วิเคราะห์ หุ้น PAP บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PAP บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น PAP บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ PAP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ (Steel & Metal Products ) เป็นของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)




รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 25690.09บาท09 ก.ย. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 25680.08บาท30 เม.ย. 2569เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.84บาท05 พ.ค. 2565เงินปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.18บาท12 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น PAP
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAP ประกอบธุรกิจหลักผลิตและจำหน่ายท่อเหล็ก โดยใช้กระบวนการเชื่อมเหล็กแผ่นด้วยความต้านทานไฟฟ้า (ERW) ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 5,000 รายการ และมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 450,000 ตันต่อปี
🏭 ทรัพย์สินหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ

  1. ที่ดินและพื้นที่โรงงาน
    เป็นทรัพย์สินพื้นฐานสำหรับรองรับโรงงานผลิต คลังสินค้า และกิจกรรมด้านการผลิตและกระจายสินค้า โดย PAP มีฐานการผลิตในพื้นที่ สมุทรปราการและสมุทรสาคร ซึ่งมีการขึ้นทะเบียนกิจกรรมการผลิตท่อเหล็กไว้หลายแห่ง
  2. อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
    ใช้เป็นโรงงานผลิต อาคารสำนักงาน คลังสินค้า และสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและการจัดเก็บสินค้า
  3. เครื่องจักรและอุปกรณ์โรงงาน — สินทรัพย์สำคัญที่สุดกลุ่มหนึ่ง
    รองรับกระบวนการผลิตท่อเหล็ก ERW รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการขึ้นรูป เชื่อม ตัด ตรวจสอบคุณภาพ และกระบวนการเคลือบ/ชุบสังกะสี โดยรายงานของบริษัทระบุว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์โรงงานมีอายุการใช้งานทางบัญชีหลายช่วงตามประเภทสินทรัพย์
  4. ระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์สนับสนุนการผลิต
    เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภค อุปกรณ์สำนักงาน และระบบต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเดินเครื่องโรงงานและบริหารจัดการธุรกิจ
  5. ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง
    ใช้สนับสนุนการขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ท่อเหล็ก รวมถึงการกระจายสินค้าให้แก่ลูกค้า
  6. งานระหว่างก่อสร้าง / สินทรัพย์ระหว่างติดตั้ง
    ใช้สำหรับการลงทุนปรับปรุง ขยาย หรือเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานและเครื่องจักร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการผลิต
  7. เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินไม่มีตัวตน
    บริษัทมีเครื่องหมายการค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ท่อเหล็ก ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ช่วยสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือของสินค้าในตลาด

🔎 มุมมองสำหรับนักลงทุน
จุดที่น่าสนใจของ PAP คือเป็นธุรกิจ Manufacturing ที่ใช้สินทรัพย์โรงงานและเครื่องจักรเป็นฐานสำคัญ โดยบริษัทมีศักยภาพการผลิตรวมสูงถึง 450,000 ตัน/ปี ดังนั้น ประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิต + ปริมาณขาย + ราคาวัตถุดิบเหล็ก + ราคาขายท่อเหล็ก จะมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
สรุปสั้น ๆ:
🏭 ที่ดิน + โรงงาน
⚙️ เครื่องจักรผลิตท่อเหล็ก ERW
🏗️ อาคารและสิ่งปลูกสร้าง
🚚 ยานพาหนะและระบบขนส่ง
📦 คลังสินค้าและพื้นที่กระจายสินค้า
🔧 ระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์สนับสนุน
™️ เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินไม่มีตัวตน
ทั้งนี้ รายการข้างต้นเป็นการสรุปลักษณะทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจจากข้อมูลบริษัทและรายงานที่เผยแพร่ โดยรายละเอียดมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์แต่ละประเภทควรอ้างอิง One Report/งบการเงินงวดล่าสุด ของ PAP เป็นหลัก


