วิเคราะห์ หุ้น AMANAH บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ AMANAH อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 25 ธ.ค. 2544 | 1,184.13 | เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) | AMANAH |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกัน
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.18 | -0.01 | -0.09 | -0.04 | -0.03 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.00 | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 7 : 1 | หุ้น | – | หุ้นปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.02 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.20 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.16 | บาท | – | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.13 | บาท | – | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น AMANAH
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH ประกอบธุรกิจให้บริการทางการเงินภายใต้หลักชะรีอะฮ์ โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกัน สินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าคงคลัง และบริการด้านรถยนต์อื่น ๆ
- ลูกหนี้สินเชื่อ — ทรัพย์สินหลักของธุรกิจ
ทรัพย์สินที่มีความสำคัญที่สุดของ AMANAH คือ ลูกหนี้จากการให้สินเชื่อ ซึ่งเกิดจากการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้า โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมี
ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิ 2,708.84 ล้านบาท
ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสุทธิ 473.09 ล้านบาท
รวมสินทรัพย์ทั้งสิ้น 4,069.77 ล้านบาท
ดังนั้น สินทรัพย์ของ AMANAH มีลักษณะเป็น สินทรัพย์ทางการเงิน มากกว่าสินทรัพย์ประเภทโรงงานหรือเครื่องจักร - รถยนต์และหลักประกันสินเชื่อ
ธุรกิจของบริษัทเกี่ยวข้องกับ รถยนต์และทะเบียนรถยนต์ โดยเฉพาะสินเชื่อทะเบียนรถยนต์และสินเชื่อรถยนต์ หลักประกันจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบริหารพอร์ตสินเชื่อและความเสี่ยงด้านเครดิต - สำนักงานและเครือข่ายสาขา
บริษัทมี สำนักงานใหญ่ และเครือข่ายสาขาสำหรับให้บริการลูกค้า รับคำขอสินเชื่อ และบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อ โดยข้อมูลนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทระบุว่า ณ ไตรมาส 1/2569 มี 48 สาขา - ระบบสารสนเทศและระบบบริหารสินเชื่อ
เนื่องจากธุรกิจหลักเป็นธุรกิจการเงิน ทรัพย์สินที่จำเป็นต่อการดำเนินงานจึงรวมถึง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้า ระบบพิจารณาสินเชื่อ ระบบติดตามหนี้ และระบบบริหารความเสี่ยง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการบริหารสินเชื่อจำนวนมาก - เงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่อง
บริษัทจำเป็นต้องถือ เงินสดและสินทรัพย์หมุนเวียน เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและภาระทางการเงิน โดย ณ สิ้นปี 2568 AMANAH มีสินทรัพย์หมุนเวียน 1,416.06 ล้านบาท - สินทรัพย์สำนักงานและอุปกรณ์
ได้แก่ อาคาร/พื้นที่สำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนการให้บริการสินเชื่อและการดำเนินงานของสาขา โดยมีความสำคัญรองจากสินทรัพย์ทางการเงิน
สรุปโครงสร้างทรัพย์สิน AMANAH
| ประเภททรัพย์สิน | ความสำคัญต่อธุรกิจ |
|---|---|
| ลูกหนี้เงินให้กู้ยืม | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| เงินสด/สินทรัพย์หมุนเวียน | ⭐⭐⭐⭐ |
| รถยนต์และหลักประกันสินเชื่อ | ⭐⭐⭐⭐ |
| สำนักงานและสาขา | ⭐⭐⭐ |
| ระบบ IT และระบบบริหารสินเชื่อ | ⭐⭐⭐⭐ |
| อุปกรณ์สำนักงาน | ⭐⭐ |
มุมมองสำคัญ: AMANAH เป็นธุรกิจการเงิน ดังนั้น “ทรัพย์สินสร้างรายได้” หลักไม่ได้อยู่ที่โรงงานหรือเครื่องจักร แต่คือ พอร์ตสินเชื่อและลูกหนี้ที่บริษัทบริหารอยู่ โดย ณ สิ้นปี 2568 ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิ 2,708.84 ล้านบาท ถือเป็นรายการสินทรัพย์ขนาดใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของบริษัท
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือของ AMANAH
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อและบริการทางการเงินภายใต้หลักชะรีอะฮ์ โดยข้อมูลบริษัทที่เปิดเผยล่าสุด ไม่พบการระบุว่ามีบริษัทย่อยหรือบริษัทในเครือที่ประกอบธุรกิจแยกต่างหากอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นโครงสร้างธุรกิจจึงมีลักษณะ ดำเนินงานผ่าน AMANAH เป็นหลัก
โครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
- บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) — AMANAH
