ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น STARM บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STARM บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SM บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SM อยู่ในหมวดธุรกิจ เงินทุนและหลักทรัพย์ (Finance & Securities) เป็นส่วนของกลุ่ม ธุรกิจการเงิน (Financials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.06บาท26 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.03บาท26 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.03บาท27 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.04บาท26 พ.ค. 2566เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น STARM
บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) หรือ STARM ดำเนินธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม คือ ธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า และ ธุรกิจสินเชื่อ ดังนั้นทรัพย์สินสำคัญของบริษัทจึงไม่ได้มีเพียงอาคารหรือสาขา แต่รวมถึง ลูกหนี้สินเชื่อ สินค้าคงเหลือ ระบบงาน และเครือข่ายสาขา ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้โดยตรงให้บริษัท

  1. ลูกหนี้สินเชื่อ — ทรัพย์สินหลักของธุรกิจ
    ธุรกิจสินเชื่อทำให้ ลูกหนี้เงินให้กู้ยืม เป็นทรัพย์สินสำคัญ เนื่องจากบริษัทปล่อยสินเชื่อทั้งแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน เช่น
    สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน
    สินเชื่อส่วนบุคคล
    สินเชื่อที่มีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกัน
    สินเชื่อสำหรับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถเพื่อการพาณิชย์ และรถเพื่อการเกษตร
    สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์
    ทรัพย์สินกลุ่มนี้เป็นแหล่งสร้างรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมของบริษัทโดยตรง
  2. หลักประกันจากพอร์ตสินเชื่อ
    บริษัทมีสินเชื่อที่ใช้ทรัพย์สินของลูกค้าเป็นหลักประกัน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถเพื่อการพาณิชย์ รถเพื่อการเกษตร รวมถึงที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้เมื่อเทียบกับสินเชื่อไม่มีหลักประกัน
    จุดที่น่าสนใจคือ หลักประกันเหล่านี้ ไม่ใช่ทรัพย์สินที่บริษัทเป็นเจ้าของทั้งหมดตั้งแต่ต้น แต่เป็นทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกันสินเชื่อ และบริษัทมีสิทธิตามสัญญา/กฎหมายหากเกิดการผิดนัด
  3. สินค้าคงเหลือและสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า
    STARM มีธุรกิจจำหน่ายสินค้า ทั้งเงินสดและเงินผ่อน โดยสินค้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
    โทรทัศน์
    ตู้เย็น
    เครื่องซักผ้า
    เครื่องปรับอากาศ
    โทรศัพท์มือถือ
    คอมพิวเตอร์
    ตู้แช่
    รถจักรยานยนต์
    เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อื่น ๆ
    ดังนั้น สินค้าคงเหลือ จึงเป็นทรัพย์สินหมุนเวียนที่สำคัญของธุรกิจค้าปลีกของบริษัท
  4. อาคาร สำนักงาน และสาขา
    เครือข่ายสาขาถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า ทั้งในธุรกิจขายสินค้าและธุรกิจสินเชื่อ โดยบริษัทมีเครือข่ายสาขาในภาคตะวันออกและมีการขยายธุรกิจสินเชื่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ
    สำนักงานใหญ่ของบริษัทอยู่ที่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
  5. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
    เงินสดเป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับบริษัทสินเชื่อ เพราะจำเป็นต้องใช้เป็น เงินทุนหมุนเวียนและเงินสำหรับปล่อยสินเชื่อ รวมถึงรองรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการขยายสาขา
    ณ 31 มีนาคม 2569 STARM มีสินทรัพย์รวม 2,807.25 ล้านบาท เพิ่มจาก 2,793.94 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,226.25 ล้านบาท
  6. ระบบเทคโนโลยีและระบบสนับสนุนการให้สินเชื่อ
    อีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญ แม้ไม่ใช่ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงเท่าลูกหนี้สินเชื่อ คือ ระบบสารสนเทศ ฐานข้อมูลลูกค้า ระบบบริหารสินเชื่อ ระบบติดตามหนี้ และระบบสนับสนุนการขาย ซึ่งช่วยให้บริษัทบริหารพอร์ตสินเชื่อและเครือข่ายสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป “ทรัพย์สินที่สร้างมูลค่า” ของ STARM

ทรัพย์สินความสำคัญต่อธุรกิจ
ลูกหนี้สินเชื่อ⭐⭐⭐⭐⭐ แหล่งสร้างรายได้ดอกเบี้ยหลัก
หลักประกันสินเชื่อ⭐⭐⭐⭐⭐ ช่วยบริหารความเสี่ยง
สินค้าคงเหลือ⭐⭐⭐⭐ รองรับธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า
สาขา/สำนักงาน⭐⭐⭐⭐ ช่องทางเข้าถึงลูกค้า
เงินสดและเงินทุนหมุนเวียน⭐⭐⭐⭐⭐ จำเป็นต่อการปล่อยสินเชื่อ
ระบบ IT และฐานข้อมูล⭐⭐⭐⭐ สนับสนุนการบริหารสินเชื่อ
อุปกรณ์สำนักงาน/อุปกรณ์ดำเนินงาน⭐⭐⭐ ใช้สนับสนุนการดำเนินงาน

