วิเคราะห์ หุ้น SNP บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) SNP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 08 พ.ค. 2532 | 514.71 | อาหารและเครื่อง | SNP |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
ธุรกิจร้านอาหารและร้านเบเกอรี่ รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น 1) ร้านอาหารและร้านเบเกอรี่ในประเทศ 2) ร้านอาหาร ในต่างประเทศ 3) ผลิตและจำหน่ายสินค้าเบเกอรี่ อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ผ่านสาขาร้านอาหารและเบเกอรี่ และซุปเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ 4)ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น บริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน และบริการรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.94 | 0.83 | 0.53 | 0.16 | 0.12 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2567 31 มี.ค. 2567 | ไตรมาส 1/2568 31 มี.ค. 2568 |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 1.25 | 1.17 | 1.01 | 1.09 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ก.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.45 | บาท | 13 พ.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.05 | บาท | 12 ก.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.70 | บาท | 13 พ.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.10 | บาท | 10 ก.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.75 | บาท | 13 พ.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.25 | บาท | 08 ก.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.70 | บาท | 19 พ.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.10 | บาท | 09 ก.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ก.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.58 | บาท | 19 พ.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.05 | บาท | 10 ก.ย. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ต.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.25 | บาท | 19 พ.ค. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SNP
S&P Syndicate หรือ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (SNP) ดำเนินธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่ ผลิตและจำหน่ายเบเกอรี่ อาหารสำเร็จรูปและอาหารแช่แข็ง รวมถึงบริการจัดส่งอาหารและจัดเลี้ยง โดยมีทรัพย์สินสำคัญที่ใช้สนับสนุนธุรกิจทั้งด้านการผลิต การกระจายสินค้า และหน้าร้าน
- โรงงานและสถานที่ผลิต
ทรัพย์สินสำคัญของ SNP คือ โรงงานผลิตอาหารและเบเกอรี่ ซึ่งใช้สำหรับผลิตเค้ก ขนมปัง ขนมอบ ขนมไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารและเบเกอรี่สำเร็จรูปแช่แข็ง
ตัวอย่างสถานที่สำคัญที่ปรากฏในข้อมูลของบริษัท ได้แก่ Lat Krabang Food Factory ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์หลักของบริษัท - ศูนย์กระจายสินค้า
บริษัทมี ศูนย์กระจายสินค้า (S&P Distribution Center) เพื่อรองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้าไปยังร้านสาขา ช่องทางค้าปลีก และลูกค้าต่าง ๆ ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารห่วงโซ่อุปทานของอาหารและเบเกอรี่ได้อย่างต่อเนื่อง - ร้านอาหารและร้านเบเกอรี่
ถือเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้โดยตรงของ SNP ได้แก่ สาขาร้านอาหารและเบเกอรี่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ใช้เป็นช่องทางจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เค้ก เบเกอรี่ และสินค้าอื่น ๆ ของบริษัท
ธุรกิจหลักของ SNP ครอบคลุมร้านอาหารและเบเกอรี่ในประเทศ ร้านอาหารในต่างประเทศ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารผ่านร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต - อุปกรณ์และเครื่องจักรสำหรับการผลิต
