วิเคราะห์ หุ้น TPIPL บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TPIPL บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น TPIPL บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) TPIPL อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ วัสดุก่อสร้าง (Construction Materials) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
–0.03บาท15 พ.ค. 2569เงินปันผล
–0.03บาท16 พ.ค. 2568เงินปันผล
–0.02บาท24 ก.ย. 2567เงินปันผล
–0.07บาท16 พ.ค. 2567เงินปันผล
–0.03บาท29 ก.ย. 2566เงินปันผล
–0.07บาท18 พ.ค. 2566เงินปันผล
–0.03บาท22 ธ.ค. 2565เงินปันผล
–0.06บาท17 พ.ค. 2565เงินปันผล
–0.03บาท28 ต.ค. 2564เงินปันผล
–0.03บาท10 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น TPIPL
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) มีฐานทรัพย์สินขนาดใหญ่รองรับธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่วัตถุดิบ โรงงานผลิต ปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี ไปจนถึงธุรกิจพลังงานและระบบกระจายสินค้า โดยข้อมูลปี 2568 บริษัทมี สินทรัพย์รวมประมาณ 162,650 ล้านบาท

  1. ที่ดินและพื้นที่โรงงาน
    ทรัพย์สินสำคัญของ TPIPL คือพื้นที่โรงงานและพื้นที่สำหรับรองรับกระบวนการผลิต โดยเฉพาะ จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง
    จุดเด่นคือ โรงงานปูนซีเมนต์ตั้งอยู่ติดกับเหมืองหินปูนของบริษัท ช่วยลดระยะทางในการขนส่งวัตถุดิบและสนับสนุนประสิทธิภาพด้านต้นทุนการผลิต
  2. โรงงานปูนซีเมนต์
    บริษัทมี โรงงานปูนซีเมนต์ 4 สายการผลิต ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 13.5 ล้านตันต่อปี ถือเป็นทรัพย์สินหลักของธุรกิจวัสดุก่อสร้างของ TPIPL
    โรงงานดังกล่าวประกอบด้วยเครื่องจักรและระบบการผลิตปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้หลักให้กับกลุ่มบริษัท
  3. เหมืองหินปูนและแหล่งวัตถุดิบ
    TPIPL มีพื้นที่เหมืองหินปูนที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตปูนซีเมนต์ โดยโรงงานปูนซีเมนต์ตั้งอยู่ใกล้กับเหมือง ช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งวัตถุดิบและทำให้ห่วงโซ่การผลิตมีความครบวงจรมากขึ้น
  4. โรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ
    บริษัทมีเครือข่าย โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จ 67 แห่ง ครอบคลุมกรุงเทพฯ และพื้นที่สำคัญ เช่น มหาชัย อยุธยา ระยอง มาบตาพุด พัทยา ศรีราชา บ่อวิน และอุดรธานี
    เครือข่ายดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถกระจายสินค้าและให้บริการลูกค้าโครงการก่อสร้างได้ในหลายพื้นที่
  5. โรงงานกระเบื้องคอนกรีตและไฟเบอร์ซีเมนต์
    TPIPL มีโรงงานผลิต กระเบื้องคอนกรีตและผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ในจังหวัดสระบุรี รองรับธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่ต่อยอดจากธุรกิจปูนซีเมนต์
  6. โรงงานผลิตเม็ดพลาสติก LDPE/EVA
    บริษัทมีสินทรัพย์ด้านปิโตรเคมี โดยมี โรงงานผลิต LDPE/EVA ในจังหวัดระยอง รองรับธุรกิจเม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ของกลุ่มบริษัท
    บริษัทมีแนวทางเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ Specialty Polymer ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าเม็ดพลาสติกพื้นฐาน
  7. โรงไฟฟ้าและสินทรัพย์ด้านพลังงาน
    ธุรกิจพลังงานถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินทรัพย์สำคัญของ TPIPL ผ่านบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด ซึ่ง TPIPL ถือหุ้น 99.99%
    ปัจจุบันมี โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง 2 โรง กำลังการผลิตโรงละ 20 เมกะวัตต์ รวม 40 เมกะวัตต์ โดยผลิตไฟฟ้าจากความร้อนทิ้งในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์เพื่อใช้กับโรงงานของบริษัท
  8. โรงงานผลิตเชื้อเพลิง RDF
    อีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจคือ โรงงานแปรรูปขยะเป็นเชื้อเพลิงทดแทน หรือ RDF Plant ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณโรงงานปูนซีเมนต์ จังหวัดสระบุรี โดยมีมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 1,200 ล้านบาท และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2554
    RDF สามารถนำมาใช้ทดแทนถ่านหินในระบบพลังงาน ช่วยเชื่อมโยงธุรกิจ ปูนซีเมนต์ + พลังงาน + การจัดการขยะ เข้าไว้ด้วยกัน
  9. คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า
    TPIPL มี ศูนย์กระจายสินค้าหลัก 3 แห่ง ในจังหวัดปทุมธานี อุดรธานี และฉะเชิงเทรา รวมถึง คลังสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรองรับการจัดเก็บและกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
  10. อาคารสำนักงานใหญ่และสำนักงาน
    สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่ อาคารทีพีไอ ทาวเวอร์ ถนนจันทน์ตัดใหม่ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์สินและสถานที่สำหรับบริหารจัดการธุรกิจของกลุ่มบริษัท

