วิเคราะห์ หุ้น BLESS บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BLESS บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น BLESS บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) BLESS อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 25650.05บาท09 ก.ย. 2565เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น BLESS
บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
BLESS — BLESS ASSET GROUP PCL
ตลาดหลักทรัพย์ mai | กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
บริษัทดำเนินธุรกิจหลักด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยเน้นที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมแบบ Low-rise

  1. ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
    1. ที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ดินสำหรับสร้างบ้านจัดสรรและทาวน์โฮมที่ดินสำหรับพัฒนาคอนโดมิเนียมที่ดินที่ถือครองเพื่อพัฒนาในอนาคต (Land Bank)
      ที่ดินเป็นทรัพย์สินสำคัญที่ใช้รองรับการสร้างโครงการใหม่และการขยายธุรกิจ
    1. บ้านและโครงการที่อยู่อาศัยระหว่างพัฒนา
    • บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดทาวน์โฮม 2 ชั้นและ 3 ชั้นคอนโดมิเนียมแนวสูงไม่มาก (Low-rise)
      ทรัพย์สินส่วนนี้รวมถึงโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและที่อยู่อาศัยที่พัฒนาเพื่อรอขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้า
    1. งานระหว่างก่อสร้างและวัสดุที่เกี่ยวข้อง
    • ต้นทุนการก่อสร้างโครงการที่ยังไม่แล้วเสร็จวัสดุและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยงานระบบและงานตกแต่งที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ
      รายการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ รายการและมูลค่าจริงต้องตรวจสอบจากหมายเหตุประกอบงบการเงิน
    1. อาคารสำนักงานและอุปกรณ์ดำเนินงาน
    • อาคารหรือพื้นที่สำนักงานเครื่องใช้สำนักงานและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อุปกรณ์และสินทรัพย์ที่ใช้บริหารโครงการ
      เป็นทรัพย์สินสนับสนุนการบริหารงานและการดำเนินธุรกิจ โดยรายละเอียดกรรมสิทธิ์และมูลค่าต้องอ้างอิงงบการเงินของบริษัท
    1. เงินสดและสินทรัพย์หมุนเวียน
    • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
    • ลูกหนี้และรายการค้างรับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
    • สินค้าคงเหลือประเภทอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
      สินทรัพย์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับเงินทุนหมุนเวียน การพัฒนาโครงการ และการรับชำระเงินจากการขายอสังหาริมทรัพย์
  1. มูลค่าสินทรัพย์รวมของ BLESS
    ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ งวด 6 เดือนแรก ปี 2569 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569)
    สินทรัพย์รวม
    2,158.48 ล้านบาท
    หนี้สินรวม
    985.85 ล้านบาท
    ส่วนของผู้ถือหุ้น
    1,172.63 ล้านบาท

เปรียบเทียบสินทรัพย์รวมย้อนหลัง:

งวดบัญชีสินทรัพย์รวม
ปี 25672,300.75 ล้านบาท
ปี 25682,237.21 ล้านบาท
6 เดือนแรก ปี 25692,158.48 ล้านบาท
  1. สรุปสำหรับนักลงทุน
    สินทรัพย์ที่สำคัญต่อธุรกิจ BLESS ได้แก่ ที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ อสังหาริมทรัพย์ระหว่างพัฒนา บ้านและคอนโดมิเนียมเพื่อขาย ตลอดจนเงินสดและสินทรัพย์ที่ใช้บริหารงาน

สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามเพิ่มเติมมี 3 ประเด็น
1. มูลค่าสินค้าคงเหลือและที่ดิน — สะท้อนเงินทุนที่ผูกอยู่กับโครงการและโอกาสในการพัฒนาในอนาคต
2. ความสามารถในการขายและโอนกรรมสิทธิ์ — มีผลต่อการเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เป็นรายได้และกระแสเงินสด
3. หนี้สินและสภาพคล่อง — ควรพิจารณาควบคู่กับต้นทุนการก่อสร้างและเงินทุนที่ต้องใช้ในโครงการใหม่


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น BLESS
บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
BLESS เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยมีโครงการที่อยู่อาศัยหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมแบบ Low-rise ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
จากข้อมูลแบบ 56-1 One Report ปี 2568 บริษัทมีบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% จำนวน 4 บริษัท ซึ่งครอบคลุมธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ งานก่อสร้าง และบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์
IR PLUS

