วิเคราะห์ หุ้น NTF บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น NTF บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น NTF บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) NTF อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร Agro & Food Industry




ที่อยู่สำนักงานใหญ่ปัจจุบัน:
195 One Bangkok Tower 4, ชั้น 12 ห้อง 1211-1213
ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย
ที่อยู่นี้เป็น ที่ตั้งตามทะเบียนบริษัท (Registered office) ซึ่งใช้สำหรับติดต่อธุรกิจและนักลงทุน โดยเป็นอาคารสำนักงานเชิงธุรกิจในกรุงเทพฯ
สาขา/สถานที่จดทะเบียนภาษี
ตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ (กรมสรรพากร) บริษัทมี 1 สาขา จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย คือ:
สำนักงานใหญ่ (สาขาเดียว)
อาคาร True Digital Park West, ห้อง 906 ชั้น 9, 111 ถนนสุขุมวิท
แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้อาจจะเก็บไว้ในระบบภาษีก่อนที่บริษัทจะย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ไปยัง One Bangkok (ที่อยู่ปัจจุบันใช้ในเอกสารทางการของบริษัท)

โรงงาน/ล้งผลไม้
ใช้บริการพันธมิตรในหลายจังหวัด แต่ไม่มีที่ตั้งเป็นโรงงานบริษัทเอง (ข้อมูลสาธารณะไม่มี)


สรุปภาพรวมโครงสร้างองค์กรปัจจุบันของ NTF Intergroup:
NTF Intergroup (Thailand) เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจ การส่งออกและจัดจำหน่ายผลไม้สด ผลไม้แช่แข็ง และผลไม้แปรรูป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน (Public Company) ในปี 2568 และมีสำนักงานสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จุดเดียว
บริษัทมี โครงสร้างองค์กรและคณะกรรมการ/ผู้บริหารตามมาตรฐานบริษัทมหาชน แต่ในเอกสารสาธารณะและข้อมูลบริษัทยังไม่ระบุรายการบริษัทลูกหรือบริษัทในเครือที่จดทะเบียนแยกออกไปจาก NTF โดยตรง



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


จากข้อมูลในแบบ 56-1 One Report และการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ความเสี่ยงที่สำคัญของ หุ้น NTF บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจส่งออกและจำหน่ายผลไม้สด มีดังนี้

ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและไซเบอร์
ความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์
ระบบสารสนเทศหยุดชะงัก
การรั่วไหลของข้อมูลลูกค้าและข้อมูลทางธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและความเชื่อมั่นของคู่ค้า
มุมมองสำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงของ NTF มีความเชื่อมโยงกับ ธุรกิจเกษตรและการส่งออก เป็นหลัก โดยปัจจัยที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่
ปริมาณผลผลิตผลไม้ในแต่ละฤดูกาล
ความต้องการนำเข้าของประเทศคู่ค้า
ค่าเงินบาท
ค่าระวางเรือและต้นทุนโลจิสติกส์
มาตรการด้านการค้าระหว่างประเทศ
หากบริษัทสามารถบริหารซัพพลายเชน กระจายตลาดส่งออก และควบคุมต้นทุนได้ดี ก็จะช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงเหล่านี้และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว.

ความเสี่ยงจากการจัดหาวัตถุดิบ (ผลไม้สด)
ผลผลิตขึ้นอยู่กับฤดูกาล สภาพอากาศ และภัยธรรมชาติ
หากเกิดภัยแล้ง น้ำท่วม หรือโรคพืช อาจทำให้ปริมาณผลผลิตลดลง
ราคาผลไม้มีความผันผวนตามอุปสงค์และอุปทาน ส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไรของบริษัท

ความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดส่งออก
รายได้ส่วนใหญ่ของ NTF มาจากการส่งออกผลไม้
หากประเทศคู่ค้าชะลอการนำเข้า หรือมีมาตรการกีดกันทางการค้า จะกระทบยอดขาย
ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภคต่างประเทศอาจส่งผลต่อคำสั่งซื้อโดยตรง

ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทมีรายรับและรายจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าหรือผันผวนอาจทำให้รายได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทลดลง
จำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน
ธุรกิจผลไม้สดต้องขนส่งภายในเวลาที่จำกัด
หากค่าระวางเรือ ค่าขนส่ง หรือค่าตู้คอนเทนเนอร์ปรับตัวสูงขึ้น จะกระทบต้นทุน
ความล่าช้าในการขนส่งอาจทำให้คุณภาพสินค้าเสียหาย

ความเสี่ยงจากมาตรฐานคุณภาพและกฎระเบียบ
การส่งออกผลไม้ต้องผ่านมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอาหารของแต่ละประเทศ
หากสินค้าไม่ผ่านมาตรฐาน อาจถูกปฏิเสธการนำเข้า หรือเรียกคืนสินค้า ส่งผลต่อชื่อเสียงและรายได้