มุมมองสำหรับนักลงทุน: STARM เป็นธุรกิจที่ “ทรัพย์สินสร้างรายได้” แตกต่างจากบริษัทอุตสาหกรรมทั่วไป เพราะหัวใจไม่ได้อยู่ที่โรงงานขนาดใหญ่ แต่คือ คุณภาพและขนาดของพอร์ตลูกหนี้ + ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง + เครือข่ายสาขา + สินค้าคงเหลือ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,807.25 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 25.11 ล้านบาท


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น STARM
บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) หรือ STARM เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับ บริษัท ธนาธิวัตถ์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ STARM โดยถือหุ้นประมาณ 31.27% ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568
โครงสร้างความเกี่ยวข้องที่สำคัญ

  1. บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) — STARM
    เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำเนินธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่
    ธุรกิจจำหน่ายสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเชิงพาณิชย์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ ตู้แช่ และรถจักรยานยนต์ ทั้งเงินสดและเงินผ่อน
    ธุรกิจสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อทะเบียนรถ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อรถเพื่อการเกษตร สินเชื่อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สินเชื่อส่วนบุคคล และนาโนไฟแนนซ์ รวมถึงธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย
  2. บริษัท ธนาธิวัตถ์ จำกัด
    เป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับ STARM อย่างใกล้ชิด และเป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ STARM 31.27%
    ในอดีต ธนาธิวัตถ์เป็นธุรกิจต้นกำเนิดของกลุ่ม โดยเริ่มจากธุรกิจสินเชื่อในจังหวัดระยอง ก่อนขยายไปยังธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอื่น ๆ ต่อมาได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจและโอนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าและสินเชื่อมายัง STARM
    จุดที่นักลงทุนควรเข้าใจ
    จุดสำคัญคือ “บริษัทในเครือ” กับ “บริษัทย่อย” ไม่ใช่ความหมายเดียวกัน โดยข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุดที่พบไม่ได้แสดงรายชื่อบริษัทย่อยหลายแห่งภายใต้ STARM อย่างชัดเจน ขณะที่ ธนาธิวัตถ์ ถูกระบุในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่และบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่ม STARM มากกว่า
    ดังนั้น หากจัดทำเป็น โครงสร้างกลุ่มบริษัทแบบเข้าใจง่าย สามารถสรุปได้ว่า:
    กลุ่มธนาธิวัตถ์

    บริษัท ธนาธิวัตถ์ จำกัด — ผู้ถือหุ้นใหญ่ STARM 31.27%

    บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) — STARM
    ├─ ธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า/สินค้า
    ├─ ธุรกิจสินเชื่อ
    └─ ธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย
    สรุป: STARM มีรากฐานธุรกิจมาจากกลุ่มธนาธิวัตถ์ โดยบริษัท ธนาธิวัตถ์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ขณะที่ตัว STARM เป็นแกนหลักที่นำธุรกิจจำหน่ายสินค้าและสินเชื่อเข้าสู่ตลาดทุน ปัจจุบันบริษัทเน้นธุรกิจสินเชื่อควบคู่กับการจำหน่ายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องมากขึ้น