  1. รายชื่อบริษัทในเครือ BLESS
    ข้อมูลอ้างอิงจากรายงานประจำปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568)
    1. บริษัท เบล็ส บิลด์ จำกัด (Bless Build Co., Ltd.)
      ถือหุ้น 100%
      ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
      ทำหน้าที่ด้านงานก่อสร้าง ซึ่งช่วยสนับสนุนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของกลุ่มบริษัท และเพิ่มความสามารถในการควบคุมคุณภาพและต้นทุนการก่อสร้าง
    2. บริษัท เบล็ส แอสเสท จำกัด (Bless Asset Co., Ltd.)
      ถือหุ้น 100%
      ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
      มุ่งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม BLESS
    3. บริษัท เบล็ส โซไซตี้ จำกัด (Bless Society Co., Ltd.)
      ถือหุ้น 100%
      ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
      ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยเพื่อขาย
    4. บริษัท เบล็ส เซอร์วิส พลัส จำกัด (Bless Service Plus Co., Ltd.)
      ถือหุ้น 100%
      ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์
      ให้บริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทระบุว่าได้ขยายงานเพื่อรองรับโครงการที่มีมูลค่าและค่าตอบแทนสูงขึ้น
  2. โครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม BLESS
    BLESS
    บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
    บริษัทแม่
    BLESS BUILD
    รับเหมาก่อสร้าง
    BLESS ASSET
    พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
    BLESS SOCIETY
    พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
    BLESS SERVICE PLUS
    บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์
    ทุกบริษัทถือหุ้นโดย BLESS 100% ตามรายงานประจำปี 2568
  3. วิเคราะห์ภาพรวมกลุ่มบริษัท
    จุดสำคัญของโครงสร้างกลุ่ม BLESS คือการเชื่อมโยงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่การพัฒนาโครงการ การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินหลังการขาย
    • ด้านพัฒนาโครงการ: บริษัทแม่และบริษัทย่อยด้านอสังหาริมทรัพย์มุ่งสร้างรายได้จากการขายบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม
    • ด้านการก่อสร้าง: บริษัท เบล็ส บิลด์ จำกัด ช่วยสนับสนุนงานก่อสร้างและการควบคุมต้นทุน
    • ด้านบริการหลังการขาย: บริษัท เบล็ส เซอร์วิส พลัส จำกัด ช่วยต่อยอดธุรกิจไปสู่การบริหารนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร

อย่างไรก็ตาม การมีบริษัทย่อยหลายแห่งไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทจะสร้างกำไรให้กลุ่มในระดับเดียวกัน นักลงทุนควรพิจารณางบการเงินรวม กระแสเงินสด ภาระหนี้ และยอดขายที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้จริงควบคู่กัน



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น BLESS
บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) | SET: BLESS
การวิเคราะห์หุ้น BLESS สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค จะเน้น 4 จุดสำคัญ ได้แก่ แนวโน้มราคา แนวรับ–แนวต้าน วอลุ่มซื้อขาย และสัญญาณยืนยันการกลับตัว เพื่อประเมินว่าหุ้นกำลังสะสมกำลัง ฟื้นตัว หรือยังอยู่ในช่วงเสี่ยง
เนื่องจากราคาหุ้นและกราฟล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องตรวจสอบข้อมูลตลาดก่อนระบุแนวรับ–แนวต้านเป็นตัวเลข เพื่อไม่ให้ใช้ระดับราคาที่คลาดเคลื่อนในการตัดสินใจลงทุน

