ONE REPORT ANALYSIS WOMEN

วิเคราะห์ หุ้น SPACK บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SPACK บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น SPACK บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SPACK อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บรรจุภัณฑ์ (Packaging) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)




**** ไม่มีข้อมูล ****

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของ S. Pack & Print Public Company Limited หรือ บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษและงานพิมพ์ โดยสามารถแบ่งได้ดังนี้
1) ที่ดิน
ที่ดินสำหรับตั้งโรงงานผลิตหลัก
ตั้งอยู่ที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ขนาดประมาณ 15 ไร่ 3 งาน 24.6 ตารางวา
ใช้เป็นพื้นที่โรงงาน คลังสินค้า และสำนักงาน
2) อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
อาคารโรงงานผลิต
อาคารสำนักงาน
คลังเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
ระบบสาธารณูปโภคภายในโรงงาน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ
ทรัพย์สินส่วนนี้รองรับกระบวนการผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกและบรรจุภัณฑ์พิมพ์ต่าง ๆ
3) เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
สินทรัพย์หลักของ SPACK อยู่ในส่วนนี้ เนื่องจากเป็นธุรกิจการผลิตโดยตรง เช่น
เครื่องผลิตกระดาษลูกฟูก
เครื่องพิมพ์ออฟเซ็ท
เครื่องตัดกระดาษ
เครื่องไดคัท (Die-cut)
เครื่องพับและติดกาว
เครื่องบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ
เครื่องจักรเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้ของบริษัท
4) ยานพาหนะ
รถขนส่งสินค้า
รถโฟล์คลิฟท์
รถสำหรับงานโลจิสติกส์ภายในโรงงาน
ใช้สำหรับขนส่งวัตถุดิบและจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า
5) อุปกรณ์สำนักงานและระบบ IT
คอมพิวเตอร์
เซิร์ฟเวอร์
ระบบบัญชี / ERP
อุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ
ช่วยสนับสนุนงานบริหาร การขาย และการควบคุมการผลิต
6) สินทรัพย์หมุนเวียนที่สำคัญ
แม้ไม่ใช่สินทรัพย์ถาวร แต่มีความสำคัญต่อธุรกิจมาก เช่น
วัตถุดิบ (กระดาษ)
สินค้าคงคลัง
ลูกหนี้การค้า
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
สรุป
ทรัพย์สินของ SPACK เน้นไปที่ โรงงาน + เครื่องจักรการผลิต + สินค้าคงคลัง เป็นหลัก เพราะบริษัทดำเนินธุรกิจด้าน ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษและงานพิมพ์ ทำให้สินทรัพย์เหล่านี้เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้และความสามารถในการแข่งขันของบริษัทโดยตรง


กลุ่มบริษัทในเครือของหุ้น SPACK — S. Pack & Print Public Company Limited หรือ บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างกลุ่มบริษัทค่อนข้างเรียบง่าย โดยประกอบด้วยบริษัทแม่และบริษัทย่อยหลัก ดังนี้
1) บริษัทแม่
S. Pack & Print Public Company Limited
ดำเนินธุรกิจหลักด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก กล่องกระดาษ และงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม เช่น อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภค
2) บริษัทย่อย
บริษัท สหกิจบรรจุภัณฑ์ จำกัด
SPACK ถือหุ้น 100%
ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์กระดาษเช่นกัน
เป็นบริษัทย่อยหลักของกลุ่ม
3) กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ / เครือธุรกิจหลัก
SPACK เป็นส่วนหนึ่งของเครือ Oji Holdings Corporation ซึ่งเป็นบริษัทกระดาษและบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของญี่ปุ่น
Oji Holdings Corporation ถือหุ้นใน SPACK 75.72%
ทำให้ SPACK อยู่ภายใต้เครือธุรกิจบรรจุภัณฑ์ระดับโลกของ Oji Group
สรุปโครงสร้างกลุ่มบริษัท
Oji Holdings Corporation (Japan)
⬇ 75.72%
SPACK (บริษัทแม่)
⬇ 100%
บริษัท สหกิจบรรจุภัณฑ์ จำกัด (บริษัทย่อย)
จุดเด่นของโครงสร้างนี้คือ SPACK ได้รับทั้ง เทคโนโลยี, มาตรฐานการผลิต, และ เครือข่ายลูกค้าระดับสากล จากกลุ่ม Oji ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษอย่างมาก