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น STARM
บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน)
บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) หรือ STARM ดำเนินธุรกิจทั้งจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบเงินสด/ผ่อน และธุรกิจสินเชื่อหลายประเภท เช่น สินเชื่อทะเบียนรถ สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อที่มีหลักประกัน รวมถึงนายหน้าประกันวินาศภัย
🔴 1. ความเสี่ยงจากหนี้เสียและคุณภาพลูกหนี้
นี่คือความเสี่ยงสำคัญที่สุดของ STARM เพราะรายได้ส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจสินเชื่อ หากเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของลูกค้าลดลง หรือความสามารถในการชำระหนี้แย่ลง บริษัทอาจต้องเพิ่มการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต
ข้อมูลช่วง 6 เดือนปี 2568 ระบุว่าบริษัทมี ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 65.08 ล้านบาท แม้ลดลงจากปีก่อน แต่ยังมี การตัดจำหน่ายหนี้สูญเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าคุณภาพสินเชื่อยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
🔴 2. ความเสี่ยงจากสินเชื่อรถบรรทุก
บริษัทเคยมีความเสี่ยงจากพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุกจนต้อง ชะลอการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มดังกล่าวและลดขนาดพอร์ต โดยหันมาเน้นสินเชื่อเช่าซื้อมากขึ้น
ประเด็นที่ต้องจับตาคือ การด้อยค่าของหลักประกันและราคาขายรถมือสอง หากตลาดรถบรรทุกมือสองอ่อนตัว การยึดรถมาขายอาจทำให้บริษัทได้รับเงินคืนต่ำกว่ามูลหนี้ และเพิ่มผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขาย
ใน 6 เดือนปี 2568 บริษัทมี ขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย 24.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.44% YoY โดยเกี่ยวข้องกับรถบรรทุก 10 ล้อและรถบัสเป็นหลัก
🔴 3. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภค
ธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินเชื่อขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของประชาชนโดยตรง
ในไตรมาส 1/2569 รายได้รวมของ STARM อยู่ที่ 359.64 ล้านบาท ลดลง 6.56% YoY บริษัทระบุว่าส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ลดลง รายได้จากพอร์ตสินเชื่อที่ลดลง และยอดขายสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนตัว
ดังนั้น หากเศรษฐกิจและรายได้ครัวเรือนยังฟื้นตัวช้า อาจกดดันทั้ง ยอดขาย + การเติบโตของสินเชื่อ + คุณภาพลูกหนี้ พร้อมกัน
🔴 4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านดอกเบี้ย
ธุรกิจสินเชื่อมีการแข่งขันสูง บริษัทอาจจำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยหรือเพิ่มโปรโมชั่นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
บริษัทระบุว่าไตรมาส 1/2569 รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อลดลงจาก การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสินค้าบางประเภทเพื่อแข่งขันทางการตลาด
จุดที่ต้องระวังคือ สินเชื่อโต แต่ส่วนต่างดอกเบี้ยลดลง ซึ่งอาจทำให้การเติบโตของกำไรไม่สอดคล้องกับการขยายพอร์ต
🔴 5. ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงิน
ธุรกิจสินเชื่อต้องอาศัยเงินทุนเพื่อขยายพอร์ต หากต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ขณะที่บริษัทไม่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อขึ้นตามได้ จะกดดันส่วนต่างกำไร
อย่างไรก็ตาม ภาพล่าสุดมีด้านบวกคือบริษัทมีหนี้สินลดลงจาก 1,847.42 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 เหลือ 1,592.79 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 และเหลือ 1,581 ล้านบาท ณ ไตรมาส 1/2569
จึงควรติดตามต่อว่า การลดหนี้จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้มากเพียงใด และจะกระทบความสามารถในการขยายสินเชื่อหรือไม่
🔴 6. ความเสี่ยงจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อ
การเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อช่วยลดความเสี่ยงหนี้เสีย แต่มีผลอีกด้านคือ พอร์ตสินเชื่ออาจเติบโตช้าลง
STARM ระบุว่ามีการปรับลดพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อรถบรรทุก พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า
นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของบริษัทว่า จะสร้างสมดุลระหว่าง
“โตเร็ว” กับ “คุณภาพสินเชื่อ” ได้มากแค่ไหน
🔴 7. ความเสี่ยงจากธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้า
STARM ไม่ได้เป็นบริษัทสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบเงินสดและเงินผ่อน ดังนั้นจึงเผชิญความเสี่ยงจาก
กำลังซื้อผู้บริโภค
การแข่งขันด้านราคา
โปรโมชั่นของคู่แข่ง
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
สต๊อกสินค้าและต้นทุนสินค้า
ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผันผวนตามเศรษฐกิจ
ธุรกิจส่วนนี้จึงสามารถสร้างรายได้ แต่ในช่วงกำลังซื้ออ่อนแอก็สามารถกดดันรายได้รวมของบริษัทได้เช่นกัน
🔴 8. ความเสี่ยงจากกฎระเบียบธุรกิจสินเชื่อ
STARM มีสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ เช่น เพดานดอกเบี้ย การคุ้มครองผู้บริโภค หลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ หรือการตั้งสำรอง สามารถกระทบรายได้และต้นทุนของบริษัทได้โดยตรง


📊 ภาพรวมความเสี่ยง STARM

ประเด็นระดับความเสี่ยงสิ่งที่ต้องติดตาม
หนี้เสีย/NPL🔴 สูงคุณภาพลูกหนี้และ ECL
สินเชื่อรถบรรทุก🔴 สูงราคาหลักประกัน/รถยึด
กำลังซื้อ🟠 ปานกลาง-สูงยอดขายและพอร์ตสินเชื่อ
การแข่งขันดอกเบี้ย🟠 ปานกลาง-สูงYield และส่วนต่างดอกเบี้ย
ต้นทุนเงินทุน🟠 ปานกลางดอกเบี้ยเงินกู้
การเติบโตของสินเชื่อ🟠 ปานกลางการขยายพอร์ตหลังชะลอสินเชื่อ
กฎเกณฑ์ภาครัฐ🟠 ปานกลางBOT/กฎสินเชื่อ
ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า🟠 ปานกลางกำลังซื้อและการแข่งขัน