  1. ภาพรวมทางเทคนิค BLESS
    BLESS
    mai · อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
    0.23 บาท
    -0.01 บาท (-4.17%)
    กรอบราคาสูงสุด–ต่ำสุด 52 สัปดาห์
    0.18–0.33 บาท
    มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
    ประมาณ 200 ล้านบาท
    P/BV
    ประมาณ 0.17 เท่า
    กำไรสุทธิ 6 เดือนแรก ปี 2569
    ขาดทุน 11.50 ล้านบาท
    อ้างอิงข้อมูลราคาที่หน้า IR ของบริษัทแสดง ณ 27 ต.ค. 2569 เวลา 09:37 น. และข้อมูล Factsheet ตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ ช่วงกลางเดือน ต.ค. ตัวเลขนี้ไม่ใช่ราคาปิดล่าสุดของวันที่ 28 ต.ค.
  2. แนวรับ–แนวต้านที่ควรจับตา
    เป็นโซนเฝ้าระวังเบื้องต้นจากระดับราคาที่มีข้อมูล ไม่ใช่ระดับที่ยืนยันจากกราฟแท่งเทียนล่าสุด
    0.26
    บาท
    แนวต้านถัดไป
    หากราคาผ่าน 0.25 บาทและยืนได้อย่างมีนัยสำคัญ ควรจับตาโซน 0.26 บาท พร้อมวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น
    0.24–0.25 บาท
    แนวต้านใกล้ราคา
    เป็นด่านที่ต้องติดตามว่าราคาสามารถกลับขึ้นไปยืนได้หรือไม่ หากผ่านไม่ได้ อาจเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น
    0.22–0.23 บาท
    แนวรับใกล้ราคา
    สังเกตแรงซื้อและการทรงตัว หากหลุด 0.23 บาทและไม่สามารถกลับมายืนได้ ต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง
    0.18–0.20 บาท
    โซนรับลึกที่ควรเฝ้าดู
    เป็นบริเวณอ้างอิงจากกรอบราคาต่ำในรอบ 52 สัปดาห์ ไม่ใช่การยืนยันว่าเป็นแนวรับแข็งแกร่ง
  3. อ่านสัญญาณกราฟแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
    กรณีที่ 1: ราคายังอ่อนตัว
    หากราคาทำจุดต่ำลงต่อเนื่อง และวอลุ่มขายเพิ่มขึ้น มีโอกาสที่แรงขายยังควบคุมทิศทาง ควรรอให้ราคาสร้างฐานก่อนประเมินจังหวะใหม่
    กรณีที่ 2: เริ่มสร้างฐาน
    หากราคาแกว่งตัวเหนือแนวรับ มีแรงซื้อกลับ และจุดต่ำไม่ลดลงต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณเริ่มสะสมกำลัง แต่ยังต้องรอการยืนยัน
    กรณีที่ 3: ลุ้นรีบาวด์
    หากผ่านแนวต้านใกล้ราคาได้พร้อมวอลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย และยืนเหนือแนวต้านได้ มีโอกาสเกิดแรงเก็งกำไรระยะสั้น
  4. วอลุ่มและความเสี่ยงที่ต้องระวัง
    ข้อมูลตลาดที่เผยแพร่แสดงให้เห็นว่ามูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ BLESS ในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 0.18 ล้านบาท สะท้อนว่าหุ้นมีสภาพคล่องค่อนข้างจำกัดในช่วงข้อมูลดังกล่าว
    • อย่าดูเฉพาะราคา: การขึ้นเพียงไม่กี่ช่องราคาอาจไม่ได้หมายถึงการกลับตัวเป็นขาขึ้น
    • ตรวจสอบวอลุ่ม: ควรเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ไม่ใช่ดูปริมาณซื้อขายเพียงวันเดียว
    • ระวังสภาพคล่อง: ราคาเสนอซื้อและเสนอขายอาจห่างกัน ทำให้ต้นทุนเข้าออกสูงขึ้น
    • ติดตามผลประกอบการ: ข้อมูลครึ่งปีแรก 2569 ระบุว่าบริษัทขาดทุนสุทธิ 11.50 ล้านบาท แม้รายได้รวมเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงควรระวังการเก็งกำไรที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐาน
  5. สรุปแผนเทรด BLESS
    สายรอจังหวะ
    รอให้ราคายืนยันฐานและกลับมายืนเหนือแนวต้านใกล้ราคา พร้อมวอลุ่มสนับสนุนก่อนพิจารณา
    สายตามเบรกเอาต์
    ติดตามการผ่าน 0.25–0.26 บาท โดยต้องดูราคาปิดและวอลุ่มประกอบ ไม่ไล่ซื้อเพียงเพราะราคาขยับขึ้น
    สายบริหารความเสี่ยง
    หากหลุดแนวรับและแรงขายเพิ่มขึ้น ควรทบทวนแผนทันที ไม่เฉลี่ยซื้อเพียงเพราะราคาถูกลง

มุมมองโดยรวม: BLESS ยังควรใช้กลยุทธ์รอการยืนยันสัญญาณมากกว่าคาดการณ์ว่าราคาจะกลับตัว เพราะข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันแนวโน้มจากเส้นค่าเฉลี่ย RSI, MACD และรูปแบบแท่งเทียนล่าสุด