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจหุ้น SPACK หรือ บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) สามารถแบ่งได้เป็นความเสี่ยงหลัก ๆ ดังนี้
1) ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบผันผวน
SPACK ดำเนินธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกและงานพิมพ์ ซึ่งต้องใช้เม็ดพลาสติก, ฟิล์ม, หมึกพิมพ์ และวัสดุบรรจุภัณฑ์เป็นต้นทุนหลัก
หากราคาน้ำมันหรือราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นทันที และอาจกดดันอัตรากำไรของบริษัทได้
2) ความเสี่ยงจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
การแข่งขันด้านราคาอาจทำให้บริษัทต้องลดราคาสินค้าเพื่อรักษาฐานลูกค้า ส่งผลต่อรายได้และกำไรในระยะยาว
3) ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่
หากบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้ารายใหญ่หรือกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งสูง
การสูญเสียลูกค้ารายสำคัญ หรือคำสั่งซื้อลดลง อาจกระทบต่อยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ
4) ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาคการผลิตและการบริโภค
หากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้ออ่อนแอ หรือภาคอุตสาหกรรมผลิตลดลง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ก็อาจลดลงตามไปด้วย
5) ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง
โรงงานผลิตต้องใช้ไฟฟ้าและพลังงานจำนวนมาก
หากค่าไฟ ค่าน้ำมัน หรือค่าขนส่งเพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานโดยตรง
6) ความเสี่ยงจากเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของตลาด
ตลาดบรรจุภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว โดยเฉพาะแนวโน้ม Packaging ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หาก SPACK ปรับตัวไม่ทัน อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในอนาคต
7) ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ
ธุรกิจพลาสติกมีความเสี่ยงจากกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
เช่น มาตรการลดการใช้พลาสติก หรือข้อกำหนดด้าน ESG ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนในการปรับตัวของบริษัท
8) ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
หากบริษัทมีการนำเข้าวัตถุดิบหรือส่งออกสินค้า ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลต่อกำไรสุทธิได้
สรุปความเสี่ยง SPACK
SPACK เป็นหุ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงหลักจาก
ต้นทุนวัตถุดิบ
การแข่งขันสูง
ภาวะเศรษฐกิจ
เทรนด์ ESG / Green Packaging
ดังนั้น นักลงทุนควรติดตาม ต้นทุนการผลิต, อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin), และการเติบโตของคำสั่งซื้อ อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลประกอบการของ SPACK ในอนาคต.