เป็นบริษัทหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยให้บริการทางการเงิน เช่น
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ (Auto Finance)
สินเชื่อเช่าซื้อ
สินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าคงคลัง (Inventory Finance)
บริการด้านรถยนต์อื่น ๆ
การให้บริการทางการเงินภายใต้หลักชะรีอะฮ์
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ควรรู้
ปัจจุบัน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ AMANAH โดย ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569 ถือหุ้น 571.52 ล้านหุ้น หรือ 48.27% ของหุ้นทั้งหมด
ดังนั้น หากมองในมุม “กลุ่มบริษัท/เครือข่ายธุรกิจ” ความสัมพันธ์ที่สำคัญของ AMANAH ในปัจจุบันคือ การมีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มากกว่าการมีบริษัทลูกจำนวนมาก
จุดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน
AMANAH มีจุดเด่นด้านการวางตำแหน่งเป็น สถาบันการเงินฮาลาล และเน้นสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลัก ขณะที่บริษัทมี 48 สาขา ตามข้อมูลนักลงทุนสัมพันธ์ไตรมาส 1/2569
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมี ขาดทุนสุทธิ 112.26 ล้านบาท จากรายได้รวม 846.38 ล้านบาท จึงควรติดตามคุณภาพสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และการฟื้นตัวของกำไรอย่างใกล้ชิด
สรุปสั้น ๆ:
AMANAH ไม่ได้มีโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่ซับซ้อน แต่เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนผ่านบริษัทแม่ AMANAH เป็นหลัก โดยมีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 48.27% และเป็นความสัมพันธ์เชิงผู้ถือหุ้นที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น MST
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ดังนั้นผลประกอบการจะมีความสัมพันธ์กับภาวะตลาดทุน ปริมาณการซื้อขาย และกิจกรรมของนักลงทุนค่อนข้างมาก โดยข้อมูล SET ระบุว่า MST อยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน/เงินทุนและหลักทรัพย์ และมีธุรกิจหลักเป็นบริษัทหลักทรัพย์
🔴 1. ความเสี่ยงจากภาวะตลาดหุ้น
เป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดของ MST หากตลาดหุ้นปรับตัวลง นักลงทุนลดการซื้อขาย หรือบรรยากาศการลงทุนซบเซา รายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อาจลดลงตามมูลค่าการซื้อขายของตลาด
ตลาดที่ผันผวนสูงอาจเพิ่มกิจกรรมการซื้อขายในบางช่วง แต่หากเป็นภาวะซบเซาต่อเนื่อง ปริมาณธุรกรรมและค่าคอมมิชชันอาจได้รับผลกระทบ
🔴 2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านค่าคอมมิชชัน
ธุรกิจหลักทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากบริษัทหลักทรัพย์ไทย บริษัทหลักทรัพย์ที่มีเครือข่ายต่างประเทศ และแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์
การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้ อัตราค่าคอมมิชชันลดลง ส่งผลให้ MST ต้องเพิ่มปริมาณลูกค้าและธุรกรรมเพื่อรักษารายได้
🔴 3. ความเสี่ยงจากธุรกิจ Margin Loan
การให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์มีความเสี่ยงจาก หลักประกันลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงตลาดหุ้นขาลง
หากราคาหุ้นที่ใช้เป็นหลักประกันปรับตัวแรง อาจเกิดการเรียกหลักประกันหรือบังคับขาย และหากราคาปรับลงเร็วเกินกว่าการบริหารความเสี่ยง อาจกระทบคุณภาพสินทรัพย์และผลประกอบการ
🔴 4. ความเสี่ยงด้านการลงทุนและสินทรัพย์ของบริษัท
ธุรกิจหลักทรัพย์อาจมีการถือครองหรือบริหารสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อการลงทุนและเพื่อสนับสนุนธุรกิจ หากตลาดเกิดความผันผวนรุนแรง มูลค่าสินทรัพย์และผลกำไรจากการลงทุนอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
🔴 5. ความเสี่ยงจากรายได้ที่ผันผวน
โครงสร้างธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์มีรายได้หลายประเภท เช่น นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ การลงทุน และบริการด้านตลาดทุน ทำให้รายได้บางส่วนมีลักษณะเป็น รายได้ตามวัฏจักรตลาด
ดังนั้นผลประกอบการของ MST ในแต่ละไตรมาสอาจไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและจำนวนดีลที่เกิดขึ้น
🔴 6. ความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์และการกำกับดูแล
ธุรกิจหลักทรัพย์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ Margin, SBL, การคุ้มครองนักลงทุน, การเปิดเผยข้อมูล และการบริหารความเสี่ยง อาจเพิ่มต้นทุนในการดำเนินงาน
ปัจจุบันข้อมูลของ MST ต่อหน่วยงานกำกับยังมีการรายงานงบการเงินอย่างต่อเนื่อง รวมถึงงบไตรมาส 2/2569 ที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569