ประกอบด้วย เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต ระบบแปรรูปอาหาร อุปกรณ์อบและผลิตเบเกอรี่ ระบบห้องเย็นและอุปกรณ์จัดเก็บสินค้า ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า - อุปกรณ์ภายในร้าน
สาขาร้านอาหารและเบเกอรี่ต้องใช้ทรัพย์สินและอุปกรณ์จำนวนมาก เช่น
อุปกรณ์ประกอบอาหาร
เตาอบและอุปกรณ์เบเกอรี่
ตู้แช่และตู้แช่แข็ง
ตู้โชว์สินค้า
เครื่องชงเครื่องดื่ม
โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ภายในร้าน
ระบบ POS และอุปกรณ์รับชำระเงิน
ทรัพย์สินเหล่านี้ช่วยให้ SNP สามารถให้บริการลูกค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายสาขา - อาคาร สำนักงาน และสิทธิการใช้พื้นที่
บริษัทมี อาคารสำนักงาน สถานที่ประกอบธุรกิจ และสิทธิการใช้พื้นที่เช่าของสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ร้านอาหารและเบเกอรี่ตามศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สนามบิน และพื้นที่เชิงพาณิชย์
ตัวอย่างสาขาที่บริษัทระบุในการประเมินความเสี่ยงด้านสินทรัพย์ ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง Future Park Rangsit โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา Central Khon Kaen และ Central Phuket เป็นต้น - ยานพาหนะและระบบขนส่ง
ธุรกิจอาหารและเบเกอรี่จำเป็นต้องมี รถขนส่งและระบบโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิ สำหรับนำวัตถุดิบจากแหล่งจัดซื้อเข้าสู่โรงงาน และกระจายสินค้าไปยังสาขาและช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แช่เย็นและแช่แข็ง - สินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ
นอกจากสินทรัพย์ถาวรแล้ว SNP ยังมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่สำคัญ เช่น
วัตถุดิบอาหาร
วัตถุดิบสำหรับผลิตเบเกอรี่
สินค้าสำเร็จรูป
ผลิตภัณฑ์แช่เย็น/แช่แข็ง
บรรจุภัณฑ์
สินค้าคงเหลือภายในร้านและคลังสินค้า
สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของวงจรการผลิตและจำหน่ายสินค้า
มุมมองด้านฐานสินทรัพย์
ณ 31 ธันวาคม 2568 SNP มีสินทรัพย์รวมประมาณ 4,182 ล้านบาท ลดลงจากประมาณ 4,746 ล้านบาทในปี 2567 และ 5,045 ล้านบาทในปี 2566 ขณะที่หนี้สินรวมลดลงเหลือประมาณ 1,602 ล้านบาท
ล่าสุดบริษัทเปิดเผยว่า ณ 31 มีนาคม 2569 มีสินทรัพย์รวมประมาณ 4,141 ล้านบาท
สรุป: จุดแข็งด้านทรัพย์สินของ SNP อยู่ที่การมีโครงสร้างธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่ โรงงานผลิต → ศูนย์กระจายสินค้า → เครือข่ายร้านอาหาร/เบเกอรี่ → ช่องทางค้าปลีกและต่างประเทศ ทำให้บริษัทไม่ได้พึ่งพาสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ทรัพย์สินเหล่านี้สนับสนุนทั้งธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจผลิตสินค้าอาหารและเบเกอรี่
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SNP
บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ SNP เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ การผลิตและจำหน่ายอาหารและเบเกอรี่ รวมถึงธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศ โดยงบการเงินของบริษัทจัดทำในรูปแบบ บริษัทและบริษัทย่อย
จากข้อมูลบริษัทและรายงานที่เผยแพร่ล่าสุด โครงสร้างธุรกิจของ SNP สามารถมองได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
- ธุรกิจหลักของ SNP
S&P Restaurant & Bakery
เป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม ครอบคลุมร้านอาหารและเบเกอรี่ภายใต้แบรนด์ S&P รวมถึงการผลิตเค้ก ขนมปัง ขนมอบ ขนมไทย และอาหารสำเร็จรูป
S&P Bakery Shop
เน้นจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เค้ก และอาหารพร้อมรับประทาน
S&P DelTA
รูปแบบร้านอาหารและเบเกอรี่ขนาดเล็ก เน้นความสะดวกและการเข้าถึงลูกค้า
ธุรกิจผลิตอาหารและเบเกอรี่
ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายผ่านร้านของกลุ่ม ช่องทางค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต และส่งออกไปต่างประเทศ - ธุรกิจร้านอาหารแบรนด์อื่นในกลุ่ม
