วิเคราะห์ หุ้น AMANAH บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น AMANAH บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น AMANAH บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ AMANAH อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25667 : 1หุ้นหุ้นปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.02บาทเงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.20บาทเงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.16บาทเงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.13บาทเงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น AMANAH
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH ประกอบธุรกิจให้บริการทางการเงินภายใต้หลักชะรีอะฮ์ โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกัน สินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าคงคลัง และบริการด้านรถยนต์อื่น ๆ

  1. ลูกหนี้สินเชื่อ — ทรัพย์สินหลักของธุรกิจ
    ทรัพย์สินที่มีความสำคัญที่สุดของ AMANAH คือ ลูกหนี้จากการให้สินเชื่อ ซึ่งเกิดจากการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกค้า โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมี
    ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิ 2,708.84 ล้านบาท
    ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสุทธิ 473.09 ล้านบาท
    รวมสินทรัพย์ทั้งสิ้น 4,069.77 ล้านบาท
    ดังนั้น สินทรัพย์ของ AMANAH มีลักษณะเป็น สินทรัพย์ทางการเงิน มากกว่าสินทรัพย์ประเภทโรงงานหรือเครื่องจักร
  2. รถยนต์และหลักประกันสินเชื่อ
    ธุรกิจของบริษัทเกี่ยวข้องกับ รถยนต์และทะเบียนรถยนต์ โดยเฉพาะสินเชื่อทะเบียนรถยนต์และสินเชื่อรถยนต์ หลักประกันจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบริหารพอร์ตสินเชื่อและความเสี่ยงด้านเครดิต
  3. สำนักงานและเครือข่ายสาขา
    บริษัทมี สำนักงานใหญ่ และเครือข่ายสาขาสำหรับให้บริการลูกค้า รับคำขอสินเชื่อ และบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อ โดยข้อมูลนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทระบุว่า ณ ไตรมาส 1/2569 มี 48 สาขา
  4. ระบบสารสนเทศและระบบบริหารสินเชื่อ
    เนื่องจากธุรกิจหลักเป็นธุรกิจการเงิน ทรัพย์สินที่จำเป็นต่อการดำเนินงานจึงรวมถึง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบจัดเก็บข้อมูลลูกค้า ระบบพิจารณาสินเชื่อ ระบบติดตามหนี้ และระบบบริหารความเสี่ยง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการบริหารสินเชื่อจำนวนมาก
  5. เงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่อง
    บริษัทจำเป็นต้องถือ เงินสดและสินทรัพย์หมุนเวียน เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและภาระทางการเงิน โดย ณ สิ้นปี 2568 AMANAH มีสินทรัพย์หมุนเวียน 1,416.06 ล้านบาท
  6. สินทรัพย์สำนักงานและอุปกรณ์
    ได้แก่ อาคาร/พื้นที่สำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนการให้บริการสินเชื่อและการดำเนินงานของสาขา โดยมีความสำคัญรองจากสินทรัพย์ทางการเงิน

สรุปโครงสร้างทรัพย์สิน AMANAH

ประเภททรัพย์สินความสำคัญต่อธุรกิจ
ลูกหนี้เงินให้กู้ยืม⭐⭐⭐⭐⭐
ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ⭐⭐⭐⭐⭐
เงินสด/สินทรัพย์หมุนเวียน⭐⭐⭐⭐
รถยนต์และหลักประกันสินเชื่อ⭐⭐⭐⭐
สำนักงานและสาขา⭐⭐⭐
ระบบ IT และระบบบริหารสินเชื่อ⭐⭐⭐⭐
อุปกรณ์สำนักงาน⭐⭐

มุมมองสำคัญ: AMANAH เป็นธุรกิจการเงิน ดังนั้น “ทรัพย์สินสร้างรายได้” หลักไม่ได้อยู่ที่โรงงานหรือเครื่องจักร แต่คือ พอร์ตสินเชื่อและลูกหนี้ที่บริษัทบริหารอยู่ โดย ณ สิ้นปี 2568 ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิ 2,708.84 ล้านบาท ถือเป็นรายการสินทรัพย์ขนาดใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของบริษัท


กลุ่มบริษัทในเครือของ AMANAH
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อและบริการทางการเงินภายใต้หลักชะรีอะฮ์ โดยข้อมูลบริษัทที่เปิดเผยล่าสุด ไม่พบการระบุว่ามีบริษัทย่อยหรือบริษัทในเครือที่ประกอบธุรกิจแยกต่างหากอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นโครงสร้างธุรกิจจึงมีลักษณะ ดำเนินงานผ่าน AMANAH เป็นหลัก
โครงสร้างที่เกี่ยวข้อง