🎯 สรุปสำหรับนักลงทุน
จุดเสี่ยงของ STARM ไม่ได้อยู่ที่หนี้สินเพียงอย่างเดียว แต่คือ “คุณภาพสินเชื่อ + ความสามารถในการขยายพอร์ตโดยไม่เพิ่มหนี้เสีย”
ด้านบวกคือปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 84.82 ล้านบาท เพิ่มจาก 50.58 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่หนี้สินลดลง และไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 25.11 ล้านบาท
แต่ด้านที่ต้องระวังคือ รายได้ไตรมาส 1/2569 ลดลง 6.56% YoY และบริษัทกำลังใช้แนวทางชะลอสินเชื่อบางกลุ่มเพื่อควบคุมความเสี่ยง
ดังนั้น หากจะประเมิน STARM ในมุมลงทุน ควรจับตา 4 ตัวเลขเป็นพิเศษ:
NPL → ECL/สำรอง → การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ → Yield/ส่วนต่างดอกเบี้ย
เพราะ 4 ตัวนี้จะเป็นตัวชี้ว่า กำไรที่ฟื้นตัวของ STARM สามารถเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่


ข้อมูล ณ วันที่ 07 พ.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท ธนาธิวัตถ์ จำกัด344,000,00031.27
2นาย วิทิต ลาวัณย์เสถียร89,124,6008.10
3บริษัท บัวหลวงเวนเจอร์ส จำกัด64,000,0005.82
4น.ส. นิชานันท์ ลาวัณย์เสถียร37,600,0003.42
5นาย ทินกร ลาวัณย์เสถียร35,990,1003.27
6นาย เอกภพ ลาวัณย์เสถียร34,173,4003.11
7นาย ชวลิต วิสราญกุล33,818,2003.07
8นาง สาวิตรี ลาวัณย์เสถียร24,720,0002.25
9นาย ดนุวัศ ลาวัณย์เสถียร22,246,4002.02
10นาย ทรัสตี ลีนุวงศ์พันธ์18,671,9001.70
11นาย อัจฉิยะ ลีนุวงศ์พันธ์14,820,0001.35
12นาย องอาจ มานะกุลอิสสระ12,000,0001.09
13นาย ณัฐพล ลาวัณย์เสถียร11,940,0001.09
14นาย สุรยุทธ ลาวัณย์เสถียร11,760,0001.07
15น.ส. เกศกาญจน์ แก้วเกตุ11,760,0001.07
16นาง เพชรี ลาวัณย์เสถียร10,830,0000.98
17นาย อภิณัฐ ลาวัณย์เสถียร10,452,8000.95
18นาย ณัชพล ลาวัณย์เสถียร10,452,8000.95
19นาย อาทิตย์ วิวัฒน์วงศ์เกษม10,169,6000.92
20น.ส. เนตรชนก วิวัฒน์วงศ์เกษม10,169,6000.92
21นาย เอกสกุล มานะกุลอิสสระ10,010,0000.91
22นาย พิชญ์ชาญ ลาวัณย์เสถียร9,567,7000.87
23นาง กัลยาณี มานะกุลอิสสระ9,000,0000.82
24นาง สุชาดา ลาวัณย์เสถียร8,967,2000.82
25น.ส. มณีรัตน์ สุนทรเวชพงษ์8,265,4000.75
26นาย วุฒิพงษ์ สุนทรเวชพงษ์7,714,4000.70
27นาย วิรัตน์ ลาวัณย์เสถียร7,700,0000.70
28นาย ณัฐวุฒิ เจียรอุดมทรัพย์6,000,0000.55
29นาย บดินทร์ ลาวัณย์เสถียร5,880,0000.53

ผู้บริหาร

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุลประธานคณะกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
2นาย วิทิต ลาวัณย์เสถียรรองประธานคณะกรรมการ
3นาย ชูศักดิ์ วิวัฒน์วงศ์เกษมกรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
4นาย พนุกร จันทรประภาพกรรมการ
5นาง สาวิตรี ลาวัณย์เสถียรกรรมการ
6นาย สุรยุทธ ลาวัณย์เสถียรกรรมการ
7นาย เอกภพ ลาวัณย์เสถียรกรรมการ
8นาย พินิจ งามโสภีกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
9นาย เสนีย์ วัชรศิริธรรมกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น STARM — บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน)
บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) หรือ STARM มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจสินเชื่อในพื้นที่ภาคตะวันออก ก่อนพัฒนาสู่ธุรกิจที่ผสมผสานระหว่าง สินเชื่อ + จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า + บริการที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อ โดยมีพัฒนาการสำคัญดังนี้

