อยแห่งที่สองดำเนินธุรกิจนายหน้าประกัน
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | ไตรมาส 1/2569 31 มี.ค. 2569 | ไตรมาส 1/2569 31 มี.ค. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 2.31 | 0.63 | 0.83 | 0.47 | 0.57 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.40 | บาท | 29 เม.ย. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.32 | บาท | 29 เม.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 1.16 | บาท | 30 เม.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 1.44 | บาท | 27 เม.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 1.14 | บาท | 06 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 1.70 | บาท | 06 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น ASK
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK มีลักษณะธุรกิจเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อทางการเงิน และสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ดังนั้น “ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ” ของบริษัทจึงแตกต่างจากบริษัทผลิตสินค้า โดย สินทรัพย์ทางการเงินและพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อถือเป็นทรัพย์สินหลัก ของกิจการ
ข้อมูลล่าสุดจากงบการเงินปี 2568 ระบุว่า ASK และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 61,273.35 ล้านบาท
สำนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ดำเนินงาน
บริษัทมีทรัพย์สินที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน เช่น อาคารสำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน ระบบคอมพิวเตอร์ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีความสำคัญต่อกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ การบริหารลูกหนี้ การติดตามหนี้ และการให้บริการลูกค้า
สำนักงานใหญ่ของ ASK ตั้งอยู่ที่ JLK Tower ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ
ลูกหนี้เช่าซื้อ — ทรัพย์สินหลักของ ASK
รายการสำคัญที่สุดคือ ลูกหนี้เช่าซื้อสุทธิ ซึ่ง ณ สิ้นปี 2568 มีมูลค่า 50,327.10 ล้านบาท หรือประมาณ 82.1% ของสินทรัพย์รวม
ลูกหนี้เช่าซื้อเกิดจากการที่บริษัทปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าเพื่อจัดหาทรัพย์สิน โดยบริษัทมีสิทธิในทรัพย์สินตามเงื่อนไขของสัญญาเช่าซื้อจนกว่าลูกค้าจะชำระหนี้ครบถ้วน
บริษัทระบุว่าลูกหนี้เช่าซื้อเป็นสินทรัพย์หลักของกลุ่ม และคิดเป็น 82.14% ของสินทรัพย์รวมในปี 2568
ลูกหนี้สัญญาเช่าทางการเงิน
ณ สิ้นปี 2568 ASK มี ลูกหนี้สัญญาเช่าทางการเงินสุทธิ 1,369.04 ล้านบาท
เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของพอร์ตสินเชื่อที่สร้างรายได้ดอกเบี้ยให้กับบริษัท
ลูกหนี้เงินกู้
ASK มี ลูกหนี้เงินกู้สุทธิ 4,544.74 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568
สินทรัพย์ส่วนนี้สะท้อนการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าตามผลิตภัณฑ์ทางการเงินของบริษัท และเป็นแหล่งสร้างรายได้ดอกเบี้ยเช่นเดียวกับพอร์ตเช่าซื้อ
พอร์ตสินเชื่อรวม
เมื่อรวมลูกหนี้จากผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลัก ๆ บริษัทและบริษัทย่อยมี Total Portfolio หลังหักค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 56,240.88 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568
ตัวเลขนี้จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินขนาดธุรกิจของ ASK มากกว่าการมองเฉพาะสินทรัพย์ถาวร
เงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ
นอกจากพอร์ตสินเชื่อแล้ว ASK ยังมีสินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์ทางการเงินที่ใช้สำหรับบริหารสภาพคล่องและสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินลงทุน/สินทรัพย์ทางการเงิน รวมถึงลูกหนี้และสินทรัพย์อื่นตามลักษณะธุรกิจสถาบันการเงิน
สรุปโครงสร้างทรัพย์สิน ASK ปี 2568
| รายการ | มูลค่าโดยประมาณ |
|---|---|
| สินทรัพย์รวม | 61,273.35 ล้านบาท |
| ลูกหนี้เช่าซื้อสุทธิ | 50,327.10 ล้านบาท |
| ลูกหนี้สัญญาเช่าทางการเงินสุทธิ | 1,369.04 ล้านบาท |
| ลูกหนี้เงินกู้สุทธิ | 4,544.74 ล้านบาท |
| พอร์ตสินเชื่อรวมสุทธิ | 56,240.88 ล้านบาท |
ตัวเลขข้างต้นมาจากข้อมูลทางการเงินของบริษัทสำหรับปี 2568
มุมมองสำหรับนักลงทุน
จุดสำคัญของ ASK คือไม่ได้อยู่ที่การถือครองโรงงานหรือเครื่องจักร แต่คือ “คุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ”
พูดง่าย ๆ คือ ลูกหนี้สินเชื่อ = ทรัพย์สินสร้างรายได้หลักของ ASK เพราะบริษัทนำเงินทุนไปปล่อยสินเชื่อ แล้วสร้างรายได้หลักจากดอกเบี้ยและค่าบริการ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพอร์ตสินเชื่อมีสัดส่วนสูงมาก นักลงทุนควรติดตาม NPL, ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต, การตั้งสำรอง, ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ และคุณภาพลูกหนี้ ควบคู่กัน เพราะหากคุณภาพสินทรัพย์แย่ลง อาจกระทบกำไรโดยตรง
ในปี 2568 พอร์ตสินเชื่อของ ASK หดตัวตามการลดลงของการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยยอดปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 13,076.06 ล้านบาท ลดลง 27.15% จากปี 2567 ขณะที่สินทรัพย์รวมลดลง 15.70% เหลือ 61,273.35 ล้านบาท
สรุปสั้น ๆ:
ASK คือธุรกิจที่มี “พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อ” เป็นทรัพย์สินหัวใจหลัก โดยลูกหนี้เช่าซื้อคิดเป็นกว่า 80% ของสินทรัพย์รวม ดังนั้นการวิเคราะห์ ASK ต้องโฟกัสคุณภาพพอร์ตสินเชื่อและความสามารถในการเก็บหนี้เป็นพิเศษ
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น ASK
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK มีกลุ่มธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อเครื่องจักรและยานพาหนะ นายหน้าประกันภัย รวมถึงธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมี บริษัทย่อย 2 แห่ง ดังนี้
