ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น MALEE บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MALEE บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น MALEE บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) MALEE อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




สำนักงานใหญ่ / สำนักงาน
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
สำนักงานใหญ่ / สำนักงานรังสิต (สำนักงานกลาง):
401/1 หมู่ 8 ถนนพหลโยธิน ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130 ประเทศไทย
โรงงาน / สถานประกอบการผลิต
บริษัทฯ มีโรงงานและสถานที่อื่นในหลายจังหวัด ได้แก่:
โรงงานหลัก (สามพราน) – 26/1 หมู่ 5 ถนนทางเข้าอำเภอสามพราน ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110
(เป็นโรงงานผลิตสินค้าหลัก เช่น ผลไม้กระป๋อง น้ำผลไม้ ฯลฯ)
สาขา / สำนักงานย่อย
ตามทะเบียนที่ได้รับจากข้อมูลเปิดภาครัฐ (กรมสรรพากร) บริษัทมี สถานประกอบการ / สาขาเพิ่มเติม ในหลายพื้นที่:
สำนักงานใหญ่ – ปทุมธานี (ตามข้างต้น)
สาขา นครปฐม (โรงงานหรือสำนักงาน)
สาขา นครพนม (สำนักงาน/หน่วยธุรกิจ)
สาขาอีกแห่ง ในจังหวัดปทุมธานี (นอกจากสำนักงานใหญ่)
สาขา ราชบุรี
หมายเหตุ: ที่ตั้งสาขาอาจเป็นสำนักงานขาย, คลังสินค้า, หรือหน่วยปฏิบัติการทางธุรกิจ (เช่น ช่องทางกระจายสินค้า) – ข้อมูลชื่อ/หน้าที่เฉพาะของแต่ละสาขาอาจต้องดูทะเบียนธุรกิจอย่างละเอียดสำหรับปีปัจจุบัน.

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น MALEE
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีทั้งสินค้าแบรนด์ “มาลี”, “ฟาร์มโชคชัย” รวมถึงธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และรับจ้างผลิต (OEM) ให้ลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ
🏭 1. โรงงานและพื้นที่ผลิต
ทรัพย์สินสำคัญของ MALEE คือ โรงงานและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการผลิต ซึ่งรองรับการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ นม และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ รวมถึงการผลิตตามสัญญาให้ลูกค้า OEM
บริษัทระบุว่ามีการลงทุนพัฒนา โรงงาน เครื่องจักร และระบบการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับทั้งสินค้าแบรนด์ของบริษัทและธุรกิจรับจ้างผลิต
⚙️ 2. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
ประกอบด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูป การบรรจุ ไปจนถึงระบบสนับสนุนการผลิต
สินทรัพย์กลุ่มนี้มีความสำคัญต่อ กำลังการผลิต คุณภาพสินค้า และต้นทุนต่อหน่วย โดยเฉพาะธุรกิจ OEM ที่ต้องตอบโจทย์มาตรฐานและข้อกำหนดของลูกค้า
🧪 3. ระบบและเทคโนโลยีการผลิต
MALEE มีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ ระบบควบคุมคุณภาพ เทคโนโลยีการผลิต และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
เว็บไซต์บริษัทแบ่งธุรกิจออกเป็นทั้ง Our Products, OEM Services และ Technological Innovation Business สะท้อนว่าทรัพย์สินด้านเทคโนโลยีและความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจด้วย
🏢 4. อาคารสำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวก
บริษัทมีสำนักงานที่ ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสำนักงานรังสิตของกลุ่มบริษัท
📦 5. สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
ในฐานะผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม บริษัทจำเป็นต้องมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น
วัตถุดิบทางการเกษตรและวัตถุดิบสำหรับผลิตเครื่องดื่ม
บรรจุภัณฑ์
สินค้าระหว่างผลิต
สินค้าสำเร็จรูป
อะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองสำหรับโรงงาน
สินทรัพย์เหล่านี้ช่วยให้บริษัทสามารถเดินสายการผลิตและส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
🥤 6. ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์
แม้ไม่ใช่ทรัพย์สินประเภทโรงงาน แต่ เครื่องหมายการค้า แบรนด์ สูตรผลิตภัณฑ์ และองค์ความรู้ในการผลิต เป็นทรัพย์สินทางธุรกิจที่มีความสำคัญต่อ MALEE โดยเฉพาะแบรนด์ “มาลี” และ “ฟาร์มโชคชัย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตสินค้า
💰 ภาพรวมสินทรัพย์ของ MALEE
ข้อมูลล่าสุดที่ตลาดหลักทรัพย์เผยแพร่สำหรับปี 2568 ระบุว่า MALEE มี สินทรัพย์รวมประมาณ 5,497.28 ล้านบาท หนี้สิน 2,964.52 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 2,468.56 ล้านบาท