SNP ยังมีธุรกิจร้านอาหารภายใต้แบรนด์อื่น ๆ นอกเหนือจาก S&P โดยข้อมูลล่าสุดด้านการดำเนินงานระบุแบรนด์ที่เกี่ยวข้อง เช่น
Patara
Patio
NaiS / SNP Cake Studio
Baan Suriyon
Maisen
Umenohana
Wingstop
โดยรายงานของบริษัทแยก S&P Brand และ Affiliated Brands ออกจากกัน ดังนั้นแบรนด์เหล่านี้ไม่ควรตีความว่า SNP เป็นเจ้าของทั้งหมดในสัดส่วน 100% ทุกแบรนด์ แต่เป็นธุรกิจ/แบรนด์ที่อยู่ภายใต้โครงสร้างการดำเนินงานหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจของกลุ่ม - ธุรกิจในต่างประเทศ
SNP มีธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศ และการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารและเบเกอรี่ ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายตลาดของกลุ่มบริษัท โดยบริษัทระบุธุรกิจหลักครอบคลุมทั้ง ร้านอาหารในประเทศ ร้านอาหารต่างประเทศ ผลิตและจำหน่ายสินค้า รวมถึงบริการจัดส่งและจัดเลี้ยง - ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ
สามารถสรุปเป็นภาพง่าย ๆ ได้ว่า
SNP – บริษัทแม่
↓
ธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่ในประเทศ
→ S&P Restaurant & Bakery
→ S&P Bakery Shop
→ S&P DelTA
↓
ธุรกิจร้านอาหารและแบรนด์อื่น
→ Patara
→ Patio
→ NaiS / SNP Cake Studio
→ Baan Suriyon
→ Maisen
→ Umenohana
→ Wingstop
↓
ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหาร
→ เค้ก / ขนมปัง / เบเกอรี่
→ อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง
→ สินค้าอาหารสำหรับค้าปลีก
→ ส่งออก
↓
ธุรกิจบริการ
→ Delivery
→ Catering
→ บริการที่เกี่ยวเนื่องกับร้านอาหาร
ข้อมูล Climate Impact Report 2025 ระบุจำนวนร้านในกลุ่มที่บริษัทดำเนินงาน/เกี่ยวข้องรวม 416 แห่ง โดย S&P Restaurant & Bakery มี 122 แห่ง, S&P Bakery Shop 263 แห่ง และมีแบรนด์อื่น ๆ เช่น S&P DelTA, Patara, Patio, Maisen, Umenohana และ Wingstop รวมอยู่ด้วย
มุมมองสำหรับนักลงทุน
จุดสำคัญของ SNP คือ ไม่ได้เป็นเพียงหุ้นร้านอาหาร แต่มีโครงสร้างธุรกิจแบบผสมระหว่าง
ร้านอาหาร + เบเกอรี่ + โรงงานผลิตอาหาร + ค้าปลีก + ส่งออก + Delivery + Catering
จึงช่วยกระจายแหล่งรายได้ของกลุ่มได้มากกว่าการพึ่งพาร้านอาหารเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการปี 2568 ลดลง โดยรายได้อยู่ที่ 5,708.92 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 270.54 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่กำไรสุทธิ 426.87 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 60.24 ล้านบาท ลดลงจาก 84.02 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุป: โครงสร้างของ SNP มีจุดแข็งจากการมีทั้ง เครือร้านอาหาร แบรนด์เบเกอรี่ ธุรกิจผลิตอาหาร และธุรกิจต่างประเทศ แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และความสามารถในการรักษาอัตรากำไร
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SNP
บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)
S&P Syndicate Public Company Limited หรือ SNP ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร เบเกอรี่ และผลิต/จำหน่ายอาหาร โดยมีทั้งธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจผลิตอาหาร ซึ่งลักษณะธุรกิจมีความอ่อนไหวต่อกำลังซื้อ ต้นทุนวัตถุดิบ และการแข่งขันค่อนข้างมาก โดยบริษัทมีการเผยแพร่ One Report 2568 และข้อมูลผลประกอบการล่าสุดถึงไตรมาส 2/2569 ให้ติดตามได้จาก Investor Relations ของบริษัท
🔴 1. ความเสี่ยงจากกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ
ธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่เป็นธุรกิจที่ผู้บริโภคสามารถ ลดความถี่ในการใช้บริการหรือเปลี่ยนไปหาร้านที่ราคาถูกกว่าได้ เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวหรือค่าครองชีพสูงขึ้น หากกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง อาจกระทบทั้งยอดขายสาขาเดิมและยอดขายรวมของบริษัท