บริษัท เอสเค อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด — SKIB
ดำเนินธุรกิจ นายหน้าประกันภัยและนายหน้าประกันชีวิต ให้บริการแก่ลูกค้าเช่าซื้อและลูกค้าทั่วไป
บริการสำคัญ ได้แก่
นายหน้าประกันวินาศภัย
นายหน้าประกันชีวิต
ให้คำปรึกษาด้านประกันภัย
บริการต่ออายุกรมธรรม์
ประสานงานกับบริษัทประกันภัยพันธมิตร
โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ASK แบบเข้าใจง่าย
ASK
↳ BGPL → ลีสซิ่ง / เช่าซื้อเครื่องจักรและยานพาหนะ / สินเชื่อธุรกิจ / Solar Rooftop
↳ SKIB → นายหน้าประกันภัยและประกันชีวิต
ขณะเดียวกัน ASK บริษัทแม่ เป็นธุรกิจหลักด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ทั้งรถใหม่และรถมือสอง รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ สินเชื่อแก่ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ และบริการจดทะเบียน–ต่อภาษีรถยนต์
จุดที่น่าสนใจ: โครงสร้างของ ASK ไม่ได้พึ่งพาสินเชื่อรถยนต์เพียงอย่างเดียว แต่มีการกระจายไปยัง ลีสซิ่งเครื่องจักร + สินเชื่อธุรกิจ + ประกันภัย + พลังงาน Solar ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทในระยะยาว
บริษัท กรุงเทพแกรนด์แปซิฟิคลีส จำกัด (มหาชน) — BGPL
เป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้าน สินเชื่อลีสซิ่งและเช่าซื้อ โดยเน้นลูกค้านิติบุคคลและธุรกิจ SME
ธุรกิจหลัก ได้แก่
สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และยานพาหนะ
สินเชื่อลีสซิ่งเครื่องจักรและอุปกรณ์
สินเชื่อเงินกู้ยืมเพื่อธุรกิจ
สินเชื่อแฟคตอริ่ง
สินเชื่ออุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์
ธุรกิจผลิตและขายไฟฟ้าจาก Solar Rooftop / Solar PPA
โดย BGPL ขยายธุรกิจเข้าสู่พลังงานแสงอาทิตย์ตั้งแต่ปี 2566 ทั้งรูปแบบเช่าซื้อและสินเชื่อ และมีการลงทุนติดตั้งระบบ Solar Rooftop ให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรมภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น ASK
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
Asia Sermkij Leasing Public Company Limited หรือ ASK ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โดยเฉพาะรถบรรทุกใหม่และรถมือสอง รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อ Floor Plan ดังนั้นความเสี่ยงหลักจะผูกกับ คุณภาพลูกหนี้ ต้นทุนทางการเงิน ราคารถมือสอง และภาวะเศรษฐกิจ เป็นสำคัญ
ความเสี่ยงด้านอันดับเครดิตและการระดมทุน
ASK มีอันดับเครดิตระยะยาวระดับประเทศจาก Fitch ที่ A(tha) แต่มี Negative Outlook ตามข้อมูลของบริษัท ณ สิ้นปี 2025
สำหรับธุรกิจการเงิน ประเด็นนี้สำคัญ เพราะหากอันดับเครดิตถูกปรับลด อาจทำให้ต้นทุนการระดมทุนสูงขึ้น และกระทบความสามารถในการขยายสินเชื่อและส่วนต่างกำไร
ความเสี่ยงจากหนี้เสีย (NPL) — จุดที่ต้องจับตาที่สุด
นี่คือความเสี่ยงสำคัญของ ASK เพราะเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของกิจการอาจมีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง
สิ้นปี 2025 ASK มี NPL Ratio 8.10% เพิ่มจาก 6.97% ในปี 2024 แม้บริษัทจะควบคุมการปล่อยสินเชื่อและเร่งติดตามหนี้อย่างเข้มงวด ขณะที่อัตราสำรองต่อ NPL อยู่ที่ 53.58%
สิ่งที่นักลงทุนควรติดตาม: NPL, การตั้งสำรอง ECL, การตัดหนี้สูญ และการฟื้นตัวของคุณภาพสินทรัพย์
ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
ธุรกิจ Leasing มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของลูกค้าลดลง การอนุมัติสินเชื่อใหม่ก็อาจเข้มงวดขึ้น และความต้องการซื้อรถลดลง
ASK ระบุว่าปัจจัยกดดันยังรวมถึง หนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูง การบริโภคที่ชะลอตัว เศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้า
ความเสี่ยงจากราคารถมือสองและมูลค่าหลักประกัน
สินเชื่อเช่าซื้อมีรถยนต์เป็นหลักประกัน หากลูกค้าผิดนัด บริษัทอาจต้องยึดและขายรถเพื่อนำเงินมาชำระหนี้
ปัญหาคือ หาก ราคาขายรถมือสองลดลงแรง บริษัทอาจขายรถได้ต่ำกว่ายอดหนี้คงเหลือ ส่งผลให้เกิด ขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขาย (Foreclosed Assets) และทำให้ต้องตั้งสำรองเพิ่ม
ดังนั้น ASK จึงไม่ได้เผชิญเพียงความเสี่ยงจาก “ลูกค้าไม่จ่าย” แต่ยังมีความเสี่ยงจาก มูลค่ารถหลังยึด ด้วย
ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน
ASK เป็นธุรกิจสินเชื่อที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อปล่อยกู้ ทำให้ต้นทุนการระดมทุนมีผลโดยตรงต่อส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย
หากต้นทุนเงินกู้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ อาจทำให้ Net Interest Margin (NIM) ถูกกดดัน และกระทบกำไร
ในทางกลับกัน หากดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ จะเป็นปัจจัยช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อ
ความเสี่ยงจากการแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ
ตลาดสินเชื่อรถยนต์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากธนาคาร บริษัทลีสซิ่ง และผู้ให้บริการสินเชื่อรายอื่น
การแข่งขันอาจนำไปสู่การใช้โปรโมชั่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง หรือการผ่อนคลายเงื่อนไขสินเชื่อเพื่อแย่งลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อ อัตราผลตอบแทนและคุณภาพลูกหนี้ในอนาคต
สำหรับ ASK บริษัทระบุว่าจะยังเน้นรักษาความเป็นผู้นำในตลาด สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกใหม่ พร้อมขยายธุรกิจสินเชื่อโดยเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง
ความเสี่ยงจากการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว
การควบคุมความเสี่ยงด้วยการปล่อยสินเชื่ออย่างเข้มงวดช่วยลดโอกาสเกิดหนี้เสีย แต่มีอีกด้านหนึ่งคือ พอร์ตสินเชื่ออาจหดตัวและรายได้ดอกเบี้ยลดลง