  1. บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) — AMANAH
    เป็นบริษัทหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยให้บริการทางการเงิน เช่น
    สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ (Auto Finance)
    สินเชื่อเช่าซื้อ
    สินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าคงคลัง (Inventory Finance)
    บริการด้านรถยนต์อื่น ๆ
    การให้บริการทางการเงินภายใต้หลักชะรีอะฮ์
    ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ควรรู้
    ปัจจุบัน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ AMANAH โดย ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569 ถือหุ้น 571.52 ล้านหุ้น หรือ 48.27% ของหุ้นทั้งหมด
    ดังนั้น หากมองในมุม “กลุ่มบริษัท/เครือข่ายธุรกิจ” ความสัมพันธ์ที่สำคัญของ AMANAH ในปัจจุบันคือ การมีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มากกว่าการมีบริษัทลูกจำนวนมาก

จุดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน
AMANAH มีจุดเด่นด้านการวางตำแหน่งเป็น สถาบันการเงินฮาลาล และเน้นสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลัก ขณะที่บริษัทมี 48 สาขา ตามข้อมูลนักลงทุนสัมพันธ์ไตรมาส 1/2569
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมี ขาดทุนสุทธิ 112.26 ล้านบาท จากรายได้รวม 846.38 ล้านบาท จึงควรติดตามคุณภาพสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และการฟื้นตัวของกำไรอย่างใกล้ชิด

สรุปสั้น ๆ:
AMANAH ไม่ได้มีโครงสร้างกลุ่มบริษัทที่ซับซ้อน แต่เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนผ่านบริษัทแม่ AMANAH เป็นหลัก โดยมีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 48.27% และเป็นความสัมพันธ์เชิงผู้ถือหุ้นที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น MST
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ดังนั้นผลประกอบการจะมีความสัมพันธ์กับภาวะตลาดทุน ปริมาณการซื้อขาย และกิจกรรมของนักลงทุนค่อนข้างมาก โดยข้อมูล SET ระบุว่า MST อยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน/เงินทุนและหลักทรัพย์ และมีธุรกิจหลักเป็นบริษัทหลักทรัพย์
🔴 1. ความเสี่ยงจากภาวะตลาดหุ้น
เป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดของ MST หากตลาดหุ้นปรับตัวลง นักลงทุนลดการซื้อขาย หรือบรรยากาศการลงทุนซบเซา รายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อาจลดลงตามมูลค่าการซื้อขายของตลาด
ตลาดที่ผันผวนสูงอาจเพิ่มกิจกรรมการซื้อขายในบางช่วง แต่หากเป็นภาวะซบเซาต่อเนื่อง ปริมาณธุรกรรมและค่าคอมมิชชันอาจได้รับผลกระทบ
🔴 2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านค่าคอมมิชชัน
ธุรกิจหลักทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากบริษัทหลักทรัพย์ไทย บริษัทหลักทรัพย์ที่มีเครือข่ายต่างประเทศ และแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์
การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้ อัตราค่าคอมมิชชันลดลง ส่งผลให้ MST ต้องเพิ่มปริมาณลูกค้าและธุรกรรมเพื่อรักษารายได้
🔴 3. ความเสี่ยงจากธุรกิจ Margin Loan
การให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์มีความเสี่ยงจาก หลักประกันลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงตลาดหุ้นขาลง
หากราคาหุ้นที่ใช้เป็นหลักประกันปรับตัวแรง อาจเกิดการเรียกหลักประกันหรือบังคับขาย และหากราคาปรับลงเร็วเกินกว่าการบริหารความเสี่ยง อาจกระทบคุณภาพสินทรัพย์และผลประกอบการ
🔴 4. ความเสี่ยงด้านการลงทุนและสินทรัพย์ของบริษัท
ธุรกิจหลักทรัพย์อาจมีการถือครองหรือบริหารสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อการลงทุนและเพื่อสนับสนุนธุรกิจ หากตลาดเกิดความผันผวนรุนแรง มูลค่าสินทรัพย์และผลกำไรจากการลงทุนอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
🔴 5. ความเสี่ยงจากรายได้ที่ผันผวน
โครงสร้างธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์มีรายได้หลายประเภท เช่น นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ การลงทุน และบริการด้านตลาดทุน ทำให้รายได้บางส่วนมีลักษณะเป็น รายได้ตามวัฏจักรตลาด
ดังนั้นผลประกอบการของ MST ในแต่ละไตรมาสอาจไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและจำนวนดีลที่เกิดขึ้น
🔴 6. ความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์และการกำกับดูแล
ธุรกิจหลักทรัพย์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ Margin, SBL, การคุ้มครองนักลงทุน, การเปิดเผยข้อมูล และการบริหารความเสี่ยง อาจเพิ่มต้นทุนในการดำเนินงาน
ปัจจุบันข้อมูลของ MST ต่อหน่วยงานกำกับยังมีการรายงานงบการเงินอย่างต่อเนื่อง รวมถึงงบไตรมาส 2/2569 ที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569
🔴 7. ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและ Cybersecurity
ธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์พึ่งพาระบบออนไลน์และเทคโนโลยีอย่างมาก หากระบบซื้อขายขัดข้อง ถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือเกิดข้อมูลลูกค้ารั่วไหล อาจกระทบทั้ง รายได้ ความเชื่อมั่น และชื่อเสียงของบริษัท
รายงานประจำปี 2568 ของ MST ระบุถึงการบริหารความเสี่ยงด้าน Cyber และการปฏิบัติตามกฎหมาย/ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึง PDPA
🔴 8. ความเสี่ยงจากบุคลากรและการแข่งขันแย่งตัวผู้เชี่ยวชาญ
ธุรกิจหลักทรัพย์พึ่งพาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น นักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน ผู้แนะนำการลงทุน และทีมวาณิชธนกิจ หากสูญเสียบุคลากรสำคัญให้กับคู่แข่ง อาจกระทบความสัมพันธ์กับลูกค้าและความสามารถในการสร้างรายได้
🔴 9. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและปัจจัยมหภาค
การชะลอตัวของเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย ความไม่แน่นอนทางการเมือง ค่าเงิน และสถานการณ์ตลาดต่างประเทศ สามารถส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระแสเงินทุน
MST เองระบุในรายงานประจำปีถึงการบริหารความเสี่ยงจาก ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสีย
🔴 10. ความเสี่ยงจากความเชื่อมั่นและชื่อเสียง
สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ ความน่าเชื่อถือเป็นสินทรัพย์สำคัญ หากเกิดข้อผิดพลาดในการให้บริการ ข้อร้องเรียน การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามกฎ หรือเหตุการณ์ด้าน Cybersecurity อาจกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้าและคู่ค้าได้อย่างรวดเร็ว