🔴 7. ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและ Cybersecurity
ธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์พึ่งพาระบบออนไลน์และเทคโนโลยีอย่างมาก หากระบบซื้อขายขัดข้อง ถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือเกิดข้อมูลลูกค้ารั่วไหล อาจกระทบทั้ง รายได้ ความเชื่อมั่น และชื่อเสียงของบริษัท
รายงานประจำปี 2568 ของ MST ระบุถึงการบริหารความเสี่ยงด้าน Cyber และการปฏิบัติตามกฎหมาย/ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึง PDPA
🔴 8. ความเสี่ยงจากบุคลากรและการแข่งขันแย่งตัวผู้เชี่ยวชาญ
ธุรกิจหลักทรัพย์พึ่งพาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น นักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน ผู้แนะนำการลงทุน และทีมวาณิชธนกิจ หากสูญเสียบุคลากรสำคัญให้กับคู่แข่ง อาจกระทบความสัมพันธ์กับลูกค้าและความสามารถในการสร้างรายได้
🔴 9. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและปัจจัยมหภาค
การชะลอตัวของเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย ความไม่แน่นอนทางการเมือง ค่าเงิน และสถานการณ์ตลาดต่างประเทศ สามารถส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระแสเงินทุน
MST เองระบุในรายงานประจำปีถึงการบริหารความเสี่ยงจาก ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสีย
🔴 10. ความเสี่ยงจากความเชื่อมั่นและชื่อเสียง
สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ ความน่าเชื่อถือเป็นสินทรัพย์สำคัญ หากเกิดข้อผิดพลาดในการให้บริการ ข้อร้องเรียน การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามกฎ หรือเหตุการณ์ด้าน Cybersecurity อาจกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้าและคู่ค้าได้อย่างรวดเร็ว
📌 สรุปความเสี่ยง MST แบบนักลงทุน
| ปัจจัย | ระดับความเสี่ยง |
|---|---|
| ตลาดหุ้นและมูลค่าการซื้อขาย | 🔴 สูง |
| การแข่งขันค่าคอมมิชชัน | 🔴 สูง |
| Margin Loan / คุณภาพหลักประกัน | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| รายได้ผันผวนตามวัฏจักรตลาด | 🔴 สูง |
| กฎเกณฑ์และการกำกับดูแล | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| Cybersecurity / ระบบซื้อขาย | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| บุคลากรสำคัญ | 🟠 ปานกลาง |
| เศรษฐกิจและปัจจัยมหภาค | 🟠 ปานกลาง-สูง |
มุมมองสำคัญ: MST ไม่ใช่ธุรกิจที่ความเสี่ยงมาจากต้นทุนวัตถุดิบเหมือนหุ้นโรงงาน แต่เป็นหุ้นที่ต้องจับตา “วอลุ่มตลาด + ค่าคอมมิชชัน + Margin Loan + รายได้วาณิชธนกิจ + รายได้จากการลงทุน” เป็นหลัก เพราะตัวแปรเหล่านี้สามารถทำให้กำไรเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรตลาดได้ค่อนข้างมาก ข้อมูลล่าสุดจาก SET ณ 19 สิงหาคม 2569 ระบุ MST มีราคาหุ้น 8.30 บาท, Market Cap ราว 4,737.76 ล้านบาท และ P/BV 0.90 เท่า
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | ธนาคาร อิสลามแห่งประเทศไทย | 571,520,000 | 48.27 |
| 2 | นาย ภานุรังษี ศรีวรัฏฐา | 48,522,500 | 4.10 |
| 3 | นาย กฤติน สถิตธรรมนิตย์ | 37,700,000 | 3.18 |
| 4 | นาย สุรศักดิ์ ไกรวิทย์ชัยเจริญ | 24,225,800 | 2.05 |
| 5 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 20,238,970 | 1.71 |
| 6 | นาย สมชาย ปัดภัย | 12,377,822 | 1.05 |
| 7 | นาง พิมพ์ใจ กิจจาเจริญชัย | 11,670,788 | 0.99 |
| 8 | นาย ชูศักดิ์ อมรไพโรจน์ | 10,483,428 | 0.89 |
| 9 | นาย สุรศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ | 9,457,487 | 0.80 |
| 10 | น.ส. กุลชา พรสุขศิริ | 9,428,571 | 0.80 |
| 11 | นาย ณรงค์ชัย จิรัฐิติภัทร์ | 9,000,000 | 0.76 |
| 12 | นาย พงษ์ศักดิ์ เหมะทัพพะ | 7,884,671 | 0.67 |
| 13 | น.ส. พัฐสุดา วิชัยคำ | 6,111,684 | 0.52 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข | ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ |
| 2 | นาย เศรษฐจักร ลียากาศ | กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ |
| 3 | นาย โกมล จิรชัยสุทธิกุล | กรรมการ |
| 4 | นาย ไกรสิทธิ์ อนุกูลอุทัยวงศ์ | กรรมการ |
| 5 | นาย ไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร | กรรมการ |
| 6 | นาย วรวิทย์ พันธุ์ธนุสร | กรรมการ |
| 7 | นาง วิมลรัตน์ ปิยสถาพรพงศ์ | กรรมการบริษัท |
| 8 | นาย จุลกัลป์ ปัญญาดิลก | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาย ชัยชาญ พลานนท์ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 10 | นาย ธีระพันธ์ เพ็ชร์สุวรรณ์ | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 11 | นาย สุรศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น AMANAH