ในปี 2025 ASK มีสินทรัพย์รวม 61,273 ล้านบาท ลดลง 15.7% และรายได้รวม 5,455 ล้านบาท ลดลง 14.9% แม้กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 60.2% เป็น 532 ล้านบาทจากการลดลงของค่าใช้จ่ายดำเนินงานและการตั้งสำรองบางส่วน
จุดนี้จึงต้องแยกให้ออกว่า กำไรที่ดีขึ้นเกิดจากการเติบโตของธุรกิจจริง หรือเกิดจากการลดต้นทุน/ลดสำรองและลดความเสี่ยงของพอร์ต
ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในสินเชื่อรถยนต์เชิงพาณิชย์
ธุรกิจรถบรรทุกมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยตรง เช่น การขนส่ง การก่อสร้าง การผลิต และการค้า
หากภาคธุรกิจเหล่านี้ชะลอตัวพร้อมกัน อาจทำให้ลูกค้ากลุ่มรถบรรทุกได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง และเพิ่มโอกาสเกิดหนี้เสีย
ความเสี่ยงด้านเครดิตจากลูกค้ารายย่อย
การขยายสินเชื่อไปยังลูกค้ารายย่อยและสินเชื่อประเภทอื่นช่วยกระจายแหล่งรายได้ แต่ก็เพิ่มความซับซ้อนในการบริหารความเสี่ยงเครดิต
โดยเฉพาะในภาวะที่หนี้ครัวเรือนสูง การคัดกรองลูกค้าและการติดตามหนี้จึงมีความสำคัญมาก
🔎 สรุป “จุดเสี่ยง ASK” แบบนักลงทุน
| ความเสี่ยง | ระดับที่ควรจับตา |
|---|---|
| NPL / หนี้เสีย | 🔴 สูง |
| คุณภาพลูกหนี้รถบรรทุก | 🔴 สูง |
| ราคารถมือสอง/หลักประกัน | 🟠 ค่อนข้างสูง |
| ต้นทุนทางการเงิน | 🟠 ค่อนข้างสูง |
| เศรษฐกิจและกำลังซื้อ | 🟠 ค่อนข้างสูง |
| การแข่งขันสินเชื่อ | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ | 🟠 ปานกลาง |
| อันดับเครดิต/การระดมทุน | 🟠 ต้องติดตาม |
⚠️ ประเด็นที่ผมมองว่าน่าจับตาที่สุด
“NPL 8.10% ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่พอร์ตสินทรัพย์ลดลง” เป็นสัญญาณที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม แม้กำไรปี 2025 จะฟื้นตัวอย่างชัดเจนก็ตาม
ดังนั้น หากจะประเมิน ASK ต่อในปี 2026 ผมจะให้น้ำหนักกับ NPL → Coverage Ratio → สินเชื่อใหม่ → ต้นทุนทางการเงิน → ราคาขายรถยึด → กำไรจากการดำเนินงาน มากกว่าดูเพียงตัวเลขกำไรสุทธิ
ข้อมูลล่าสุดที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะมีงบ 1Q/2026 แล้ว และมีการเผยแพร่ผ่านทั้งเว็บไซต์บริษัทและระบบ ก.ล.ต.
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 02 มี.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | CHAILEASE FINANCE CO.,LTD. | 257,675,317 | 36.61 |
| 2 | CHAILEASE INTERNATIONAL COMPANY (MALAYSIA) LIMITED | 83,598,464 | 11.88 |
| 3 | บริษัท ไชยลีส แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด | 66,309,292 | 9.42 |
| 4 | ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) | 51,712,652 | 7.35 |
| 5 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 16,912,593 | 2.40 |
| 6 | นาง สุภาพร จันทร์เสรีวิทยา | 9,000,000 | 1.28 |
| 7 | นาย เอกฤทธิ์ เอกสมิทธ์ | 5,990,000 | 0.85 |
| 8 | นาย ชาติศิริ โสภณพนิช | 5,285,353 | 0.75 |
| 9 | นาง สุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล | 4,978,900 | 0.71 |
| 10 | นาย ชาลี โสภณพนิช | 4,500,000 | 0.64 |
| 11 | นาย วินัย คล่องประกิจ | 4,050,000 | 0.58 |
| 12 | นาง สาวิตรี รมยะรูป | 3,980,000 | 0.57 |
| 13 | นาย ปริญญา เธียรวร | 3,800,000 | 0.54 |
| 14 | นาย ธรรมฤทธิ์ เอกสมิทธ์ | 3,787,400 | 0.54 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ธงชัย ชาสวัสดิ์ | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย ไล่ หวัง ถัง | กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ |
| 3 | นาย เจีย หง หวัง | กรรมการ |
| 4 | นาย ซือ ถิง หยาง | กรรมการบริษัท |
| 5 | นาย แดน ตันติสุนทร | กรรมการ |
| 6 | นาย ฟง ลอง เชน | กรรมการ |
| 7 | นาย ลุ่ย ซิง เฉิน | กรรมการ |
| 8 | นาย อิง จื้อ เลี่ยว | กรรมการ |
| 9 | นาย เทียนทวี สระตันติ์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 10 | นาง ปฏิมา ชวลิต | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 11 | นาย ประดิษฐ ศวัสตนานนท์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 12 | นาง สุปรียา ควรเดชะคุปต์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น ASK
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และค่อย ๆ ขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่สินเชื่อหลายประเภท รวมถึงธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทย่อยในช่วงหลัง
📌 ไทม์ไลน์พัฒนาการสำคัญ
2527 – จุดเริ่มต้นของ ASK
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 10 ล้านบาท
ก่อตั้งโดยกลุ่มธนาคารกรุงเทพฯ เพื่อดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
ระยะแรกเน้นสินเชื่อรถยนต์ใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
2534–2538 – เริ่มขยายเครือข่าย
เปิดสาขาแห่งแรกที่จังหวัดระยองในปี 2534
ขยายสาขาไปสมุทรสาครในปี 2537
เพิ่มทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจสินเชื่อและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
2541–2546 – ขยายผลิตภัณฑ์สินเชื่อ
เริ่มให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ รถยนต์ใช้แล้ว
เริ่มให้บริการ สินเชื่อส่วนบุคคล แก่ลูกค้าเดิมที่มีประวัติการชำระดี
เริ่มให้บริการสินเชื่อแก่ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์
ปี 2546 แปรสภาพเป็น บริษัทมหาชนจำกัด
2547 – ปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทครั้งสำคัญ
ปรับโครงสร้างการถือหุ้น โดย ASK เข้าถือหุ้น 99.99% ในบริษัท กรุงเทพแกรนด์แปซิฟิคลีส จำกัด (มหาชน) ทำให้บริษัทดังกล่าวกลายเป็นบริษัทย่อย
เป็นการวางโครงสร้างกลุ่มธุรกิจให้รองรับการขยายตัวในอนาคต
2548 – เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 23 ล้านหุ้น