🔎 สรุปมุมมองสินทรัพย์ TPIPL
จุดเด่นของ TPIPL คือการมี Asset Base ขนาดใหญ่และครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ เหมืองหินปูน → โรงงานปูนซีเมนต์ → คอนกรีต → วัสดุก่อสร้าง → ปิโตรเคมี → โรงไฟฟ้า → RDF ทำให้บริษัทไม่ได้พึ่งพารายได้จากธุรกิจเดียว
โดยเฉพาะการมีโรงงานปูนซีเมนต์อยู่ใกล้เหมืองหินปูน และการนำ ความร้อนทิ้ง + RDF มาใช้ผลิตพลังงาน เป็นโครงสร้างสินทรัพย์ที่ช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพด้านต้นทุนของกลุ่มบริษัท
สำหรับมุมมองนักลงทุน: TPIPL จึงมีลักษณะเป็นหุ้นที่มี สินทรัพย์จริงขนาดใหญ่ (Asset-Heavy Business) และมีฐานทรัพย์สินหลายกลุ่ม ทั้งวัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และพลังงาน ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจเมื่อต้องประเมินมูลค่าทรัพย์สินและศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทในระยะยาว.


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น TPIPL
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
กลุ่ม TPIPL มีโครงสร้างธุรกิจที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจปูนซีเมนต์ แต่ขยายไปสู่ พลังงาน วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ เกษตร และการจัดการกากอุตสาหกรรม โดยบริษัทระบุว่าธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องดำเนินการผ่านบริษัทในเครือหลายแห่ง
บริษัทและธุรกิจสำคัญในกลุ่ม TPIPL

  1. บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP
    เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเป็นบริษัทย่อยที่ TPIPL ถือหุ้น โดยดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากขยะและเชื้อเพลิงทดแทน ถือเป็นธุรกิจสำคัญที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มพลังงานให้กับ TPIPL
  2. กลุ่มธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จ
    ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ รองรับงานก่อสร้างทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดสำคัญ โดย TPIPL มีเครือข่ายหน่วยผลิตคอนกรีตจำนวนมาก
  3. กลุ่มธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า
    นอกจาก TPIPP แล้ว กลุ่ม TPIPL ยังมีธุรกิจพลังงานที่เชื่อมโยงกับการใช้เชื้อเพลิงทดแทนและการบริหารจัดการของเสีย สอดคล้องกับแนวทางการเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหลือใช้และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
  4. กลุ่มธุรกิจ Solar Film / วัสดุสำหรับพลังงานแสงอาทิตย์
    เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยต่อยอดจากฐานธุรกิจวัสดุและเคมีภัณฑ์ของกลุ่มบริษัท
  5. กลุ่มธุรกิจกาวและเคมีภัณฑ์
    ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อย่าง VAE Adhesive และ RDP ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เป็นอีกธุรกิจที่ช่วยให้กลุ่ม TPIPL มีรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มมากกว่าปูนซีเมนต์เพียงอย่างเดียว
  6. กลุ่มธุรกิจปุ๋ยชีวอินทรีย์
    ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ TPI เชื่อมโยงกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์
  7. กลุ่มธุรกิจแอมโมเนียมไนเตรทและกรดไนตริก
    เป็นธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและการใช้ประโยชน์ในภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มความหลากหลายให้กับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม TPIPL
  8. กลุ่มธุรกิจจัดการกากอุตสาหกรรม
    เป็นธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับโรงงานปูนซีเมนต์และโรงไฟฟ้า โดยสามารถนำกากอุตสาหกรรมบางประเภทมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบทดแทน ช่วยสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจในกลุ่ม

ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ
TPIPL จึงมีลักษณะเป็นกลุ่มธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่
ปูนซีเมนต์ → คอนกรีต → วัสดุก่อสร้าง → เคมีภัณฑ์ → การจัดการกากอุตสาหกรรม → พลังงาน → พลังงานทดแทน
จุดเด่นคือการเชื่อมโยงธุรกิจหลายส่วนเข้าด้วยกัน เช่น การนำของเสียมาเป็นเชื้อเพลิง การผลิตพลังงานจากขยะ และการต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีไปยังอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทระบุไว้ในโครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม
สรุปสำหรับนักลงทุน: TPIPL ไม่ใช่เพียงหุ้นปูนซีเมนต์ แต่เป็น “หุ้นวัสดุก่อสร้าง + พลังงาน + เคมีภัณฑ์ + Waste-to-Energy” โดยมี TPIPP เป็นบริษัทลูกที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างกลุ่มและการกระจายธุรกิจไปสู่พลังงานสะอาด



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น TPIPL
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
ทีพีไอ โพลีน หรือ TPIPL มีธุรกิจหลักทั้งปูนซีเมนต์ ปูนสำเร็จรูป พลาสติก และธุรกิจไฟฟ้าผ่าน TPIPP ทำให้มีการกระจายธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญความเสี่ยงจากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ภาวะก่อสร้าง และการแข่งขันด้านราคา

  1. ความเสี่ยงจากวัฏจักรธุรกิจปูนซีเมนต์
    ความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ และภาคอสังหาริมทรัพย์ หากเศรษฐกิจชะลอตัวหรือโครงการก่อสร้างลดลง อาจกดดันทั้ง ปริมาณขายและราคาขาย ของบริษัท
  2. ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา
    ธุรกิจปูนซีเมนต์มีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการอาจใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้ อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดัน โดยเฉพาะในช่วงที่อุปสงค์ในประเทศไม่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ TRIS เคยระบุว่าจุดอ่อนของธุรกิจปูนซีเมนต์อยู่ที่การแข่งขันด้านราคาและลักษณะธุรกิจที่เป็นวัฏจักร
  3. ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและเชื้อเพลิง
    การผลิตปูนซีเมนต์เป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง ต้นทุนถ่านหินและเชื้อเพลิงจึงมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร หากราคาพลังงานปรับขึ้นเร็วกว่าราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่อ Margin
  4. ความเสี่ยงจากการลงทุนขนาดใหญ่
    ธุรกิจปูนซีเมนต์ โรงไฟฟ้า และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต้องใช้เงินลงทุนสูง หากโครงการใหม่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมาย หรือเกิดต้นทุนก่อสร้างและต้นทุนทางการเงินสูงกว่าคาด อาจกระทบกระแสเงินสดและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น
  5. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
    อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง บริษัทจึงต้องลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ถ่านหิน และเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงจากขยะ รวมถึงพลังงานหมุนเวียน บริษัทตั้งเป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2043 ขณะที่ TPIPP ตั้งเป้าหมายปี 2037 ดังนั้นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจึงเป็นทั้ง โอกาสและต้นทุนที่ต้องบริหาร
  6. ความเสี่ยงจากกฎระเบียบและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
    โรงงานผลิตปูนซีเมนต์และโรงไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด หากกฎเกณฑ์เกี่ยวกับมลพิษ ฝุ่น การปล่อยคาร์บอน หรือการจัดการของเสียเข้มงวดขึ้น บริษัทอาจต้องเพิ่มเงินลงทุนเพื่อปรับปรุงระบบการผลิต
  7. ความเสี่ยงจากธุรกิจที่หลากหลาย
    TPIPL มีธุรกิจมากกว่าปูนซีเมนต์ เช่น พลาสติกและไฟฟ้า รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทำให้ผลประกอบการอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายด้านพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าไฟ ต้นทุนพลังงาน หรือภาวะอุตสาหกรรมแต่ละประเภท
  8. ความเสี่ยงจากธุรกิจพลาสติกและปิโตรเคมี
    ธุรกิจ LDPE/EVA มีความสัมพันธ์กับราคาวัตถุดิบและวัฏจักรปิโตรเคมี หากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวลงเร็วกว่าต้นทุนวัตถุดิบ อาจทำให้ส่วนต่างกำไรลดลง และส่งผลต่อผลประกอบการของกลุ่ม
  9. ความเสี่ยงจากภาระทางการเงิน
    เนื่องจากธุรกิจมีลักษณะ Capital Intensive และมีการลงทุนในสินทรัพย์ขนาดใหญ่ นักลงทุนควรติดตามระดับหนี้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และต้นทุนทางการเงินอย่างใกล้ชิด เพราะหากดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจเพิ่มภาระทางการเงินของบริษัท
  10. ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลประกอบการ
    ผลกำไรของ TPIPL อาจไม่ได้เคลื่อนไหวตามรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ ราคาขายสินค้า + ต้นทุนพลังงาน + Margin ของแต่ละธุรกิจ + ผลประกอบการบริษัทย่อย/บริษัทร่วม ทำให้กำไรสุทธิอาจมีความผันผวนตามวัฏจักรของแต่ละธุรกิจ