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น PAP
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAP ประกอบธุรกิจหลักผลิตและจำหน่าย ท่อเหล็กและเหล็กแผ่นแปรรูป โดยข้อมูลที่เปิดเผยล่าสุดระบุว่า PAP ไม่มีบริษัทย่อย (Subsidiaries) ดังนั้นโครงสร้างกลุ่มบริษัทจึงค่อนข้างเรียบง่าย และธุรกิจหลักดำเนินการผ่านบริษัท PAP โดยตรง
🏢 โครงสร้างกลุ่มบริษัท
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) — PAP
⬇️
บริษัทย่อย: ไม่มี
⬇️
ดำเนินธุรกิจหลักโดย PAP ได้แก่
🏭 ผลิต ท่อเหล็ก
🔩 ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็ก
📐 ผลิต เหล็กแผ่นแปรรูป
🏗️ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัด PAP อยู่ในกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม / เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ และระบุลักษณะธุรกิจว่า “ประกอบธุรกิจผลิต จำหน่ายท่อเหล็กและเหล็กแผ่นแปรรูป”
🔎 จุดที่น่าสนใจของโครงสร้าง PAP
PAP แตกต่างจากบริษัทโฮลดิ้งที่มีบริษัทย่อยหลายแห่ง เพราะ ไม่มีบริษัทย่อยที่ต้องรวมงบการเงิน โดยข้อมูลของบริษัทระบุในนิยามโครงสร้างบริษัทย่อยว่าไม่มี Subsidiaries ขณะที่งบการเงินล่าสุดที่เผยแพร่เป็น งบเฉพาะกิจการ
อีกประเด็นที่ควรแยกให้ออกคือ บริษัท ตั้งหมงเส็ง โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ PAP สัดส่วนประมาณ 39.05% ไม่ได้หมายความว่าเป็น “บริษัทย่อยของ PAP” แต่เป็นบริษัทที่ถือหุ้นใน PAP
สรุปสั้น ๆ:
PAP = โครงสร้างกลุ่มไม่ซับซ้อน ไม่มีบริษัทย่อย ธุรกิจหลักอยู่ที่บริษัทแม่โดยตรง เน้นผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กและเหล็กแผ่นแปรรูป ทำให้การวิเคราะห์ผลประกอบการสามารถโฟกัสที่ธุรกิจหลักของ PAP ได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น PAP
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)
Pacific Pipe Public Company Limited ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ท่อเหล็ก ซึ่งผลประกอบการมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้าง ราคาเหล็ก และต้นทุนวัตถุดิบ ดังนั้นความเสี่ยงที่นักลงทุนควรจับตา มีดังนี้

  1. 📉 ความผันผวนของราคาเหล็กและวัตถุดิบ
    ต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำไรของ PAP หากราคาเหล็กปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว บริษัทอาจเผชิญแรงกดดันจาก สต็อกสินค้าที่มีต้นทุนสูง ขณะที่ราคาขายลดลง ทำให้อัตรากำไรหดตัวได้
  2. 🏗️ ความเสี่ยงจากภาคก่อสร้างและการลงทุน
    ความต้องการท่อเหล็กเชื่อมโยงกับงานก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และโครงการลงทุน หากเศรษฐกิจชะลอตัว การลงทุนภาคเอกชนลดลง หรือโครงการก่อสร้างภาครัฐล่าช้า ย่อมกระทบต่อคำสั่งซื้อและยอดขายของบริษัท
  3. 🥊 การแข่งขันในตลาดสูง
    ธุรกิจท่อเหล็กมีการแข่งขันด้าน ราคา คุณภาพ และการส่งมอบสินค้า หากคู่แข่งลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด PAP อาจจำเป็นต้องปรับราคาขายตาม ซึ่งสามารถกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
  4. 🌏 ความเสี่ยงจากเหล็กนำเข้า
    การนำเข้าเหล็กและผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กจากต่างประเทศ รวมถึงความผันผวนของมาตรการทางการค้า อัตราภาษี และค่าเงิน สามารถสร้างแรงกดดันต่อราคาตลาดในประเทศและความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตในประเทศ
  5. 💰 ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและเงินทุน
    ธุรกิจอุตสาหกรรมต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสำหรับซื้อวัตถุดิบและถือครองสินค้าคงเหลือ หากต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น อาจกระทบกำไรสุทธิ โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดขายหรือมาร์จิ้นอ่อนตัว
  6. 📦 ความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ
    เมื่อราคาเหล็กผันผวน การบริหาร Inventory มีความสำคัญมาก หากบริษัทมีสต็อกต้นทุนสูงในช่วงที่ราคาเหล็กลดลง อาจเกิดแรงกดดันต่อมูลค่าสินค้าคงเหลือและกำไร
  7. 🤝 ความเสี่ยงด้านเครดิตลูกค้า
    การขายสินค้าแบบมีเครดิตทำให้บริษัทมีลูกหนี้การค้า หากลูกค้าประสบปัญหาทางการเงินหรือการก่อสร้างชะลอตัว อาจเกิด การชำระเงินล่าช้า / หนี้สูญ ซึ่งกระทบกระแสเงินสดของบริษัท โดย PAP เคยระบุความเสี่ยงด้าน Commercial Credit และมีมาตรการจำกัดวงเงินเครดิตและประกันลูกหนี้เพื่อช่วยลดผลกระทบดังกล่าว
  8. ⚙️ ความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิต
    ค่าไฟฟ้า พลังงาน ค่าแรง ค่าขนส่ง และต้นทุนการผลิตอื่น ๆ หากปรับตัวขึ้นเร็วกว่าราคาขาย จะกดดัน Margin ของบริษัท