  1. จุดเริ่มต้นธุรกิจ — จากสินเชื่อชุมชนสู่บริษัทมหาชน
    บริษัทมีรากฐานมาจากแนวคิดในการช่วยให้เกษตรกรและประชาชนในจังหวัดระยองและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ โดยเริ่มธุรกิจสินเชื่อสำหรับรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และที่ดิน ก่อนจัดตั้งบริษัท ธนาธิวัตถ์ จำกัด ในปี 2534 และขยายไปสู่ธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และรถจักรยานยนต์
  2. ปี 2559 — จัดตั้ง “สตาร์ มันนี่”
    ในปี 2559 มีการจัดตั้ง บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจด้านการจำหน่ายสินค้าและสินเชื่อโดยเฉพาะ และต่อมาได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยโอนธุรกิจที่เกี่ยวข้องจากธนาธิวัตถ์เข้ามาอยู่ภายใต้ STARM
  3. ปี 2561 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
    บริษัทเข้าจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยมีธุรกิจหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า และ ธุรกิจสินเชื่อ
  4. ขยายธุรกิจสินเชื่อหลากหลายรูปแบบ
    STARM พัฒนาพอร์ตสินเชื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น ทะเบียนรถ รถยนต์ รถเพื่อการพาณิชย์ รถเพื่อการเกษตร ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลและนาโนไฟแนนซ์ ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายสินค้ายังคงครอบคลุมเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าหลากหลายประเภท
  5. ปรับกลยุทธ์บริหารความเสี่ยง — ลดสินเชื่อรถบรรทุก
    หนึ่งในพัฒนาการสำคัญช่วงปี 2568 คือบริษัท ปรับลดพอร์ตสินเชื่อเงินให้กู้ยืม โดยเฉพาะสินเชื่อรถบรรทุก และหันมาให้ความสำคัญกับการเติบโตของ สินเชื่อเช่าซื้อ มากขึ้น พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อใหม่ และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลลูกค้า
  6. 19 สิงหาคม 2568 — เปลี่ยนชื่อย่อจาก SM เป็น STARM
    บริษัทเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์จาก SM → STARM โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อให้ชื่อย่อสอดคล้องกับชื่อบริษัท “สตาร์ มันนี่” มากขึ้น
  7. เดินหน้าสู่ Digital Lending
    ทิศทางสำคัญในระยะต่อไปคือการยกระดับบริการสินเชื่อเข้าสู่ ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบภายในปี 2571 ผ่าน Web Service และ Mobile Application พร้อมใช้ Cloud Computing เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า
  8. ผลลัพธ์จากการปรับกลยุทธ์เริ่มสะท้อนในกำไร
    ปี 2568 STARM มีรายได้รวม 1,507.94 ล้านบาท ลดลงจาก 1,545.06 ล้านบาทในปี 2567 แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 84.82 ล้านบาท จาก 50.58 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 67.7% ขณะที่ไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 25.11 ล้านบาท เพิ่มจาก 19.35 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
  9. ผู้บริหารมีการซื้อหุ้นในตลาด
    ในปี 2569 มีรายงานการเข้าซื้อหุ้น STARM ของ นางสาวนิชานันท์ ลาวัณย์เสถียร รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์องค์กร หลายรายการ เช่น วันที่ 19 มีนาคม 2569 ซื้อ 213,000 หุ้น ราคาเฉลี่ย 0.91 บาท และวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ซื้อเพิ่ม 14,900 หุ้น ราคาเฉลี่ย 0.83 บาท
    มุมมองเชิงพัฒนาการ
    STARM กำลังเปลี่ยนจากโมเดล “สินเชื่อแบบดั้งเดิม” ไปสู่โมเดลที่เน้นคุณภาพพอร์ต + Digital Lending + สินเชื่อเช่าซื้อ โดยการลดพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูงและเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ขณะเดียวกันตัวเลขกำไรปี 2568 และไตรมาส 1/2569 สะท้อนว่าการควบคุมต้นทุนและบริหารความเสี่ยงเริ่มเห็นผล
    ประเด็นที่น่าจับตาต่อไป: การขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ, คุณภาพหนี้และ NPL, ความสำเร็จของ Digital Lending ภายในปี 2571 และความสามารถในการรักษาการเติบโตของกำไรโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงของพอร์ตมากเกินไป.