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1น.ส. นิภา อภิรัตนรุ่งเรือง298,000,00037.25
2นาย ณัฐพงษ์ สุขเจริญไกรศรี57,600,0007.20
3นาย ฉัฐพล สุขเจริญไกรศรี57,000,0007.13
4น.ส. สลิลทิพย์ สุขเจริญไกรศรี57,000,0007.13
5นาย ปิยะณัฐ สุขเจริญไกรศรี53,250,0006.66
6นาย พีรณัฎฐ์ ตันติพจน์30,000,0003.75
7นาย ชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย23,500,0002.94
8นาย พลวิช นัยสวัสดิ์16,195,4002.02
9นาย ธัชกร หงษ์รชตรังษี14,000,0001.75
10นาย ณรงค์ ธารีรัตนาวิบูลย์10,000,0001.25
11นาย นพพล ธารีรัตนาวิบูลย์10,000,0001.25
12นาย สมัย วรวุธ8,500,0001.06
13นาย ณัฐพงษ์ ปัณณกิจจากุล5,410,0000.68
14นาย ไพฑูรย์ วงศ์วัชรมงคล5,205,0000.65
15นาย ธนธรณ์ ปั้นอุดม4,810,0000.60
16นาง วันทณี อังคษร4,581,0000.57
17น.ส. ขนิษฐา คงมั่น4,249,5000.53
18นาย ธนพล พงศ์นัชชา4,150,0000.52

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาวาตรี ศิธา ทิวารีประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ
2นาย ชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3นาย ณัฐพงษ์ สุขเจริญไกรศรีกรรมการ
4นางสาว นิภา อภิรัตนรุ่งเรืองกรรมการ
5นาย ภูษิต วงศ์หล่อสายชลกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
6นาย ยอดพจน์ วงศ์รักมิตรกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
7นาย วิกิต ขจรณรงค์วณิชกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น BLESS
บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
หุ้น BLESS อยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยการติดตามพัฒนาการที่สำคัญควรให้ความสำคัญกับการเปิดตัวโครงการใหม่ การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ความสามารถในการสร้างรายได้และกำไร ตลอดจนภาระหนี้สินและสภาพคล่องของบริษัท เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อแนวโน้มการเติบโตและความเสี่ยงของธุรกิจ

  1. พัฒนาการที่สำคัญของ BLESS ตามลำดับเวลา
    ปี 2567 — ขยายพอร์ตโครงการที่อยู่อาศัย
    • โครงการ เบล็สซิงตัน วงแหวน–จตุโชติ บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม มีมูลค่าโครงการที่รายงานไว้ 1,100 ล้านบาท โดยปิดการขายเฟสแรกและเปิดขายเฟส 2 ต่อเนื่อง
    • เปิดตัวโครงการ เบล็สวิลล์ สุขุมวิท–บางพลี ทาวน์โฮม 216 ยูนิต มูลค่าโครงการ 580 ล้านบาท
    • ไถ่ถอนหุ้นกู้ BLESS249A มูลค่าที่เสนอขาย 252.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นพัฒนาการด้านการบริหารภาระหนี้
      ปี 2568 — ปรับภาพลักษณ์แบรนด์และบริหารต้นทุน
    • เดินหน้ากลยุทธ์ Blessed Thriving Forward และยกระดับแบรนด์ภายใต้แนวคิด “บ้านสุข บ้าน BLESS”
    • รายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 357.57 ล้านบาท ลดลงจาก 421.34 ล้านบาทในปี 2567
    • กำไรสุทธิอยู่ที่ 10.33 ล้านบาท เพิ่มจาก 8.02 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
      ครึ่งแรกปี 2569 — เร่งระบายสินค้าคงเหลือและปรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
    • บริษัทมุ่งเน้นกลุ่มบ้านระดับพรีเมียม โดยเฉพาะโครงการเบล็สซิงตัน วงแหวน–จตุโชติ
    • เพิ่มช่องทางการขายผ่านตัวแทนนายหน้าอิสระ เพื่อขยายฐานลูกค้า
    • บริษัทนำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไปชำระคืนเงินกู้ระยะยาว ช่วยลดภาระหนี้ที่ครบกำหนดในระยะใกล้

2. ผลประกอบการที่ควรติดตาม ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปรียบเทียบผลประกอบการปี 2567–2568 กับครึ่งแรกของปี 2569

รายการปี 2567ปี 25686 เดือนแรก 2569
รายได้รวม (ลบ.)421.34357.57250.26
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (ลบ.)8.0210.33-11.50
สินทรัพย์รวม (ลบ.)2,300.752,237.212,158.48
หนี้สินรวม (ลบ.)1,126.941,053.08985.85
กระแสเงินสดจากดำเนินงาน (ลบ.)-7.8690.0776.78

ประเด็นสำคัญ: แม้บริษัทจะมีรายได้ลดลงในปี 2568 แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น และในครึ่งแรกของปี 2569 รายได้ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทว่าบริษัทยังขาดทุนสุทธิ 11.50 ล้านบาท จึงต้องติดตามว่าการฟื้นตัวของยอดขายจะเปลี่ยนเป็นกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่