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH มีพัฒนาการสำคัญจากธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ สู่การเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อภายใต้หลักชะรีอะฮ์ โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญดังนี้
📌 ไทม์ไลน์พัฒนาการสำคัญ
2535 — จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2535 ในนาม บริษัท ไตรมิตรสัมพันธ์ จำกัด ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท นวลิสซิ่ง จำกัด และเริ่มธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ในเดือนธันวาคมของปีเดียวกัน
2536 — ขยายธุรกิจจากเช่าซื้อรถยนต์ไปสู่ สินเชื่อเช่าการเงิน (Financial Lease) รวมถึงการให้เช่าซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักร พร้อมเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1 ล้านบาทเป็น 60 ล้านบาท
2538 — แปรสภาพเป็น บริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2538 เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
2544 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเริ่มซื้อขายครั้งแรกวันที่ 25 ธันวาคม 2544 เดิมใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ NVL
2548 — ธนาคารไทยธนาคารขายหุ้นให้กลุ่มพันธุ์สายเชื้อ ส่งผลให้กลุ่มดังกล่าวเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และบริษัทเริ่มเดินหน้าขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อเจาะตลาดลูกค้ารายย่อย
2553 — จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ บริษัทออกหุ้นเพิ่มทุน 200 ล้านบาทให้แก่ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารทำ Tender Offer อีก 265.5 ล้านบาท จนถือหุ้น 49% พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนชื่อย่อเป็น AMANAH
2554 — ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานและร่วมพัฒนาองค์กร ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญต่อการวางแนวทางธุรกิจตามหลักการเงินอิสลาม
2558 — เดินหน้าขยายเครือข่ายสาขา เพื่อรองรับการให้บริการสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว โดยมีสาขารวม 47 แห่ง ครอบคลุมหลายภูมิภาคของประเทศ
2563 — ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์องค์ประกอบของดัชนี sSET Index ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
2564 — ทำ MOU กับ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาช่องทาง Amanah Express (AE) ผ่านเครือข่ายสาขาของธนาคารกว่า 100 แห่ง เพื่อช่วยแนะนำลูกค้าใหม่ให้บริษัท
2565 — ขยายผลิตภัณฑ์ครั้งสำคัญ ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ถือเป็นการเพิ่มแหล่งรายได้จากเดิมที่เน้นสินเชื่อรถยนต์
2566 — ขยายสาขาเพิ่มที่นนทบุรี ทำให้จำนวนสาขารวม ณ สิ้นปีอยู่ที่ 47 สาขา พร้อมได้รับการต่ออายุการรับรองจากโครงการ Thai Private Sector Collective Action Against Corruption (CAC)
2567 — ขยายสาขาเพิ่มที่สงขลา ทำให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 48 สาขา ณ สิ้นปี และได้รับรางวัล Best Performance ด้านการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน รวมถึงเข้าร่วมโครงการด้านการลดก๊าซเรือนกระจก
2568 — บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้ง นายไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร เป็นรักษาการกรรมการผู้จัดการ แทน ดร.นันทพล พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
🔎 ภาพรวมทิศทางของ AMANAH
จุดที่น่าสนใจของ AMANAH คือการเปลี่ยนผ่านจาก “บริษัทเช่าซื้อรถยนต์” → “ผู้ให้บริการสินเชื่อภายใต้หลักชะรีอะฮ์” และค่อย ๆ เพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อกระจายฐานธุรกิจ โดยปัจจุบันมีทั้ง สินเชื่อเช่าซื้อ, สินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าคงคลัง และบริการสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์
ข้อมูลทางการเงินล่าสุดที่บริษัทเผยแพร่ระบุว่า ณ ปี 2568 AMANAH มีสินทรัพย์รวมประมาณ 4,069.77 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิ 2,708.84 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,695.77 ล้านบาท
สรุปสำหรับมุมมองนักลงทุน: พัฒนาการของ AMANAH จึงอยู่ที่การขยายฐานจากสินเชื่อรถยนต์ไปสู่ธุรกิจสินเชื่อที่หลากหลายขึ้น พร้อมใช้จุดแข็งด้าน Islamic Finance / หลักชะรีอะฮ์ + เครือข่ายสาขา + พันธมิตรทางการเงิน เป็นฐานในการเติบโตต่อไป โดยประเด็นที่ควรติดตามคือ การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ คุณภาพลูกหนี้ การควบคุมหนี้เสีย และความสามารถในการสร้างกำไรจากพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัว.