วันที่ 25 สิงหาคม 2548 หุ้น ASK เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรก
2549–2555 – เพิ่มทุนเพื่อขยายธุรกิจ
ปี 2549 เพิ่มทุนผ่าน Rights Offering ทำให้ทุนชำระแล้วเพิ่มเป็น 1,150 ล้านบาท
ปี 2555 เพิ่มทุนอีกครั้งผ่าน Rights Offering ทำให้ทุนชำระแล้วเพิ่มเป็น 1,725 ล้านบาท
เป็นช่วงที่บริษัทเดินหน้าขยายฐานทุนเพื่อรองรับการเติบโตของสินเชื่อ
2556–2563 – ขยายสาขาครอบคลุมภูมิภาค
ทยอยเปิดสาขาในหลายจังหวัด เช่น เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี ลำปาง นครราชสีมา อุดรธานี มุกดาหาร สระแก้ว กาญจนบุรี นครสวรรค์ เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี และสงขลา
ปี 2560 จัดตั้ง บริษัท เอสเค อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด (SKIB) เพื่อดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัย
ปี 2563 SKIB ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิต
2564 – ขยายฐานทุนครั้งใหญ่
ผู้ถือหุ้นอนุมัติการออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 175.95 ล้านหุ้น
ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วเพิ่มเป็นประมาณ 2,639.22 ล้านบาท
2565 – ได้รับอันดับเครดิต A
ASK ได้รับการจัดอันดับเครดิต A จาก Fitch Ratings (Thailand) สะท้อนฐานะและความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของบริษัทในระดับหนึ่ง
2566 – เริ่มรุกธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ ☀️
ถือเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจของกลุ่ม ASK โดยบริษัทย่อย กรุงเทพแกรนด์แปซิฟิคลีส ขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่ Solar Rooftop ทั้งรูปแบบเช่าซื้อและสินเชื่อเงินกู้ และเริ่มธุรกิจผลิตและขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Solar PPA ในปีเดียวกัน
2567 – ยกระดับ ESG และย้ายสำนักงานใหญ่
ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังอาคาร JLK Tower ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ
ได้รับ SET ESG Ratings ระดับ A
ได้รับการคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์สำหรับคำนวณดัชนี SETESG ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568
2568 – เพิ่มทุนอีกครั้ง
ได้รับอนุมัติออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 175.95 ล้านหุ้น
จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนผ่านรูปแบบ Preferential Offering (PPO)
ทำให้ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3,518.96 ล้านบาท
🔎 มองภาพรวมพัฒนาการของ ASK
พัฒนาการของ ASK สามารถมองเป็น 4 ระยะสำคัญ
เพิ่มทุนเพื่อรองรับการเติบโต
การเพิ่มทุนในปี 2564 และ 2568 ทำให้ฐานทุนขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจสินเชื่อที่ต้องใช้เงินทุนในการขยายพอร์ต
สรุป: ASK พัฒนาจากบริษัทที่เน้น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ มาเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายขึ้น และล่าสุดได้เพิ่มธุรกิจ พลังงานแสงอาทิตย์ เข้ามาเป็นอีกหนึ่งขาธุรกิจที่น่าจับตา โดยปัจจุบันกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจหลัก 6 ประเภท ครอบคลุมสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อเครื่องจักร/อุปกรณ์ สินเชื่อเงินกู้ นายหน้าประกันภัย Solar PPA และบริการอื่น ๆ
จาก Leasing → สินเชื่อรถยนต์ครบวงจร
เริ่มจากรถยนต์ใหม่ ก่อนขยายไปยังรถยนต์มือสอง สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อผู้จำหน่ายรถยนต์
จากบริษัทสินเชื่อ → กลุ่มธุรกิจการเงิน
มีทั้งสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ สินเชื่อเงินกู้ นายหน้าประกันภัย และบริการเกี่ยวกับทะเบียนรถ
ขยายจากสินเชื่อ → พลังงานสะอาด
การเข้าสู่ Solar Rooftop และ Solar PPA ผ่านบริษัทย่อย เป็นการเพิ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และช่วยสร้างแหล่งรายได้เพิ่มเติมนอกเหนือจากสินเชื่อ
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสด | 550.88 | 976.54 | 326.52 | 1,756.80 | 326.37 |
| เงินลงทุนสุทธิ | – | – | – | – | – |
| เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ | 5,961.93 | 5,718.60 | 4,544.74 | 5,028.43 | 4,756.51 |
| – เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้ | 5,961.93 | 5,718.60 | 4,544.74 | 5,028.43 | 4,756.51 |
| ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ | 1,570.43 | 2,513.78 | 1,826.37 | 2,417.46 | 1,292.50 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 477.45 | 907.15 | 764.45 | 1,041.75 | 706.50 |
| รวมสินทรัพย์ | 77,528.92 | 72,687.50 | 61,273.35 | 68,185.72 | 58,633.25 |
| เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก | 7,119.95 | 5,145.71 | 5,331.24 | 8,392.43 | 4,078.03 |
| รวมหนี้สิน | 66,870.37 | 62,362.67 | 49,419.28 | 56,584.49 | 46,643.54 |
| ทุนจดทะเบียน | 2,639.22 | 2,639.22 | 3,518.96 | 3,518.96 | 3,518.96 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 2,639.22 | 2,639.22 | 3,518.96 | 3,518.96 | 3,518.96 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 2,824.82 | 2,824.82 | 3,175.46 | 3,175.46 | 3,175.46 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 5,179.44 | 4,893.99 | 5,247.83 | 4,992.51 | 5,369.91 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 10,658.55 | 10,324.83 | 11,854.07 | 11,601.23 | 11,989.71 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 6,421.84 | 6,296.36 | 5,306.86 | 2,789.49 | 2,416.17 |
| – รายได้ดอกเบี้ย | 5,657.71 | 5,747.76 | 4,894.20 | 2,515.57 | 2,203.50 |
| – จากสินเชื่อและเงินฝาก | 758.76 | 809.45 | 655.08 | 348.51 | 287.01 |