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสด39.5139.8017.9334.7114.77
เงินลงทุนสุทธิ
เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับ2,369.112,356.472,125.202,135.851,973.42
– เงินให้สินเชื่อและลูกหนี้2,361.452,349.962,120.072,129.381,968.02
ทรัพย์สินรอการขายสุทธิ
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ43.0633.3927.3931.4025.50
รวมสินทรัพย์2,959.612,993.672,793.942,905.942,711.30
เงินกู้ยืมและเงินรับฝาก1,275.781,354.531,215.341,256.351,218.19
รวมหนี้สิน1,831.981,847.421,592.791,741.801,516.98
ทุนจดทะเบียน550.00550.00550.00550.00550.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า550.00550.00550.00550.00550.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น466.25466.25466.25466.25466.25
กำไร(ขาดทุน)สะสม111.38130.00184.89147.90178.07
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่1,127.631,146.251,201.141,164.151,194.32

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,330.551,500.401,468.03780.22723.67
– รายได้ดอกเบี้ย539.91635.94608.80312.56278.76
– จากสินเชื่อและเงินฝาก455.35508.64457.00236.06212.00
– รายได้ค่านายหน้า
– รายได้จากการดำเนินธุรกิจ – อื่น ๆ
รวมรายได้1,379.851,545.061,507.94801.72741.59
ต้นทุน656.84712.07709.53387.30366.66
(กลับรายการ) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น108.30182.83132.6365.0839.75
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร421.31435.84435.94215.75216.20
ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้155.36163.00191.72109.07109.41
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่61.7550.5884.8250.9056.98
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.060.050.080.050.05

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน-42.87139.87428.04266.16228.73
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-7.39-7.08-9.97-3.22-4.28
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-428.86-132.51-439.94-268.03-227.61
เงินสดสุทธิ-479.130.28-21.87-5.09-3.16

**** อยู่ระหว่างการจัดเตรียมข้อมูล ****


🎯 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ

ระดับมุมมอง
1.00–1.02🚨 แนวต้านสำคัญ / จุดวัดพลัง Breakout
0.98–0.99แนวต้านระยะสั้น / ราคาปัจจุบัน
0.94–0.96🟢 แนวรับแรก
0.90–0.92🟢 แนวรับสำคัญ
0.84–0.86🔵 ฐานเดิม หากเกิดการพักตัวแรง

กรอบ 52 สัปดาห์ของ STARM อยู่ที่ 0.72–1.08 บาท ดังนั้นบริเวณ 1.00–1.08 บาทถือเป็นโซน Supply ที่ต้องใช้แรงซื้อเข้ามายืนยันอย่างชัดเจน

🚀 สัญญาณที่สายเทคนิคควรรอ
Scenario 1 — Bullish Breakout 🔥
หาก STARM สามารถ ทะลุ 1.00–1.02 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจมากขึ้น
เป้าหมายถัดไปมองบริเวณ
1.05 → 1.08 บาท
โดย 1.08 บาทคือ High ในรอบ 52 สัปดาห์
หากผ่าน 1.08 บาทได้พร้อมวอลุ่มหนุน จะเป็นการเปิดทางให้เกิด New High ในรอบ 52 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสัญญาณ Momentum ที่น่าจับตา
Scenario 2 — ยังไม่ผ่าน 1 บาท
ถ้าราคาไม่สามารถผ่าน 1.00–1.02 บาท และมีแรงขายกดกลับ มีโอกาสกลับมาแกว่งในกรอบ 0.94–1.00 บาท
จุดนี้ยังไม่ถือว่าเสียทรง เพราะเป็นลักษณะของการพักฐานเพื่อสะสมกำลัง
Scenario 3 — หลุด 0.94 บาท ⚠️
หากหลุด 0.94 บาท พร้อมวอลุ่มขายเพิ่มขึ้น ภาพระยะสั้นจะเริ่มเสียโมเมนตัม และมีโอกาสถอยลงทดสอบ 0.90–0.92 บาท
ถ้าหลุด 0.90 บาทอีกระดับ ต้องระวังการกลับไปทดสอบฐานเดิมบริเวณ 0.84–0.86 บาท
📈 Momentum + Volume
จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ วอลุ่มล่าสุดยังบาง — วันที่ 22 ส.ค. มีการซื้อขายเพียง 66,609 หุ้น มูลค่าประมาณ 65,850 บาท
ดังนั้น ณ ตอนนี้ผมยังให้น้ำหนักกับคำว่า
“ราคาเริ่มแข็ง แต่ Volume ยังไม่ยืนยัน”
มากกว่า “Breakout แล้ว”
สำหรับหุ้นที่มีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ การดู วอลุ่มประกอบราคา สำคัญมาก เพราะการทะลุแนวต้านด้วยวอลุ่มเบาอาจกลายเป็น False Breakout ได้
🔥 สรุปแบบเพจหุ้นสายเทคนิค
STARM กำลังบีบตัวใกล้แนวต้าน 1 บาท!
📌 ยืนเหนือ 0.94–0.96 = ยังรักษาโมเมนตัมบวก
📌 ผ่าน 1.00–1.02 + Volume = สัญญาณ Breakout
📌 ผ่าน 1.08 = เปิดโหมดลุ้น High ใหม่
⚠️ หลุด 0.94 = โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มเสีย
⚠️ หลุด 0.90 = ต้องระวังแรงขายรอบใหม่
เกมของ STARM ตอนนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ “จะขึ้นหรือไม่ขึ้น” อย่างเดียว แต่คือ “จะผ่าน 1 บาทด้วยวอลุ่มได้หรือไม่”
ด้านพื้นฐาน SET ระบุว่า STARM มี Market Cap ราว 1,078 ล้านบาท, P/E 11.86 เท่า และ P/BV 0.90 เท่า ณ 20 ส.ค. 2569 ขณะที่งบล่าสุดที่เผยแพร่เป็นงบไตรมาส 2/2569
มุมมองเทคนิค: 🟡 รอ Breakout Confirmation
แนวรับ: 0.94 / 0.90 บาท
แนวต้าน: 1.00–1.02 / 1.08 บาท
Key Trigger: ทะลุ 1.02 บาท + Volume เข้า