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ |
| เงินสด | 111.24 | 368.32 | 550.37 | 377.52 | 716.05 |
| เงินลงทุนสุทธิ | – | – | – | – | – |
| เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ | 4,093.59 | 3,707.56 | 3,181.93 | 3,477.97 | 2,975.43 |
| – เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้ | – | – | – | – | – |
| ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ | – | – | – | – | – |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 28.75 | 23.24 | 19.98 | 21.51 | 18.89 |
| รวมสินทรัพย์ | 4,681.50 | 4,333.61 | 4,069.77 | 4,131.59 | 4,027.21 |
| เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก | 2,369.74 | 2,250.00 | 2,255.00 | 2,250.00 | 2,250.00 |
| รวมหนี้สิน | 2,835.95 | 2,522.39 | 2,374.00 | 2,363.69 | 2,366.66 |
| ทุนจดทะเบียน | 1,036.11 | 1,184.13 | 1,184.13 | 1,184.13 | 1,184.13 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 1,036.11 | 1,184.12 | 1,184.12 | 1,184.12 | 1,184.12 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 3.49 | 3.49 | 3.49 | 3.49 | 3.49 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 805.96 | 623.61 | 508.16 | 580.29 | 472.95 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 1,845.55 | 1,811.21 | 1,695.76 | 1,767.90 | 1,660.56 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 831.18 | 864.58 | 743.06 | 396.80 | 329.97 |
| – รายได้ดอกเบี้ย | 800.89 | 846.80 | 726.61 | 389.12 | 305.52 |
| – จากสินเชื่อและเงินฝาก | 800.89 | 846.80 | 726.61 | 389.12 | 305.52 |
| – รายได้ค่านายหน้า | – | – | – | – | – |
| – รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ | – | – | – | – | – |
| รวมรายได้ | 965.13 | 937.99 | 846.38 | 442.78 | 408.68 |
| ต้นทุน | – | – | – | – | – |
| (กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น | 207.49 | 473.39 | 535.85 | 274.03 | 199.98 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 352.22 | 327.91 | 329.28 | 159.50 | 195.05 |
| ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ | – | – | – | – | – |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 337.52 | 94.03 | -14.55 | 6.84 | 19.25 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 189.00 | -16.42 | -112.26 | -43.32 | -35.21 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.18 | -0.01 | -0.09 | -0.04 | -0.03 |
งบกระแสเงินสด
หน่วย: ล้านบาท
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ | งบเฉพาะกิจการ |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | -48.18 | 596.93 | 419.67 | 193.97 | 157.25 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -8.73 | -2.37 | -70.81 | -20.49 | 19.12 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | 125.87 | -337.48 | -165.31 | -163.14 | -12.19 |
| เงินสดสุทธิ | 68.97 | 257.08 | 183.55 | 10.34 | 164.18 |
วิเคราะห์งบการเงิน หุ้น AMANAH บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
ได้ครับ หากวิเคราะห์ หุ้น AMANAH – บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ในมุม “งบการเงิน + คุณภาพกำไร + ฐานะการเงิน + แนวโน้ม” ภาพที่เห็นค่อนข้างชัดคือ บริษัทอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากภาวะขาดทุน แต่ยังต้องจับตาคุณภาพสินเชื่อและความสามารถในการกลับมาทำกำไรอย่างยั่งยืน
ข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่า AMANAH มีงบล่าสุดถึง ไตรมาส 2/2569 และเป็นงบเฉพาะกิจการที่สอบทานแล้ว
1. ภาพรวมผลประกอบการย้อนหลัง
| รายการ (ลบ.) | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|
| รายได้รวม | 965.13 | 937.99 | 846.38 |
| ค่าใช้จ่ายรวม | 740.04 | 970.93 | 982.70 |
| กำไรสุทธิ | 189.00 | -16.42 | -112.26 |
| สินทรัพย์รวม | 4,681.50 | 4,333.61 | 4,069.77 |
| หนี้สินรวม | 2,835.95 | 2,522.39 | 2,374.00 |
