วิเคราะห์ หุ้น KOOL บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น KOOL บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น KOOL บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ KOOL อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม MAI บริการ (Services)




สำนักงานใหญ่ / ที่ตั้งทางธุรกิจหลัก
บริษัทได้ย้ายที่อยู่สำนักงานใหญ่แล้ว โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า:
สำนักงานใหญ่ / Head Office:
12/16-17, 20 ถนนเทศบาลสงเคราะห์, แขวงลาดยาว, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900 — ที่อยู่นี้ปรากฏในเอกสารนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทและหน้าเว็บบริษัทโดยตรง
หมายเลขโทรศัพท์สำนักงาน:
02-953-8800 หรือ 02-953-9700


โรงงาน / สถานที่ผลิต
โรงงาน – Factory:
184 หมู่ 10 ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี — ใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและผลิตสินค้าของบริษัทสำนักงาน/สาขาเพิ่มเติมและสถานที่ให้บริการ
สำนักงานบริการ / ที่ตั้งเสริม
22 ซอย 2 ถนนเทศบาลรังสรรค์เหนือ, แขวงลาดยาว, เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900 — รายชื่อที่อยู่ที่ยังพบอยู่ในฐานข้อมูลบางแห่งว่าเป็นสำนักงานหรือจุดติดต่อของบริษัท
ตัวแทนจำหน่าย / ช่องทางจำหน่ายสินค้าของ Masterkool
บริษัทมี เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งไม่ได้เป็น “สาขา” ของบริษัทเองโดยตรงแต่เป็นจุดจำหน่ายสินค้าและบริการ เช่นร้านค้าตัวแทนในหลายจังหวัด
ตัวอย่างตัวแทน / ร้านจำหน่ายสินค้า (อ้างอิงทั่วไป ไม่ใช่สาขาของบริษัท):
ร้าน Masterkool ในพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก (ผู้จำหน่าย)
หมายเหตุ: รายชื่อหรือที่อยู่ตัวแทนจำหน่ายจะแตกต่างกันตามภูมิภาค และเป็นของตัวแทน ไม่ใช่การจัดตั้งสาขาของบริษัทโดยตรง


โครงสร้างกลุ่มบริษัทในเครือ ของ CL Venture Public Company Limited (บริษัทที่เดิมคือ บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “KOOL”) ซึ่งจัดอยู่ในหลายกลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้
กลุ่มธุรกิจการเงิน
บริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจด้านการเงินต่าง ๆ ได้แก่:
บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล ซีแอล จำกัด – บริษัทในเครือที่มุ่งผลิตและจัดจำหน่ายพัดลมไอน้ำ พัดลมไอเย็น ผลิตภัณฑ์โอโซน และบริการระบบการปรับอากาศอื่น ๆ (เดิมชื่อ บริษัท อินโนว์ กรีน โซลูชั่น จำกัด)
หมายเหตุ: บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น CL Venture Public Company Limited ตั้งแต่ปี 2567 เพื่อสะท้อนการขยายกลุ่มธุรกิจจากเพียงผลิต-จำหน่ายเครื่องทำความเย็น ไปสู่ธุรกิจการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และบริการด้านสิ่งแวดล้อมผ่านบริษัทในเครือข้างต้น

บริษัท ซีแอล แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด – ให้บริการที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุน

บริษัท ซีแอล ลีส จำกัด – ดำเนินธุรกิจเช่าซื้อ/ลีสซิ่ง

บริษัท บริหารสินทรัพย์ธนทวี จำกัด – ดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์
กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
บริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์มีดังนี้:

บริษัท ซีแอลแอล แลนด์ จำกัด (มหาชน) – ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

บริษัท เจ้าพระยาพัฒนา จำกัด – ดำเนินพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์

บริษัท เอช-ดู (ประเทศไทย) จำกัด – กิจการร่วมค้าสำหรับโครงการพัฒนา
กลุ่มธุรกิจปรับปรุงคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)563,738.00516,810.00794,541.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)386,752.00444,157.00666,010.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)176,986.0072,653.00128,531.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)3,277.00100.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.009,392,653.3511,021,766.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น KOOL (เดิม บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซีแอล เวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) แต่ยังใช้ตัวย่อ KOOL) สามารถสรุปได้ดังนี้

ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการกำกับดูแล
เมื่อบริษัทขยายเข้าสู่ธุรกิจการเงินและการลงทุน จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง หากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับ อาจทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ

ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรง
ตลาดพัดลมไอเย็น พัดลมไอน้ำ และระบบทำความเย็นมีผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก
สินค้านำเข้าจากจีนมีการแข่งขันด้านราคาสูง
หากบริษัทไม่สามารถพัฒนาสินค้าใหม่หรือสร้างความแตกต่างของแบรนด์ได้ อาจกระทบต่อยอดขายและอัตรากำไร

ความเสี่ยงจากสภาพอากาศ
ธุรกิจเดิมของ KOOL มีความสัมพันธ์กับสภาพอากาศโดยตรง
หากฤดูร้อนสั้น อากาศเย็นกว่าปกติ หรือมีฝนตกต่อเนื่อง ความต้องการซื้อเครื่องทำความเย็นอาจลดลง
ส่งผลให้ยอดขายมีความผันผวนตามฤดูกาล (Seasonality)

ความเสี่ยงจากต้นทุนสินค้าและอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทนำเข้าสินค้าหรือชิ้นส่วนบางส่วนจากต่างประเทศ
หากเงินบาทอ่อนค่าหรือค่าขนส่งระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น จะทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น
หากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อัตรากำไรอาจลดลง

ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ผลิตและซัพพลายเออร์
หากผู้ผลิตเกิดปัญหาการผลิต ส่งมอบล่าช้า หรือขาดแคลนวัตถุดิบ
อาจทำให้บริษัทไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด
ส่งผลต่อรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า

ความเสี่ยงจากการบริหารสินค้าคงคลัง
เครื่องทำความเย็นมีลักษณะขายตามฤดูกาล
หากประมาณการความต้องการผิดพลาด อาจเกิด
สินค้าค้างสต็อก
ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาเพิ่ม
การลดราคาสินค้าเพื่อระบายสต็อก

ความเสี่ยงจากการขยายธุรกิจใหม่
หลังจากเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ บริษัทได้ขยายไปยังธุรกิจใหม่ เช่น
ธุรกิจสินเชื่อ
ธุรกิจบริหารสินทรัพย์
ธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุน
ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจรถเช่าองค์กร
การขยายธุรกิจเหล่านี้ช่วยลดการพึ่งพาธุรกิจเครื่องทำความเย็น แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงจาก
การลงทุน
การบริหารธุรกิจที่หลากหลาย
กฎระเบียบของแต่ละอุตสาหกรรม
การควบคุมคุณภาพของบริษัทย่อย

ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
สินค้าหลายประเภทถือเป็นสินค้าคงทน (Durable Goods)
หากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคและภาคธุรกิจอาจชะลอการลงทุนหรือซื้อสินค้าใหม่
ส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยตรง

สรุประดับความเสี่ยง


ประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามเป็นพิเศษ คือ ความสามารถของ KOOL ในการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อชดเชยความผันผวนของธุรกิจเครื่องทำความเย็น ซึ่งขึ้นอยู่กับฤดูกาลและการแข่งขันสูง รวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากการกระจายธุรกิจไปสู่กลุ่มการเงินและการลงทุนในระยะยาว.


ข้อมูล ณ วันที่ 17 มี.ค. 2568



พัฒนาการสำคัญของ Masterkool International Public Company Limited (บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)) ตั้งแต่การก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน:

การเติบโตด้านรายได้และกลยุทธ์ธุรกิจ
จากผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการวางกลยุทธ์ขยายช่องทางขายทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้แบรนด์ MASTERKOOL เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์ทำความเย็นและระบายอากาศคุณภาพสูง ปัจจุบันธุรกิจยังครอบคลุมสินค้าระบบพัดลม ระบบฟอกอากาศ ระบบบำบัดกลิ่น และบริการติดตั้งเช่าใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ
สรุปแล้วพัฒนาการสำคัญของบริษัทคือการเริ่มต้นด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด จนสามารถสร้างแบรนด์ที่มีชื่อเสียง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และขยายธุรกิจในรูปแบบบริการและผลิตภัณฑ์หลากหลายเพื่อรองรับการเติบโตในระดับประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง.

การก่อตั้งและเริ่มต้นธุรกิจ
เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 มิถุนายน 2545 (2002) โดยนายนพชัย วีระมาน และกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้ง ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 2,000,000 บาท เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายพัดลมไอน้ำและผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนอื่นๆ โดยเป็น หนึ่งในรายแรกที่วิจัยและพัฒนาพัดลมไอน้ำในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์การระบายอากาศและแก้ปัญหาอากาศร้อนในพื้นที่ที่ติดตั้งแอร์ไม่ได้