🔴 2. ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ
SNP มีธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ จึงต้องใช้วัตถุดิบหลายประเภท เช่น แป้ง น้ำตาล นม เนย ไข่ เนื้อสัตว์ และวัตถุดิบทางการเกษตร
หากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันต่อ อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
🔴 3. ค่าแรงและต้นทุนบุคลากร
ธุรกิจร้านอาหารต้องใช้พนักงานจำนวนมาก ทั้งหน้าร้าน ครัว การผลิต และการบริหารสาขา การปรับขึ้นค่าแรงหรือการขาดแคลนแรงงานจึงสามารถเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานได้
ประเด็นสำคัญคือ หากบริษัทไม่สามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด Margin อาจถูกบีบตัว
🔴 4. การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารสูง
ตลาดร้านอาหารและเบเกอรี่มีการแข่งขันจากทั้ง
ร้านอาหารแบรนด์ไทยและต่างประเทศ
ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า
ร้านอาหารอิสระ
Café และ Bakery
ร้านอาหารแบบ Grab & Go
Food Delivery และร้านอาหารบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ผู้บริโภคมีทางเลือกจำนวนมาก ทำให้ SNP ต้องรักษา คุณภาพ ราคา เมนู และประสบการณ์ลูกค้า อย่างต่อเนื่อง
🔴 5. ความเสี่ยงจากการรักษาความนิยมของแบรนด์
ธุรกิจร้านอาหารมีความเสี่ยงเรื่อง รสนิยมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว
เมนูหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในช่วงหนึ่งอาจไม่ได้รับความนิยมในอนาคต บริษัทจึงจำเป็นต้องพัฒนาสินค้าใหม่และปรับรูปแบบร้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงต้นทุนด้านการตลาดและการลงทุน
🔴 6. ความเสี่ยงจาก Food Delivery และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
การเติบโตของช่องทาง Delivery ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า แต่ในอีกด้านหนึ่งมีต้นทุนค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม โปรโมชั่น และส่วนลดต่าง ๆ
หากพึ่งพาช่องทาง Delivery มากขึ้น แต่ไม่สามารถบริหารต้นทุนต่อออเดอร์ได้ดี อาจทำให้ ยอดขายเพิ่มแต่กำไรไม่ได้เพิ่มในสัดส่วนเดียวกัน
🔴 7. ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร
ธุรกิจอาหารมีความเสี่ยงสูงหากเกิดปัญหา เช่น
อาหารปนเปื้อน → ลูกค้าร้องเรียน → กระแสบน Social Media → กระทบภาพลักษณ์แบรนด์
แม้เหตุการณ์อาจเกิดขึ้นเพียงบางสาขา แต่ชื่อเสียงของแบรนด์สามารถได้รับผลกระทบในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
บริษัทระบุถึงการบริหารความเสี่ยงและห่วงโซ่อุปทานที่รับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางด้านความยั่งยืนและการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร
🔴 8. ความเสี่ยงจากค่าเช่าและทำเลสาขา
ร้านอาหารจำนวนมากต้องพึ่งพาทำเลที่มีลูกค้าจำนวนมาก เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์
หากค่าเช่าเพิ่มขึ้น หรือ Traffic ของทำเลลดลง อาจทำให้ ยอดขายต่อสาขาไม่คุ้มกับต้นทุนการดำเนินงาน
ดังนั้นการเลือกทำเลและประสิทธิภาพของแต่ละสาขาจึงเป็นตัวแปรสำคัญ
🔴 9. ความเสี่ยงจากการขยายสาขา
การขยายสาขาช่วยสร้างรายได้ในระยะยาว แต่ต้องใช้เงินลงทุนทั้งด้านสถานที่ อุปกรณ์ บุคลากร และการตลาด
หากเปิดสาขาใหม่มากเกินไปในทำเลที่ศักยภาพต่ำ อาจเกิด ยอดขายต่อสาขาต่ำ + ค่าใช้จ่ายสูง + ระยะเวลาคืนทุนยาว
🔴 10. ความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทาน
ธุรกิจอาหารต้องบริหารวัตถุดิบและระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสินค้าที่มีอายุสั้น
ปัญหาจากผู้ผลิตวัตถุดิบ การขนส่ง สภาพอากาศ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ Supply Chain หยุดชะงัก อาจกระทบต่อทั้งต้นทุนและความสามารถในการให้บริการ
📌 สรุปความเสี่ยง SNP แบบนักลงทุน
