ONE REPORT ANALYSIS FREE

วิเคราะห์ หุ้น CPI บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CPI บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น CPI บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) CPI อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.27บาท15 พ.ค. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 25670.22บาท16 พ.ค. 2568เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 25660.11บาท17 พ.ค. 2567เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.21บาท19 พ.ค. 2566เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.19บาท20 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.11บาท14 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น CPI
บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPI ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม ตั้งแต่น้ำมันปาล์มดิบ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ น้ำมันเมล็ดในปาล์ม ไปจนถึงน้ำมันปาล์มโอเลอินแบรนด์ “ลีลา” รวมถึงผลพลอยได้ เช่น ไขปาล์ม กรดไขมันปาล์ม และกากเมล็ดในปาล์ม
จาก รายงานประจำปี 2567 ทรัพย์สินหลักที่บริษัทและบริษัทย่อยใช้ในการดำเนินธุรกิจ มีดังนี้

ประเภททรัพย์สินมูลค่าโดยประมาณ
🏭 ที่ดิน ที่ดินโรงงาน สำนักงาน และบ้านพัก1,220.95 ล้านบาท
🏗️ ส่วนปรับปรุงที่ดิน181.32 ล้านบาท
🏢 อาคารสำนักงาน อาคารโรงงาน สำนักงานสวน และบ้านพักพนักงาน276.30 ล้านบาท
⚙️ เครื่องจักรและอุปกรณ์830.62 ล้านบาท
🛠️ เครื่องมือและเครื่องใช้โรงงาน20.14 ล้านบาท
🚚 ยานพาหนะ87.73 ล้านบาท
🪑 เครื่องตกแต่งและเครื่องใช้สำนักงาน29.47 ล้านบาท
🏗️ สินทรัพย์ระหว่างติดตั้งและก่อสร้าง15.41 ล้านบาท
🌴 ต้นปาล์มที่พร้อมเก็บเกี่ยว268.34 ล้านบาท
🌱 ต้นปาล์มที่ยังไม่พร้อมเก็บเกี่ยว15.68 ล้านบาท
💻 ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์3.74 ล้านบาท

รวมทรัพย์สินถาวรหลักประมาณ 2,661.92 ล้านบาท และมี พืชเพื่อการให้ผลิตผล (ต้นปาล์ม) รวม 284.02 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่ระบุในรายงานดังกล่าว ไม่มีภาระจำนอง

จุดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

  1. ฐานทรัพย์สินของ CPI เป็นธุรกิจแบบ “Asset-Heavy”
    สินทรัพย์สำคัญกระจุกตัวอยู่ใน ที่ดิน + อาคารโรงงาน + เครื่องจักร ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานโดยตรงต่อการผลิตน้ำมันปาล์ม โดยเฉพาะเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูงถึง 830.62 ล้านบาท
  2. มีสินทรัพย์ต้นน้ำจากสวนปาล์ม 🌴
    CPI มีต้นปาล์มที่เป็นพืชเพื่อการให้ผลิตผล ทั้งส่วนที่พร้อมเก็บเกี่ยวและยังไม่พร้อมเก็บเกี่ยว รวมมูลค่า 284.02 ล้านบาท สะท้อนว่าบริษัทมีฐานทรัพย์สินในส่วนของวัตถุดิบต้นน้ำด้วย
  3. มีฐานการผลิตจริง ไม่ได้เป็นเพียงผู้ค้า
    ทรัพย์สินประเภทโรงงาน เครื่องจักร อุปกรณ์ และที่ดินจำนวนมาก สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจของ CPI ที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มหลายประเภทและผลิตภัณฑ์พลอยได้
  4. มีการลงทุนขยายกำลังการผลิต
    บริษัทเปิดเผยในปี 2568 ว่าคณะกรรมการอนุมัติการลงทุนก่อสร้าง โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบแห่งใหม่ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งไม่เกิน 60 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรติดตาม เพราะอาจเพิ่มกำลังการผลิตและขยายฐานสินทรัพย์ของบริษัทในอนาคต

สรุปแบบนักลงทุน
CPI มีจุดเด่นด้านฐานทรัพย์สินจริงค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะ ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร และสวนปาล์ม ซึ่งเป็นหัวใจของห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงการผลิตน้ำมันปาล์ม ขณะที่ข้อมูลล่าสุด ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมประมาณ 4,955.08 ล้านบาท เพิ่มจาก 4,765.53 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568
ดังนั้น หากมอง CPI ในมุม “ทรัพย์สินที่รองรับการสร้างรายได้” จุดที่น่าจับตาที่สุดคือ ที่ดิน + โรงงาน + เครื่องจักร + ต้นปาล์ม + การลงทุนโรงงานสกัดแห่งใหม่ เพราะทั้งหมดเชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการผลิตและสร้างรายได้ของบริษัท.