วิเคราะห์หุ้น STARM — บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน)
ข้อมูลล่าสุดที่มีถึง งวด 2Q/2569 และราคาปิดวันที่ 21 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 0.98 บาท โดย STARM อยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์
🔎 1. STARM ทำธุรกิจอะไร?
STARM มีธุรกิจหลัก 2 แกน ได้แก่
จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งเงินสดและเงินผ่อน
ธุรกิจสินเชื่อ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน และสินเชื่อที่มีหลักประกัน
มีรายได้จาก ค่าธรรมเนียม/บริการและนายหน้าประกันวินาศภัย ด้วย
จุดที่น่าสนใจคือ STARM เป็นธุรกิจที่เชื่อม “ค้าปลีก + สินเชื่อ” เข้าด้วยกัน ทำให้ยอดขายสินค้าและคุณภาพพอร์ตสินเชื่อมีผลต่อกำไรโดยตรง
📊 2. ผลประกอบการล่าสุด — จุดที่ต้องจับตา ภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2569 ถือว่าดีกว่าปีก่อนในแง่กำไร

รายการ6M/2569
รายได้รวม741.59 ลบ.
กำไรสุทธิ56.98 ลบ.
กำไรสุทธิ YoY+11.94%

ขณะที่ 2Q/2569 มีกำไรสุทธิ 31.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.91% QoQ และเพิ่มขึ้น 1.01% YoY จาก 31.55 ล้านบาทใน 2Q/2568 ประเด็นสำคัญ: รายได้รวม 6M ลดลง 7.50% YoY แต่กำไรกลับเพิ่มขึ้นเกือบ 12% แปลว่าในช่วงนี้ STARM ให้ความสำคัญกับ คุณภาพกำไรและการควบคุมความเสี่ยง มากกว่าการเร่งขยายสินเชื่อเพียงอย่างเดียว
💰 3. ทำไมกำไรโต ทั้งที่รายได้ลด?
นี่คือจุดที่ผมมองว่าน่าสนใจที่สุดของ STARM
บริษัทมีการ ลดพอร์ตลูกหนี้และชะลอการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมคัดกรองลูกค้าเข้มข้นขึ้น ส่งผลให้ ECL หรือผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง
พูดง่าย ๆ คือ
STARM ยอมโตช้าลง → เพื่อให้หนี้มีคุณภาพดีขึ้น → ลดภาระ ECL → กำไรดีขึ้น
สำหรับธุรกิจสินเชื่อ ถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดี เพราะการเร่งยอดสินเชื่อโดยแลกกับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้กำไรในอนาคตถูกกดดันหนักกว่าเดิม
🚀 4. เครื่องยนต์การเติบโตที่น่าสนใจ
หนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุน 2Q/2569 คือ ยอดขายเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้น จากสภาพอากาศร้อน ซึ่งช่วยกระตุ้นทั้งยอดขายสินค้าและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ
นอกจากนี้บริษัทกำลังเดินหน้าสู่ Digital Lending
STARM มีแผนยกระดับการให้บริการสินเชื่อเป็นระบบดิจิทัลมากขึ้นภายในปี 2571 ผ่าน Web Service และ Mobile Application รวมถึงนำ AI, Auto-Approve และ Cloud Computing มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาสินเชื่อและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่
หากทำได้ตามแผน จุดนี้อาจกลายเป็นตัวเร่งการเติบโตระยะกลาง เพราะช่วยลดข้อจำกัดของโมเดลสินเชื่อแบบดั้งเดิม
🏦 5. ฐานะการเงิน
ข้อมูลบริษัท ณ สิ้นปี 2568 มี
สินทรัพย์รวม 2,793.94 ล้านบาท
หนี้สินรวม 1,592.79 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,201.14 ล้านบาท
และ ณ 1Q/2569 สินทรัพย์เพิ่มเป็น 2,807.25 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินลดเหลือ 1,581.00 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 1,226.25 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าฐานทุนยังค่อนข้างแข็งแรงเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจ
📈 6. มุมมองด้าน Valuation
ราคาปัจจุบันประมาณ 0.98 บาท
SET ระบุข้อมูล ณ 20 ส.ค. 2569 ว่า
Market Cap ประมาณ 1,078 ล้านบาท
P/E ประมาณ 11.86 เท่า
P/BV ประมาณ 0.90 เท่า
52-week High/Low = 1.08 / 0.72 บาท
จุดที่น่าสนใจ
P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า ถือเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับหุ้นกลุ่มการเงิน หากบริษัทสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์และ ROE ให้ดีขึ้นได้
ขณะที่ P/E ประมาณ 11.9 เท่า ไม่ได้ถือว่าถูกมาก แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่แพงเมื่อเทียบกับหุ้นการเงินที่มีกำไรเติบโต
ดังนั้น STARM จะน่าสนใจมากขึ้น หากตลาดเริ่มให้ Premium กับการที่ กำไรโต + คุณภาพหนี้ดีขึ้น + Digital Lending เริ่มเห็นผล
⚠️ 7. ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