กลุ่มทรัพย์สินความสำคัญต่อธุรกิจ
🏭 โรงงาน/สิ่งปลูกสร้างฐานการผลิตสินค้า
⚙️ เครื่องจักรผลิตและบรรจุอาหาร/เครื่องดื่ม
🧪 เทคโนโลยีการผลิตควบคุมคุณภาพและพัฒนาสินค้า
📦 วัตถุดิบ/สินค้าคงเหลือรองรับการผลิตและการจำหน่าย
🏢 อาคารสำนักงานสนับสนุนการบริหารและดำเนินงาน
™️ แบรนด์/ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าและความแตกต่างของสินค้า

มุมมองนักลงทุน: จุดสำคัญของ MALEE คือการมีฐานทรัพย์สินที่เชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกิจ ผลิตสินค้าแบรนด์ + OEM + นวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ดังนั้นการติดตาม การลงทุนในโรงงานและเครื่องจักร, อัตราการใช้กำลังการผลิต, สินค้าคงเหลือ และประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ จะช่วยประเมินคุณภาพการเติบโตของบริษัทได้ดี


โครงสร้าง กลุ่มบริษัทของ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (MALEE GROUP PUBLIC COMPANY LIMITED) ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีบริษัทในเครือหลายแห่งที่ดำเนินธุรกิจสนับสนุนการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้ตราสินค้า มาลี และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ :
บริษัทในเครือ (Subsidiaries) หลักของมาลีกรุ๊ป
Malee Enterprise Company Limited
– เป็นบริษัทในเครือที่ดูแลด้านการตลาดและการจัดจำหน่ายสินค้าในประเทศ รวมทั้งบริหารแบรนด์ต่างๆ ของกลุ่มมาลี
Malee International Company Limited
– รับผิดชอบด้านการจัดจำหน่ายและการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ มาลี ในต่างประเทศ
Malee Capital Company Limited
– ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและการบริหารเงินทุนของกลุ่มบริษัท มาลีกรุ๊ป
Monde Malee Beverage Corporation
– บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม (รายละเอียดโครงสร้างอาจรวมสายงานผลิตและจัดจำหน่ายเฉพาะพื้นที่)
Malee … (บริษัทอื่นๆ ที่ยังอยู่ในโครงสร้าง)
– รายการอื่นๆ ที่ปรากฏในโครงสร้างบริษัทรวมถึงบริษัทสนับสนุนด้านการผลิต การตลาด หรือการลงทุนอื่น ๆ ภายใต้กลุ่ม Malee โดยตรง อาจมีเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตามงบรายปีของบริษัท ซึ่งมักระบุในรายงานประจำปีหรือข้อมูลผู้ถือหุ้น

บริษัทย่อย

ส่วนที่ 1 การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน 21

บริษัทร่วม



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)6,536,674.007,870,701.008,455,678.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)4,555,701.00 5,345,834.00 5,109,000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)