| – รายได้ค่านายหน้า | 605.48 | 348.51 | 219.41 | 113.95 | 122.83 |
| – รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ | 106.51 | 136.60 | 138.23 | 68.69 | 65.41 |
| รวมรายได้ | 6,498.71 | 6,408.12 | 5,455.30 | 2,805.09 | 2,502.83 |
| ต้นทุน | – | – | – | 47.23 | – |
| (กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น | 1,779.05 | 2,490.38 | 1,633.60 | 834.86 | 600.36 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 1,281.32 | 1,286.09 | 1,243.68 | 584.08 | 590.47 |
| ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ | – | – | – | – | – |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 3,438.35 | 2,631.65 | 2,578.02 | 1,338.92 | 1,312.01 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 1,218.77 | 331.80 | 531.55 | 267.40 | 403.59 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 2.31 | 0.63 | 0.83 | 0.47 | 0.57 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | -7,357.34 | 5,806.31 | 11,157.19 | 5,700.85 | 3,093.92 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -310.36 | -487.21 | -39.63 | -175.56 | -12.88 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 7,617.37 | -4,893.45 | -11,767.59 | -4,745.02 | -3,081.19 |
| เงินสดสุทธิ | -50.32 | 425.66 | -650.02 | 780.26 | -0.15 |
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น ASK บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
วิเคราะห์งบการเงิน ASK — บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
ถ้ามอง ASK ในมุม หุ้นไฟแนนซ์/ลีสซิ่ง จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “รายได้โตหรือไม่” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดู คุณภาพสินเชื่อ, NPL, ต้นทุนทางการเงิน, ส่วนต่างดอกเบี้ย และเงินกองทุน ควบคู่กัน
ข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้จาก SET ระบุว่า งบไตรมาส 2/2569 เป็นงบรวมและสอบทานแล้ว ดังนั้นภาพด้านล่างจะใช้ผลประกอบการปี 2566–2568 เป็นฐาน และชี้ประเด็นล่าสุดที่ควรติดตามต่อในปี 2569
1. ภาพรวมงบการเงินย้อนหลัง
| รายการ | 2566 | 2567 | 2568 | มุมมอง |
|---|---|---|---|---|
| สินทรัพย์รวม | 77,528.9 ลบ. | 72,687.5 ลบ. | 61,273.4 ลบ. | 🔴 หดตัวต่อเนื่อง |
| รายได้รวม | 6,498.7 ลบ. | 6,408.1 ลบ. | 5,455.3 ลบ. | 🔴 ลดลง |
| รายได้ดอกเบี้ย | 5,657.7 ลบ. | 5,747.8 ลบ. | 4,894.2 ลบ. | 🔴 ลดลง |
| ค่าใช้จ่ายการเงิน | 1,909.5 ลบ. | 2,213.4 ลบ. | 1,908.1 ลบ. | 🟡 ลดลงในปี 68 |
| ECL + ด้อยค่าสินทรัพย์ | 1,779.1 ลบ. | 2,490.4 ลบ. | 1,633.6 ลบ. | 🟢 ดีขึ้น |
| กำไรสุทธิ | 1,218.8 ลบ. | 331.8 ลบ. | 531.5 ลบ. | 🟢 ฟื้นตัว |
| ROE | 11.71% | 3.17% | 4.75% | 🟢 ฟื้น |
| NPL/สินเชื่อรวม | 4.70% | 6.97% | 8.10% | 🔴 ยังสูง |
ตัวเลขดังกล่าวมาจากข้อมูลทางการเงินของบริษัทและงบรวมที่ตรวจสอบแล้ว
- รายได้ลด แต่ “กำไรเริ่มฟื้น”
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือ ปี 2568 ASK ไม่ได้โตจากการขยายสินทรัพย์ แต่กำไรฟื้นจากการควบคุมต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นบางส่วน
รายได้รวมลดจาก 6,408 ล้านบาท → 5,455 ล้านบาท หรือลดประมาณ 14.9%
แต่กำไรสุทธิกลับเพิ่มจาก 331.8 ล้านบาท → 531.5 ล้านบาท หรือประมาณ +60%
สาเหตุสำคัญคือค่าใช้จ่ายด้าน ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) และการด้อยค่าของสินทรัพย์รอการขาย ลดจาก 2,490 ล้านบาท เหลือ 1,634 ล้านบาท
แปลเป็นภาษานักลงทุน:
ASK ยังไม่ได้อยู่ในช่วง “สินเชื่อโตแรง” แต่กำลังอยู่ในช่วง ฟื้นกำไรจากการบริหารความเสี่ยงและต้นทุน
นี่เป็นจุดบวก แต่ต้องระวังว่าการฟื้นกำไรลักษณะนี้อาจไม่ยั่งยืน หาก NPL กลับมาเร่งตัว - สินทรัพย์ลดลงค่อนข้างแรง
สินทรัพย์รวมลดจาก
77,529 ล้านบาท → 72,688 ล้านบาท → 61,273 ล้านบาท
ในช่วง 2566–2568
โดยเฉพาะ ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสุทธิ ลดจาก 65,790 ล้านบาท เหลือ 50,327 ล้านบาท
นี่ถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
เพราะสำหรับบริษัทลีสซิ่ง การลดลงของพอร์ตสินเชื่อมีสองด้าน
ด้านบวก
ลดความเสี่ยงจากลูกหนี้
ลดความต้องการใช้เงินทุน
ลดภาระต้นทุนทางการเงิน
ช่วยควบคุมคุณภาพพอร์ต
ด้านลบ
รายได้ดอกเบี้ยมีโอกาสลด
ขนาดธุรกิจหดตัว
หากลดสินเชื่อมากเกินไป ROE อาจไม่ฟื้นกลับสู่ระดับเดิม
ดังนั้น ASK ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า การลดพอร์ตคือการ “คัดลูกค้า” ไม่ใช่การเสียความสามารถในการเติบโต - NPL คือจุดที่ต้องระวังที่สุด 🔴
NPL ต่อสินเชื่อรวมของ ASK เพิ่มขึ้นจาก
4.70% → 6.97% → 8.10%
ในปี 2566–2568
แม้บริษัทจะลด ECL ลง แต่ NPL 8.10% ถือเป็นตัวเลขที่ต้องจับตาอย่างจริงจังสำหรับธุรกิจสินเชื่อ
อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือ
ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อ NPL = 53.58%
ลดลงจาก 62.32% ในปี 2566
จุดนี้ทำให้ผมมองว่า คุณภาพสินทรัพย์ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของ ASK ในระยะต่อไป
ถ้า NPL ลดลง → เป็นสัญญาณบวกต่อกำไร
แต่ถ้า NPL เพิ่มต่อ → บริษัทอาจต้องตั้ง ECL เพิ่ม และกดกำไรในอนาคต - ส่วนต่างดอกเบี้ยยังถูกกดดัน
อัตราดอกเบี้ยรับอยู่ประมาณ 8.04% ในปี 2568 ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 3.57%
ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 4.47%
ลดลงจาก 4.90% ในปี 2566
ภาพนี้สะท้อนว่า ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการรักษาผลตอบแทนจากสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายทางการเงินในปี 2568 ลดลงเหลือ 1,908 ล้านบาท จาก 2,213 ล้านบาทในปี 2567 ถือเป็นสัญญาณที่ดี
ดังนั้นสิ่งที่ต้องติดตามคือ
ต้นทุนเงินลดลงเร็วกว่าดอกเบี้ยรับหรือไม่?