  1. กลยุทธ์และปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการเติบโต
    • การปรับพอร์ตโครงการ: มุ่งเน้นบ้านระดับพรีเมียมที่มีกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูงขึ้น
    • การเพิ่มประสิทธิภาพการขาย: ขยายเครือข่ายตัวแทนและนายหน้าอิสระ เพื่อเร่งการขายและโอนกรรมสิทธิ์
    • การบริหารสภาพคล่อง: ระบายสินค้าคงเหลือและนำกระแสเงินสดไปชำระหนี้
    • การควบคุมต้นทุน: บริษัทระบุว่าเริ่มทดลองใช้ AI สนับสนุนงานขาย การตลาด และการบริหารภายใน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  2. ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรจับตา
    1. การปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้า: รายงานปี 2568 ระบุว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในกลุ่มสินค้าราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท สูงกว่า 70% ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
    2. ความสามารถในการทำกำไร: ผลขาดทุนในครึ่งแรกปี 2569 สะท้อนว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
    3. การขายและโอนโครงการ: ต้องติดตามยอดขายรอโอน (Backlog) และความสามารถในการเปลี่ยนสินค้าคงเหลือเป็นเงินสด
  3. ต้นทุนทางการเงินและหนี้สิน: แม้หนี้สินรวมลดลง แต่ควรตรวจสอบกำหนดชำระหนี้ กระแสเงินสด และต้นทุนดอกเบี้ยจากงบฉบับล่าสุด
  4. สรุปมุมมองหุ้น BLESS
    BLESS อยู่ในช่วงที่ต้องพิสูจน์ความสามารถในการฟื้นฟูกำไร หลังจากปรับกลยุทธ์สินค้าไปสู่กลุ่มพรีเมียมและเร่งบริหารสินค้าคงเหลือ จุดแข็งที่น่าติดตามคือกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวกและหนี้สินรวมที่ลดลง ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่กำลังซื้อของลูกค้า การอนุมัติสินเชื่อ และความสามารถในการสร้างกำไรจากยอดขาย
    ตัวเลขที่ควรติดตามในงบไตรมาสถัดไป: รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ อัตรากำไรขั้นต้น กำไรสุทธิ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และหนี้สินที่ครบกำหนดชำระ

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด29.3816.1311.148.7817.28
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ23.7624.1639.8930.0940.34
สินค้าคงเหลือ1,688.501,686.491,681.791,668.771,589.01
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,741.671,748.761,734.831,708.561,649.68
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ48.8847.0643.5545.3041.85
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน557.89551.99502.38567.67508.80
รวมสินทรัพย์2,299.562,300.752,237.212,276.232,158.48
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม223.61208.01170.87180.54169.90
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ88.53115.54106.45115.98110.48
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี592.16526.37429.12508.03330.51
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,096.901,116.431,013.251,070.32946.43
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน36.8810.5139.8326.0239.42
รวมหนี้สิน1,133.781,126.941,053.081,096.33985.85
ทุนจดทะเบียน400.00400.00400.00400.00400.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า400.00400.00400.00400.00400.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น570.34570.34570.34570.34570.34
กำไร(ขาดทุน)สะสม192.82200.83211.16206.93199.66
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น2.632.632.632.632.63
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน2.632.632.632.632.63
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,165.791,173.801,184.131,179.901,172.63
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย–––––

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ434.06412.12341.30147.17249.13
รายได้อื่น0.769.2216.269.841.13
รวมรายได้434.82421.34357.57157.01250.26
ต้นทุน280.73266.43229.02101.28162.91
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร134.85119.72108.3952.2490.67
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย415.59386.15337.41153.52253.58
EBITDA24.1039.3524.255.57-1.02
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย4.874.154.092.082.30
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้19.2335.1920.163.49-3.32
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่9.628.0210.336.10-11.50
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.010.010.010.01-0.01

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566
งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-17.20-7.8690.0740.2376.78
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-4.23-2.69-0.75-0.110.16
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-3.04-2.69-94.35-47.48-70.80
เงินสดสุทธิ-24.47-13.25-5.03-7.356.14

งบปี 2567
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567
งบปี 2568
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568
งบ 6 เดือน/2568
01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 6 เดือน/2569
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)17.2010.668.9912.59
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)21.2234.2540.6229.00
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)0.160.140.150.18
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)2,311.792,684.112,428.532,045.57
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)2.612.062.512.57
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)139.79176.90145.49142.19
วงจรเงินสด (วัน)2,193.232,541.462,323.651,932.37