1,980,973.00 2,524,867.00 3,346,678.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)465,182.00426,558.00499,311.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 498,880,000.00698,070,000.00507,575,894.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น MALEE
บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MALEE เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีทั้งธุรกิจแบรนด์ของบริษัทและ Contract Manufacturing (OEM) ดังนั้นความเสี่ยงไม่ได้มาจากยอดขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับต้นทุนวัตถุดิบ ลูกค้า OEM การส่งออก และภาวะเศรษฐกิจโลกด้วย
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบผันผวน
ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มพึ่งพาวัตถุดิบทางการเกษตรจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงจาก สภาพอากาศ ผลผลิต ราคาสินค้าเกษตร และคุณภาพวัตถุดิบ หากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย จะกดดันอัตรากำไรขั้นต้นโดยตรง
บริษัทจึงใช้การจัดซื้อล่วงหน้า กระจายแหล่งวัตถุดิบ และพัฒนาแหล่งสำรองเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว
🔴 2. ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้า OEM
MALEE มีธุรกิจรับจ้างผลิตให้กับลูกค้า ซึ่งสร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงหากลูกค้ารายสำคัญ ลดคำสั่งซื้อ ย้ายฐานการผลิต ยกเลิก หรือไม่ต่อสัญญา
บริษัทระบุว่ามีการกระจายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ รวมถึงสร้างความร่วมมือระยะยาวกับคู่ค้าเพื่อลดความเสี่ยงนี้
🔴 3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันรุนแรง
ตลาดเครื่องดื่ม โดยเฉพาะ น้ำผลไม้ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มพร้อมดื่ม มีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ใหญ่ แบรนด์ท้องถิ่น และสินค้าใหม่จากผู้เล่นรายใหม่
หากการแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น บริษัทอาจต้องเพิ่มงบการตลาดหรือทำโปรโมชั่น ซึ่งอาจกระทบ Gross Margin และ Net Profit
🔴 4. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อผู้บริโภค
สินค้าหลายประเภทของ MALEE เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค หากเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนไปซื้อสินค้าราคาถูกกว่า หรือชะลอการบริโภคสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
บริษัทเองระบุว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในบางประเทศคู่ค้าเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
🔴 5. ความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์
MALEE มีการขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทำให้ได้รับโอกาสเติบโต แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงจาก สงคราม ความขัดแย้งทางการเมือง นโยบายการค้า การขนส่งระหว่างประเทศ และต้นทุนโลจิสติกส์
โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจกระทบราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และต้นทุนวัตถุดิบบางประเภท
🔴 6. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ธุรกิจส่งออกมีความเสี่ยงจากค่าเงินบาทและสกุลเงินของประเทศคู่ค้า หากอัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวในทิศทางไม่เอื้อ อาจกระทบราคาสินค้าและกำไรเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท
บริษัทบริหารความเสี่ยงด้วยการขายสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นเงินบาท และใช้ Natural Hedge สำหรับรายได้และค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
🔴 7. ความเสี่ยงด้านแบรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภค
ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเปลี่ยนเร็ว ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ สุขภาพ น้ำตาลต่ำ ส่วนผสมจากธรรมชาติ และ Functional/Well-being Products มากขึ้น
หากบริษัทพัฒนาสินค้าไม่ทันเทรนด์ อาจเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่ง บริษัทจึงกำลังเพิ่มสัดส่วนสินค้า Well-being และตั้งเป้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ประมาณ 2–3 รายการต่อปี
🔴 8. ความเสี่ยงจากกำไรที่ยังมี Margin ค่อนข้างบาง
จุดที่นักลงทุนควรจับตาคือ กำไรสุทธิของ MALEE ไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับรายได้ โดยปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 7,848.3 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 197.4 ล้านบาท และลดลงจาก 308.2 ล้านบาทในปี 2567
ดังนั้นหากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายการตลาด หรือค่าขนส่งเพิ่มขึ้นเพียงบางส่วน ก็อาจส่งผลต่อกำไรได้ค่อนข้างมาก
⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
MALEE ไม่ใช่หุ้นที่ไม่มีโอกาสเติบโต แต่เป็นหุ้นที่ต้องจับตา “คุณภาพของกำไร”
สิ่งที่ควรติดตามต่อเนื่องคือ
ยอดขายแบรนด์ MALEE / MALEE COCO → รายได้ OEM → Gross Margin → ราคาวัตถุดิบ → ยอดส่งออก → ค่าเงินบาท → กำไรสุทธิ
ปี 2568 รายได้รวมลดลง 7.2% YoY โดยได้รับผลกระทบจากยอดขาย Contract Manufacturing ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นม และยอดขายธุรกิจน้ำผลไม้ในเวียดนาม ขณะที่ MALEE COCO มีการเติบโตของยอดขาย 18% YoY ซึ่งสะท้อนว่าพอร์ตธุรกิจมีทั้งส่วนที่กดดันและส่วนที่กำลังเติบโต
สรุปสั้น ๆ: ความเสี่ยงหลักของ MALEE คือ วัตถุดิบผันผวน + การแข่งขันสูง + พึ่งพาลูกค้า OEM + กำลังซื้อ + ความเสี่ยงส่งออก/ภูมิรัฐศาสตร์ + ค่าเงิน + ความสามารถในการรักษา Margin ขณะที่กลยุทธ์ใหม่ของบริษัทคือการผลักดันสินค้าแบรนด์ของตัวเองและ Well-being ซึ่งหากทำสำเร็จ อาจช่วยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้นในระยะยาว