| ความเสี่ยง | ระดับที่ควรจับตา |
|---|---|
| กำลังซื้อผู้บริโภค | 🔴 สูง |
| ราคาวัตถุดิบ | 🔴 สูง |
| ค่าแรง | 🔴 สูง |
| การแข่งขันร้านอาหาร | 🔴 สูง |
| คุณภาพและความปลอดภัยอาหาร | 🔴 สูง |
| ค่าเช่า/ทำเลสาขา | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| Delivery และค่าธรรมเนียม | 🟠 ปานกลาง-สูง |
| การขยายสาขา | 🟠 ปานกลาง |
| Supply Chain | 🟠 ปานกลาง |
| เทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภค | 🟠 ปานกลาง-สูง |
ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตาเป็นพิเศษ:
“ยอดขายสาขาเดิม + Gross Margin + ต้นทุนวัตถุดิบ + ค่าแรง + จำนวนสาขา + กำไรสุทธิ”
เพราะแม้ยอดขาย SNP จะเติบโต แต่ถ้า ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงเพิ่มเร็วกว่ายอดขาย หรือยอดขายต่อสาขาเดิมอ่อนตัวลง กำไรอาจถูกกดดันได้
ข้อมูลจาก ก.ล.ต. ระบุว่า SNP มี แบบ 56-1 One Report ปี 2568 ซึ่งได้รับข้อมูลเมื่อ 23 มีนาคม 2569 และบริษัทก็เผยแพร่รายงานประจำปี 2568 รวมถึงงบไตรมาส 1 และ 2/2569 ผ่าน Investor Relations แล้ว
มุมมอง: SNP เป็นหุ้นธุรกิจอาหารที่ความเสี่ยงหลักไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีตลาด” แต่เป็นเรื่อง การควบคุมต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางการแข่งขันสูง มากกว่า ดังนั้นเวลาวิเคราะห์หุ้นตัวนี้ควรดู Margin และยอดขายสาขาเดิม ควบคู่กับการเติบโตของรายได้ ไม่ควรดูรายได้เพียงอย่างเดียว.
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 17 มี.ค. 2569
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) | 185,030,705 | 35.95 |
| 2 | นาง ภัทรา ศิลาอ่อน | 44,444,027 | 8.63 |
| 3 | นาง เกษสุดา ไรวา | 39,872,227 | 7.75 |
| 4 | นาย ประเวศวุฒิ ไรวา | 32,050,525 | 6.23 |
| 5 | นาง สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม | 18,035,650 | 3.50 |
| 6 | นาง พรพิไล ไรวา | 15,872,052 | 3.08 |
| 7 | นาง พันทิพา ไรวา | 14,544,778 | 2.83 |
| 8 | ร้อยโท วรากร ไรวา | 12,075,000 | 2.35 |
| 9 | นาย ขจรเดช ไรวา | 10,789,490 | 2.10 |
| 10 | นาย วิทูร ศิลาอ่อน | 8,655,715 | 1.68 |
| 11 | นาย กำธร ศิลาอ่อน | 8,367,485 | 1.63 |
| 12 | นาย ปริญญา เธียรวร | 7,800,000 | 1.52 |
| 13 | ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) | 7,303,800 | 1.42 |
| 14 | นาย พรวิช ศิลาอ่อน | 7,283,470 | 1.42 |
| 15 | นาย อมเรศ ศิลาอ่อน | 6,182,100 | 1.20 |
| 16 | นาง ปริญญา ขันเจริญสุข | 5,472,925 | 1.06 |
| 17 | บริษัท เนม แอนด์ นาม จำกัด | 5,450,995 | 1.06 |
| 18 | น.ส. อาภาพรรณ ไรวา | 5,250,000 | 1.02 |
| 19 | นาย พิทักษ์ พิเศษสิทธิ์ | 4,400,000 | 0.85 |
| 20 | น.ส. พิมอาภา ไรวา | 4,200,000 | 0.82 |
| 21 | บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) | 4,080,000 | 0.79 |
| 22 | นาย ปราการ ไรวา | 3,607,159 | 0.70 |
| 23 | น.ส. ปรมา ไรวา | 3,160,022 | 0.61 |
| 24 | นาง วิรุณศรี ใต้ฟ้ายงวิจิตร | 2,791,000 | 0.54 |
| 25 | นาย ธีรกรณ์ ไรวา | 2,592,700 | 0.50 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาง ภัทรา ศิลาอ่อน | ประธานกรรมการ |
| 2 | นาย กำธร ศิลาอ่อน | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นาย ประเวศวุฒิ ไรวา | รองประธานกรรมการ |
| 4 | นาง เกษสุดา ไรวา | กรรมการ |
| 5 | นาย โกศิน ฉันธิกุล | กรรมการ |
| 6 | นาย ขจรเดช ไรวา | กรรมการ |
| 7 | นาย ชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ | กรรมการบริษัท |
| 8 | นาย วิทูร ศิลาอ่อน | กรรมการ |
| 9 | นางสาว คัทลียา แสงศาสตรา | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 10 | นาย ธีรนันท์ ศรีหงส์ | กรรมการอิสระ |
| 11 | นาย ปิยะ ซอโสตถิกุล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 12 | นางสาว โสภาวดี อุตตโมบล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SNP
บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)
SNP มีจุดเริ่มต้นในปี 2516 (1973) จากร้านไอศกรีมขนาดเล็ก ก่อนพัฒนาเป็นธุรกิจร้านอาหาร เบเกอรี อาหารแช่แข็ง และ Food Service จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์อาหารไทยที่มีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทก่อตั้งในปี 2516 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2532
🔹 Timeline พัฒนาการสำคัญ
2516 — จุดเริ่มต้น S&P
เริ่มต้นจากร้านไอศกรีมเล็ก ๆ ในซอยประสานมิตร ก่อนขยายเข้าสู่ธุรกิจอาหารและเบเกอรี จากความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
2532 — เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
S&P Syndicate เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจอย่างเป็นระบบ
2533 — ขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
เปิดร้าน Patara Fine Thai Cuisine แห่งแรกที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนขยายร้านอาหารไทยไปยังหลายประเทศ
2540 — เริ่มบริการ S&P Delivery 1344
พัฒนาช่องทางการขายจากหน้าร้านสู่บริการจัดส่งอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรีถึงลูกค้าโดยตรง
2544 — เปิดแบรนด์ Patio
ขยายพอร์ตธุรกิจร้านอาหารด้วยแบรนด์ Patio ซึ่งเน้นอาหารสไตล์ International Modern Cuisine
2546 — เปิดตัว BlueCup Coffee
เข้าสู่ตลาดกาแฟและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ BlueCup Coffee เพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม
2551 — ขยาย Food Service
เริ่มธุรกิจ Catering สำหรับองค์กรและสถาบัน เช่น โรงพยาบาล โรงงาน และสถาบันการศึกษา ทำให้ SNP มีรายได้จากช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น
🚀 พัฒนาการช่วงล่าสุดที่น่าจับตา
2568 — เร่งนวัตกรรมและสร้างแบรนด์ใหม่
ปี 2568 ถือเป็นอีกช่วงที่ SNP เดินเกมด้านผลิตภัณฑ์และแบรนด์อย่างชัดเจน โดยเปิดตัว “Shio Pan” ขนมปังเกลือสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทระบุว่ามียอดขายมากกว่า 3 ล้านชิ้นภายในเวลาไม่กี่เดือน รวมถึงสินค้า Pop Cakes ที่ช่วยเพิ่มยอดขายหน้าร้าน
2568 — เปิดร้าน S&P 1973 และ Baan Suriyon
บริษัทนำประวัติและเอกลักษณ์ของ S&P มาต่อยอดเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ โดยเปิด S&P 1973 ที่ MBK Center และ บ้านสุริยน ร้านอาหารทะเลในศรีราชา เพื่อสร้างประสบการณ์และขยายฐานลูกค้า
2568 — เปิดตัว Platapian ในอังกฤษ
เปิดตัวร้าน Platapian ซึ่งเป็นการต่อยอดแบรนด์ Patara ในตลาดอังกฤษ สะท้อนกลยุทธ์ในการพัฒนาแบรนด์อาหารไทยให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
ธันวาคม 2568 — เปิดตัว Wingstop ในประเทศไทย
SNP นำแบรนด์ไก่ทอดจากสหรัฐฯ อย่าง Wingstop เข้ามาทำตลาดในไทย โดยบริษัทระบุว่าได้รับการตอบรับอย่างมากจากกลุ่มลูกค้า Gen Z และเตรียมขยายสาขาเพิ่มเติมในปี 2569
2569 — เดินหน้าขยายต่างประเทศ
บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มเติม โดยวางแผนเปิดร้านเบเกอรีแห่งแรกใน สปป.ลาว ในรูปแบบแฟรนไชส์ และมีแผนพัฒนาต่อไปสู่ร้านอาหารเต็มรูปแบบ
🤖 ยกระดับประสิทธิภาพด้วย AI
อีกพัฒนาการที่น่าสนใจคือ SNP เริ่มนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ การจ่ายเงินเดือน และ E-commerce รวมถึงการพัฒนาทักษะพนักงานให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ
📌 ภาพรวมเชิงธุรกิจ
จุดที่น่าสนใจของ SNP คือการพยายามเปลี่ยนจากธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรีแบบดั้งเดิม ไปสู่ Food & Beverage Platform ที่มีหลายช่องทาง ได้แก่
🍰 ร้านอาหารและเบเกอรี
☕ เครื่องดื่มและกาแฟ
🥐 ผลิตภัณฑ์เบเกอรีและอาหารสำเร็จรูป
❄️ อาหารแช่แข็ง
🏢 Food Service / Catering
🌎 ธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศ
🍗 แบรนด์พันธมิตรอย่าง Wingstop
🛒 E-commerce และ Delivery