| ส่วนผู้ถือหุ้น | 1,845.55 | 1,811.21 | 1,695.77 |
ตัวเลขของบริษัทสะท้อนว่า รายได้ลดลงต่อเนื่อง แต่ค่าใช้จ่ายกลับไม่ได้ลดลงตามรายได้ ส่งผลให้จากกำไร 189 ล้านบาทในปี 2566 กลายเป็นขาดทุน 16.42 ล้านบาทในปี 2567 และขาดทุนหนักขึ้นเป็น 112.26 ล้านบาทในปี 2568
- จุดที่ต้องจับตา: โครงสร้างรายได้กำลังเปลี่ยน
จุดน่าสนใจมากของ AMANAH คือรายได้จากธุรกิจสินเชื่อมีการเปลี่ยนโครงสร้างอย่างชัดเจน
รายได้จาก สัญญาเช่าซื้อ ลดจาก 541.79 ล้านบาทในปี 2566 → 262.54 ล้านบาทในปี 2567 → 133.52 ล้านบาทในปี 2568
ขณะที่รายได้จาก เงินให้กู้ยืม เพิ่มจาก 286.53 ล้านบาท → 584.26 ล้านบาท → 593.09 ล้านบาท
แปลว่า AMANAH กำลังพึ่งพารายได้จาก สินเชื่อเงินกู้/สินเชื่อทะเบียนรถ มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์มีสัดส่วนลดลงอย่างมาก
นี่เป็นทั้ง โอกาสและความเสี่ยง เพราะสินเชื่อทะเบียนรถสามารถสร้างรายได้ดอกเบี้ยได้ดี แต่คุณภาพลูกหนี้และการตั้งสำรองมีผลต่อกำไรค่อนข้างมาก - ฐานะการเงิน — ยังไม่ถึงกับมีปัญหาหนี้สูงเกินไป
ปี 2568 AMANAH มี
สินทรัพย์รวมประมาณ 4,069.77 ล้านบาท
หนี้สินรวม 2,374.00 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น 1,695.77 ล้านบาท
D/E ประมาณ 1.40 เท่า
หนี้สินต่อสินทรัพย์ประมาณ 0.58 เท่า
ถือว่าโครงสร้างหนี้ ยังอยู่ในระดับที่ต้องบริหาร แต่ไม่ได้มี Leverage สูงผิดปกติ โดย D/E ลดลงจาก 1.54 เท่าในปี 2566 เหลือ 1.40 เท่าในปี 2568
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัว D/E คือ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงตามการขาดทุน จาก 1,845.55 ล้านบาทในปี 2566 เหลือ 1,695.77 ล้านบาทในปี 2568 - กระแสเงินสด — จุดที่ยังพอเป็นบวก
ธุรกิจสินเชื่อมีลักษณะสำคัญคือการปล่อยสินเชื่อและรับชำระคืน ดังนั้นต้องดู Cash Flow ประกอบกำไรสุทธิ
ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 AMANAH มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน +193.97 ล้านบาท แม้ขาดทุนสุทธิ 43.32 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ -163.14 ล้านบาท
จุดนี้สะท้อนว่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ได้แย่ตามตัวเลขกำไรสุทธิทั้งหมด แต่สำหรับบริษัทสินเชื่อ ควรดูควบคู่กับคุณภาพลูกหนี้และการตั้งสำรอง ไม่ควรใช้ Cash Flow เพียงตัวเดียวตัดสินคุณภาพงบ - ความสามารถในการทำกำไรยังเป็นจุดอ่อน
ปี 2568
Net Margin = -13.27% โดยประมาณ หากเทียบกำไรสุทธิ 112.26 ล้านบาทกับรายได้ 846.38 ล้านบาท
ROA = -2.67%
ROE = -6.40%
EPS = -0.09 บาท
บริษัทจึงยังอยู่ในสถานะ “ต้องกลับมาสร้างกำไร” มากกว่าการเป็นหุ้นที่กำลังเติบโตจากกำไรที่แข็งแรง
สิ่งที่นักลงทุนควรดูต่อจึงไม่ใช่แค่ “รายได้เพิ่มหรือไม่” แต่คือ
รายได้สินเชื่อ ↑ → หนี้เสีย ↓ → สำรองลดลง → ค่าใช้จ่ายลดลง → กำไรสุทธิกลับมาเป็นบวก
หากเกิดครบวงจรนี้ จะเป็นสัญญาณฟื้นตัวที่มีคุณภาพมากกว่าแค่สินเชื่อใหม่เติบโต - จุดบวกของ AMANAH
① โครงสร้างหนี้ไม่ได้สูงเกินไป
D/E 1.40 เท่าในปี 2568 ลดลงจาก 1.54 เท่าในปี 2566
② ต้นทุนทางการเงินลดลง
ต้นทุนทางการเงินปี 2568 อยู่ที่ 121.77 ล้านบาท ลดลงจาก 126.97 ล้านบาทในปี 2567
③ ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและบริหารลดจาก 415.74 ล้านบาทในปี 2566 เหลือ 323.28 ล้านบาทในปี 2568
④ บริษัทกำลังเน้นธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ
บริษัทระบุธุรกิจหลักรวมถึง Auto Finance และ Amanah Inventory Finance ซึ่งเป็นทิศทางที่ต้องติดตามการเติบโตของพอร์ตและคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด - จุดเสี่ยงสำคัญ
🔴 1. ขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปี
จากกำไร 189 ล้านบาทในปี 2566 กลายเป็นขาดทุน 16.42 ล้านบาทในปี 2567 และขาดทุน 112.26 ล้านบาทในปี 2568
🔴 2. รายได้รวมลดลง
รายได้ลดจาก 965.13 ล้านบาท → 937.99 ล้านบาท → 846.38 ล้านบาท ในช่วง 2566–2568
🔴 3. ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้
ปี 2568 รายได้รวม 846.38 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 982.70 ล้านบาท ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 112.26 ล้านบาท