ข้อมูล ณ วันที่ 02 พ.ค. 2568



บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – พัฒนาการที่สำคัญ
ก่อตั้งและเริ่มต้นธุรกิจ
ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2521 เริ่มจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำผลไม้กระป๋องภายใต้แบรนด์ “มาลี”
เติบโตจากผู้ผลิตในประเทศ สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดน้ำผลไม้ของไทย
ขยายกำลังการผลิตและโรงงาน
ขยายโรงงานและกำลังการผลิตหลายครั้ง เพื่อรองรับความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ
พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล เช่น GMP, HACCP
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ปี พ.ศ. 2537 เข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
เพิ่มศักยภาพด้านเงินทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
ขยายตลาดต่างประเทศ
ส่งออกสินค้าไปยังหลายประเทศในเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา
พัฒนาผลิตภัณฑ์ OEM ให้กับแบรนด์ต่างประเทศ
ปรับโครงสร้างธุรกิจ
ปรับโครงสร้างเป็น “มาลีกรุ๊ป” เพื่อรองรับการเติบโตและการบริหารแบบกลุ่มบริษัท
ขยายพอร์ตสินค้า เช่น น้ำผลไม้ 100%, เครื่องดื่มผสมน้ำผลไม้, เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
กลยุทธ์สมัยใหม่
มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Healthy & Functional Drinks)
พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์และสูตรน้ำตาลต่ำ
ปรับกลยุทธ์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability)
หากต้องการข้อมูลเชิงลึก เช่น ไทม์ไลน์แบบปีต่อปี หรือข้อมูลด้านผลประกอบการ บอกผมได้เลยครับ 😊


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด327.10220.18242.63261.67194.04
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ1,227.501,227.611,434.081,284.671,312.24
สินค้าคงเหลือ725.25884.15959.68976.71983.82
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน2,345.962,464.272,754.202,666.562,628.60
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ2,280.652,164.022,062.682,125.432,036.72
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน3,190.962,943.552,743.082,850.622,699.90
รวมสินทรัพย์5,536.925,407.835,497.285,517.175,328.50
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม701.53451.02577.64653.04753.63
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ1,210.721,122.841,086.671,047.531,041.26
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี122.4986.71103.6398.50128.03
รวมหนี้สินหมุนเวียน2,176.311,800.871,893.691,912.752,039.52
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน1,247.051,174.141,070.831,092.83721.79
รวมหนี้สิน3,423.362,975.012,964.523,005.582,761.30
ทุนจดทะเบียน276.00276.00276.00276.00276.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า272.87272.87272.87272.87272.87
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น1,362.141,362.141,362.141,362.141,362.14
กำไร(ขาดทุน)สะสม255.15563.30695.33660.69732.52
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น149.98150.40138.22142.05142.44
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน-381.40-381.40-381.40-381.41-381.41
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่2,040.142,348.712,468.562,437.742,509.97
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย73.4384.1064.2173.8557.22