🔎 จุดที่นักลงทุน PAP ควรจับตาเป็นพิเศษ
ข้อมูลปี 2568 สะท้อนว่าบริษัทกลับมามีกำไรสุทธิ 80.38 ล้านบาท จากขาดทุน 203.77 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 7,213.50 ล้านบาท และ D/E อยู่ที่ประมาณ 1.05 เท่า
ดังนั้นสำหรับ PAP ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ “ยอดขายโตหรือไม่” แต่ควรดูว่า
ราคาเหล็ก → ต้นทุนวัตถุดิบ → Gross Margin → กำไร → กระแสเงินสด
จะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่
สรุป: ความเสี่ยงหลักของ PAP คือ ราคาเหล็กผันผวน + ภาวะก่อสร้าง + การแข่งขันด้านราคา + สต็อกสินค้า + ต้นทุนทางการเงิน หากหลายปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน อาจทำให้กำไรของบริษัทผันผวนค่อนข้างมาก


ข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท ตั้งหมงเส็ง โฮลดิ้ง จำกัด257,762,50039.05
2นาย ศุภณัฐ เลขะพจน์พานิช25,000,0003.79
3น.ส. ณัฐพร เลขะพจน์พานิช25,000,0003.79
4น.ส. นลิน เลขะพจน์พานิช24,250,0003.67
5นาย คณิน เลขะพจน์พานิช24,250,0003.67
6นาง ศศิธร เลขะพจน์พานิช19,500,0002.95
7น.ส. สิรี คูวุฒยากร19,125,0002.90
8น.ส. วรียา เลขะพจน์พานิช19,000,0002.88
9น.ส. วนาลี เลขะพจน์พานิช19,000,0002.88
10น.ส. วรัญญา เลขะพจน์พานิช19,000,0002.88
11นายแพทย์ ประสาน เขมะคงคานนท์18,750,0002.84
12นาง สุกัญญา เลขะพจน์พานิช17,822,5002.70
13นาง สุมาลี เลขะพจน์พานิช17,812,5002.70
14นาย สมชัย เลขะพจน์พานิช10,187,5001.54
15นาย วิชัย เลขะพจน์พานิช8,737,5001.32
16น.ส. สิชล คูวุฒยากร6,375,0000.97
17นาง พิริยาพร แซ่ฮึ้ง5,123,1000.78
18นาย อนุสรณ์ จันทร์จิระศานติ์4,700,9000.71
19DBS BANK LTD. AC DBS NOMINEES-PB CLIENTS4,502,1000.68
20บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด4,416,4510.67
21นาย สมศักดิ์ วิชัยธนารักษ์3,325,6000.50