  1. ภาพรวมราคาล่าสุด
    BLESS
    ตลาด mai · อสังหาริมทรัพย์
    0.23 บาท
    -0.01 (-4.17%)
    สูงสุด / ต่ำสุด
    0.24 / 0.23
    ปริมาณซื้อขาย
    147,700 หุ้น
    มูลค่าซื้อขาย
    33,970 บาท
    ข้อมูล ณ วันที่
    27 ต.ค. 2569
    มุมมองเบื้องต้น: ราคาปิดลดลงมาอยู่ที่ 0.23 บาท และมีมูลค่าซื้อขายค่อนข้างต่ำในวันที่อ้างอิง จึงต้องระวังความผันผวนจากสภาพคล่องที่จำกัด และไม่ควรตีความการเปลี่ยนแปลงราคาเพียงวันเดียวว่าเป็นสัญญาณกลับตัว
  1. วิเคราะห์กราฟทางเทคนิค
    แนวโน้มราคา (Trend)
    ราคาล่าสุดอ่อนตัวลงจาก 0.24 บาทมาอยู่ที่ 0.23 บาท ต้องติดตามว่าราคาจะสามารถยืนเหนือบริเวณต่ำสุดล่าสุดได้หรือไม่ หากหลุดลงพร้อมแรงขายเพิ่ม ความเสี่ยงขาลงจะสูงขึ้น
    แนวรับ (Support)
    บริเวณ 0.23 บาทเป็นจุดเฝ้าระวังจากราคาต่ำสุดของวันที่มีข้อมูล หากราคายืนได้และเกิดแรงซื้อกลับ ค่อยพิจารณาสัญญาณฟื้นตัว แต่หากหลุดควรรอประเมินฐานราคาใหม่
    แนวต้าน (Resistance)
    บริเวณ 0.24 บาทเป็นด่านแรกที่ควรจับตา เพราะเป็นราคาสูงสุดของวันอ้างอิง หากผ่านได้ ควรตรวจสอบวอลุ่มและราคาปิดก่อนประเมินแนวต้านถัดไป
    ปริมาณซื้อขาย (Volume)
    มูลค่าซื้อขายที่ต่ำทำให้การยืนยันแนวโน้มด้วยวอลุ่มมีความสำคัญมาก ควรหลีกเลี่ยงการไล่ราคา และตรวจสอบส่วนต่างราคาเสนอซื้อ–ขายก่อนตัดสินใจ
    แนวรับ 0.23 และแนวต้าน 0.24 บาทเป็นเพียงระดับเฝ้าระวังจากข้อมูลรายวัน ไม่ใช่แนวรับ–แนวต้านหลักที่ยืนยันจากกราฟย้อนหลัง

3. กลยุทธ์ที่ควรจับตา

สถานการณ์แนวทางประเมิน
ราคายืนเหนือ 0.23 บาทรอดูแรงซื้อกลับและการสร้างฐาน
ราคาผ่าน 0.24 บาทตรวจสอบวอลุ่มและการยืนเหนือแนวต้าน
ราคาหลุด 0.23 บาทระวังแรงขายต่อเนื่อง และประเมินจุดตัดขาดทุนตามแผน
ราคาขึ้นแต่ไม่มีวอลุ่มสนับสนุนระวังสัญญาณหลอก โดยเฉพาะหุ้นสภาพคล่องต่ำ

  1. เช็กลิสต์ก่อนสรุปสัญญาณซื้อ–ขาย
    • เส้น EMA 5 / 20 / 50 วัน: ตรวจสอบว่าราคายืนเหนือเส้นเฉลี่ยได้หรือยัง
    • RSI (14): ดูแรงซื้อและแรงขาย ไม่ใช้ภาวะ Oversold เป็นเหตุผลซื้อเพียงอย่างเดียว
    • MACD: มองหาการตัดขึ้นและ Histogram ที่ปรับดีขึ้นเพื่อยืนยันโมเมนตัม
    • Volume: เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังเพื่อดูว่าการขึ้นหรือลงมีแรงสนับสนุนจริงหรือไม่
      ข้อมูลทางเทคนิคจากแหล่งภายนอกมีวันอ้างอิงแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำค่าอินดิเคเตอร์เก่ามาสรุปเป็นสัญญาณปัจจุบันโดยตรง
      สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
      BLESS — ต้องจับตาฐานราคา!
      รอยืนยันสัญญาณ
    • แนวรับระยะสั้นที่เฝ้าดู: 0.23 บาท
    • แนวต้านระยะสั้นที่เฝ้าดู: 0.24 บาท
    • จุดสำคัญ: ราคาต้องยืนได้ พร้อมวอลุ่มสนับสนุน
    • ความเสี่ยง: สภาพคล่องต่ำและการหลุดฐานราคา

