วิเคราะห์ หุ้น SMT บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SMT บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SMT บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SMT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Components) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี (Technology)



การจ่ายปันผล


รับจ้างผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT เป็นผู้ให้บริการโซลูชันระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Total Electronic Solution Provider) โดยดำเนินธุรกิจหลักในด้านการผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการให้บริการด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ .
Stars Microelectronics
ข้อมูลทั่วไปของบริษัท
ชื่อบริษัท: บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์: SMT
ก่อตั้งเมื่อ: 22 ธันวาคม พ.ศ. 2538
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์: 23 กันยายน พ.ศ. 2552
ทุนจดทะเบียน: 1,062,599,227 บาท
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่: 605-606 หมู่ที่ 2 ตำบลคลองจิก อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13160
ธุรกิจและผลิตภัณฑ์หลัก
SMT ให้บริการในด้านต่าง ๆ ดังนี้:
การผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์: รวมถึงการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCBA) และการประกอบแผงวงจรรวม (Integrated Circuit Packaging) .
การให้บริการด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์: ร่วมกับลูกค้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย .
การให้บริการด้านการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพ: เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิต.
บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCBA) ประมาณ 23% และจากการประกอบแผงวงจรรวม (Integrated Circuit Packaging) ประมาณ 40% .


ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Stars Microelectronics (Thailand) Public Company Limited โดยทั่วไปแล้วจะประกอบด้วยทรัพย์สินในรูปแบบต่างๆ ดังนี้:
วัตถุดิบและสินค้าคงคลัง
วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น แผงวงจร ไอซี ฯลฯสินค้าระหว่างกระบวนการผลิต และสินค้าสำเร็จรูป
ที่ดินและอาคาร
โรงงานผลิตและสำนักงาน ที่ใช้ในการดำเนินงานด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์
อาจเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท หรือเช่าระยะยาว ที่ตั้งหลักอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
เครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น Surface Mount Technology (SMT), Wire Bonding, Molding ฯลฯ เครื่องมือวัดและทดสอบคุณภาพสินค้า
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ซอฟต์แวร์ ERP (เช่น SAP) และระบบควบคุมการผลิตคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และระบบเครือข่ายภายใน
ยานพาหนะ
รถยนต์เพื่อการดำเนินงาน เช่น รถขนส่งวัตถุดิบ/สินค้า หรือรถใช้ในสำนักงาน
ทรัพย์สินทางปัญญา (ถ้ามี)
สิทธิบัตร เทคโนโลยีเฉพาะที่บริษัทพัฒนาเองเครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า


บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (Stars Microelectronics (Thailand) Public Company Limited) หรือ SMT เป็นผู้ให้บริการด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronics Manufacturing Services: EMS) และการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ (Outsourced Semiconductor Assembly and Test: OSAT) โดยมีโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา .
บริษัทในเครือของ SMT จากข้อมูลที่มีอยู่ พบว่าบริษัทในเครือของ SMT ได้แก่:
Stars Microelectronics USA, Inc.: บริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ SMT ในระดับสากล .
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า SMT ดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น:
เอลเลค แอนด์ เอลเทค (ประเทศไทย) จำกัด
แอลไพน์ เทคโนโลยี แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)
ฟอร์ท อีเอ็มเอส จำกัด (มหาชน).



256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท)0.000.000.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท ความเสี่ยงของบริษัท


รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูล ณ วันที่ 02 พ.ค. 2568


บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TEAM Precision Public Company Limited เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร โดยมีการให้บริการตั้งแต่การออกแบบ ผลิต จัดหาวัตถุดิบ ไปจนถึงการทดสอบและบริการหลังการขาย ทั้งนี้ บริษัทมีพัฒนาการที่สำคัญหลายด้านตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน โดยสามารถสรุปพัฒนาการที่สำคัญได้ดังนี้:
พัฒนาการที่สำคัญของบริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)
ก่อตั้งบริษัท
ก่อตั้งเมื่อปี 2533 (1990) โดยกลุ่มวิศวกรไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์
ขยายกำลังการผลิต
ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 บริษัทได้ขยายโรงงานผลิตหลายแห่ง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
บริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อปี 2547 (2004) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการระดมทุนและขยายธุรกิจ
การรับรองมาตรฐานคุณภาพ
ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลหลายรายการ เช่น ISO 9001, ISO 14001, IATF 16949 และมาตรฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ซึ่งส่งเสริมความน่าเชื่อถือในระดับสากล
การขยายตลาดต่างประเทศ
ขยายฐานลูกค้าไปยังยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น และจีน ทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่
บริษัทมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านเครื่องจักรอัตโนมัติ ระบบการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และระบบ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
พัฒนาและเสริมสร้างความยั่งยืน
บริษัทมีแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)
การปรับโครงสร้างและกลยุทธ์ทางธุรกิจ
ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัว พร้อมทั้งพัฒนาโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก เช่น การเข้าสู่ธุรกิจ smart electronics และการให้บริการด้านวิศวกรรมครบวงจร (ODM/EMS)




งบกระแสเงินสด งบกระแสเงินสดหน่วย: ล้านบาท



การวิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis) คือวิธีการศึกษาข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีต โดยเฉพาะราคาปิด ปริมาณการซื้อขาย และรูปแบบกราฟ เพื่อ คาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนและนักเก็งกำไร
วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์กราฟเทคนิค
เพื่อหาจุดซื้อ-จุดขายที่เหมาะสม
ระบุช่วงเวลาที่ควรเข้าซื้อ (Buy Signal) หรือขายทำกำไร/ตัดขาดทุน (Sell Signal)
เพื่อจับจังหวะของแนวโน้มราคา (Trend)
วิเคราะห์ว่าแนวโน้มเป็นขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend), หรือ Sideway เพื่อระบุระดับแนวรับ/แนวต้าน
แนวรับ: ราคาที่มีโอกาสเด้งขึ้น แนวต้าน: ราคาที่มีแนวโน้มยากจะผ่านไปได้ เพื่อยืนยันหรือหาสัญญาณกลับตัว (Reversal)
ใช้รูปแบบกราฟ เช่น Double Top, Head and Shoulders

การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ได้พยากรณ์อนาคตแน่นอน แต่ช่วยเพิ่ม “โอกาส” ในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทางทีมงานไม่ได้นำเสนอในส่วนนี้ แต่ก่อนที่ผู้ลงทุนหุ้นตัวใดก็ตามที่ ได้วิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน มาทุกข้อแล้วเวลาจะเข้าลงทุนหุ้นตัวไหนก็ตามควรมีการวิเคราะห์ กราฟเทคนิค หรือ Technical analysis ก่อนทุกครั้งเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการลงทุน.



Disclaimer

ใส่ความเห็น