📌 สรุปความเสี่ยง MST แบบนักลงทุน

ปัจจัยระดับความเสี่ยง
ตลาดหุ้นและมูลค่าการซื้อขาย🔴 สูง
การแข่งขันค่าคอมมิชชัน🔴 สูง
Margin Loan / คุณภาพหลักประกัน🟠 ปานกลาง-สูง
รายได้ผันผวนตามวัฏจักรตลาด🔴 สูง
กฎเกณฑ์และการกำกับดูแล🟠 ปานกลาง-สูง
Cybersecurity / ระบบซื้อขาย🟠 ปานกลาง-สูง
บุคลากรสำคัญ🟠 ปานกลาง
เศรษฐกิจและปัจจัยมหภาค🟠 ปานกลาง-สูง

มุมมองสำคัญ: MST ไม่ใช่ธุรกิจที่ความเสี่ยงมาจากต้นทุนวัตถุดิบเหมือนหุ้นโรงงาน แต่เป็นหุ้นที่ต้องจับตา “วอลุ่มตลาด + ค่าคอมมิชชัน + Margin Loan + รายได้วาณิชธนกิจ + รายได้จากการลงทุน” เป็นหลัก เพราะตัวแปรเหล่านี้สามารถทำให้กำไรเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรตลาดได้ค่อนข้างมาก ข้อมูลล่าสุดจาก SET ณ 19 สิงหาคม 2569 ระบุ MST มีราคาหุ้น 8.30 บาท, Market Cap ราว 4,737.76 ล้านบาท และ P/BV 0.90 เท่า


ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1ธนาคาร อิสลามแห่งประเทศไทย571,520,00048.27
2นาย ภานุรังษี ศรีวรัฏฐา48,522,5004.10
3นาย กฤติน สถิตธรรมนิตย์37,700,0003.18
4นาย สุรศักดิ์ ไกรวิทย์ชัยเจริญ24,225,8002.05
5บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด20,238,9701.71
6นาย สมชาย ปัดภัย12,377,8221.05
7นาง พิมพ์ใจ กิจจาเจริญชัย11,670,7880.99
8นาย ชูศักดิ์ อมรไพโรจน์10,483,4280.89
9นาย สุรศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ9,457,4870.80
10น.ส. กุลชา พรสุขศิริ9,428,5710.80
11นาย ณรงค์ชัย จิรัฐิติภัทร์9,000,0000.76
12นาย พงษ์ศักดิ์ เหมะทัพพะ7,884,6710.67
13น.ส. พัฐสุดา วิชัยคำ6,111,6840.52