วิเคราะห์หุ้น BLESS บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ตลาดหุ้นไทย | กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง | หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
หุ้น BLESS เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ควรวิเคราะห์ทั้ง ยอดขายโครงการ ความสามารถในการทำกำไร ภาระหนี้ และกระแสเงินสด เพราะธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เงินลงทุนสูง และผลประกอบการอาจเปลี่ยนแปลงตามการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดมิเนียมในแต่ละช่วงเวลา
การวิเคราะห์ต่อไปนี้จะเน้นปัจจัยพื้นฐาน ความเสี่ยง และแนวทางประเมินหุ้นในมุมมองนักลงทุน โดยควรตรวจสอบงบการเงินและราคาตลาดล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อขาย

  1. ภาพรวมธุรกิจของ BLESS
    บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ BLESS จดทะเบียนในตลาด mai และดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยเพื่อขาย
    แหล่งรายได้หลักมาจากการขายและโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
    • ยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการ
    • จำนวนบ้านและคอนโดมิเนียมที่พร้อมขาย
    • อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์
    • ความสามารถของลูกค้าในการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย
    • ภาระดอกเบี้ยและเงินทุนที่ต้องใช้พัฒนาโครงการ
  2. วิเคราะห์ผลประกอบการย้อนหลัง
    ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยอ้างอิงงบการเงินรวมปี 2567–2568 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569
    รายได้ 6 เดือน ปี 2569
    250.26 ลบ.
    เพิ่มขึ้น 59.4% YoY
    กำไรสุทธิ 6 เดือน ปี 2569
    -11.50 ลบ.
    จากกำไร 6.10 ล้านบาท
    สินทรัพย์รวม
    2,158.48 ลบ.
    หนี้สินรวม
    985.85 ลบ.
    งวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ไม่ใช่ผลประกอบการเต็มปี
    เปรียบเทียบรายได้และกำไรสุทธิ
    รายได้รวมของ BLESS
    กำไร (ขาดทุน) สุทธิของ BLESS
    หน่วยล้านบาท โดยค่าติดลบหมายถึงขาดทุนสุทธิ

รายการปี 2567ปี 25686 เดือน ปี 2569
รายได้รวม421.34 ลบ.357.57 ลบ.250.26 ลบ.
กำไรสุทธิ8.02 ลบ.10.33 ลบ.-11.50 ลบ.
อัตรากำไรสุทธิ1.90%2.89%-4.60%

ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ SETLink

ข้อสังเกตสำคัญ: ในครึ่งแรกของปี 2569 รายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทกลับขาดทุนสุทธิ แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มรายได้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ตลอดจนต้นทุนทางการเงินประกอบด้วย
3. วิเคราะห์ฐานะการเงินและหนี้สิน
สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของผู้ถือหุ้น
ฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 2568 และสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 หน่วยล้านบาท
จากข้อมูล ณ 30 มิถุนายน 2569
– สินทรัพย์รวม: 2,158.48 ล้านบาท
– หนี้สินรวม: 985.85 ล้านบาท
– ส่วนของผู้ถือหุ้น: 1,172.63 ล้านบาท
– D/E Ratio: 0.84 เท่า
– อัตราส่วนสภาพคล่อง: 1.74 เท่า
ความหมายสำหรับนักลงทุน
ด้านบวก: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.89 เท่า ณ สิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 0.84 เท่าในเดือนมิถุนายน 2569 เป็นสัญญาณว่าภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับทุนลดลง
ด้านที่ต้องระวัง: D/E ที่ต่ำกว่า 1 เท่าไม่ได้แปลว่าบริษัทไม่มีความเสี่ยงทางการเงิน เพราะยังต้องพิจารณาหนี้ที่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระคืน และกระแสเงินสดที่นำมาใช้ชำระหนี้ได้จริง
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีความเสี่ยงจากเงินทุนที่ผูกอยู่ในที่ดินและโครงการที่ยังขายหรือโอนไม่ได้ โดยข้อมูลรอบระยะเวลา 6 เดือนแสดงว่าบริษัทมีเงินสดประมาณ 17.28 ล้านบาท จึงควรติดตามความเพียงพอของเงินสดอย่างใกล้ชิด
4. จุดแข็งและจุดอ่อนของหุ้น BLESS
จุดแข็งที่ควรติดตาม