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ7,870.708,455.687,848.263,824.223,594.19
รายได้อื่น72.3738.9925.829.7920.74
รวมรายได้7,943.908,496.227,875.823,834.533,615.28
ต้นทุน6,586.866,822.236,439.093,046.752,945.38
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร1,138.891,197.761,087.98552.72570.52
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย7,725.758,019.997,527.083,599.473,515.89
EBITDA470.82760.33618.71369.71225.33
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย264.21280.96262.05129.97125.96
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้206.61479.37356.67239.7499.37
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่80.13308.15197.42151.9637.19
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.150.560.360.280.07

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน431.24378.65203.7342.97195.43
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-112.77-63.21-74.70-31.82-54.36
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-95.74-425.84-115.4226.84-186.16
เงินสดสุทธิ222.73-110.4013.6037.99-45.09

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)6.895.906.145.87
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)52.9961.8959.4062.21
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)8.486.987.456.47
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)43.0552.2648.9856.46
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)5.855.835.726.07
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)62.4262.6263.8360.15
วงจรเงินสด (วัน)33.6251.5344.5558.52


วิเคราะห์หุ้น MALEE — บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
MALEE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีแบรนด์ Malee และธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) เป็นฐานสำคัญ ปัจจุบันบริษัทกำลังปรับโมเดลธุรกิจจากผู้ผลิตน้ำผลไม้ไปสู่แนวคิด “Beyond Fruit to Global Wellbeing” เน้นสินค้าเพื่อสุขภาพ นวัตกรรม และตลาดต่างประเทศ
🔥 จุดเด่นที่น่าจับตา

  1. OEM เป็นเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโต
    ธุรกิจรับจ้างผลิตยังเป็นจุดแข็ง เพราะช่วยให้ MALEE สามารถใช้กำลังการผลิตและความเชี่ยวชาญด้านอาหาร/เครื่องดื่มสร้างรายได้จากลูกค้าหลากหลายแบรนด์ ขณะที่ช่วงต้นปี 2569 บริษัทระบุว่าธุรกิจ OEM โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมะพร้าวเติบโตโดดเด่น
  2. “Malee COCO” มีโอกาสเป็น Growth Engine
    น้ำมะพร้าวเป็นตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญมากขึ้น โดยมีการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และผลักดันผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Coconut Matcha เพื่อขยายฐานผู้บริโภค
  3. เดินเกมตลาดต่างประเทศ
    บริษัทกำลังเพิ่มน้ำหนักตลาดต่างประเทศและนำสินค้าเข้าร่วมงานระดับนานาชาติ เช่น Gulfood 2026 ซึ่งช่วยเปิดโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ
  4. New S-Curve จากธุรกิจสุขภาพ
    MALEE พยายามสร้างธุรกิจใหม่ผ่าน MAS และศูนย์วิจัย/นวัตกรรม โดยมุ่งไปยังเทรนด์ Wellbeing & Longevity หรือสินค้าที่ตอบโจทย์สุขภาพและอายุยืน ซึ่งหากพัฒนาเป็นรายได้จริงได้ จะช่วยลดการพึ่งพาธุรกิจน้ำผลไม้แบบดั้งเดิม