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุขประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
2นาย เศรษฐจักร ลียากาศกรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
3นาย โกมล จิรชัยสุทธิกุลกรรมการ
4นาย ไกรสิทธิ์ อนุกูลอุทัยวงศ์กรรมการ
5นาย ไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียรกรรมการ
6นาย วรวิทย์ พันธุ์ธนุสรกรรมการ
7นาง วิมลรัตน์ ปิยสถาพรพงศ์กรรมการบริษัท
8นาย จุลกัลป์ ปัญญาดิลกกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
9นาย ชัยชาญ พลานนท์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
10นาย ธีระพันธ์ เพ็ชร์สุวรรณ์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
11นาย สุรศักดิ์ พันธ์สายเชื้อกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น AMANAH
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH มีพัฒนาการสำคัญจากธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ สู่การเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อภายใต้หลักชะรีอะฮ์ โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญดังนี้
📌 ไทม์ไลน์พัฒนาการสำคัญ
2535 — จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2535 ในนาม บริษัท ไตรมิตรสัมพันธ์ จำกัด ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท นวลิสซิ่ง จำกัด และเริ่มธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ในเดือนธันวาคมของปีเดียวกัน
2536 — ขยายธุรกิจจากเช่าซื้อรถยนต์ไปสู่ สินเชื่อเช่าการเงิน (Financial Lease) รวมถึงการให้เช่าซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักร พร้อมเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1 ล้านบาทเป็น 60 ล้านบาท
2538 — แปรสภาพเป็น บริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2538 เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
2544 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเริ่มซื้อขายครั้งแรกวันที่ 25 ธันวาคม 2544 เดิมใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ NVL
2548 — ธนาคารไทยธนาคารขายหุ้นให้กลุ่มพันธุ์สายเชื้อ ส่งผลให้กลุ่มดังกล่าวเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และบริษัทเริ่มเดินหน้าขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อเจาะตลาดลูกค้ารายย่อย
2553 — จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ บริษัทออกหุ้นเพิ่มทุน 200 ล้านบาทให้แก่ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารทำ Tender Offer อีก 265.5 ล้านบาท จนถือหุ้น 49% พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนชื่อย่อเป็น AMANAH
2554 — ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานและร่วมพัฒนาองค์กร ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญต่อการวางแนวทางธุรกิจตามหลักการเงินอิสลาม
2558 — เดินหน้าขยายเครือข่ายสาขา เพื่อรองรับการให้บริการสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว โดยมีสาขารวม 47 แห่ง ครอบคลุมหลายภูมิภาคของประเทศ
2563 — ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์องค์ประกอบของดัชนี sSET Index ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
2564 — ทำ MOU กับ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาช่องทาง Amanah Express (AE) ผ่านเครือข่ายสาขาของธนาคารกว่า 100 แห่ง เพื่อช่วยแนะนำลูกค้าใหม่ให้บริษัท
2565 — ขยายผลิตภัณฑ์ครั้งสำคัญ ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ถือเป็นการเพิ่มแหล่งรายได้จากเดิมที่เน้นสินเชื่อรถยนต์
2566 — ขยายสาขาเพิ่มที่นนทบุรี ทำให้จำนวนสาขารวม ณ สิ้นปีอยู่ที่ 47 สาขา พร้อมได้รับการต่ออายุการรับรองจากโครงการ Thai Private Sector Collective Action Against Corruption (CAC)
2567 — ขยายสาขาเพิ่มที่สงขลา ทำให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 48 สาขา ณ สิ้นปี และได้รับรางวัล Best Performance ด้านการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน รวมถึงเข้าร่วมโครงการด้านการลดก๊าซเรือนกระจก
2568 — บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้ง นายไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร เป็นรักษาการกรรมการผู้จัดการ แทน ดร.นันทพล พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
🔎 ภาพรวมทิศทางของ AMANAH
จุดที่น่าสนใจของ AMANAH คือการเปลี่ยนผ่านจาก “บริษัทเช่าซื้อรถยนต์” → “ผู้ให้บริการสินเชื่อภายใต้หลักชะรีอะฮ์” และค่อย ๆ เพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อกระจายฐานธุรกิจ โดยปัจจุบันมีทั้ง สินเชื่อเช่าซื้อ, สินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าคงคลัง และบริการสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์
ข้อมูลทางการเงินล่าสุดที่บริษัทเผยแพร่ระบุว่า ณ ปี 2568 AMANAH มีสินทรัพย์รวมประมาณ 4,069.77 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิ 2,708.84 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,695.77 ล้านบาท
สรุปสำหรับมุมมองนักลงทุน: พัฒนาการของ AMANAH จึงอยู่ที่การขยายฐานจากสินเชื่อรถยนต์ไปสู่ธุรกิจสินเชื่อที่หลากหลายขึ้น พร้อมใช้จุดแข็งด้าน Islamic Finance / หลักชะรีอะฮ์ + เครือข่ายสาขา + พันธมิตรทางการเงิน เป็นฐานในการเติบโตต่อไป โดยประเด็นที่ควรติดตามคือ การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ คุณภาพลูกหนี้ การควบคุมหนี้เสีย และความสามารถในการสร้างกำไรจากพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัว.


หน่วย: ล้านบาท

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสด111.24368.32550.37377.52716.05
เงินลงทุนสุทธิ
เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ4,093.593,707.563,181.933,477.972,975.43
– เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้
ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ28.7523.2419.9821.5118.89
รวมสินทรัพย์4,681.504,333.614,069.774,131.594,027.21
เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก2,369.742,250.002,255.002,250.002,250.00
รวมหนี้สิน2,835.952,522.392,374.002,363.692,366.66
ทุนจดทะเบียน1,036.111,184.131,184.131,184.131,184.13
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า1,036.111,184.121,184.121,184.121,184.12
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น3.493.493.493.493.49
กำไร(ขาดทุน)สะสม805.96623.61508.16580.29472.95
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,845.551,811.211,695.761,767.901,660.56