สรุปสำหรับนักลงทุน:
TPIPL มีจุดแข็งจากการมีธุรกิจครบวงจรและการกระจายไปสู่ธุรกิจพลังงาน แต่ความเสี่ยงหลักที่ควรจับตาคือ “วัฏจักรปูนซีเมนต์ + การแข่งขันด้านราคา + ต้นทุนพลังงาน + เงินลงทุนสูง + กฎระเบียบสิ่งแวดล้อม + ความผันผวนของธุรกิจปิโตรเคมี” โดยเฉพาะการรักษา Margin และกระแสเงินสดในช่วงที่ต้นทุนพลังงานหรือความต้องการวัสดุก่อสร้างเปลี่ยนแปลงเร็ว
ข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่างบการเงินที่เผยแพร่ล่าสุดของ TPIPL คือ ไตรมาส 2/2569 ดังนั้นการประเมินความเสี่ยงควรพิจารณาควบคู่กับงบล่าสุดและ MD&A ของบริษัทด้วย


ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2568



พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น TPIPL
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
ทีพีไอ โพลีน หรือ TPIPL ก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2530 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 โดยพัฒนาจากธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง สู่กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลาย ครอบคลุม ปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี พลังงาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
🔹 พัฒนาการสำคัญของ TPIPL