ข้อมูล ณ วันที่ 17 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญของหุ้น SPACK — S. Pack & Print Public Company Limited หรือ บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) สามารถสรุปได้ดังนี้
1) เริ่มต้นธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ (ปี 2537)
SPACK ก่อตั้งเมื่อปี 2537 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก กล่องกระดาษ และงานพิมพ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยฐานการผลิตหลักอยู่ที่จังหวัดสงขลา
2) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET (ปี 2547)
SPACK เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 30 มีนาคม 2547 ช่วยเพิ่มศักยภาพในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจและเพิ่มกำลังการผลิต
3) ขยายกำลังการผลิตและฐานลูกค้า
บริษัทเน้นลงทุนในเครื่องจักรการผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกและเทคโนโลยีการพิมพ์ เพื่อรองรับลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น
อาหารและเครื่องดื่ม
สินค้าอุปโภคบริโภค
อุตสาหกรรมทั่วไป
ส่งผลให้รายได้มีความหลากหลายมากขึ้น
4) การเข้าถือหุ้นโดย OJI Holdings
จุดเปลี่ยนสำคัญของ SPACK คือการมี Oji Holdings Corporation กลุ่มธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์รายใหญ่จากญี่ปุ่น เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ปัจจุบันถือหุ้นประมาณ 75.72%
สิ่งนี้ช่วยเสริมทั้งด้าน:
เทคโนโลยีการผลิต
มาตรฐานคุณภาพ
เครือข่ายลูกค้าระดับสากล
5) เดินหน้าสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง
บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น
บรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก
กล่องพิมพ์คุณภาพสูง
บรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้าน Branding
เพื่อเพิ่ม Margin และลดการแข่งขันด้านราคา
6) มุ่งสู่ความยั่งยืน (Sustainability)
SPACK ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมากขึ้น เช่น
การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ลดของเสียจากกระบวนการผลิต
เพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน
ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้ม ESG ของตลาดทุน
7) แนวโน้มปัจจุบัน
SPACK อยู่ในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ได้อานิสงส์จาก:
การเติบโตของ E-commerce
ความต้องการ Packaging เพิ่มขึ้น
ภาคการผลิตและโลจิสติกส์ฟื้นตัว
จุดที่นักลงทุนควรติดตาม:
ต้นทุนกระดาษ
Margin การผลิต
การเติบโตของคำสั่งซื้อในประเทศและต่างประเทศ
โดยรวม SPACK ถือเป็นหุ้น Packaging ขนาดเล็ก ที่มีจุดแข็งด้านฐานลูกค้าเดิม และมีผู้ถือหุ้นใหญ่จากญี่ปุ่นช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว.




หน่วย: ล้านบาท





วิเคราะห์หุ้น SPACK — บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน)
SPACK ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย บรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก, กล่องกระดาษ, งานพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์เพื่ออุตสาหกรรม โดยลูกค้าหลักอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และอุตสาหกรรมทั่วไป ถือเป็นหุ้นขนาดเล็กในกลุ่ม Packaging ของตลาด SET
จุดแข็งของ SPACK
✅ ธุรกิจจำเป็นต่อภาคการผลิต
บรรจุภัณฑ์เป็นสินค้าที่มีความต้องการต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจชะลอ ความต้องการยังไม่หายไปทั้งหมด
✅ รายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ
ธุรกิจกล่องกระดาษมีฐานลูกค้าประจำ ทำให้รายได้ไม่ผันผวนเท่าหุ้นวัฏจักรบางกลุ่ม
✅ ได้ประโยชน์จาก E-commerce และ Logistics
การเติบโตของธุรกิจขนส่งและออนไลน์ช่วยหนุนความต้องการบรรจุภัณฑ์
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
⚠️ ต้นทุนกระดาษและวัตถุดิบผันผวน
หากราคากระดาษปรับขึ้นแรง อาจกดดัน Margin
⚠️ การแข่งขันสูง
ธุรกิจ Packaging มีผู้เล่นจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันด้านราคาค่อนข้างรุนแรง
⚠️ สภาพคล่องการซื้อขายต่ำ
SPACK เป็นหุ้นขนาดเล็ก ปริมาณซื้อขายบางวันเบาบาง นักลงทุนต้องระวังเรื่องสภาพคล่อง
มุมมองด้านการเงิน
รายได้อยู่ในระดับทรงตัว
กำไรขึ้นอยู่กับการควบคุมต้นทุนเป็นหลัก
หากบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ดี มีโอกาสเห็น Margin ฟื้นตัว
หุ้นนี้ไม่ได้เป็นหุ้น Growth สูง
แต่เหมาะกับสาย Value / Defensive ขนาดเล็ก มากกว่า
วิเคราะห์เชิงเทคนิค
แนวรับสำคัญ: 1.40 – 1.45 บาท
แนวต้านสำคัญ: 1.55 – 1.65 บาท
หากทะลุ 1.65 บาท พร้อม Volume มีลุ้นเกิด Momentum ขาขึ้นรอบใหม่
หากหลุด 1.40 บาท ต้องระวังแรงขายเพิ่ม
มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น: เน้นเก็งกำไรตาม Volume
ระยะกลาง: รอดูผลประกอบการฟื้นตัว
ระยะยาว: เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงหุ้นเล็กได้
สรุป
SPACK เป็นหุ้นบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กที่มีพื้นฐานธุรกิจค่อนข้างมั่นคง แต่ Upside อาจไม่หวือหวา จุดน่าสนใจคือการฟื้นตัวของกำไรและต้นทุนวัตถุดิบ
คำแนะนำ:
นักลงทุนสายปลอดภัย → รอดูงบก่อน
นักลงทุนสายเก็งกำไร → จับตา Volume และแนวต้านสำคัญ 1.55–1.65 บาท
หุ้นนี้เด่นเรื่อง “ความนิ่งของธุรกิจ” มากกว่า “การเติบโตแบบก้าวกระโดด”.