หน่วย: ล้านบาท

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ831.18864.58743.06396.80329.97
– รายได้ดอกเบี้ย800.89846.80726.61389.12305.52
– จากสินเชื่อและเงินฝาก800.89846.80726.61389.12305.52
– รายได้ค่านายหน้า
– รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ
รวมรายได้965.13937.99846.38442.78408.68
ต้นทุน
(กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น207.49473.39535.85274.03199.98
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร352.22327.91329.28159.50195.05
ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้337.5294.03-14.556.8419.25
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่189.00-16.42-112.26-43.32-35.21
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.18-0.01-0.09-0.04-0.03

หน่วย: ล้านบาท

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-48.18596.93419.67193.97157.25
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-8.73-2.37-70.81-20.4919.12
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน125.87-337.48-165.31-163.14-12.19
เงินสดสุทธิ68.97257.08183.5510.34164.18

ได้ครับ หากวิเคราะห์ หุ้น AMANAH – บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ในมุม “งบการเงิน + คุณภาพกำไร + ฐานะการเงิน + แนวโน้ม” ภาพที่เห็นค่อนข้างชัดคือ บริษัทอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากภาวะขาดทุน แต่ยังต้องจับตาคุณภาพสินเชื่อและความสามารถในการกลับมาทำกำไรอย่างยั่งยืน
ข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่า AMANAH มีงบล่าสุดถึง ไตรมาส 2/2569 และเป็นงบเฉพาะกิจการที่สอบทานแล้ว

1. ภาพรวมผลประกอบการย้อนหลัง

รายการ (ลบ.)256625672568
รายได้รวม965.13937.99846.38
ค่าใช้จ่ายรวม740.04970.93982.70
กำไรสุทธิ189.00-16.42-112.26
สินทรัพย์รวม4,681.504,333.614,069.77
หนี้สินรวม2,835.952,522.392,374.00
ส่วนผู้ถือหุ้น1,845.551,811.211,695.77

ตัวเลขของบริษัทสะท้อนว่า รายได้ลดลงต่อเนื่อง แต่ค่าใช้จ่ายกลับไม่ได้ลดลงตามรายได้ ส่งผลให้จากกำไร 189 ล้านบาทในปี 2566 กลายเป็นขาดทุน 16.42 ล้านบาทในปี 2567 และขาดทุนหนักขึ้นเป็น 112.26 ล้านบาทในปี 2568