  1. จากผู้ผลิตปูนซีเมนต์ สู่กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมครบวงจร
    TPIPL ขยายธุรกิจจากฐานธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างไปสู่ธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้บริษัทมีแหล่งรายได้จากหลายอุตสาหกรรม และสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันภายในกลุ่ม
  2. ขยายธุรกิจพลังงานผ่าน TPIPP
    หนึ่งในพัฒนาการสำคัญคือการสร้างธุรกิจพลังงานจากเชื้อเพลิงขยะและพลังงานความร้อนเหลือทิ้ง ผ่าน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ซึ่งโรงไฟฟ้าหลักตั้งอยู่ในจังหวัดสระบุรี และประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจาก Waste Heat Recovery และ RDF
  3. เดินหน้าสู่ธุรกิจ Green Energy และ Circular Economy
    บริษัทให้ความสำคัญกับการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ โดยในปี 2566 โรงปูนของ TPIPL ใช้เชื้อเพลิงจากขยะทดแทนถ่านหินประมาณ 14% ของเชื้อเพลิงทั้งหมด และมีการนำหินคลุกที่เหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่ประมาณ 597,564 ตัน
  4. พัฒนาผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ
    TPIPL เดินหน้าพัฒนา Green Products และเทคโนโลยีการผลิตปูนไฮดรอลิก เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน โดยในปี 2566 การพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 0.272 ล้านตัน CO₂e
  5. ลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
    บริษัทดำเนินโครงการ Prepol-SC ซึ่งเป็นการติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมในส่วนเตาเผาปูนซีเมนต์ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานความร้อน และเพิ่มความสามารถในการนำขยะมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนถ่านหินได้สูงถึง 25%
  6. เปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการขนส่งภายในเหมือง
    TPIPL มีโครงการนำ รถบรรทุกหินพลังงานไฟฟ้าขนาด 60 ตัน จำนวน 41 คัน และรถตักล้อยางพลังงานไฟฟ้า 4 คันมาใช้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดก๊าซเรือนกระจก และลดฝุ่น PM2.5
  7. เดินหน้ากลยุทธ์ด้าน ESG และ Carbon Neutrality
    บริษัทกำหนดทิศทางการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมเป้าหมายระยะยาวในการมุ่งสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2586 (2043) และพัฒนากระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  8. ได้รับการยอมรับด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในระดับสากล
    ในปี 2568 TPIPL และ TPIPP เข้าร่วมโครงการ Energy Beyond Standards 2025 ของกระทรวงพลังงาน และ TPIPL ได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมสีเขียวและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รวมถึง 3G Excellence Award for Green Innovation and Solutions 2025
  9. รักษาความแข็งแกร่งด้านเครดิต
    TPIPL ได้รับการจัดอันดับเครดิตจาก TRIS Rating ในระดับ A- แนวโน้ม Stable และมีการเผยแพร่รายงานเครดิตล่าสุดในปี 2569 สะท้อนถึงการติดตามฐานะทางการเงินและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

🔥 สรุปมุมมองพัฒนาการ TPIPL
TPIPL ไม่ได้เป็นเพียงหุ้นปูนซีเมนต์ แต่กำลังพัฒนาตัวเองเป็น “กลุ่มอุตสาหกรรม + พลังงาน + Green Business” โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญจากการนำของเสียมาใช้เป็นเชื้อเพลิง การพัฒนา Green Cement การลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และการเชื่อมโยงธุรกิจปูนซีเมนต์กับธุรกิจพลังงานของ TPIPP
ทิศทางในระยะยาวจึงอยู่ที่ การลดต้นทุนพลังงาน → เพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงทดแทน → พัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ → ขยายธุรกิจพลังงานสะอาด → เดินหน้าสู่ Carbon Neutrality ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจับตาสำหรับการประเมินศักยภาพของ TPIPL ในอนาคต


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด18,313.259,559.707,484.367,259.295,962.57
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ6,453.746,702.376,115.196,198.036,809.79
สินค้าคงเหลือ17,864.1717,246.1617,671.0416,669.0417,680.94
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน45,850.2933,683.4531,295.3030,301.2230,478.07
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ109,156.85118,529.63124,045.18121,488.21125,447.86
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน117,564.39126,003.18131,354.70128,802.47132,667.69
รวมสินทรัพย์163,414.68159,686.62162,650.01159,103.69163,145.76
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม9,407.684,501.201,494.372,254.01706.25
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ7,682.298,672.867,678.247,812.187,608.01
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี15,431.9010,298.7017,833.3111,515.5018,731.51
รวมหนี้สินหมุนเวียน33,290.4324,267.5327,538.6322,263.6327,694.72
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน65,497.8470,595.0868,383.6171,051.7667,507.48
รวมหนี้สิน98,788.2794,862.6195,922.2593,315.3995,202.20
ทุนจดทะเบียน23,560.2423,560.2423,560.2423,560.2423,560.24
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า18,935.2418,935.2418,935.2418,935.2418,935.24
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น60.6060.6060.6060.6060.60
กำไร(ขาดทุน)สะสม25,569.0125,307.3326,714.4126,023.7627,953.42
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น10,170.8710,172.0110,169.1510,165.7910,169.31
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน10,060.9710,060.9710,060.9710,060.9710,060.97
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่54,735.7154,475.1855,879.4055,185.3957,118.56
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย9,890.7010,348.8410,848.3610,602.9110,825.00