ล่าสุดบริษัทระบุว่าในปี 2568 มีรายได้รวม 5,642 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 271 ล้านบาท ขณะที่บริษัทกำลังเน้นการเพิ่ม Productivity ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและรูปแบบร้านใหม่ ๆ
สรุปสำหรับนักลงทุน: พัฒนาการของ SNP ในช่วงหลังไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่ให้น้ำหนักกับ การสร้างแบรนด์ใหม่ + นวัตกรรมสินค้า + เจาะกลุ่ม Gen Z + ขยายต่างประเทศ + เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ควรติดตามต่อว่าการขยายธุรกิจเหล่านี้จะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรได้มากเพียงใดในปี 2569
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 717.60 | 878.72 | 564.37 | 427.30 | 464.61 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 271.64 | 288.51 | 316.96 | 230.13 | 241.64 |
| สินค้าคงเหลือ | 284.67 | 294.08 | 271.74 | 283.85 | 264.67 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 1,664.95 | 1,674.16 | 1,370.79 | 1,165.26 | 1,189.27 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 1,641.73 | 1,620.55 | 1,586.57 | 1,607.41 | 1,547.11 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 3,379.81 | 3,071.99 | 2,811.68 | 2,910.69 | 2,661.96 |
| รวมสินทรัพย์ | 5,044.76 | 4,746.15 | 4,182.47 | 4,075.95 | 3,851.23 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 1.24 | 10.78 | 0.39 | 0.60 | 0.15 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 803.66 | 824.04 | 726.68 | 706.02 | 706.69 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 11.20 | 11.20 | 4.81 | 9.11 | – |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 1,315.29 | 1,337.67 | 1,168.29 | 1,150.40 | 1,094.46 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 969.31 | 671.76 | 433.89 | 503.48 | 349.16 |
| รวมหนี้สิน | 2,284.60 | 2,009.43 | 1,602.18 | 1,653.88 | 1,443.62 |
| ทุนจดทะเบียน | 514.93 | 514.71 | 514.71 | 514.71 | 514.71 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 514.71 | 514.71 | 514.71 | 514.71 | 514.71 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 689.98 | 689.98 | 689.98 | 689.98 | 689.98 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 1,420.20 | 1,409.57 | 1,295.78 | 1,134.79 | 1,126.24 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | 5.04 | 44.00 | 44.00 | 44.00 |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | 97.89 | 92.32 | 89.34 | 91.66 | 86.23 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | 79.91 | 79.91 | 79.91 | 79.91 | 79.91 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 2,722.79 | 2,701.54 | 2,545.81 | 2,387.15 | 2,373.17 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 37.37 | 35.18 | 34.47 | 34.92 | 34.44 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 6,224.13 | 6,138.82 | 5,642.17 | 2,701.36 | 2,486.50 |
| รายได้อื่น | 66.26 | 61.69 | 66.74 | 28.63 | 43.10 |
| รวมรายได้ | 6,290.40 | 6,200.51 | 5,708.92 | 2,729.98 | 2,529.60 |
| ต้นทุน | 2,728.59 | 2,683.67 | 2,498.93 | 1,211.14 | 1,102.41 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 2,951.08 | 3,006.14 | 2,888.11 | 1,415.16 | 1,353.83 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 5,679.67 | 5,689.81 | 5,387.04 | 2,626.30 | 2,456.24 |