กลุ่มบริษัทในเครือของ CPI
บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPI มีโครงสร้างธุรกิจค่อนข้างครบวงจร ตั้งแต่สวนปาล์ม → โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ → โรงกลั่น → ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม → พลังงาน โดยมีบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่ธุรกิจดังนี้

บริษัทสถานะธุรกิจหลัก / บทบาท
บริษัท ซีพีไอ อะโกรเทค จำกัด (CPI Agrotech)บริษัทย่อยธุรกิจด้านการเกษตร โดยเฉพาะการวิจัย พัฒนา และจัดการด้านปาล์มน้ำมัน รวมถึงการผลิต/จำหน่ายต้นกล้าปาล์มและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ซีพีพี จำกัด (CPP)บริษัทย่อยธุรกิจโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มกำลังการผลิต CPO ของกลุ่ม
บริษัท ซีพีไอ เพาเวอร์ จำกัด (CPI Power)บริษัทย่อยธุรกิจพลังงาน ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงโครงการพลังงานจากชีวมวลและก๊าซชีวภาพ
บริษัท ซี เค เทรดดิ้ง (1965) จำกัดกิจการร่วมค้าตัวแทน/นายหน้าจัดจำหน่ายสินค้า โดย CPI ถือหุ้น 49% และบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) ถือ 49%

  1. CPI Agrotech
    เป็นบริษัทที่เชื่อมโยงกับต้นน้ำของธุรกิจปาล์ม โดย CPI มีการดำเนินงานด้านสวนปาล์มและการจัดหาวัตถุดิบเอง รวมถึงส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ให้ปลูกปาล์มน้ำมันและรับซื้อผลปาล์มสดเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิต
  2. CPP
    บริษัท ซีพีพี จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบ และ CPI ระบุล่าสุดว่ามีการลงทุนเพื่อ ปรับปรุงและขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบของ CPP ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตของกลุ่มบริษัท
  3. CPI Power
    บริษัท ซีพีไอ เพาเวอร์ จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าและพลังงานประเภทต่าง ๆ
    ปัจจุบันมีโครงการสำคัญที่น่าสนใจ คือการลงทุนประมาณ 940 ล้านบาท เพื่อก่อสร้าง
    โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ กำลังการผลิตไม่เกิน 60 ตันผลปาล์มสด/ชั่วโมง
    โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลไม่เกิน 2 เมกะวัตต์
    โรงผลิตก๊าซชีวภาพไม่เกิน 13 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี
    โครงการพัฒนาตามแผนระหว่างปี 2568–2570 และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2571
  4. CK Trading (1965)
    เป็น กิจการร่วมค้า มากกว่าจะเป็นบริษัทย่อยที่ CPI ถือหุ้นเกิน 50%
    โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เปิดเผยคือ
    CPI 49%
    บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) 49%
    นายอิสสระ ถวิลเติมทรัพย์ 1%
    นายธวัชชัย โฉมวรรณ์ 1%
    ลักษณะธุรกิจคือ ตัวแทน/นายหน้าซื้อขายสินค้า และสนับสนุนด้านการตลาดและการจัดจำหน่าย
    ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ CPI
    CPI
    ↳ 🌴 CPI Agrotech → ต้นน้ำ / การเกษตร / ปาล์มน้ำมัน
    ↳ 🏭 CPP → โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ
    ↳ ⚡ CPI Power → พลังงาน / ชีวมวล / ก๊าซชีวภาพ / โรงสกัดแห่งใหม่
    ↳ 🤝 CK Trading (1965) → ตัวแทนและนายหน้าจัดจำหน่ายสินค้า (ถือหุ้น 49%)
    จุดเด่นของ CPI คือ การควบคุมห่วงโซ่ธุรกิจค่อนข้างครบวงจร ตั้งแต่สวนปาล์มกว่า 20,000 ไร่ การสกัด CPO การกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ไปจนถึงน้ำมันปาล์มบรรจุขวดแบรนด์ “ลีลา” และธุรกิจพลังงาน ทำให้ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจเพียงขั้นตอนเดียวของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม
    หมายเหตุ: รายชื่อข้างต้นแยกให้ชัดระหว่าง “บริษัทย่อย” กับ “กิจการร่วมค้า” เพราะ CK Trading ถือหุ้น 49% จึงไม่ควรจัดเป็นบริษัทย่อยของ CPI โดยตรง.


งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น CPI
บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
CPI ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงกลางน้ำของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ทั้งสวนปาล์ม การสกัดน้ำมันปาล์มดิบ น้ำมันเมล็ดในปาล์ม น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ และน้ำมันพืชบรรจุขวดแบรนด์ “ลีลา” รวมถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้ต่าง ๆ ดังนั้นความเสี่ยงของบริษัทจึงผูกกับทั้ง ราคาปาล์ม วัตถุดิบ สภาพอากาศ นโยบายรัฐ และการแข่งขัน โดยตรง
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคาปาล์มและวัตถุดิบผันผวน — สูง
นี่คือหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่สุดของ CPI เพราะผลปาล์มสดเป็นวัตถุดิบหลัก หากราคาผลปาล์มสดปรับขึ้นเร็วกว่าราคาขายผลิตภัณฑ์ อาจกดดัน Gross Margin และกำไรสุทธิ
บริษัทระบุเองว่าราคาวัตถุดิบและราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้มีความผันผวน และสามารถกระทบต้นทุนและผลประกอบการได้ โดยบริษัทใช้ทั้งการบริหารสินค้าคงคลังและการป้องกันความเสี่ยงในตลาด Futures เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว
ประเด็นที่นักลงทุนควรจับตา:
ราคาผลปาล์มสด → ราคาน้ำมันปาล์มดิบ → ราคาน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ → Margin ของ CPI
🌦️ 2. ความเสี่ยงจากสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ — สูง
ธุรกิจปาล์มขึ้นอยู่กับสภาพอากาศโดยตรง ทั้ง ภัยแล้ง ฝนตกหนัก น้ำท่วม และพายุ หากผลผลิตปาล์มลดลง ปริมาณวัตถุดิบเข้าสู่โรงสกัดก็ลดลงตาม
CPI ระบุว่าภัยแล้งสามารถกระทบปริมาณวัตถุดิบโดยตรง และบริษัทมีการติดตามสภาพภูมิอากาศ รวมถึงบริหารจัดการสวนและระบบกักเก็บน้ำเพื่อลดผลกระทบ ขณะที่พื้นที่ชุมพรเองก็มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่บริษัทต้องบริหารจัดการ
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง:
ภัยแล้ง → ผลปาล์มลด → วัตถุดิบขาดแคลน → Utilization โรงงานลด → ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น
🏭 3. ความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ — สูง
ธุรกิจโรงสกัดต้องมีผลปาล์มสดเข้าสู่โรงงานอย่างต่อเนื่อง หากมีการแข่งขันแย่งซื้อผลปาล์มสูง หรือผลผลิตในพื้นที่ลดลง อาจทำให้ต้นทุนจัดซื้อเพิ่มขึ้นและกำลังการผลิตโรงงานถูกใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
CPI ระบุว่าการแข่งขันในการจัดหาวัตถุดิบเป็นความเสี่ยงสำคัญ และบริษัทจึงกระจายแหล่งรับซื้อไปยังหลายพื้นที่ พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับเกษตรกรและผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบ
🏛️ 4. ความเสี่ยงจากนโยบายและการควบคุมราคาของภาครัฐ — สูง
น้ำมันปาล์มเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ทำให้ภาครัฐมีบทบาทในการดูแลทั้งราคา ปริมาณ และการใช้ในประเทศ
บริษัทระบุถึงความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ เช่น การกำหนดราคาสูงสุดและการประเมินราคาปาล์ม ซึ่งอาจกระทบต้นทุนและผลขาดทุนจากการจัดซื้อได้
ดังนั้น CPI ไม่ได้มีอิสระในการกำหนดราคาขายเต็มที่เหมือนธุรกิจสินค้าบางประเภท
🛢️ 5. ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันปาล์มโลกและตลาดส่งออก
ราคาน้ำมันปาล์มไม่ได้ถูกกำหนดจากตลาดไทยเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันพืชในตลาดโลก เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน รวมถึง Supply จากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่
หากราคาปาล์มโลกปรับตัวลงแรง ขณะที่บริษัทมีต้นทุนวัตถุดิบในระดับสูง อาจเกิดแรงกดดันต่อ Margin และมูลค่าสินค้าคงเหลือ
บริษัทเองระบุว่าอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มมีความเกี่ยวข้องกับตลาดส่งออก และราคาที่สูงสามารถทำให้การส่งออกชะลอตัวได้
💰 6. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและเงินทุนหมุนเวียน
ธุรกิจน้ำมันปาล์มมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องจัดซื้อวัตถุดิบและบริหารสินค้าคงเหลือ
CPI ระบุว่ามีการกู้ยืมจากธนาคารในประเทศไทยและมีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยบริษัทใช้ Interest Rate Swap เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องติดตาม:
ดอกเบี้ยขาขึ้น + สต๊อกเพิ่ม + ราคาวัตถุดิบสูง = ภาระต้นทุนทางการเงินและเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม
💱 7. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
CPI มีรายได้จากการค้ากับต่างประเทศประมาณ 7–8% ของรายได้ต่อปี ตามข้อมูลในรายงานความเสี่ยงของบริษัท ดังนั้นเงินบาทแข็งค่าอาจทำให้รายได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทลดลง
บริษัทใช้ Forward Contract เพื่อบริหารความเสี่ยงค่าเงิน
🏗️ 8. ความเสี่ยงจากเครื่องจักรและการหยุดผลิต
ธุรกิจสกัดและกลั่นน้ำมันปาล์มพึ่งพาเครื่องจักรและระบบการผลิตสูง หากเครื่องจักรเสียหรือหยุดผลิตเป็นเวลานาน อาจกระทบทั้ง ปริมาณการผลิต รายได้ และต้นทุน
บริษัทระบุว่าความพร้อมของเครื่องจักรมีความสำคัญต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ และมีการทำ Preventive Maintenance รวมถึงเตรียมอะไหล่เพื่อรองรับเหตุขัดข้อง
นอกจากนี้ CPI มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจน้ำมันพืช “ลีลา” ซึ่งทำให้ต้องจับตาความเสี่ยงด้าน งบลงทุนและการบริหารโครงการ เพิ่มขึ้นด้วย
🛒 9. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในตลาดน้ำมันพืช
ตลาดน้ำมันพืชบรรจุขวดเป็นตลาดที่แข่งขันสูง ทั้งด้านราคา โปรโมชั่น ช่องทางจำหน่าย และ Brand Awareness
แม้ “ลีลา” เป็นแบรนด์ที่มีฐานตลาดมายาวนาน แต่การขยายส่วนแบ่งตลาดจำเป็นต้องใช้ทั้งงบการตลาดและการกระจายสินค้า ขณะที่ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคา
บริษัทจึงมีแผน Rebranding และเพิ่มช่องทางจำหน่าย รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
👷 10. ความเสี่ยงด้านแรงงาน
โรงงานอุตสาหกรรมต้องใช้แรงงานที่มีทักษะในการผลิต ซ่อมบำรุง และควบคุมคุณภาพ
CPI ระบุว่า การขาดแคลนแรงงาน เป็นความเสี่ยงสำคัญ และบริษัทมีมาตรการด้านการสรรหา การพัฒนาบุคลากร และแผนสืบทอดตำแหน่งเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว
🌱 11. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ
กระบวนการสกัดและผลิตน้ำมันปาล์มเกี่ยวข้องกับ น้ำเสีย กากของเสีย ฝุ่นจาก Boiler และมลพิษจากกระบวนการผลิต
หากมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น บริษัทอาจต้องลงทุนเพิ่มในระบบบำบัดและเทคโนโลยี ขณะเดียวกันหากเกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอาจนำไปสู่ต้นทุน การหยุดดำเนินงาน หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง
บริษัทมีการลงทุนในระบบผลิต Biogas จากน้ำเสียและนำผลผลิตจากกระบวนการบำบัดไปใช้ประโยชน์เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว


⚠️ สรุปความเสี่ยง CPI แบบนักลงทุน

ปัจจัยเสี่ยงระดับผลกระทบที่อาจเกิด
ราคาปาล์ม/วัตถุดิบ🔴 สูงกด Margin
สภาพอากาศ/ภัยแล้ง🔴 สูงวัตถุดิบลด
การแข่งขันแย่งซื้อปาล์ม🔴 สูงต้นทุนเพิ่ม
นโยบายภาครัฐ🔴 สูงจำกัดราคา/กระทบ Margin
ราคาน้ำมันปาล์มโลก🟠 กลาง-สูงรายได้และกำไรผันผวน
การแข่งขันน้ำมันพืช🟠 กลาง-สูงกดราคาและค่าใช้จ่ายการตลาด
เครื่องจักร/โรงงาน🟠 กลางกระทบการผลิต
ดอกเบี้ย🟠 กลางต้นทุนการเงิน
ค่าเงินบาท🟡 กลางกระทบรายได้ส่งออก
แรงงาน🟡 กลางต้นทุน/ความต่อเนื่อง
สิ่งแวดล้อม🟡 กลางCAPEX/ค่าใช้จ่ายเพิ่ม

🎯 มุมมองสำคัญสำหรับคนถือหุ้น CPI

จุดที่ต้องจับตาที่สุดไม่ใช่แค่ “ยอดขาย” แต่คือ “ส่วนต่างราคาวัตถุดิบกับราคาขาย”

เพราะ CPI เป็นธุรกิจที่ได้รับอิทธิพลจาก Commodity Cycle ค่อนข้างมาก หาก ราคาขายผลิตภัณฑ์ปรับขึ้นเร็วกว่าต้นทุนปาล์ม → Margin มีโอกาสขยาย แต่ถ้า ราคาปาล์มพุ่งเร็วกว่าราคาขาย → กำไรมีโอกาสถูกบีบ

ปัจจุบันบริษัทมีข้อมูลผลประกอบการถึง ไตรมาส 2/2569 แล้ว และมีการเผยแพร่ MD&A เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ดังนั้นสำหรับการประเมิน CPI ณ ปัจจุบัน ควรดูคู่กันทั้ง ราคาปาล์ม + Gross Margin + ปริมาณขาย + Inventory + กำไรสุทธิ มากกว่าดูรายได้เพียงตัวเดียว

สรุปสั้น ๆ: CPI มีความเสี่ยงหลักแบบ “Commodity + Weather + Government Policy + Competition” โดยเฉพาะ ราคาวัตถุดิบปาล์มและสภาพอากาศ ที่สามารถส่งผลต่อกำไรได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่การมีสวนปาล์มของกลุ่มและธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงกลางน้ำช่วยลดความเสี่ยงด้าน Supply ได้บางส่วน แต่ไม่ได้ทำให้พ้นจากความผันผวนของราคาปาล์มและวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์