🔴 4. คุณภาพสินเชื่อคือ Key Factor
สำหรับธุรกิจสินเชื่อ การขยายพอร์ตเร็วเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดี หากแลกมาด้วย NPL และการตั้งสำรองที่สูงขึ้น ดังนั้นงบไตรมาสต่อไปควรจับตา NPL, Coverage, ECL/สำรอง, ลูกหนี้ค้างชำระ และสินเชื่อใหม่ เป็นพิเศษ
🔎 สรุป AMANAH แบบนักลงทุน ภาพรวมงบการเงิน: “ยังอ่อนแอ แต่มีโจทย์ให้จับตาการฟื้นตัว”
| ปัจจัย | มุมมอง |
|---|---|
| รายได้ | 🔴 ลดลง |
| กำไรสุทธิ | 🔴 ขาดทุน |
| ROE | 🔴 ติดลบ |
| ROA | 🔴 ติดลบ |
| D/E | 🟡 ไม่สูงมาก |
| ต้นทุนทางการเงิน | 🟢 ลดลง |
| ค่าใช้จ่ายบริหาร | 🟢 ลดลง |
| กระแสเงินสดดำเนินงาน | 🟡 ต้องติดตาม |
| โครงสร้างรายได้สินเชื่อ | 🟡 เปลี่ยนไปพึ่งเงินกู้มากขึ้น |
| คุณภาพสินทรัพย์ | 🔴 ต้องจับตา |
| โอกาส Turnaround | 🟡 มี แต่ต้องเห็นกำไรกลับมา |
บทสรุป: AMANAH ยังไม่ใช่หุ้นที่งบการเงินแข็งแกร่งในปัจจุบัน เพราะผลประกอบการปี 2568 ขาดทุน 112.26 ล้านบาท และ ROE/ROA ติดลบ แต่โครงสร้างหนี้ไม่ได้ตึงตัวมาก และบริษัทมีการลดค่าใช้จ่ายรวมถึงต้นทุนทางการเงินลง จุดเปลี่ยนสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ปี 2569 จะสามารถหยุดการขาดทุนและพลิกกลับมามีกำไรได้หรือไม่ สำหรับสายหุ้น ผมให้น้ำหนักติดตาม “กำไรสุทธิ + NPL/คุณภาพลูกหนี้ + ECL/สำรอง + สินเชื่อใหม่ + Cost of Fund” มากกว่าดูรายได้เพียงอย่างเดียว
หมายเหตุ: ข้อมูลบริษัทระบุว่าปัจจุบันมีเอกสารงบไตรมาส 1/2569 บนเว็บไซต์บริษัท และ SET ระบุว่างบล่าสุดของ AMANAH ถึงไตรมาส 2/2569 แล้ว ดังนั้นหากต้องการวิเคราะห์ให้ละเอียดที่สุด ควรใช้ตัวเลขไตรมาส 2/2569 ฉบับเต็มประกอบด้วย
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis)
📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค AMANAH — อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง
AMANAH กำลังส่งสัญญาณ “รีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้าน” หลังราคาฟื้นจากโซนประมาณ 0.76–0.78 บาทขึ้นมาปิดล่าสุดที่ 0.81 บาท เพิ่มขึ้น +1.25% เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 โดยระหว่างวันแกว่งในกรอบ 0.80–0.83 บาท และมีปริมาณซื้อขาย 613,052 หุ้น
ข้อมูลย้อนหลังสะท้อนว่าหุ้นเคยขึ้นไปแตะ 0.85 บาท ในช่วงต้นเดือน ส.ค. ก่อนอ่อนตัวลงมาบริเวณ 0.76–0.78 บาท แล้วเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง
🔥 มุมมองแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค 100%”
จุดที่ต้องจับตาคือ 0.83–0.85 บาท
โซนนี้เป็นด่านสำคัญของ AMANAH หากราคาสามารถ Breakout 0.85 บาท พร้อมวอลุ่มเร่งตัว ได้ จะถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการผ่านยอดเดิมระยะสั้นและเปิดทางให้ Momentum กลับมาเด่นขึ้น
ในทางกลับกัน หากยังไม่ผ่าน 0.83–0.85 บาท มีโอกาสเห็นแรงขายทำกำไรและกลับมาทดสอบแนวรับอีกครั้ง
🎯 แนวรับ–แนวต้าน
| ระดับ | มุมมอง |
|---|---|
| 0.80 บาท | แนวรับแรก / ต้องยืนให้ได้ |
| 0.77–0.78 บาท | แนวรับสำคัญของรอบรีบาวด์ |
| 0.73–0.75 บาท | แนวรับถัดไป หากหลุดโซน 0.77 |
| 0.83 บาท | แนวต้านแรก |
| 0.85 บาท | ⭐ แนวต้านสำคัญ / จุดวัด Breakout |
| 0.90–0.95 บาท | เป้าหมายเชิงเทคนิคหากผ่าน 0.85 ได้อย่างแข็งแรง |
สัญญาณที่น่าสนใจที่สุด: ราคาอยู่เหนือ 0.80 บาทและกำลังเข้าใกล้ 0.83–0.85 บาท แต่การ Breakout ที่น่าเชื่อถือควรมาพร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้นชัดเจน ไม่ใช่เพียงราคาขึ้นจากสภาพคล่องบาง ๆ
🚀 Scenario ที่ต้องจับตา
Bullish Case 🟢
ถ้า AMANAH ทะลุ 0.85 บาท + Volume พุ่ง → โมเมนตัมมีโอกาสเร่งตัว และตลาดจะเริ่มจับตาโซน 0.90 / 0.95 บาท ต่อไป
Sideway Case 🟡
หากยังไม่ผ่าน 0.83–0.85 บาท → มีโอกาสแกว่งสะสมกำลังในกรอบ 0.77–0.85 บาท
Bearish Case 🔴
หากหลุด 0.77 บาท พร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น → ภาพรีบาวด์จะเริ่มเสียทรง และมีโอกาสถอยกลับไปทดสอบ 0.73–0.75 บาท
⚡ สรุปแบบกระชับ
AMANAH เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังติด “ด่าน 0.83–0.85 บาท”