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ44,368.4337,304.8335,931.3918,953.5618,501.82
รายได้อื่น506.08469.01449.16190.68216.15
รวมรายได้44,874.5137,773.8436,380.5519,144.2318,717.97
ต้นทุน32,899.9027,944.9725,452.1313,608.0312,991.51
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร5,416.364,656.054,709.432,307.902,372.47
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย38,316.2632,601.0230,640.7915,915.9315,363.98
EBITDA9,989.328,467.858,967.064,736.725,461.70
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย3,315.813,176.383,349.691,625.331,793.33
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้6,673.515,291.475,617.373,111.393,668.38
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่3,217.861,442.501,998.501,284.491,807.06
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.170.080.110.070.10

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน11,540.379,098.788,012.164,209.654,203.62
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-11,975.27-7,636.57-7,972.79-3,975.23-2,862.59
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน8,260.19-10,131.93-2,102.89-2,520.53-2,897.58
เงินสดสุทธิ7,825.29-8,669.72-2,063.53-2,286.11-1,556.55

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)6.857.127.437.19
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)53.3151.2949.1350.78
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)1.591.461.591.45
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)229.29250.37229.46252.41
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)8.517.238.036.91
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)42.9150.4545.4852.79
วงจรเงินสด (วัน)239.69251.20233.12250.40

วิเคราะห์กราฟเทคนิค TPIPL — สไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
TPIPL เริ่มมีสัญญาณ “ตื่นตัว” หลังราคาดีดแรงพร้อมวอลุ่ม! ล่าสุดข้อมูล SET วันที่ 12 ก.ย. 2569 ราคาปิดอยู่ที่ 1.02 บาท เพิ่มขึ้น +0.06 บาท หรือ +6.25% ทำจุดสูงสุดที่ 1.04 บาท และมีปริมาณซื้อขายสูงถึง 155.62 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 154.95 ล้านบาท สะท้อนแรงเก็งกำไรที่เข้ามาอย่างชัดเจน
🔥 จุดที่สายเทคนิคต้องจับตา
ราคา 1.02 บาท = จุดวัดใจ!
การดีดขึ้นจากบริเวณต่ำกว่า 1 บาท พร้อมวอลุ่มหนาแน่น ทำให้ภาพระยะสั้นเริ่มเปลี่ยนจากการแกว่งตัวแบบเงียบ ๆ เป็น Momentum Play ที่ต้องจับตาการยืนเหนือแนวต้านสำคัญ
แนวรับ
🟢 1.00 บาท — แนวจิตวิทยา หากยืนได้ยังมีโอกาสรักษาโมเมนตัม
🟢 0.96–0.98 บาท — โซนรับระยะสั้น
🔴 0.94 บาท — Low ล่าสุด หากหลุดต้องระวังแรงขายกดกลับ
แนวต้าน
🚨 1.04 บาท — High ล่าสุด เป็นด่านแรกที่ต้องผ่าน
🚨 1.08–1.10 บาท — หาก Breakout ได้ มีโอกาสเร่ง Momentum
🚨 1.15–1.20 บาท — เป้าหมายถัดไป หากเกิดการเบรกพร้อมวอลุ่มสนับสนุน
📈 Breakout + Volume ต้องมา!
จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่ “ราคาขึ้น” แต่คือ วอลุ่มต้องตามมา
วันที่ 12 ก.ย. TPIPL มีวอลุ่มกว่า 155 ล้านหุ้น ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคาช่วงก่อนหน้า จึงเป็นจุดที่สายเทคนิคต้องจับตาว่าแรงซื้อครั้งนี้จะเป็นเพียง เด้งสั้น หรือกำลังกลายเป็น รอบ Momentum ใหม่
เกมที่น่าจับตา:
หากราคากลับมาทดสอบ 1.04 บาท แล้วสามารถทะลุได้ พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น → สัญญาณ Breakout จะมีน้ำหนักมากขึ้น
แต่ถ้าชน 1.04 แล้วไม่ผ่าน และราคาถอยหลุด 1.00 บาท → ต้องระวังสัญญาณ False Breakout และแรงขายทำกำไร
⚡ สรุปสัญญาณเทคนิค
TPIPL = “หุ้นกำลังตื่น แต่ด่าน 1.04 บาทคือจุดวัดใจ!”
ตอนนี้ให้น้ำหนักกับ 1.00–1.04 บาท เป็นโซนสำคัญที่สุดในระยะสั้น
ผ่าน 1.04 + Volume เข้า = ลุ้นรอบใหม่
ยืน 1.00 ไม่อยู่ = ต้องระวังแรงขาย
ข้อมูลราคาล่าสุดจาก SET ยังแสดงให้เห็นว่าหุ้นเคยมีกรอบ 52 สัปดาห์ประมาณ 0.65–0.96 บาท ในข้อมูล ณ 11 ก.ย. ขณะที่ราคาล่าสุดอีกชุดของ SET ขยับขึ้นมาที่ 1.02 บาท จึงสะท้อนว่าราคากำลังอยู่ในช่วงทดสอบระดับสูงกว่าฐานเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
มุมมอง: 🟡 เก็งกำไรเชิงเทคนิค / รอ Breakout ยืนยัน
คีย์เวิร์ด: Breakout | Volume | Momentum | แนวรับ | แนวต้าน | TPIPL
หมายเหตุ: เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์