ข้อมูล ณ วันที่ 16 มี.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท ชุมพรโฮลดิ้ง จำกัด217,399,40034.36
2บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)32,456,1815.13
3นาย อภิรุม ปัญญาพล22,591,7003.57
4นาย รังสรรค์ ถวิลเติมทรัพย์18,741,2202.96
5นาย กิตติ ฉัตรเลขวนิช15,599,9232.47
6นาย ชูศักดิ์ ปรัชญางค์ปรีชา13,253,1812.09
7บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด12,988,4592.05
8UBS AG LONDON BRANCH10,802,9001.71
9นาย โกศล นันทิลีพงศ์10,130,0001.60
10นาย ถกล ถวิลเติมทรัพย์9,571,8581.51
11นาย โกวิทย์ ปรัชญางค์ปรีชา8,080,9741.28
12นาย สุทธิชัย ผาณิตพจมาน7,200,0001.14
13นาย เมธี ฉัตรเลขวนิช7,106,0201.12
14บริษัท ไท้เล้ง(ประเทศไทย) จำกัด7,000,0001.11
15นาย สุทธี ฉัตรเลขวนิช6,345,4181.00
16นาย ขจรพงศ์ ปรัชญางค์ปรีชา6,000,0000.95
17นาย รชฎ ถวิลเติมทรัพย์5,962,1660.94
18นาย จตุภูมิ ปรัชญางค์ปรีชา5,148,0400.81
19นาง วรรณนิภา เจนดิษฐการ4,950,8000.78
20นาย เอกชัย โรจน์วณิชย์4,620,1960.73
21นาง จงจินต์ ฉัตรเลขวนิช3,809,5160.60
22นาย ชัย โสภณพนิช3,797,9330.60
23น.ส. สิรินันท์ โรจน์วณิชย์3,490,3500.55
24PHILLIP SECURITIES PTE LTD.3,238,8680.51

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย ชูศักดิ์ ปรัชญางค์ปรีชาประธานคณะกรรมการบริษัท
2นาย กฤษฎ์พงศ์ ตากวิริยะนันท์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
3นาย ถกล ถวิลเติมทรัพย์รองประธานกรรมการบริษัท
4นาย นพพร พิชารองประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
5นาย การุญ นันทิลีพงศ์กรรมการ
6นาย กิตติ ฉัตรเลขวนิชกรรมการ
7นาย ทรงฤทธิ์ นิวัติศัยวงศ์กรรมการ
8นาย รชฎ ถวิลเติมทรัพย์กรรมการ
9นาย อภิชัย บุญธีรวรกรรมการ
10นาย ประกอบ วิวิธจินดากรรมการอิสระ
11นาง วรางคณา วงศ์ข้าหลวงกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
12นาย สุพพัต อ่องแสงคุณกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น CPI
บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)
CPI หรือ บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) มีพัฒนาการจากธุรกิจโรงสกัดน้ำมันปาล์ม สู่ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร ตั้งแต่ สวนปาล์ม → โรงสกัด → โรงกลั่น → ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มสำหรับอุตสาหกรรมและผู้บริโภค โดยปัจจุบันบริษัทระบุว่ามีพื้นที่สวนปาล์มของบริษัทกว่า 20,000 ไร่ โรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์กำลังการผลิต 600 ตัน/วัน โรงสกัดแห่งที่ 2 กำลังการผลิต 45 ตันผลปาล์มสด/ชั่วโมง และโรงไฟฟ้าชีวมวล 6.2 MW
📌 Timeline พัฒนาการสำคัญ
พ.ศ. 2522 — จุดเริ่มต้นธุรกิจ
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2522 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 20 ล้านบาท
เริ่มต้นธุรกิจด้วยการทำโรงสกัดน้ำมันปาล์ม
พ.ศ. 2524 — เริ่มผลิตน้ำมันปาล์มดิบ
เริ่มดำเนินการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO)
มีกำลังการผลิตเริ่มต้นประมาณ 5 ตันผลปาล์มสด/ชั่วโมง
พ.ศ. 2529 — ขยายสู่ผลิตภัณฑ์จากเมล็ดในปาล์ม
เริ่มผลิตน้ำมันเมล็ดในปาล์ม
กำลังการผลิตประมาณ 6 ตัน/ชั่วโมง
พ.ศ. 2536 — ก้าวสู่บริษัทมหาชนและขยายธุรกิจครบวงจร
แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 210 ล้านบาท
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เข้าถือหุ้นใน บริษัท รุ่งเรืองปาล์มออยล์ จำกัด และ บริษัท ปะทิวการเพาะปลูก จำกัด ในสัดส่วน 100%
🏭 ขยายกำลังการผลิตและสร้างธุรกิจครบวงจร
CPI พัฒนาธุรกิจจากโรงสกัดเพียงอย่างเดียวไปสู่ Value Chain ของน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร โดยเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันปาล์มดิบจากเดิม 5 ตัน/ชั่วโมง จนขยายขึ้นเป็น 60 ตัน/ชั่วโมง และลงทุนสร้างโรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบ
บริษัทจึงมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้ง น้ำมันปาล์มดิบ น้ำมันเมล็ดในปาล์ม น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ น้ำมันเมล็ดในปาล์มบริสุทธิ์ น้ำมันปาล์มโอเลอิน และผลิตภัณฑ์พลอยได้ เช่น ไขปาล์ม กรดไขมันปาล์ม และกากเมล็ดในปาล์ม
⚡ การต่อยอดพลังงานชีวมวล
อีกพัฒนาการสำคัญคือการนำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตมาต่อยอดด้านพลังงาน โดยกลุ่มบริษัทลงทุนก่อสร้าง โรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 6.2 MW ควบคู่กับโรงสกัดแห่งใหม่ ช่วยเพิ่มการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบและผลพลอยได้ภายในธุรกิจ
🚀 พ.ศ. 2568–2571 — การลงทุนรอบใหม่
พัฒนาการล่าสุดที่น่าจับตาคือในปี 2568 CPI ลงทุนผ่านบริษัทย่อยเพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจน้ำมันปาล์ม โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่
ปรับปรุงและขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ ของบริษัท ซีพีพี จำกัด
ก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบแห่งใหม่ กำลังการผลิตติดตั้ง ไม่เกิน 60 ตันผลปาล์มสด/ชั่วโมง
ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ไม่เกิน 2 MW
ก่อสร้างโรงผลิตก๊าซชีวภาพ ไม่เกิน 13 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี
มูลค่าโครงการรวมประมาณ 940 ล้านบาท
วางแผนพัฒนาโครงการระหว่างปี 2568–2570 และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2571
🏆 พ.ศ. 2565–2569 — ยกระดับแบรนด์ “ลีลา”
ผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชตรา “ลีลา” ได้รับรางวัล Superior Taste Awards จาก International Taste Institute ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อนในช่วง พ.ศ. 2565–2569 และในปี 2568 น้ำมันพืชลีลาได้รับรางวัลระดับ 2 ดาว เป็นครั้งแรก สะท้อนการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ในตลาดผู้บริโภค
📊 ภาพล่าสุดของธุรกิจ
ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 CPI มีรายได้ 2,865.29 ล้านบาท เทียบกับ 2,761.61 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 139.93 ล้านบาท ลดลงจาก 300.70 ล้านบาทใน 6M/2568
สรุปเชิงลงทุน: จุดเด่นของ CPI คือการพัฒนาจากผู้ผลิต CPO ไปสู่ ธุรกิจปาล์มน้ำมันครบวงจร + แบรนด์ผู้บริโภค + พลังงานชีวมวล/ก๊าซชีวภาพ โดยโครงการลงทุนช่วงปี 2568–2571 เป็นพัฒนาการที่ควรติดตาม เพราะมีโอกาสเพิ่มกำลังการผลิตและประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบในระยะยาว แต่ผลประกอบการยังมีความอ่อนไหวต่อ ราคาปาล์มสด ราคาน้ำมันปาล์ม และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำไรของธุรกิจ


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด72.3098.17110.9587.62211.47
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ425.68394.32340.47418.60352.21
สินค้าคงเหลือ654.34408.52874.86644.73784.32
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,271.041,001.711,411.681,285.131,456.17
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ2,735.722,661.923,070.312,643.683,226.27
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน3,205.322,974.123,353.842,940.413,498.92
รวมสินทรัพย์4,476.363,975.834,765.534,225.544,955.08
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม1,135.00620.00640.00600.00830.00
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ166.99126.27174.36185.85161.98
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี119.76
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,458.55810.92886.00894.721,098.54
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน378.19274.31356.38278.72364.32
รวมหนี้สิน1,836.741,085.231,242.391,173.451,462.86
ทุนจดทะเบียน775.42775.42775.42775.42775.42
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า632.75632.75632.75632.75632.75
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น412.31412.31412.31412.31412.31
กำไร(ขาดทุน)สะสม714.41965.401,244.681,126.891,213.76
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น880.14880.141,233.40880.141,233.40
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่2,639.622,890.603,523.143,052.093,492.22
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ5,255.245,192.905,325.532,742.092,855.84
รายได้อื่น14.2515.8829.7719.099.12
รวมรายได้5,270.235,209.745,355.972,761.612,865.29
ต้นทุน4,676.394,418.444,367.902,201.732,434.78
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร384.63418.38420.09191.25233.44
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย5,061.024,836.824,794.372,392.992,668.21
EBITDA388.41592.31735.59484.21274.27
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย179.82193.05193.4397.5893.11
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้208.59399.26542.17386.64181.16
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่151.23320.59418.49300.70139.93
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.240.510.660.480.22

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน734.94967.04294.18230.38309.89
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-154.44-95.35-144.34-71.64-222.58
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-586.27-845.82-137.06-169.2913.20
เงินสดสุทธิ-5.7725.8712.78-10.55100.52

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)12.6714.5012.0114.11
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)28.8225.1830.3925.86
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)8.316.816.126.44
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)43.9053.6259.6656.68
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)30.1329.0620.2526.45
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)12.1112.5618.0213.80
วงจรเงินสด (วัน)60.6166.2472.0368.75


📊 สรุปสัญญาณ

ปัจจัยมุมมอง
แนวโน้มระยะสั้น🟡 Sideway / พักฐาน
แนวรับ3.40–3.42
แนวรับถัดไป3.34–3.36
แนวต้าน3.50–3.52
Breakout สำคัญเหนือ 3.52 + Volume
เป้าหมายถัดไป3.58–3.60 / 3.70
จุดต้องระวังหลุด 3.40
โมเมนตัม🟡 รอการยืนยัน