  • รายได้ครึ่งแรกปี 2569 เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน
  • อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 31.18% เป็น 34.61% เมื่อเทียบช่วงเดียวกัน
  • D/E Ratio ลดลงเหลือ 0.84 เท่า
  • หากสามารถเร่งยอดโอนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ผลประกอบการมีโอกาสฟื้นตัว
    จุดอ่อนและความเสี่ยง
  • ขาดทุนสุทธิ 11.50 ล้านบาทในครึ่งแรกปี 2569
  • รายได้ทั้งปี 2568 ลดลงจากปี 2567
  • อัตรากำไรสุทธิยังต่ำและผันผวน
  • ความสามารถในการขายและโอนขึ้นอยู่กับภาวะสินเชื่อและกำลังซื้อของผู้บริโภค
  • เงินสดคงเหลือไม่สูงเมื่อเทียบกับขนาดสินทรัพย์รวม
  1. วิเคราะห์ราคาหุ้นและมูลค่า
    ข้อมูล Factsheet ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ 15 ตุลาคม 2569 ระบุราคาหุ้น BLESS ที่ 0.25 บาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 200 ล้านบาท และ P/BV ประมาณ 0.17 เท่า โดยกรอบราคา 52 สัปดาห์อยู่ที่ 0.18–0.33 บาท
    หุ้นราคาต่ำกว่า Book Value มาก หมายความว่าอย่างไร?
    เมื่อราคาหุ้นอยู่ที่ 0.25 บาท ขณะที่มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นประมาณ 1.47 บาท หุ้นจึงซื้อขายที่ P/BV ต่ำมาก
    อย่างไรก็ตาม P/BV ต่ำไม่ได้แปลว่าหุ้นถูกเสมอไป เพราะตลาดอาจกำลังสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไร สภาพคล่อง คุณภาพสินทรัพย์ และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
    สำหรับ BLESS อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ -0.62% ตามข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งสอดคล้องกับความจำเป็นที่บริษัทต้องฟื้นกำไรให้ได้อย่างยั่งยืน
    ข้อควรระวังเพิ่มเติมคือ ราคาหุ้นระดับต่ำอาจมีส่วนต่างราคาเสนอซื้อและเสนอขายมากเมื่อเทียบกับราคาหุ้น จึงควรตรวจสอบสภาพคล่องก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย

6. ปัจจัยที่จะกำหนดทิศทาง BLESS ในระยะถัดไป

ปัจจัยสิ่งที่ควรติดตามผลต่อหุ้น
ยอดขายและยอดโอนเติบโตต่อเนื่องหรือไม่บวกหากเร่งรายได้ได้จริง
อัตรากำไรขั้นต้นรักษาระดับมากกว่า 30% ได้หรือไม่บวกหากต้นทุนไม่เพิ่มเร็วกว่ารายได้
ค่าใช้จ่ายลดลงเมื่อเทียบกับรายได้หรือไม่ช่วยให้กลับมามีกำไร
กระแสเงินสดเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกต่อเนื่องหรือไม่ลดความเสี่ยงด้านเงินทุน
ภาระหนี้ดอกเบี้ยและหนี้ครบกำหนดกระทบกำไรและสภาพคล่อง
สินค้าคงเหลือระบายโครงการที่สร้างเสร็จแล้วได้หรือไม่ช่วยเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสด

ข้อมูลครึ่งแรกปี 2569 แสดงกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานเป็นบวก 76.78 ล้านบาท แต่ควรตรวจสอบต่อว่าเงินสดดังกล่าวเกิดจากการดำเนินงานที่ทำซ้ำได้หรือจากการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียนในงวดนั้น

  1. บทสรุปมุมมองการลงทุน
    BLESS: หุ้นที่ต้องจับตาการฟื้นตัวของกำไร
    ประเมินจากข้อมูลที่มีถึงงวด 6 เดือน ปี 2569
    ประเด็นบวก
    รายได้เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น และ D/E Ratio ลดลง
    ประเด็นเสี่ยง
    ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 ขาดทุนสุทธิ และ ROE ติดลบ จึงยังต้องรอหลักฐานการฟื้นตัวของกำไร
    สิ่งที่ควรรอ
    งบไตรมาสถัดไป ยอดโอน กระแสเงินสด และความสามารถในการรักษาอัตรากำไร
    มุมมองโดยรวม: BLESS มีจุดที่น่าสนใจในแง่มูลค่าทางบัญชีและการเติบโตของรายได้ในครึ่งแรกปี 2569 แต่ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่การเปลี่ยนรายได้ให้เป็นกำไรและเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง จึงยังไม่ควรใช้ P/BV ต่ำเป็นเหตุผลเดียวในการเข้าลงทุน

Disclaimer

ใส่ความเห็น