การสร้างแบรนด์และการวิจัย-พัฒนา
บริษัทมีการพัฒนาเทคโนโลยีสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งพัดลมไอน้ำ พัดลมอุตสาหกรรม พัดลมไอเย็น ระบบระบายอากาศ และระบบบำบัดอากาศ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานทั้งภาคครัวเรือนและองค์กรธุรกิจ โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การได้รับรางวัลและการยอมรับ
บริษัทได้รับรางวัล PM Award (Prime Minister’s Export Award) เป็นการยอมรับในด้านการใช้ตราสินค้าของตนเอง และคุณภาพมาตรฐานสินค้า ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์

การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ในวันที่ 23 กันยายน 2558 (2015) บริษัทได้เข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายใต้รหัสหลักทรัพย์ KOOL และจัดทำ IPO เพื่อระดมทุนขยายธุรกิจมากขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

การขยายธุรกิจและกลุ่มผลิตภัณฑ์
ธุรกิจได้ขยายไปสู่การจัดจำหน่ายสินค้า ทำระบบเช่าให้บริการระบายอากาศ การออกแบบและติดตั้งระบบ ทำความเย็นในโรงงาน และการให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจร ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลายตอบโจทย์ทั้งตลาดองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป






Moving Average (MA)
ราคาเคลื่อนไหวใกล้เส้นค่าเฉลี่ยหลายช่วง
ยังไม่มี Golden Cross ที่ชัดเจน
หากยืนเหนือ MA20 และ MA50 ได้ จะเป็นสัญญาณบวก

RSI
RSI อยู่บริเวณระดับกลาง (ประมาณ 45–55)
ยังไม่เข้าสู่เขต Overbought หรือ Oversold
มีโอกาสเลือกทิศทางใหม่เมื่อมีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามา

MACD
MACD เริ่มทรงตัว
หากตัดขึ้นเหนือเส้น Signal จะเป็นสัญญาณซื้อระยะสั้น



วิเคราะห์หุ้น KOOL บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
1) ภาพรวมธุรกิจ
Masterkool International Public Company Limited (KOOL) เดิมเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความเย็นภายใต้แบรนด์ MASTERKOOL และ CoolTop ก่อนจะขยายธุรกิจไปยังหลายอุตสาหกรรมเพื่อกระจายแหล่งรายได้ ปัจจุบันดำเนินธุรกิจหลัก ได้แก่
พัดลมไอเย็น พัดลมไอน้ำ และพัดลมอุตสาหกรรม
ให้เช่าอุปกรณ์ทำความเย็นสำหรับงานอีเวนต์
ออกแบบและติดตั้งระบบระบายอากาศในโรงงานและคลังสินค้า
ธุรกิจสินเชื่อและการเงิน
ธุรกิจบริหารสินทรัพย์
ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจรถเช่าสำหรับองค์กร
จุดแข็งของบริษัท

ปัจจัยบวก
อากาศร้อนจัด
การลงทุนโรงงานใหม่
การเติบโตของธุรกิจเช่า
รายได้จากธุรกิจการเงินเพิ่มขึ้น
การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยลบ
ดอกเบี้ยสูง
เศรษฐกิจชะลอตัว
ราคาวัตถุดิบ
การแข่งขันด้านราคา
หนี้เสียจากธุรกิจสินเชื่อ
แนวโน้มธุรกิจ
ปัจจุบัน KOOL ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทจำหน่ายพัดลมไอเย็นอีกต่อไป แต่กำลังปรับตัวเป็น Holding Company ที่ลงทุนในหลายธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอมากขึ้น หากธุรกิจใหม่สามารถสร้างกำไรได้ต่อเนื่อง โครงสร้างรายได้ของบริษัทอาจแข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว
มุมมองการลงทุน
ระยะสั้น
ราคาหุ้นอาจผันผวนตามกระแสข่าวและผลประกอบการรายไตรมาส
ระยะกลาง
ควรติดตามผลการดำเนินงานของธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะสินเชื่อและบริหารสินทรัพย์ ว่าสามารถสร้างกำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่
ระยะยาว
หากการกระจายธุรกิจประสบความสำเร็จ KOOL มีโอกาสลดการพึ่งพารายได้ตามฤดูกาลของธุรกิจทำความเย็น และสร้างฐานกำไรที่มั่นคงขึ้น

สรุปคะแนน (เชิงพื้นฐาน)


โดยรวม KOOL เป็นหุ้นขนาดเล็กที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจทำความเย็นไปสู่การเป็นบริษัทลงทุนหลายธุรกิจ (Diversified Holding) ซึ่งมีโอกาสสร้างการเติบโตในอนาคต แต่ก็มีความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจใหม่ นักลงทุนควรติดตามผลประกอบการ กระแสเงินสด และคุณภาพกำไรอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจลงทุน.


Disclaimer

ใส่ความเห็น