🔥 บทสรุปแบบ “เพจหุ้นสายเทคนิค”
CPI กำลังยืนอยู่บน “ฐานวัดใจ” 3.40 บาท!
เกมนี้ยังไม่จบ แต่ต้องจับตา 3.50–3.52 บาท ให้ดี
ทะลุ 3.52 + วอลุ่มเข้า = สัญญาณ Breakout 🚀
ยืน 3.40 = ยังมีโอกาสสร้างฐานเพื่อเด้งต่อ
หลุด 3.40 = ต้องระวังแรงขายระลอกใหม่ 🔻
หุ้นกำลัง “รอเลือกทาง” — และ Volume คือกุญแจสำคัญของรอบนี้
ทั้งนี้ ระดับแนวรับ–แนวต้านข้างต้นเป็นการประเมินเชิงเทคนิคจากข้อมูลราคาย้อนหลัง ไม่ใช่สัญญาณซื้อหรือขายโดยตรง และข้อมูลราคาที่ SET แสดงล่าสุดในหน้าที่ตรวจสอบได้คือ 26 ส.ค. 2569


วิเคราะห์หุ้น CPI — ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม
บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPI เป็นหุ้นธุรกิจน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร ตั้งแต่สวนปาล์ม โรงสกัด โรงกลั่น ไปจนถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มสำหรับตลาดอุตสาหกรรมและผู้บริโภค ภายใต้แบรนด์ “ลีลา” โดยบริษัทมีพื้นที่สวนปาล์มรวมกว่า 20,000 ไร่ และมีโรงสกัดแห่งที่ 2 กำลังการผลิต 45 ตัน/ชั่วโมง รวมถึงโรงไฟฟ้าชีวมวล 6.2 MW
🔎 1. ภาพรวมธุรกิจ
จุดเด่นของ CPI คือ Vertical Integration หรือการควบคุมห่วงโซ่ธุรกิจค่อนข้างครบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
🌴 สวนปาล์ม → มีวัตถุดิบของตัวเองบางส่วน
🏭 โรงสกัด → ผลิตน้ำมันปาล์มดิบ
⚙️ โรงกลั่น → ผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์
🛢️ ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ → น้ำมันปาล์มโอเลอิน
🐄 ผลพลอยได้ → กากเมล็ดในปาล์มสำหรับอาหารสัตว์
⚡ พลังงาน → โรงไฟฟ้าชีวมวลและระบบผลิตพลังงานจากของเสีย
ลักษณะธุรกิจดังกล่าวช่วยให้ CPI ไม่ได้พึ่งพารายได้จากน้ำมันปาล์มเพียงผลิตภัณฑ์เดียว

📊 2. งบการเงินล่าสุด — จุดที่ต้องจับตา

ข้อมูลล่าสุดคือ งบ 6 เดือนแรกปี 2569

รายการ6M/686M/69เปลี่ยนแปลง
รายได้2,761.61 ลบ.2,865.29 ลบ.+3.8%
ค่าใช้จ่าย2,392.99 ลบ.2,668.21 ลบ.+11.5%
กำไรสุทธิ300.70 ลบ.139.93 ลบ.-53.5%
สินทรัพย์4,225.54 ลบ.4,955.08 ลบ.+17.3%
หนี้สิน1,173.45 ลบ.1,462.86 ลบ.+24.7%
ส่วนผู้ถือหุ้น3,052.09 ลบ.3,492.22 ลบ.+14.4%

⚠️ จุดอ่อนที่เห็นชัด
รายได้โต แต่กำไรกลับลดแรง
นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดของ CPI ในตอนนี้
รายได้ 6 เดือนเพิ่มประมาณ 104 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มถึงประมาณ 275 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิลดจาก 300.70 ล้านบาท เหลือเพียง 139.93 ล้านบาท
พูดง่าย ๆ คือ
“ยอดขายยังโต แต่ Margin ถูกบีบ”
ดังนั้นการติดตาม CPI ต่อจากนี้ ไม่ควรมองแค่รายได้ แต่ต้องจับตา ราคาผลปาล์มสด + ราคาน้ำมันปาล์ม + Spread ระหว่างต้นทุนวัตถุดิบกับราคาขาย เป็นหลัก
🌴 3. CPI ได้ประโยชน์อะไรจากราคาปาล์ม?
ธุรกิจ CPI มีความสัมพันธ์กับวัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ค่อนข้างมาก
ถ้าราคาน้ำมันปาล์มดี และบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดี
➡️ Margin มีโอกาสขยาย
➡️ กำไรเพิ่ม
➡️ กระแสเงินสดดีขึ้น
➡️ เงินปันผลมีโอกาสแข็งแรง
แต่ในทางกลับกัน หากราคาผลปาล์มสดสูงเร็วกว่าราคาขายผลิตภัณฑ์
➡️ ต้นทุนเพิ่ม
➡️ Margin หด
➡️ กำไรลด
และสิ่งนี้สะท้อนออกมาแล้วบางส่วนในงบ 6M/69
🏭 4. Upside ที่น่าสนใจ — การลงทุนโรงงานใหม่
หนึ่งใน Catalyst ระยะกลางของ CPI คือการลงทุน โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบแห่งใหม่
บริษัทมีแผนลงทุนโรงสกัด CPO กำลังการผลิตติดตั้งไม่เกิน 60 ตันผลปาล์มสด/ชั่วโมง พร้อมโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่เกิน 2 MW และโรงผลิตก๊าซชีวภาพไม่เกิน 13 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี
มูลค่าโครงการประมาณ 940 ล้านบาท โดยวางแผนพัฒนาระหว่างปี 2568–2570 และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2571
นี่ถือเป็น Growth Catalyst ที่ต้องจับตา เพราะหากโครงการเดินตามแผน จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบในระยะยาว
แต่ระยะสั้นต้องระวัง CAPEX และภาระทางการเงิน เพราะ ณ 6M/69 หนี้สินเพิ่มขึ้น 24.7% YoY ขณะที่สินทรัพย์เพิ่ม 17.3%
💰 5. Valuation — จุดแข็งของ CPI
ณ วันที่ 26 ส.ค. 2569 ราคาหุ้นอยู่ที่ประมาณ 3.44 บาท โดย SET ระบุว่า
Market Cap ≈ 2,176.67 ล้านบาท
P/E ≈ 8.45 เท่า
P/BV ≈ 0.62 เท่า
EV/EBITDA ≈ 5.33 เท่า
52-week High/Low = 3.80 / 3.06 บาท
ขณะที่ ณ สิ้น 6M/69 CPI มี P/E 4.94 เท่า, P/BV 0.61 เท่า และ Dividend Yield 7.76% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม FOOD และ SET ในช่วงเดียวกัน
จุดนี้ถือว่าน่าสนใจ
เพราะ CPI มีลักษณะเป็นหุ้น
“Value + Dividend + Commodity Cycle”
มากกว่าจะเป็นหุ้น Growth ที่กำไรโตสม่ำเสมอทุกปี
💵 6. ปันผล — อีกหนึ่งจุดขาย
บริษัทมีประวัติการจ่ายเงินปันผล และในปี 2569 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 แล้ว
ดังนั้น CPI อาจเหมาะกับนักลงทุนที่มองหา
กระแสเงินปันผล + มูลค่าหุ้นไม่แพง
มากกว่านักลงทุนที่ต้องการหุ้นเติบโตเร็ว
⚠️ 7. ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