ถ้าใช่ → NIM มีโอกาสฟื้น
ถ้าไม่ใช่ → กำไรจะยังถูกจำกัด - ROE ยังไม่กลับสู่ระดับเดิม
ROE ของ ASK
2566 = 11.71%
2567 = 3.17%
2568 = 4.75%
กำลังฟื้นตัว แต่ยังห่างจากระดับ 11.71% ในปี 2566 มาก
นี่เป็นตัวเลขที่ผมให้น้ำหนักค่อนข้างมาก
เพราะแม้กำไรจะฟื้นจาก 332 ล้านบาทเป็น 532 ล้านบาท แต่ ผลตอบแทนต่อเงินทุนของผู้ถือหุ้นยังไม่ได้กลับมาแข็งแกร่ง
ดังนั้น ASK ยังไม่สามารถเรียกได้เต็มปากว่า “กลับมาเติบโตเต็มตัว” - โครงสร้างเงินทุน: หนี้สูง แต่ลดลง
D/E ลดจาก
6.27 เท่า → 6.04 เท่า → 4.17 เท่า
ในช่วง 2566–2568
สำหรับธุรกิจลีสซิ่ง D/E สูงเป็นธรรมชาติ เพราะบริษัทต้องใช้เงินกู้เพื่อปล่อยสินเชื่อ
ดังนั้นการลดลงเหลือ 4.17 เท่า ถือเป็นสัญญาณบวกด้านโครงสร้างเงินทุน
แต่ยังต้องติดตาม 2 เรื่อง:
ต้นทุนการกู้ยืม
ความสามารถในการรักษา Funding ให้เพียงพอกับการเติบโต
เพราะธุรกิจ ASK มีลักษณะ กู้เงินมาเพื่อสร้างสินทรัพย์สินเชื่อ ดังนั้นต้นทุนเงินจึงมีผลโดยตรงต่อกำไร
จุดแข็งของ ASK 🟢 - กำไรกลับมาฟื้นตัว
ปี 2568 กำไรเพิ่มประมาณ 60% YoY - ECL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สะท้อนภาระการตั้งสำรองที่ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2567 - D/E ลดลงชัดเจน
จาก 6.04 เท่า เหลือ 4.17 เท่า - ROE เริ่มฟื้น
จาก 3.17% เป็น 4.75% - มีประวัติการจ่ายเงินปันผล
อัตราการจ่ายเงินปันผลปี 2568 อยู่ประมาณ 50.91%
จุดอ่อน/ความเสี่ยง 🔴 - พอร์ตสินเชื่อลดลงแรง
สินทรัพย์และลูกหนี้เช่าซื้อหดตัวต่อเนื่อง - NPL ยังสูงและเพิ่มขึ้น
8.10% ในปี 2568 เป็นตัวเลขที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด - Spread ลดลง
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลดจาก 4.90% เหลือ 4.47% - ROE ยังต่ำ
กำไรฟื้น แต่ยังสร้างผลตอบแทนต่อทุนได้ไม่สูง - กำไรยังอ่อนไหวต่อ ECL
หากคุณภาพลูกหนี้แย่ลง การตั้งสำรองสามารถกดกำไรได้อย่างรวดเร็ว
🔎 มุมมองงบการเงิน ASK
ผมให้ภาพรวมประมาณ “ฟื้นตัว แต่ยังไม่พ้นช่วงปรับโครงสร้าง”
กำไร: 🟢 ฟื้นตัว
รายได้: 🔴 หดตัว
พอร์ตสินเชื่อ: 🔴 หดตัว
ต้นทุนทางการเงิน: 🟡 ต้องติดตาม
NPL: 🔴 จุดเสี่ยงหลัก
ECL: 🟢 ดีขึ้น
D/E: 🟢 ดีขึ้น
ROE: 🟡 ฟื้นแต่ยังต่ำ
ปันผล: 🟢 ยังมีความน่าสนใจ
สรุปแบบนักลงทุน
ASK ไม่ใช่หุ้นไฟแนนซ์ที่เด่นจาก “การเติบโตของสินเชื่อ” ในช่วงที่ผ่านมา แต่เป็นหุ้นที่กำลังเดิมพันกับ “การฟื้นตัวของคุณภาพสินทรัพย์และกำไร”
ตัวแปรชี้ขาดจากนี้คือ NPL + ECL + NIM + การกลับมาเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
ถ้า NPL เริ่มลด + ECL ลด + Spread ฟื้น + พอร์ตกลับมาโต จะเป็นสัญญาณว่า ASK กำลังเข้าสู่รอบฟื้นตัวที่มีคุณภาพมากขึ้น
แต่ถ้า NPL ยังขึ้นต่อ ขณะที่สินเชื่อยังหดตัว การฟื้นกำไรในปี 2568 อาจเป็นเพียงการฟื้นตัวชั่วคราว
และควรระบุด้วยว่า ณ ปัจจุบัน SET ระบุว่ามี งบไตรมาส 2/2569 แล้ว ดังนั้นหากต้องการประเมิน ASK สำหรับการลงทุน ณ วันนี้ ควรนำตัวเลข Q2/2569 มาเจาะต่อ โดยเฉพาะ กำไรสุทธิ, NPL, Coverage Ratio, สินเชื่อรวม และต้นทุนทางการเงิน
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิค ASK — เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง
มุมมองแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค” เน้น Price Action + Breakout + Volume + Momentum
ล่าสุด ASK อยู่ที่ 11.20 บาท ณ วันที่ 19 ส.ค. 2569 เพิ่มขึ้น +0.10 บาท (+0.90%) โดยระหว่างวันทำ High 11.30 บาท และ Low 11.00 บาท ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 7.00–12.70 บาท
🔥 ภาพใหญ่: จากขาขึ้น เข้าสู่ช่วงพักฐาน
ASK เคยเร่งตัวจากบริเวณ 9 บาทต้น ๆ ในเดือนมิถุนายน ขึ้นไปทำจุดสูงสุดแถว 12.70 บาท ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนถูกแรงขายกดลงมาบริเวณ 11 บาทกว่า ๆ
ข้อมูลย้อนหลังสะท้อนภาพชัดว่า ช่วงมิถุนายน–กรกฎาคมราคายกฐานขึ้นต่อเนื่อง เช่น 9.05 บาทวันที่ 8 มิ.ย. → 10.60 บาทวันที่ 3 ก.ค. → 12.60 บาทวันที่ 3 ส.ค.