  1. จุดที่ต้องจับตา: โครงสร้างรายได้กำลังเปลี่ยน
    จุดน่าสนใจมากของ AMANAH คือรายได้จากธุรกิจสินเชื่อมีการเปลี่ยนโครงสร้างอย่างชัดเจน
    รายได้จาก สัญญาเช่าซื้อ ลดจาก 541.79 ล้านบาทในปี 2566 → 262.54 ล้านบาทในปี 2567 → 133.52 ล้านบาทในปี 2568
    ขณะที่รายได้จาก เงินให้กู้ยืม เพิ่มจาก 286.53 ล้านบาท → 584.26 ล้านบาท → 593.09 ล้านบาท
    แปลว่า AMANAH กำลังพึ่งพารายได้จาก สินเชื่อเงินกู้/สินเชื่อทะเบียนรถ มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์มีสัดส่วนลดลงอย่างมาก
    นี่เป็นทั้ง โอกาสและความเสี่ยง เพราะสินเชื่อทะเบียนรถสามารถสร้างรายได้ดอกเบี้ยได้ดี แต่คุณภาพลูกหนี้และการตั้งสำรองมีผลต่อกำไรค่อนข้างมาก
  2. ฐานะการเงิน — ยังไม่ถึงกับมีปัญหาหนี้สูงเกินไป
    ปี 2568 AMANAH มี
    สินทรัพย์รวมประมาณ 4,069.77 ล้านบาท
    หนี้สินรวม 2,374.00 ล้านบาท
    ส่วนผู้ถือหุ้น 1,695.77 ล้านบาท
    D/E ประมาณ 1.40 เท่า
    หนี้สินต่อสินทรัพย์ประมาณ 0.58 เท่า
    ถือว่าโครงสร้างหนี้ ยังอยู่ในระดับที่ต้องบริหาร แต่ไม่ได้มี Leverage สูงผิดปกติ โดย D/E ลดลงจาก 1.54 เท่าในปี 2566 เหลือ 1.40 เท่าในปี 2568
    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัว D/E คือ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงตามการขาดทุน จาก 1,845.55 ล้านบาทในปี 2566 เหลือ 1,695.77 ล้านบาทในปี 2568
  3. กระแสเงินสด — จุดที่ยังพอเป็นบวก
    ธุรกิจสินเชื่อมีลักษณะสำคัญคือการปล่อยสินเชื่อและรับชำระคืน ดังนั้นต้องดู Cash Flow ประกอบกำไรสุทธิ
    ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 AMANAH มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน +193.97 ล้านบาท แม้ขาดทุนสุทธิ 43.32 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ -163.14 ล้านบาท
    จุดนี้สะท้อนว่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ได้แย่ตามตัวเลขกำไรสุทธิทั้งหมด แต่สำหรับบริษัทสินเชื่อ ควรดูควบคู่กับคุณภาพลูกหนี้และการตั้งสำรอง ไม่ควรใช้ Cash Flow เพียงตัวเดียวตัดสินคุณภาพงบ
  4. ความสามารถในการทำกำไรยังเป็นจุดอ่อน
    ปี 2568
    Net Margin = -13.27% โดยประมาณ หากเทียบกำไรสุทธิ 112.26 ล้านบาทกับรายได้ 846.38 ล้านบาท
    ROA = -2.67%
    ROE = -6.40%
    EPS = -0.09 บาท
    บริษัทจึงยังอยู่ในสถานะ “ต้องกลับมาสร้างกำไร” มากกว่าการเป็นหุ้นที่กำลังเติบโตจากกำไรที่แข็งแรง
    สิ่งที่นักลงทุนควรดูต่อจึงไม่ใช่แค่ “รายได้เพิ่มหรือไม่” แต่คือ
    รายได้สินเชื่อ ↑ → หนี้เสีย ↓ → สำรองลดลง → ค่าใช้จ่ายลดลง → กำไรสุทธิกลับมาเป็นบวก
    หากเกิดครบวงจรนี้ จะเป็นสัญญาณฟื้นตัวที่มีคุณภาพมากกว่าแค่สินเชื่อใหม่เติบโต
  5. จุดบวกของ AMANAH
    ① โครงสร้างหนี้ไม่ได้สูงเกินไป
    D/E 1.40 เท่าในปี 2568 ลดลงจาก 1.54 เท่าในปี 2566
    ② ต้นทุนทางการเงินลดลง
    ต้นทุนทางการเงินปี 2568 อยู่ที่ 121.77 ล้านบาท ลดลงจาก 126.97 ล้านบาทในปี 2567
    ③ ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง
    ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและบริหารลดจาก 415.74 ล้านบาทในปี 2566 เหลือ 323.28 ล้านบาทในปี 2568
    ④ บริษัทกำลังเน้นธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ
    บริษัทระบุธุรกิจหลักรวมถึง Auto Finance และ Amanah Inventory Finance ซึ่งเป็นทิศทางที่ต้องติดตามการเติบโตของพอร์ตและคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด
  6. จุดเสี่ยงสำคัญ
    🔴 1. ขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปี
    จากกำไร 189 ล้านบาทในปี 2566 กลายเป็นขาดทุน 16.42 ล้านบาทในปี 2567 และขาดทุน 112.26 ล้านบาทในปี 2568
    🔴 2. รายได้รวมลดลง
    รายได้ลดจาก 965.13 ล้านบาท → 937.99 ล้านบาท → 846.38 ล้านบาท ในช่วง 2566–2568
    🔴 3. ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้
    ปี 2568 รายได้รวม 846.38 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 982.70 ล้านบาท ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 112.26 ล้านบาท
    🔴 4. คุณภาพสินเชื่อคือ Key Factor
    สำหรับธุรกิจสินเชื่อ การขยายพอร์ตเร็วเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดี หากแลกมาด้วย NPL และการตั้งสำรองที่สูงขึ้น ดังนั้นงบไตรมาสต่อไปควรจับตา NPL, Coverage, ECL/สำรอง, ลูกหนี้ค้างชำระ และสินเชื่อใหม่ เป็นพิเศษ

🔎 สรุป AMANAH แบบนักลงทุน ภาพรวมงบการเงิน: “ยังอ่อนแอ แต่มีโจทย์ให้จับตาการฟื้นตัว”

ปัจจัยมุมมอง
รายได้🔴 ลดลง
กำไรสุทธิ🔴 ขาดทุน
ROE🔴 ติดลบ
ROA🔴 ติดลบ
D/E🟡 ไม่สูงมาก
ต้นทุนทางการเงิน🟢 ลดลง
ค่าใช้จ่ายบริหาร🟢 ลดลง
กระแสเงินสดดำเนินงาน🟡 ต้องติดตาม
โครงสร้างรายได้สินเชื่อ🟡 เปลี่ยนไปพึ่งเงินกู้มากขึ้น
คุณภาพสินทรัพย์🔴 ต้องจับตา
โอกาส Turnaround🟡 มี แต่ต้องเห็นกำไรกลับมา

บทสรุป: AMANAH ยังไม่ใช่หุ้นที่งบการเงินแข็งแกร่งในปัจจุบัน เพราะผลประกอบการปี 2568 ขาดทุน 112.26 ล้านบาท และ ROE/ROA ติดลบ แต่โครงสร้างหนี้ไม่ได้ตึงตัวมาก และบริษัทมีการลดค่าใช้จ่ายรวมถึงต้นทุนทางการเงินลง จุดเปลี่ยนสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ปี 2569 จะสามารถหยุดการขาดทุนและพลิกกลับมามีกำไรได้หรือไม่ สำหรับสายหุ้น ผมให้น้ำหนักติดตาม “กำไรสุทธิ + NPL/คุณภาพลูกหนี้ + ECL/สำรอง + สินเชื่อใหม่ + Cost of Fund” มากกว่าดูรายได้เพียงอย่างเดียว