SPACK — หุ้นเล็กที่ “นิ่ง แต่ไม่ธรรมดา” ในสาย Packaging ที่ตลาดกำลังมองข้าม!
ตลาดผันผวน…แต่ “ของจำเป็น” ยังต้องใช้ตลอดเวลา 📦
และนี่คือเหตุผลที่ SPACK — บริษัท เอส. แพ็ค แอนด์ พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) ยังคงอยู่ในเรดาร์ของสายเทรดและสาย VI
📦 SPACK คือใคร?
ผู้ผลิต “บรรจุภัณฑ์ตัวจริง” ทั้งกล่องกระดาษลูกฟูก งานพิมพ์ และแพ็กเกจจิ้งอุตสาหกรรม
ลูกค้าครอบคลุม FMCG – อาหาร – โรงงานอุตสาหกรรม
👉 ธุรกิจพื้นฐานง่าย แต่ “ขาดไม่ได้” ในห่วงโซ่เศรษฐกิจ
💡 จุดที่ตลาดเริ่มหันกลับมามอง
✅ ดีมานด์บรรจุภัณฑ์ “ไม่เคยหาย” แม้เศรษฐกิจชะลอ
✅ ได้แรงหนุนจาก E-commerce & Logistics ที่ยังโตต่อเนื่อง
✅ ฐานลูกค้าประจำ ทำให้รายได้ค่อนข้าง “นิ่ง” กว่าหุ้นวัฏจักร
📊 เกมนี้อยู่ที่ “ต้นทุน”
กำไรไม่ได้วัดที่ยอดขายอย่างเดียว…
แต่ขึ้นอยู่กับ “คุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดีแค่ไหน”
👉 ถ้าคุมได้ = Margin มีโอกาสฟื้นแบบเงียบ ๆ แต่ชัดเจน
📈 โซนเทคนิคที่ต้องจับตา (สายเทรดห้ามพลาด)
🔻 แนวรับ: 1.40 – 1.45 บาท (โซนกันร่วงสำคัญ)
🔺 แนวต้าน: 1.55 – 1.65 บาท (ด่านชี้ชะตา)
💥 ถ้าทะลุ 1.65 บาท + Volume เข้า
มีลุ้น “รอบโมเมนตัมใหม่” แบบไม่เงียบอีกต่อไป
⚠️ แต่ถ้าหลุด 1.40 บาท ต้องระวังแรงขายกดรอบเพิ่ม
🎯 มุมมองการเล่น
⚡ สายเก็งกำไร: เล่นตาม Volume + จับจังหวะ Breakout
📊 สาย VI: รอดูงบ + การฟื้นตัวของ Margin
🧠 สายระยะยาว: เหมาะกับคนชอบหุ้นนิ่ง ๆ ธุรกิจจำเป็น
🔥 สรุปสั้นแบบนักเทรด
SPACK ไม่ใช่หุ้นโตแรง…
แต่เป็น “หุ้นธุรกิจนิ่ง ที่รอจังหวะรีเรทมูลค่า”
👉 เด่นที่ความเสถียร
👉 ลุ้นที่การฟื้นกำไรแบบค่อยเป็นค่อยไป
👉 จุดสำคัญอยู่ที่ “Volume + แนวต้าน 1.65”
📌 หุ้นแบบนี้…
“ไม่หวือหวา แต่ถ้าขยับ = มีนัยสำคัญ”


Disclaimer

ใส่ความเห็น