| EBITDA | 1,304.85 | 1,246.89 | 1,053.17 | 472.05 | 408.07 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 656.18 | 698.89 | 703.58 | 355.65 | 319.22 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 648.67 | 548.00 | 349.59 | 116.41 | 88.85 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 485.23 | 426.87 | 270.54 | 84.02 | 60.24 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 0.94 | 0.83 | 0.53 | 0.16 | 0.12 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 1,111.25 | 1,098.23 | 837.67 | 377.76 | 406.93 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -245.33 | -23.42 | -242.16 | -174.28 | -111.55 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -1,231.93 | -914.41 | -909.95 | -655.52 | -395.55 |
| เงินสดสุทธิ | -366.01 | 160.40 | -314.45 | -452.04 | -100.18 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 21.92 | 18.64 | 24.17 | 23.01 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 16.65 | 19.58 | 15.10 | 15.86 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 9.27 | 8.83 | 9.23 | 8.72 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 39.36 | 41.32 | 39.53 | 41.88 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 3.30 | 3.22 | 3.68 | 3.38 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 110.69 | 113.25 | 99.19 | 107.86 |
| วงจรเงินสด (วัน) | -54.68 | -52.34 | -44.56 | -50.12 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
การวิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis) คือวิธีการศึกษาข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีต โดยเฉพาะราคาปิด ปริมาณการซื้อขาย และรูปแบบกราฟ เพื่อ คาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนและนักเก็งกำไร วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์กราฟเทคนิค เพื่อหาจุดซื้อ-จุดขายที่เหมาะสม ระบุช่วงเวลาที่ควรเข้าซื้อ (Buy Signal) หรือขายทำกำไร/ตัดขาดทุน (Sell Signal) เพื่อจับจังหวะของแนวโน้มราคา (Trend) วิเคราะห์ว่าแนวโน้มเป็นขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend), หรือ Sideway เพื่อระบุระดับแนวรับ/แนวต้าน แนวรับ: ราคาที่มีโอกาสเด้งขึ้น แนวต้าน: ราคาที่มีแนวโน้มยากจะผ่านไปได้ เพื่อยืนยันหรือหาสัญญาณกลับตัว (Reversal) ใช้รูปแบบกราฟ เช่น Double Top, Head and Shoulders
เครื่องมือที่ใช้บ่อย MA
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) ช่วยกรองสัญญาณรบกวนระยะสั้น ดูแนวโน้มราคาระยะยาว เช่น MA5, MA20, MA200 บ่งชี้ทิศทางและแรงของแนวโน้ม Volume / ปริมาณการซื้อขาย
ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI)
วัดภาวะ “ซื้อมากเกินไป” หรือ “ขายมากเกินไป”RSI > 70 = Overbought, RSI < 30 = Oversold
MACD (Moving Average Convergence Divergence)
ช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) เช่น Cup & Handle, Triangle, Flag, Head & Shoulders
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ได้พยากรณ์อนาคตแน่นอน แต่ช่วยเพิ่ม “โอกาส” ในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทางทีมงานไม่ได้นำเสนอในส่วนนี้ แต่ก่อนที่ผู้ลงทุนหุ้นตัวใดก็ตามที่ ได้วิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน มาทุกข้อแล้วเวลาจะเข้าลงทุนหุ้นตัวไหนก็ตามควรมีการวิเคราะห์ กราฟเทคนิค หรือ Technical analysis ก่อนทุกครั้งเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการลงทุน.
9. สรุปผลการวิเคราะห์
| หัวข้อการวิเคราะห์ | คะแนน | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|
| 1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท | 20 | 00 |
| 2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท | 20 | 00 |
| 3. ต้นทุนการบริหาร | 15 | 00 |
| 4. ความเสี่ยงของบริษัท | 10 | 00 |
| 5. ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่ | 10 | 00 |
| 6. พัฒนาการทางธุรกิจ | 5 | 0 |
| 7. งบการเงิน | 10 | 00 |
| 8. Technical analysis | 10 | 00 |
| รวมผลสรุป | 100 | 000 |
สรุปผลการวิเคราะห์ บริษัท