ความเสี่ยงด้านการแข่งขัน
ธุรกิจส่งออกผลไม้มีการแข่งขันสูง
คู่แข่งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศสามารถแข่งขันด้านราคา คุณภาพสินค้า และเครือข่ายลูกค้า
หากบริษัทไม่สามารถรักษาคุณภาพหรือขยายฐานลูกค้าได้ อาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาด

ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operational Risk)
ความผิดพลาดของกระบวนการทำงาน บุคลากร หรือระบบงาน
การหยุดชะงักของการดำเนินงานอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าและต้นทุนการดำเนินงาน

ความเสี่ยงด้านการเงิน
ความเสี่ยงจากสภาพคล่อง
ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
ความสามารถในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนและภาระหนี้สิน

ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการกำกับดูแล
การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านการส่งออก ภาษี และมาตรฐานการค้า อาจก่อให้เกิดค่าปรับ ความเสียหายต่อชื่อเสียง และส่งผลต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ


ข้อมูล ณ วันที่ 09 ธ.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของ บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (NTF Intergroup (Thailand) Public Co., Ltd.) ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน:
ก่อตั้งและวิวัฒนาการของบริษัท
14 กันยายน 2563
– บริษัทก่อตั้งขึ้นโดย นายวิชัย ศิระมานะกุล และ นายอิศรา ภูววิเชียรฉาย ด้วยเป้าหมายยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล โดยเน้นส่งออกผลไม้คุณภาพสูงสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น ผลไม้สดและผลไม้แปรรูปต่าง ๆ
พัฒนาการด้านทุนและโครงสร้าง
2020 – จดทะเบียนบริษัทด้วยทุนเริ่มต้น 50 ล้านบาท และส่งออกลำไยสดไปจีนเป็นครั้งแรก
2021–2023 – มีการเพิ่มทุนหลายครั้ง (เช่น เป็น 10 ล้าน, 20 ล้าน, 40 ล้าน, 60 ล้าน, และ 70 ล้านบาท) เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ
18 มีนาคม 2568 – เพิ่มทุนเป็น 100 ล้านบาท พร้อมแปลงสถานะเป็น บริษัทมหาชน เพื่อเตรียมเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
ขยายการดำเนินงานและตลาด
ย้ายสำนักงานใหญ่หลายครั้งเพื่อรองรับการขยายตัว ตั้งแต่ True Digital Park แล้วไปยัง One Bangkok ในปี 2025
เริ่มส่งออกผลไม้ชนิดใหม่ ๆ เช่น มะพร้าว และชมพู่ รวมถึงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในจีน ไม่เพียงแต่ลำไยและทุเรียนเท่านั้น
ระบบคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
บริษัทได้จัดตั้งมาตรฐานคุณภาพภายในชื่อ “NTF Standard 2Q2T” เพื่อควบคุมคุณภาพผลไม้และเตรียมลงทะเบียนเครื่องหมายการค้า (trademark)
มุ่งพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพและนวัตกรรมในกระบวนการคัดเกรดและบรรจุผลไม้ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดพรีเมียมได้อย่างยั่งยืน
ผลประกอบการและ IPO
รายได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น รายได้ปี 2024 อยู่ที่กว่า 1,114 ล้านบาท และในปี 2025 มีการขยายตลาดที่ Zhengzhou ในจีนเพิ่มขึ้น
บริษัทได้รับอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 60 ล้านหุ้น และตั้งราคา IPO ที่ 6 บาทต่อหุ้น โดยมีแผนเข้าจดทะเบียน mai ในปลายปี 2568 ภายใต้สัญลักษณ์ “NTF”
กิจกรรมสำคัญอื่น ๆ
29 กันยายน 2568 – บริษัทจัดงานฉลอง ครบรอบ 5 ปี และฉลองการย้ายสำนักงานใหญ่ใหม่ พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจและทีมงานร่วมงานอย่างเป็นทางการ
สรุป: บริษัท NTF Intergroup (Thailand) ได้พัฒนาจากผู้ประกอบการส่งออกผลไม้สดไทยเล็ก ๆ สู่บริษัทมหาชนที่มีการขยายทุนอย่างต่อเนื่อง เติบโตทั้งรายได้และตลาด ส่งออกสินค้าไปทั่วจีน และเดินหน้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เตรียมตัวเป็นหนึ่งในผู้นำส่งออกผลไม้สดคุณภาพของไทยในระดับสากล






แนวโน้ม (Trend)
ระยะสั้น: เริ่มฟื้นตัวจากฐาน มีแรงซื้อกลับเข้ามา
ระยะกลาง: ยังอยู่ในช่วงพักฐาน (Sideway Up)
ระยะยาว: แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น หากสามารถกลับไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้

Momentum
ราคาเริ่มยืนเหนือฐาน 14.50 บาท
แท่งเทียนเริ่มทำ Higher Low
หากปริมาณซื้อขาย (Volume) เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณยืนยันการกลับตัว

แนวรับสำคัญ
14.50 บาท แนวรับแรก
14.00 บาท แนวรับหลัก
13.40 บาท แนวรับสุดท้าย หากหลุดมีโอกาสเปลี่ยนเป็นขาลงระยะสั้น

แนวต้านสำคัญ
15.20 บาท แนวต้านแรก
16.00 บาท แนวต้านจิตวิทยา
17.00–18.00 บาท แนวต้านสำคัญ หากผ่านได้จะเปิด Upside ไปทดสอบ High เดิม



วิเคราะห์หุ้น NTF บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ภาพรวมธุรกิจ
NTF ดำเนินธุรกิจจัดหา คัดแยก บรรจุ และส่งออกผลไม้สดและผลไม้แช่แข็ง โดยสินค้าหลัก ได้แก่
ทุเรียน
ลำไย
มะพร้าว
มังคุด
ผลไม้ไทยตามฤดูกาลอื่น ๆ
ตลาดหลักคือ ประเทศจีน และมีการขยายตลาดไปยัง ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก
จุดแข็งของบริษัท

  1. อยู่ในอุตสาหกรรมส่งออกผลไม้ไทยที่เติบโต
    ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกทุเรียนอันดับ 1 ของโลก ความต้องการจากจีนยังอยู่ในระดับสูง แม้การแข่งขันจะเพิ่มขึ้น

2. รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ข้อมูลย้อนหลัง


คิดเป็น
รายได้โตเกือบ 4.5 เท่าใน 2 ปี
กำไรสุทธิเติบโตมากกว่า 10 เท่า
Net Profit Margin เพิ่มจาก 4% เป็นกว่า 9%

  1. กำไรยังเติบโตในปี 2569
    ไตรมาส 1/2569
    รายได้ประมาณ 478 ล้านบาท
    กำไรสุทธิประมาณ 32 ล้านบาท
    อัตรากำไรสุทธิราว 6.7%
  2. เงินทุนแข็งแรงขึ้นหลังเข้าตลาด
    ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นมาก
    ปี 2567
    82.9 ล้านบาท
    เป็น
    ปี 2568
    453.5 ล้านบาท
    ทำให้มีฐานทุนรองรับการขยายธุรกิจได้ดีขึ้น

พัฒนาการสำคัญ
ปี 2569
บริษัทจัดตั้ง
NTF Holding
เพื่อ
ลงทุนในธุรกิจใหม่
Joint Venture
ขยายธุรกิจในอนาคต
สร้างรายได้จากธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น
ปัจจัยบวก
✅ ความต้องการผลไม้ไทยจากจีนยังสูง
✅ มีการขยายตลาดต่างประเทศ
✅ รายได้เติบโตต่อเนื่อง
✅ กำไรเพิ่มเร็ว
✅ เงินทุนแข็งแรงขึ้น
✅ มีแผนลงทุนผ่าน Holding Company
ความเสี่ยง
ความเสี่ยงด้านฤดูกาล
ผลผลิตขึ้นกับ
สภาพอากาศ
ภัยแล้ง
น้ำท่วม
หากผลผลิตลดลง อาจกระทบรายได้ทันที
ความเสี่ยงจากประเทศจีน
จีนยังเป็นลูกค้าหลัก
หากเกิด
เศรษฐกิจชะลอ
มาตรการนำเข้า
การตรวจเข้มด้านคุณภาพ
ยอดขายอาจได้รับผลกระทบ
ความเสี่ยงด้านราคา
ราคาทุเรียนและผลไม้มีความผันผวนสูง
หากต้นทุนเพิ่มเร็วกว่าราคาขาย จะกดดันอัตรากำไร
ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
รายได้ส่วนใหญ่เป็นเงินตราต่างประเทศ
ค่าเงินบาทแข็งค่าอาจทำให้กำไรลดลง
มุมมองการเติบโต
หากบริษัทสามารถ
เพิ่มตลาดใหม่
เพิ่มสินค้าพรีเมียม
เพิ่มผลไม้แปรรูป
ลงทุนผ่าน NTF Holding ได้สำเร็จ
NTF มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
มุมมองนักลงทุน
ระยะสั้น
ผลประกอบการยังขึ้นอยู่กับฤดูกาลส่งออกและราคาผลไม้ จึงอาจมีความผันผวนเป็นช่วง ๆ
ระยะกลาง
การขยายตลาดส่งออกและการลงทุนผ่าน NTF Holding เป็นปัจจัยที่น่าติดตาม หากดำเนินการได้ตามแผนจะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่
ระยะยาว
NTF เป็นหุ้นที่มีจุดเด่นด้านการเติบโต (Growth Stock) จากธุรกิจส่งออกผลไม้ไทย โดยมีการเติบโตของรายได้และกำไรที่โดดเด่นในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านผลผลิต การพึ่งพาตลาดจีน และความผันผวนของราคาผลไม้อย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจลงทุน


Disclaimer

ใส่ความเห็น