แปลเป็นภาษานักเทคนิค:
“Trend ใหญ่ยังไม่เสีย แต่ Momentum ระยะสั้นถูกพักเครื่อง”
📈 จุดที่ต้องจับตา
แนวรับ
🟢 11.00 บาท — แนวรับแรก/จุดวัดใจ
🟢 10.80–10.90 บาท — แนวรับสำคัญจากฐานเดิม
🟢 10.50–10.60 บาท — แนวรับถัดไป หากหลุด 11 บาท
แนวต้าน
🔴 11.30–11.50 บาท — ด่านแรกที่ต้องผ่าน
🔴 12.00 บาท — แนวต้านจิตวิทยา
🔴 12.40–12.70 บาท — High เดิม/โซน Supply สำคัญ
⚡ Breakout ต้องมาแบบไหน?
จุดที่น่าสนใจคือ 11.30–11.50 บาท
ถ้า ASK สามารถ ทะลุ 11.50 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเริ่มเปลี่ยนภาพจาก “พักฐาน” กลับมาเป็น “รอบรีบาวด์/ขึ้นต่อ”
ถ้าผ่าน 12.00 บาท ได้แบบมีแรงซื้อสนับสนุน จะเป็นสัญญาณบวกเพิ่ม และมีโอกาสกลับไปทดสอบ 12.40–12.70 บาท
แต่ถ้าทะลุแนวต้านโดย Volume ไม่ตาม ต้องระวังเป็น False Breakout
📊 Volume = ตัวตัดสินเกม
ช่วงที่ ASK วิ่งขึ้นแรงในเดือนกรกฎาคม มีหลายวันที่ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้น เช่น 8 ก.ค. มีราว 3.74 ล้านหุ้น, 13 ก.ค. 2.86 ล้านหุ้น และ 14 ก.ค. 2.78 ล้านหุ้น ก่อนราคาขึ้นไปทำ High 12.70 บาทในต้นเดือนสิงหาคม
ดังนั้นรอบใหม่ สิ่งที่ต้องการเห็นไม่ใช่แค่ราคาขึ้น แต่ต้องเห็น Volume ระเบิดตามราคา
ราคาเบรก + Volume เข้า = สัญญาณน่าสนใจ
ราคาเบรก + Volume แห้ง = ยังต้องระวัง
🎯 แผนเทคนิค
สาย Aggressive:
จับตาบริเวณ 11.00–11.20 บาท หากยืนได้และเริ่มมีแรงซื้อกลับ
สาย Breakout:
รอ ยืนเหนือ 11.50 บาท + Volume เด่น แล้วค่อยพิจารณาตาม Momentum
สายรอ Confirm:
รอผ่าน 12.00 บาท ก่อน เพื่อยืนยันว่าการพักฐานจบและกำลังกลับเข้าสู่รอบขึ้น
จุด Stop Loss เชิงเทคนิค:
หากราคาหลุด 10.80 บาท ควรเพิ่มความระมัดระวัง เพราะโครงสร้างระยะสั้นจะเริ่มเสียทรง
🚨 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
ASK = “พักฐาน แต่ยังไม่เสียทรงใหญ่”
ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะที่ต้องไล่ราคา เพราะหุ้นกำลังอยู่ระหว่างการสร้างฐานหลังจากขึ้นแรงจากโซน 9 บาทไปแตะ 12.70 บาท
เกมสำคัญอยู่ที่ 11.50 บาท
🔥 ผ่าน 11.50 + Volume เข้า → ลุ้น Momentum รอบใหม่
🚀 ผ่าน 12.00 → เปิดทางทดสอบ 12.40–12.70 บาท
⚠️ หลุด 11.00 → ระวังแรงขายกดกลับ
🔻 หลุด 10.80 → โครงสร้างระยะสั้นเริ่มเป็นลบ
ทั้งนี้ ASK อยู่ในกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ และข้อมูล SET ระบุว่าธุรกิจหลักครอบคลุมสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ เป็นต้น
มุมมอง: ⭐⭐⭐⭐☆
Trend: บวกแต่กำลังพักฐาน
Momentum: รอการกลับมา
Volume: ต้องเพิ่มเพื่อยืนยัน Breakout
จุดชี้ขาด: 11.50 / 12.00 บาท
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น ASK — บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง หรือ ASK เป็นหุ้นในกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักคือสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งรถใหม่และรถมือสอง รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลและ Floor Plan Financing โดยบริษัทดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2527
🔎 ภาพรวมราคาหุ้นล่าสุด
ณ 19 สิงหาคม 2569 ASK ปิดที่ 11.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ +0.90% มูลค่าซื้อขายประมาณ 7.59 ล้านบาท ขณะที่กรอบราคา 52 สัปดาห์อยู่ที่ 7.00–12.70 บาท
จุดที่น่าสนใจคือ ราคาปัจจุบันอยู่ห่างจากจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ไม่มากนัก แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าการฟื้นตัวของราคาจะมาพร้อมกับ กำไรและคุณภาพสินทรัพย์ที่ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน หรือไม่
📊 1. จุดแข็งของ ASK
1) มีฐานธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ที่ชัดเจน
ASK มีประสบการณ์ในธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์มายาวนาน และมีการกระจายไปยังสินเชื่อรถมือสอง สินเชื่อส่วนบุคคล และ Floor Plan ทำให้ไม่ได้พึ่งพาสินเชื่อประเภทเดียวทั้งหมด
2) กำไรเริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำ
ข้อมูลปี 2566–2568 แสดงให้เห็นว่า ASK เคยเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก แต่กำไรสุทธิปี 2568 ฟื้นเป็น 531.55 ล้านบาท จาก 331.80 ล้านบาทในปี 2567 หรือประมาณ +60% YoY
นี่เป็นสัญญาณบวก เพราะสะท้อนว่าบริษัทเริ่มผ่านช่วงที่ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตกดดันกำไรอย่างหนักมาแล้วระดับหนึ่ง
3) โครงสร้างเงินทุนดีขึ้น
D/E ลดจาก 6.27 เท่าในปี 2566 → 6.04 เท่าในปี 2567 → 4.17 เท่าในปี 2568 ถือว่าลดลงค่อนข้างมาก
สำหรับธุรกิจสินเชื่อ การลด leverage เป็นประเด็นสำคัญ เพราะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารงบดุล
⚠️ 2. จุดที่ต้องจับตา
คุณภาพสินทรัพย์ยังเป็นความเสี่ยงหลัก
ตัวเลข NPL ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มจาก
4.70% ในปี 2566
6.97% ในปี 2567
8.10% ในปี 2568
แม้กำไรจะฟื้น แต่ NPL ยังอยู่ในระดับที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน Coverage Ratio ลดจาก 62.32% เหลือ 53.58% ในช่วงเดียวกัน ดังนั้นประเด็นสำคัญของ ASK ไม่ใช่แค่ “กำไรโตหรือไม่” แต่คือ NPL จะหยุดเพิ่มและเริ่มลดลงได้หรือยัง
💰 3. ฐานกำไรและ ROE ปี 2568 ASK มี
| ตัวชี้วัด | ปี 2568 |
|---|---|
| สินทรัพย์รวม | 61,273 ล้านบาท |
| รายได้รวม | 5,455 ล้านบาท |
| กำไรสุทธิ | 531.55 ล้านบาท |
| ROE | 4.75% |
| ROA | 0.79% |
| EPS | 0.83 บาท |
| BVPS | 16.60 บาท |
| D/E | 4.17 เท่า |
| NPL / สินเชื่อ | 8.10% |
สิ่งที่ผมมองว่า ยังไม่โดดเด่น คือ ROE ที่ 4.75% ซึ่งยังต่ำเมื่อเทียบกับระดับที่ควรคาดหวังจากธุรกิจสินเชื่อดังนั้น ASK ยังเป็นลักษณะ “หุ้นกำลังฟื้นตัว” มากกว่า “หุ้นเติบโตเต็มตัว”
📈 4. มุมมอง Valuation
ราคาปัจจุบัน 11.20 บาท เทียบกับ BVPS ปี 2568 ที่ 16.60 บาท จะได้ P/BV ย้อนหลังประมาณ 0.67 เท่า
แปลว่าตลาดยังให้ ASK ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอย่างมีนัยสำคัญ
แต่ต้องระวังว่า หุ้นต่ำกว่า Book ไม่ได้แปลว่าถูกโดยอัตโนมัติ
เพราะธุรกิจสินเชื่อจะต้องดูควบคู่กับ
ROE + NPL + Credit Cost + การเติบโตของสินเชื่อ
หาก ROE ยังต่ำและ NPL สูง ตลาดก็มีเหตุผลที่จะให้ Discount กับ Book Value
🚦 5. มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาวันที่ 19 ส.ค. อยู่ที่ 11.20 บาท และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 7.00–12.70 บาท
ผมมองโซนสำคัญแบบนี้:
แนวรับ
11.00 บาท — แนวรับระยะสั้น
10.50–10.70 บาท — แนวรับถัดไป
10.00 บาท — แนวจิตวิทยา
แนวต้าน
11.50–12.00 บาท
12.70 บาท — High 52 สัปดาห์
ถ้าจะให้กราฟกลับมาเป็น ขาขึ้นที่น่าสนใจมากขึ้น ควรเห็นการผ่าน 12.00 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้น และถัดไปคือการทะลุ 12.70 บาท ซึ่งจะเป็นสัญญาณ Breakout จากกรอบ High 52 สัปดาห์
แต่ถ้าหลุด 11 บาทพร้อม Volume ขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังการถอยกลับไปทดสอบ 10.50 บาท
🎯 สรุปมุมมอง ASK
ASK = หุ้นสินเชื่อที่ “กำไรฟื้น แต่คุณภาพสินทรัพย์ยังต้องพิสูจน์”
🟢 ปัจจัยบวก
ธุรกิจมีประสบการณ์ยาวนาน
กำไรปี 2568 ฟื้นตัวประมาณ 60%
D/E ลดลงชัดเจน
ราคาต่ำกว่า Book Value
มีโอกาสได้ประโยชน์หากต้นทุนทางการเงินและ Credit Cost ลดลง
หาก NPL ผ่านจุดสูงสุด อาจเกิด Re-rating ได้
🔴 ปัจจัยเสี่ยง
NPL ปี 2568 สูงถึง 8.10%
Coverage Ratio ลดลง
ROE ยังต่ำเพียง 4.75%
สินเชื่อและสินทรัพย์รวมลดลงจากระดับก่อนหน้า
ธุรกิจมีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
⭐ มุมมองโดยรวม
พื้นฐาน: 6.5/10
Valuation: 7/10
คุณภาพสินทรัพย์: 5/10
โมเมนตัมราคา: 6/10
บทสรุป: ASK น่าสนใจในฐานะ หุ้น Turnaround / Recovery มากกว่าหุ้น Growth หากบริษัทสามารถทำให้ NPL ลดลง + Credit Cost ลดลง + สินเชื่อกลับมาเติบโต + ROE ขยับขึ้น ได้ จะเป็นตัวเร่งสำคัญต่อกำไรและ Valuation ในระยะถัดไป
ล่าสุดข้อมูลทางการของบริษัทที่เปิดเผยอยู่คือ งบไตรมาส 1/2569 และบริษัทมีการเผยแพร่ทั้งงบการเงินและเอกสารนำเสนอผลประกอบการผ่าน Investor Relations