วิเคราะห์หุ้น TPIPL
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL เป็นหุ้นในกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง ที่มีธุรกิจค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ปูนซีเมนต์ คอนกรีตผสมเสร็จ เม็ดพลาสติก LDPE/EVA ไปจนถึงการลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ เหล็ก ประกันชีวิต และธุรกิจพลังงานผ่านบริษัทในกลุ่ม
🔎 ภาพรวมที่น่าสนใจ
จุดที่น่าจับตาของ TPIPL คือ ไม่ได้เป็นเพียงหุ้นปูนซีเมนต์ แต่มีโครงสร้างธุรกิจแบบ Diversified ซึ่งช่วยกระจายแหล่งรายได้ ขณะเดียวกันราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี โดยข้อมูล SET ณ 11 ก.ย. 2569 ระบุราคา 1.02 บาท, P/E 7.66 เท่า และ P/BV เพียง 0.34 เท่า
ล่าสุดวันที่ 15 ก.ย. 2569 ราคาปิดอยู่ที่ 0.99 บาท ลดลง 0.03 บาท หรือ -2.94% โดยมีปริมาณซื้อขายประมาณ 68.99 ล้านหุ้น สะท้อนว่าหุ้นยังมีแรงเก็งกำไรเข้ามาเป็นระยะ
🏭 โครงสร้างธุรกิจ
ธุรกิจหลักของ TPIPL ประกอบด้วย
ปูนซีเมนต์
คอนกรีตผสมเสร็จ
เม็ดพลาสติก LDPE/EVA
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ แอมโมเนียมไนเตรทและกรดไนตริก
การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจเหล็ก
การลงทุนใน ธุรกิจประกันชีวิต
การลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ ผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
ดังนั้น TPIPL มีลักษณะเป็น หุ้นวัสดุก่อสร้าง + เคมีภัณฑ์ + การลงทุน มากกว่าจะเป็น Pure Play ปูนซีเมนต์เพียงอย่างเดียว
💰 วิเคราะห์งบการเงิน
จุดเด่นล่าสุดคือ กำไรมีสัญญาณฟื้นตัว
งวดไตรมาส 2/2569 TPIPL มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 974.63 ล้านบาท เพิ่มจาก 561.25 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 ขณะที่กำไรสะสม 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 1,807.06 ล้านบาท เทียบกับ 1,284.49 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นประมาณ 40.7%
นี่ถือเป็นประเด็นบวก เพราะแสดงให้เห็นว่า ความสามารถในการทำกำไรในปี 2569 ดีขึ้นจากปีก่อน
ด้าน valuation ก็ยังดูไม่แพง โดย SET ระบุ P/E ประมาณ 7.66 เท่า และ P/BV ประมาณ 0.34 เท่า ขณะที่ Market Cap อยู่ประมาณ 19,314 ล้านบาท
⚠️ แต่ต้องระวัง
ธุรกิจวัสดุก่อสร้างเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนตาม
การลงทุนภาครัฐ
การก่อสร้างภาคเอกชน
ราคาพลังงาน
ต้นทุนถ่านหินและเชื้อเพลิง
ราคาวัตถุดิบ
ภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
ดังนั้น กำไรที่ฟื้นตัวไม่ได้หมายความว่าจะเติบโตต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ
📊 จุดแข็งของ TPIPL