ความเสี่ยงจากการเร่ง Digital
การลงทุน AI, Cloud และระบบ Digital Lending มีโอกาสสร้างการเติบโต แต่ก็ต้องใช้เงินลงทุนและต้องพิสูจน์ว่าสามารถสร้างสินเชื่อใหม่ที่มีคุณภาพได้จริง
🎯 8. มุมมองผมต่อ STARM
ผมมอง STARM เป็นหุ้นลักษณะ
“หุ้นเล็กที่กำลังเปลี่ยนจากการเน้นโตด้วยสินเชื่อ → มาเป็นโตด้วยคุณภาพพอร์ต”
จุดแข็งตอนนี้ไม่ใช่รายได้ที่โตแรง แต่คือ กำไรโตสวนทางรายได้ที่ลดลง และ ECL ที่ลดลงจากการบริหารพอร์ตอย่างระมัดระวัง
🟢 จุดเด่น
กำไร 6M/69 โต 11.94%
Q2 กำไรโต 26.91% QoQ
คุณภาพพอร์ตดีขึ้น
ECL ลดลง
P/BV ประมาณ 0.90 เท่า
มีโอกาสจาก Digital Lending / AI
ยอดขายเครื่องปรับอากาศช่วยกระตุ้นธุรกิจ
🔴 จุดอ่อน
รายได้ 6M ลดลง
ขนาด Market Cap ค่อนข้างเล็ก
สภาพคล่องการซื้อขายหุ้นค่อนข้างต่ำ
ยังต้องพิสูจน์การเติบโตของสินเชื่อดิจิทัล
ธุรกิจมีความอ่อนไหวต่อคุณภาพลูกหนี้
🔥 สรุปแบบนักลงทุน
STARM ไม่ใช่หุ้นที่เด่นจาก “รายได้โตแรง” ในตอนนี้ แต่เริ่มโดดเด่นจาก “กำไรโต + คุมคุณภาพหนี้”
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ 3 ตัวแปรสำคัญ
① กำไรสุทธิ → ต้องรักษาการเติบโต
② ECL/NPL → ต้องไม่กลับมาเร่งตัว
③ พอร์ตสินเชื่อ → ต้องกลับมาเติบโตโดยไม่แลกกับคุณภาพหนี้
ถ้า 3 เรื่องนี้เดินไปพร้อมกัน STARM มีโอกาสถูก Re-rating จากหุ้นการเงินขนาดเล็กที่ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า ไปสู่หุ้นที่ตลาดให้มูลค่าสูงขึ้นได้
ในเชิงราคา 0.72–1.08 บาท คือกรอบ 52 สัปดาห์ล่าสุดที่ควรจับตา โดยราคาปัจจุบัน 0.98 บาทอยู่ค่อนข้างใกล้ด้านบนของกรอบแล้ว ดังนั้นสำหรับสายเทคนิค การผ่าน 1.00–1.08 บาทพร้อมวอลุ่มที่ชัดเจน จะน่าสนใจกว่าการไล่ซื้อในช่วงที่วอลุ่มยังบาง
บทสรุป: STARM = “กำไรฟื้น คุณภาพหนี้ดีขึ้น แต่ต้องรอการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเป็นตัวพิสูจน์รอบใหม่”

คุณภาพลูกหนี้
นี่คือความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
แม้ ECL ลดลง แต่ธุรกิจสินเชื่อยังเผชิญความเสี่ยงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคและความสามารถในการชำระหนี้

การเติบโตของรายได้ยังไม่แรง
6M/2569 รายได้รวมลดลง 7.50% YoY ดังนั้นกำไรที่โตในตอนนี้มาจากการบริหารต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์เป็นหลัก ไม่ใช่การขยายรายได้แบบเร่งตัว

การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ
ตลาดสินเชื่อมีการแข่งขันสูง ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และแพลตฟอร์มดิจิทัล


Disclaimer

ใส่ความเห็น