ตอนนี้ยังไม่ใช่จุดที่เรียกได้ว่า Breakout เต็มตัว แต่เป็นหุ้นที่กำลังอยู่ใน “โซนวัดใจ” หากมีแรงซื้อเข้ามาดันราคาผ่าน 0.85 บาทพร้อม Volume จะทำให้ภาพเทคนิคกลับมาน่าสนใจอย่างมาก
อีกจุดที่ต้องไม่มองข้ามคือพื้นฐานล่าสุดยังต้องระวัง เพราะงบ 3M/2569 รายงาน ขาดทุนสุทธิ 31.32 ล้านบาท เทียบกับกำไร 2.71 ล้านบาทใน 3M/2568 ดังนั้นการเล่นเชิงเทคนิคควรให้ความสำคัญกับ ราคา + Volume + จุดตัดขาดทุน เป็นหลัก
⭐ Technical Bias: เก็งกำไรเชิงบวก หากยืน 0.80–0.78 บาทได้ และจับตา Breakout 0.85 บาทเป็น Trigger สำคัญ
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท
วิเคราะห์หุ้น AMANAH — บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH ทำธุรกิจหลักด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกัน โดยภาพล่าสุดราคาหุ้นอยู่แถว 0.80 บาท ณ วันที่ 20 ส.ค. 2569 ตามข้อมูล SET
🔎 ภาพรวมพื้นฐาน — จุดที่ต้องจับตา
ตัวเลขล่าสุดสะท้อนว่า AMANAH ยังอยู่ในช่วง ฟื้นฟูผลประกอบการ มากกว่าจะเป็นหุ้นที่กำไรเติบโตแข็งแกร่ง
ไตรมาส 1/2569 รายได้ 190.12 ล้านบาท ลดลงจาก 247.62 ล้านบาทในปีก่อน
ขาดทุนสุทธิ 31.32 ล้านบาท จากไตรมาส 1/2568 ที่มีกำไร 2.71 ล้านบาท
ปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 112.26 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 16.42 ล้านบาทในปี 2567
D/E อยู่ที่ประมาณ 1.43 เท่า
ROE ติดลบ -8.41% และ ROA -1.21% ในไตรมาส 1/2569
ดังนั้น โจทย์สำคัญของ AMANAH ไม่ใช่แค่การเพิ่มสินเชื่อ แต่คือการกลับมาทำกำไรอย่างยั่งยืน โดยต้องติดตามรายได้ดอกเบี้ย คุณภาพลูกหนี้ ค่าใช้จ่าย และต้นทุนทางการเงินควบคู่กัน
📊 งบล่าสุดที่ควรโฟกัส
ปัจจุบันมีงบ ไตรมาส 2/2569 แล้ว และเป็นงบเฉพาะกิจการที่ผ่านการสอบทาน โดยสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2569
ประเด็นที่นักลงทุนควรเปิดดูเป็นพิเศษคือ
- คุณภาพสินทรัพย์
ต้องดูแนวโน้มลูกหนี้ด้อยคุณภาพ/NPL และการตั้งสำรอง หาก NPL ลดลงและค่าใช้จ่ายสำรองเริ่มผ่อนคลาย จะเป็นสัญญาณบวกต่อกำไร - พอร์ตสินเชื่อ
การขยายสินเชื่อเร็วเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านคุณภาพลูกหนี้ ขณะที่การเติบโตแบบคัดกรองลูกค้ามากขึ้นอาจช่วยให้คุณภาพพอร์ตดีขึ้น - ต้นทุนทางการเงิน
สำหรับธุรกิจ Leasing ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนจากสินเชื่อกับต้นทุนเงินทุนเป็นตัวแปรสำคัญมาก หากต้นทุนทางการเงินลดลง จะช่วย Margin และกำไรได้ - ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
ปี 2568 ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 860.94 ล้านบาท สูงกว่ารายได้ 846.38 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทขาดทุน
📈 มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาล่าสุดบริเวณ 0.80 บาท โดยวันที่ 21 ส.ค. 2569 ราคาซื้อขายอยู่ในกรอบ 0.80–0.83 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 613,052 หุ้น
สำหรับสายเทคนิค ผมมองโครงสร้าง AMANAH เป็นหุ้นที่ต้อง รอการยืนยัน Momentum มากกว่าการไล่ราคา
แนวรับสำคัญ:
0.79–0.80 บาท
หากหลุด 0.79 บาท ต้องระวังแรงขายกดกลับ
แนวต้าน:
0.83 บาท
หากผ่าน 0.83 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้น จะเริ่มน่าสนใจในเชิง Breakout
🚨 จุดที่น่าจับตาที่สุด
0.83 บาท = จุดวัดใจ
ถ้าราคาสามารถ Breakout 0.83 บาท + Volume เร่งตัว ได้ จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่ารอบเก็งกำไรอาจเริ่มกลับมา
แต่ถ้าขึ้นทดสอบแล้ว ไม่ผ่านและ Volume แผ่ว ก็มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรและกลับมาแกว่งในกรอบเดิม
🎯 สรุป AMANAH
พื้นฐาน: 🔴 ยังต้องฟื้น
กำไร: 🔴 ยังมีความเสี่ยงจากผลขาดทุน
คุณภาพสินทรัพย์: 🟡 ต้องติดตาม
โครงสร้างหนี้: 🟡 D/E ราว 1.43 เท่า
เทคนิค: 🟡 เริ่มน่าสนใจหากผ่านแนวต้านพร้อม Volume
Momentum: 🟡 รอการยืนยัน
จุดชี้ขาด: 0.83 บาท
มุมมอง: AMANAH ยังไม่ใช่หุ้นที่พื้นฐานโดดเด่นจากตัวเลขล่าสุด แต่สำหรับสายเทคนิค จุดที่น่าสนใจคือการจับตา Breakout + Volume + Momentum หากผ่าน 0.83 บาทได้อย่างมีนัยสำคัญ จะทำให้ภาพเก็งกำไรดูน่าสนใจขึ้น ขณะที่การหลุด 0.79 บาทควรเพิ่มความระมัดระวัง