  1. ราคาปาล์มผันผวน
    เป็นความเสี่ยงหลัก เพราะต้นทุนผลปาล์มสดมีผลโดยตรงต่อ Margin
  2. ราคาน้ำมันปาล์มโลก
    ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เปลี่ยนเร็ว และส่งผลต่อราคาขายผลิตภัณฑ์
  3. Margin หดตัว
    งบ 6M/69 เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่า รายได้โตไม่ได้แปลว่ากำไรจะโต
  4. ความเสี่ยงจากการลงทุน
    โครงการโรงงานใหม่ 940 ล้านบาทเป็นโอกาสสร้าง Growth แต่ก็ต้องติดตามต้นทุนก่อสร้าง การก่อหนี้ และผลตอบแทนของโครงการ
  5. สภาพคล่องหุ้น
    CPI เป็นหุ้นขนาดเล็กและมูลค่าการซื้อขายต่อวันค่อนข้างต่ำ จึงมีโอกาสเกิด Spread กว้างและราคาขยับแรงเมื่อมีคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่

🎯 8. มุมมองการลงทุน
ผมมอง CPI เป็นหุ้นที่น่าสนใจในเชิง Value/Dividend มากกว่า Growth
จุดบวก 🟢
ธุรกิจครบวงจร
มีวัตถุดิบจากสวนของบริษัทเองบางส่วน
มีธุรกิจพลังงานช่วยเสริม
P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า
Valuation ไม่แพง
Dividend Yield อยู่ในระดับน่าสนใจ
มีโครงการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น Catalyst
จุดลบ 🔴
กำไร 6M/69 ลดแรงถึง 53.5%
ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ารายได้
ธุรกิจผูกกับ Commodity Cycle
ต้องใช้เงินลงทุนสูงกับโครงการใหม่
หุ้นมีสภาพคล่องไม่สูง


⭐ สรุปคะแนนส่วนตัว

ปัจจัยคะแนน
ธุรกิจ⭐⭐⭐⭐
งบการเงิน⭐⭐⭐
Valuation⭐⭐⭐⭐½
เงินปันผล⭐⭐⭐⭐½
Growth⭐⭐⭐
ความเสี่ยง⭐⭐⭐
ภาพรวม7.5/10

บทสรุป: CPI เป็นหุ้นที่ “ราคาไม่แพงและปันผลน่าสนใจ” แต่ตัวเลขกำไรล่าสุดยังไม่ใช่สัญญาณที่แข็งแรง เพราะ กำไรลดลงมากสวนทางกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นตัวแปรสำคัญในครึ่งปีหลังคือการฟื้นตัวของ Margin หากต้นทุนวัตถุดิบเริ่มผ่อนคลายและราคาผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในระดับดี กำไรมีโอกาสฟื้น ขณะที่โรงงานใหม่จะเป็น Catalyst สำคัญในระยะ 2–3 ปีข้างหน้า

ถ้ามองแบบนักลงทุน: CPI น่าสนใจเมื่อเน้น Value + Dividend + การฟื้นตัวของกำไร

ถ้ามองแบบสายเทคนิค: ต้องรอให้ราคาผ่านโซน 3.50–3.60 บาท พร้อมวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น จึงจะเริ่มเห็น Momentum เชิงบวกชัดขึ้น ส่วนโซน 3.40 บาท เป็นแนวรับระยะสั้นที่ควรจับตา และ Low 52 สัปดาห์อยู่ที่ 3.06 บาท


Disclaimer

ใส่ความเห็น