📊 ภาพการเงิน
ปี 2568 MALEE มีรายได้จากการขายและบริการประมาณ 7,848.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นประมาณ 197.4 ล้านบาท
ส่วน ครึ่งแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้ประมาณ 3,594.2 ล้านบาท โดยบริษัทระบุว่าธุรกิจเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว และรายได้จาก MAS เติบโตถึง 178% ขณะที่ธุรกิจน้ำมะพร้าว OEM ยังคงโดดเด่น
อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องจับตาคือ การเปลี่ยนรายได้ให้กลายเป็นกำไร เพราะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง และต้นทุนวัตถุดิบ/บรรจุภัณฑ์สามารถกดดันอัตรากำไรได้
⚠️ ความเสี่ยงของ MALEE
🔴 1. Margin ยังเป็นโจทย์สำคัญ
รายได้ที่เติบโตไม่ได้แปลว่ากำไรจะโตตามทันที นักลงทุนควรติดตาม Gross Margin และ Net Profit Margin อย่างใกล้ชิด
🔴 2. ราคาวัตถุดิบผันผวน
ต้นทุนผลไม้ น้ำมะพร้าว น้ำตาล บรรจุภัณฑ์ และพลังงานมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
🔴 3. การแข่งขันรุนแรง
ตลาดเครื่องดื่มและสินค้าเพื่อสุขภาพมีทั้งผู้เล่นรายใหญ่และแบรนด์ใหม่จำนวนมาก การสร้าง Brand Loyalty จึงเป็นเรื่องสำคัญ
🔴 4. ความเสี่ยงจากการขยายตลาดต่างประเทศ
การเติบโตต่างประเทศมีโอกาสสูง แต่ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านค่าเงิน ต้นทุนโลจิสติกส์ กฎระเบียบ และพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละประเทศ
🔴 5. New S-Curve ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง
MAS และสินค้าใหม่มีศักยภาพ แต่สิ่งที่ตลาดต้องการเห็นคือ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง + Margin ที่ดีขึ้น + กำไรที่ขยายตัว
📈 มุมมองเชิงลงทุน
MALEE กำลังอยู่ในช่วง “Transformation” มากกว่าจะเป็นหุ้นเติบโตแบบชัดเจนเต็มตัว
Bull Case 🚀
OEM + Malee COCO โตแรง → ส่งออกขยายตัว → MAS สร้าง New S-Curve → Margin ฟื้น → กำไรเร่งตัว
Base Case ⚖️
รายได้ค่อย ๆ ฟื้น แต่กำไรยังโตไม่แรง เพราะการแข่งขันและต้นทุนยังสูง
Bear Case ⚠️
ยอดขายเติบโตแต่ Margin ไม่ฟื้น → กำไรถูกกดดัน → ตลาดยังไม่ให้ Premium Valuation
ล่าสุด SET แสดงราคาหุ้น MALEE แถว 4.00–4.02 บาท และงบล่าสุดที่รายงานคือ ไตรมาส 2/2569
🎯 สรุปแบบนักลงทุน
MALEE = หุ้น Turnaround + Growth จาก OEM/น้ำมะพร้าว + New S-Curve
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่แค่ “รายได้โตหรือไม่” แต่คือ
“กำไรจะกลับมาโตแรงได้หรือไม่?”
หาก OEM + Malee COCO + ตลาดต่างประเทศ เดินหน้าพร้อมกัน และสามารถดัน Margin กลับขึ้นมาได้ MALEE จะมีโอกาสเปลี่ยนจากหุ้นที่กำลังฟื้นตัว → เป็นหุ้น Growth ได้
แต่ในทางกลับกัน นักลงทุนควรระวัง รายได้โตแต่กำไรไม่โต ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของหุ้นตัวนี้
ตัวเลขที่ควรติดตามไตรมาสต่อไตรมาส:
Revenue Growth → Gross Margin → EBITDA → Net Profit → กระแสเงินสด → OEM Growth → Malee COCO Growth


Disclaimer

ใส่ความเห็น