หมายเหตุ: ข้อมูลบริษัทระบุว่าปัจจุบันมีเอกสารงบไตรมาส 1/2569 บนเว็บไซต์บริษัท และ SET ระบุว่างบล่าสุดของ AMANAH ถึงไตรมาส 2/2569 แล้ว ดังนั้นหากต้องการวิเคราะห์ให้ละเอียดที่สุด ควรใช้ตัวเลขไตรมาส 2/2569 ฉบับเต็มประกอบด้วย


📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค AMANAH — อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง
AMANAH กำลังส่งสัญญาณ “รีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้าน” หลังราคาฟื้นจากโซนประมาณ 0.76–0.78 บาทขึ้นมาปิดล่าสุดที่ 0.81 บาท เพิ่มขึ้น +1.25% เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 โดยระหว่างวันแกว่งในกรอบ 0.80–0.83 บาท และมีปริมาณซื้อขาย 613,052 หุ้น
ข้อมูลย้อนหลังสะท้อนว่าหุ้นเคยขึ้นไปแตะ 0.85 บาท ในช่วงต้นเดือน ส.ค. ก่อนอ่อนตัวลงมาบริเวณ 0.76–0.78 บาท แล้วเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง
🔥 มุมมองแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค 100%”
จุดที่ต้องจับตาคือ 0.83–0.85 บาท
โซนนี้เป็นด่านสำคัญของ AMANAH หากราคาสามารถ Breakout 0.85 บาท พร้อมวอลุ่มเร่งตัว ได้ จะถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการผ่านยอดเดิมระยะสั้นและเปิดทางให้ Momentum กลับมาเด่นขึ้น
ในทางกลับกัน หากยังไม่ผ่าน 0.83–0.85 บาท มีโอกาสเห็นแรงขายทำกำไรและกลับมาทดสอบแนวรับอีกครั้ง

🎯 แนวรับ–แนวต้าน

ระดับมุมมอง
0.80 บาทแนวรับแรก / ต้องยืนให้ได้
0.77–0.78 บาทแนวรับสำคัญของรอบรีบาวด์
0.73–0.75 บาทแนวรับถัดไป หากหลุดโซน 0.77
0.83 บาทแนวต้านแรก
0.85 บาท⭐ แนวต้านสำคัญ / จุดวัด Breakout
0.90–0.95 บาทเป้าหมายเชิงเทคนิคหากผ่าน 0.85 ได้อย่างแข็งแรง

สัญญาณที่น่าสนใจที่สุด: ราคาอยู่เหนือ 0.80 บาทและกำลังเข้าใกล้ 0.83–0.85 บาท แต่การ Breakout ที่น่าเชื่อถือควรมาพร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้นชัดเจน ไม่ใช่เพียงราคาขึ้นจากสภาพคล่องบาง ๆ

🚀 Scenario ที่ต้องจับตา
Bullish Case 🟢
ถ้า AMANAH ทะลุ 0.85 บาท + Volume พุ่ง → โมเมนตัมมีโอกาสเร่งตัว และตลาดจะเริ่มจับตาโซน 0.90 / 0.95 บาท ต่อไป
Sideway Case 🟡
หากยังไม่ผ่าน 0.83–0.85 บาท → มีโอกาสแกว่งสะสมกำลังในกรอบ 0.77–0.85 บาท
Bearish Case 🔴
หากหลุด 0.77 บาท พร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น → ภาพรีบาวด์จะเริ่มเสียทรง และมีโอกาสถอยกลับไปทดสอบ 0.73–0.75 บาท
⚡ สรุปแบบกระชับ
AMANAH เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังติด “ด่าน 0.83–0.85 บาท”
ตอนนี้ยังไม่ใช่จุดที่เรียกได้ว่า Breakout เต็มตัว แต่เป็นหุ้นที่กำลังอยู่ใน “โซนวัดใจ” หากมีแรงซื้อเข้ามาดันราคาผ่าน 0.85 บาทพร้อม Volume จะทำให้ภาพเทคนิคกลับมาน่าสนใจอย่างมาก
อีกจุดที่ต้องไม่มองข้ามคือพื้นฐานล่าสุดยังต้องระวัง เพราะงบ 3M/2569 รายงาน ขาดทุนสุทธิ 31.32 ล้านบาท เทียบกับกำไร 2.71 ล้านบาทใน 3M/2568 ดังนั้นการเล่นเชิงเทคนิคควรให้ความสำคัญกับ ราคา + Volume + จุดตัดขาดทุน เป็นหลัก
⭐ Technical Bias: เก็งกำไรเชิงบวก หากยืน 0.80–0.78 บาทได้ และจับตา Breakout 0.85 บาทเป็น Trigger สำคัญ


สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท

วิเคราะห์หุ้น AMANAH — บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH ทำธุรกิจหลักด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกัน โดยภาพล่าสุดราคาหุ้นอยู่แถว 0.80 บาท ณ วันที่ 20 ส.ค. 2569 ตามข้อมูล SET
🔎 ภาพรวมพื้นฐาน — จุดที่ต้องจับตา
ตัวเลขล่าสุดสะท้อนว่า AMANAH ยังอยู่ในช่วง ฟื้นฟูผลประกอบการ มากกว่าจะเป็นหุ้นที่กำไรเติบโตแข็งแกร่ง
ไตรมาส 1/2569 รายได้ 190.12 ล้านบาท ลดลงจาก 247.62 ล้านบาทในปีก่อน
ขาดทุนสุทธิ 31.32 ล้านบาท จากไตรมาส 1/2568 ที่มีกำไร 2.71 ล้านบาท
ปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 112.26 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 16.42 ล้านบาทในปี 2567
D/E อยู่ที่ประมาณ 1.43 เท่า
ROE ติดลบ -8.41% และ ROA -1.21% ในไตรมาส 1/2569
ดังนั้น โจทย์สำคัญของ AMANAH ไม่ใช่แค่การเพิ่มสินเชื่อ แต่คือการกลับมาทำกำไรอย่างยั่งยืน โดยต้องติดตามรายได้ดอกเบี้ย คุณภาพลูกหนี้ ค่าใช้จ่าย และต้นทุนทางการเงินควบคู่กัน
📊 งบล่าสุดที่ควรโฟกัส
ปัจจุบันมีงบ ไตรมาส 2/2569 แล้ว และเป็นงบเฉพาะกิจการที่ผ่านการสอบทาน โดยสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2569
ประเด็นที่นักลงทุนควรเปิดดูเป็นพิเศษคือ

  1. คุณภาพสินทรัพย์
    ต้องดูแนวโน้มลูกหนี้ด้อยคุณภาพ/NPL และการตั้งสำรอง หาก NPL ลดลงและค่าใช้จ่ายสำรองเริ่มผ่อนคลาย จะเป็นสัญญาณบวกต่อกำไร
  2. พอร์ตสินเชื่อ
    การขยายสินเชื่อเร็วเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านคุณภาพลูกหนี้ ขณะที่การเติบโตแบบคัดกรองลูกค้ามากขึ้นอาจช่วยให้คุณภาพพอร์ตดีขึ้น
  3. ต้นทุนทางการเงิน
    สำหรับธุรกิจ Leasing ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนจากสินเชื่อกับต้นทุนเงินทุนเป็นตัวแปรสำคัญมาก หากต้นทุนทางการเงินลดลง จะช่วย Margin และกำไรได้
  4. ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
    ปี 2568 ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 860.94 ล้านบาท สูงกว่ารายได้ 846.38 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทขาดทุน

📈 มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาล่าสุดบริเวณ 0.80 บาท โดยวันที่ 21 ส.ค. 2569 ราคาซื้อขายอยู่ในกรอบ 0.80–0.83 บาท และมีปริมาณซื้อขายประมาณ 613,052 หุ้น
สำหรับสายเทคนิค ผมมองโครงสร้าง AMANAH เป็นหุ้นที่ต้อง รอการยืนยัน Momentum มากกว่าการไล่ราคา
แนวรับสำคัญ:
0.79–0.80 บาท
หากหลุด 0.79 บาท ต้องระวังแรงขายกดกลับ
แนวต้าน:
0.83 บาท
หากผ่าน 0.83 บาทพร้อม Volume เพิ่มขึ้น จะเริ่มน่าสนใจในเชิง Breakout
🚨 จุดที่น่าจับตาที่สุด
0.83 บาท = จุดวัดใจ
ถ้าราคาสามารถ Breakout 0.83 บาท + Volume เร่งตัว ได้ จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจว่ารอบเก็งกำไรอาจเริ่มกลับมา
แต่ถ้าขึ้นทดสอบแล้ว ไม่ผ่านและ Volume แผ่ว ก็มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรและกลับมาแกว่งในกรอบเดิม


🎯 สรุป AMANAH
พื้นฐาน: 🔴 ยังต้องฟื้น
กำไร: 🔴 ยังมีความเสี่ยงจากผลขาดทุน
คุณภาพสินทรัพย์: 🟡 ต้องติดตาม
โครงสร้างหนี้: 🟡 D/E ราว 1.43 เท่า
เทคนิค: 🟡 เริ่มน่าสนใจหากผ่านแนวต้านพร้อม Volume
Momentum: 🟡 รอการยืนยัน
จุดชี้ขาด: 0.83 บาท
มุมมอง: AMANAH ยังไม่ใช่หุ้นที่พื้นฐานโดดเด่นจากตัวเลขล่าสุด แต่สำหรับสายเทคนิค จุดที่น่าสนใจคือการจับตา Breakout + Volume + Momentum หากผ่าน 0.83 บาทได้อย่างมีนัยสำคัญ จะทำให้ภาพเก็งกำไรดูน่าสนใจขึ้น ขณะที่การหลุด 0.79 บาทควรเพิ่มความระมัดระวัง


Disclaimer

ใส่ความเห็น