  1. ธุรกิจหลากหลาย
    ไม่ได้พึ่งพารายได้จากปูนซีเมนต์เพียงอย่างเดียว
  2. Valuation ต่ำ
    P/BV ระดับประมาณ 0.34 เท่า ถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี
  3. กำไร 6 เดือนปี 2569 เติบโต
    กำไรเพิ่มจาก 1,284 ล้านบาท เป็น 1,807 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการ
  4. มีสินทรัพย์และธุรกิจขนาดใหญ่
    SET ระบุ EBITDA ประมาณ 5,462 ล้านบาท และ EV ประมาณ 106,282 ล้านบาท
  5. มี Exposure ต่อธุรกิจพลังงานผ่านกลุ่ม
    TPIPL มีความเชื่อมโยงกับ TPIPP ซึ่งทำธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนทิ้งและ RDF

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
ต้นทุนพลังงาน เป็นตัวแปรสำคัญ เพราะธุรกิจปูนซีเมนต์ใช้พลังงานสูง
การแข่งขันรุนแรง ในตลาดปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง อาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
เศรษฐกิจและภาคก่อสร้าง หากการลงทุนภาครัฐหรือเอกชนชะลอตัว ความต้องการปูนซีเมนต์และคอนกรีตอาจลดลง
ธุรกิจหลายประเภท แม้ช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ก็ทำให้การประเมินมูลค่าบริษัทซับซ้อนขึ้น
โครงสร้างเงินทุน นักลงทุนควรติดตามหนี้สินและต้นทุนทางการเงินอย่างใกล้ชิด เพราะธุรกิจขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนสูง
🔥 มุมมองการลงทุน
TPIPL เป็นหุ้นที่น่าสนใจในธีม
“หุ้น Value + Earnings Recovery + Asset Play”
มากกว่าจะเป็นหุ้น Growth แบบเติบโตเร็ว
สิ่งที่ทำให้ TPIPL น่าสนใจคือ ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาก ขณะที่กำไรครึ่งปีแรก 2569 ฟื้นตัวอย่างชัดเจน หากผลประกอบการสามารถรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่อง ตลาดอาจเริ่มกลับมาให้ Premium กับหุ้นมากขึ้น
แต่ประเด็นสำคัญคือ ต้องพิสูจน์ว่าการฟื้นตัวของกำไรเป็นการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงผลจากปัจจัยเฉพาะช่วงเวลา
🎯 สรุปแบบนักลงทุน
จุดเด่น:
🟢 P/BV ต่ำมาก
🟢 P/E ไม่สูง
🟢 กำไร 6 เดือนโตประมาณ 41%
🟢 ธุรกิจหลากหลาย
🟢 มีฐานสินทรัพย์และธุรกิจในเครือจำนวนมาก
จุดที่ต้องระวัง:
🔴 ธุรกิจปูนซีเมนต์เป็น Cyclical
🔴 ต้นทุนพลังงานมีผลต่อ Margin
🔴 การแข่งขันสูง
🔴 ต้องติดตามคุณภาพกำไรและกระแสเงินสด
🔴 ธุรกิจหลายประเภททำให้การประเมินมูลค่าซับซ้อน
บทสรุป: TPIPL มีลักษณะ “หุ้นราคาต่ำที่กำไรเริ่มฟื้น” และเหมาะกับการติดตามในมุม Value / Turnaround / Asset Play มากกว่าการไล่ซื้อเพราะ Story เพียงอย่างเดียว
หมายเหตุ: ข้อมูลผลประกอบการล่าสุดที่ใช้วิเคราะห์คือ งวด Q2/2569 ซึ่งบริษัทนำส่งต่อตลาดหลักทรัพย์แล้วในเดือน ส.ค. 2569
ถ้ามองในมุม Technical ราคาปัจจุบันแถว 0.99 บาทก็เริ่มเข้าใกล้โซนที่น่าจับตา แต่ควรใช้ Volume + Breakout + แนวรับ/แนวต้าน เป็นตัวช่วยยืนยันสัญญาณ ไม่ควรดูราคาอย่างเดียว.


Disclaimer

ใส่ความเห็น