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย เกรียงไกร รักษ์กุลชนประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
2นางสาว ธิติมา วัฒนศักดากุลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
3นาย คณิน เลขะพจน์พานิชกรรมการ
4นาย พฤทธิ์ ลี้วิไลกุลรัตน์กรรมการ
5นาย สมชัย เลขะพจน์พานิชกรรมการ
6นาย บุญศักดิ์ อภิชาติอนัติกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
7นางสาว ปิยะนุส ชัยขจรวัฒน์กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
8นาย สมชาย หาญหิรัญกรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
9นาย สุรินทร์ วรรณเพ็ญสกุลกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น PAP
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)
จากข้อมูลใน 56-1 One Report ปี 2568 ของบริษัท สามารถสรุปพัฒนาการที่สำคัญของ PAP ได้ดังนี้
🔹 จุดเริ่มต้นและการเติบโต
2515 เริ่มต้นธุรกิจผลิตรถเด็กภายใต้ชื่อ “โรงงานตั้งหมงเส็ง”
2524 เข้าสู่ธุรกิจผลิต ท่อเหล็กเฟอร์นิเจอร์
2534 จดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด เพื่อผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กรูปพรรณเต็มรูปแบบ
2547 แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพและขยายโอกาสทางธุรกิจ
🔹 พัฒนาการด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
PAP พัฒนาธุรกิจจากผู้ผลิตท่อเหล็กไปสู่การมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายกว่า 5,000 รายการ ครอบคลุมท่อเหล็กดำ ท่อ GI ท่อกลม ท่อเหลี่ยม ท่อแบน ท่อเหล็กรับแรงดัน และเหล็กแผ่น โดยใช้เทคโนโลยี ERW (Electric Resistance Welded) ในการผลิต
บริษัทมีทั้งการผลิตแบบ Made to Order และ Make to Stock รองรับทั้งงานโครงสร้างและงานระบบ เช่น งานก่อสร้าง ระบบประปา สาธารณูปโภค และระบบป้องกันอัคคีภัย
🔹 2558–2561 : ยกระดับมาตรฐานสินค้า
2558 ได้รับการรับรองระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และผลิตภัณฑ์ท่อสำหรับระบบดับเพลิงได้รับมาตรฐาน FM Approvals
2560 ผลิตภัณฑ์ Figuard-40 และ Figuard-10 ได้รับมาตรฐาน FM
2561 Figuard-10 ได้รับมาตรฐาน UL 852 จากสหรัฐฯ และบริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ Zona สำหรับการทดสอบเสาเข็มเจาะด้วยคลื่นเสียง เพื่อรองรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในประเทศ
🔹 2564 : เดินหน้าสู่ Digital Transformation
บริษัทนำระบบ CMMS มาใช้บริหารงานซ่อมบำรุงเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการส่งมอบสินค้า พร้อมนำระบบ CRM มาบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า และติดตั้งระบบ e-Document / Online Approval เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดการใช้เอกสาร
🔹 2565 : ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน
PAP ขยายการใช้ระบบ e-Document และการอนุมัติออนไลน์ให้ครอบคลุมทุกกิจกรรม พร้อมได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ ESG100 และ THSI สะท้อนแนวทางการพัฒนาองค์กรด้าน ESG และความยั่งยืน
🔥 2568 : ก้าวสำคัญสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว”
พัฒนาการล่าสุดที่โดดเด่นคือ PAP เดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการแข่งขันในยุคอุตสาหกรรมสีเขียว โดย ลงทะเบียนและได้รับการรับรอง Carbon Footprint of Product (CFP) ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ของโครงการหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ บริษัทระบุว่าได้รับ โรงงานอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 3 และเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการบริหารทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง
📌 สรุปมุมมอง
PAP จากผู้ผลิตท่อเหล็ก → สู่ผู้ให้บริการโซลูชันท่อเหล็กแบบครบวงจร
พัฒนาการของบริษัทในช่วงหลังไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ แต่ให้ความสำคัญกับ มาตรฐานสินค้า + เทคโนโลยีการผลิต + Digital + ESG + Carbon Footprint ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมี โรงงานผลิต 4 แห่ง และศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่ง เพื่อรองรับลูกค้าทั่วประเทศ
สำหรับนักลงทุน จุดที่น่าจับตาคือ การฟื้นตัวของภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรม, ปริมาณความต้องการใช้เหล็ก, ราคาวัตถุดิบเหล็ก และความสามารถในการรักษาอัตรากำไร เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการของ PAP
ข้อมูลล่าสุดจาก SET ระบุว่า PAP ยังดำเนินธุรกิจหลักผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กและเหล็กแผ่นแปรรูป โดยงบล่าสุดที่นำส่งคือ ไตรมาส 2/2569


งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด268.33302.92237.03231.79457.75
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ763.91800.92888.24908.581,091.97
สินค้าคงเหลือ1,292.181,239.921,180.001,526.791,281.74
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน2,350.642,458.622,457.932,928.882,988.19
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ1,533.661,454.091,399.381,417.621,407.59
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน1,567.541,473.181,417.771,435.971,425.39
รวมสินทรัพย์3,918.193,931.803,875.704,364.844,413.58
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม1,627.001,727.821,551.342,177.631,614.54
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ96.83222.11246.20134.48291.09
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,750.131,972.101,824.752,331.831,950.05
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน156.41153.60164.48150.53172.71
รวมหนี้สิน1,906.542,125.711,989.222,482.362,122.76
ทุนจดทะเบียน660.00660.00660.00660.00660.00
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า660.00660.00660.00660.00660.00
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น514.85514.85514.85514.85514.85
กำไร(ขาดทุน)สะสม419.63215.86294.46292.25667.47
หุ้นทุนรับซื้อคืน
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น417.17415.39417.17415.39448.50
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน1.011.011.011.011.01
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่2,011.651,806.101,886.481,882.482,290.82
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ8,643.027,405.097,213.503,577.764,220.97
รายได้อื่น83.9669.9659.2132.9132.44
รวมรายได้8,727.667,475.857,273.373,611.094,253.77
ต้นทุน8,356.487,258.086,752.413,321.203,589.01
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร393.71381.55390.28190.63222.56
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย8,750.197,639.647,142.693,511.823,811.56
EBITDA114.60-38.27232.72150.85500.80
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย115.35109.92102.0451.5954.13
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้-0.75-148.20130.6899.26446.66
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่-56.15-203.7780.3876.39425.81
กำไรต่อหุ้น (บาท)-0.09-0.310.120.120.65

งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการงบเฉพาะกิจการ
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน299.15-36.15149.75-502.56228.84
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-40.83-17.05-26.79-11.89-12.78
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-243.1387.79-188.85443.334.65
เงินสดสุทธิ15.1934.59-65.89-71.13220.71

งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)9.468.547.607.85
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)38.5742.7448.0346.47
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)5.735.584.815.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)63.6765.4075.9173.01
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)45.5128.8452.6132.99
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)8.0212.666.9411.06
วงจรเงินสด (วัน)94.2195.48117.00108.42

📈 วิเคราะห์กราฟเทคนิค PAP — แปซิฟิกไพพ์
PAP ปิดล่าสุดวันที่ 4 ก.ย. 2569 ที่ 3.14 บาท เพิ่มขึ้น +0.10 บาท (+3.29%) โดยระหว่างวันทำ High ที่ 3.14 บาท และ Low ที่ 3.00 บาท
🔥 สัญญาณที่ต้องจับตา
PAP กำลัง “เร่งโมเมนตัม” หลังยืนเหนือโซน 3 บาทได้
ราคาล่าสุดขยับขึ้นจาก 3.04 → 3.14 บาท และขึ้นมาทดสอบบริเวณ High เดิมระยะสั้นที่ 3.14 บาท ทำให้จุดนี้กลายเป็นด่านสำคัญของการ Breakout
แนวรับ
🟢 3.04 บาท — แนวรับแรก
🟢 3.00 บาท — ฐานจิตวิทยา หากหลุดต้องระวังแรงขาย
🔵 2.94 บาท — แนวรับสำคัญจาก Low ล่าสุด
แนวต้าน
🔴 3.14–3.20 บาท — ด่านแรก ต้องผ่านพร้อมวอลุ่ม
🔴 3.30–3.40 บาท — เป้าหมายถัดไปหากเกิด Breakout
🚀 3.78 บาท — High ในรอบ 52 สัปดาห์ เป็นแนวต้านใหญ่
⚡ กลยุทธ์สายเทคนิค
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ “3.14 บาท”
ถ้า PAP สามารถ ทะลุ 3.14–3.20 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่น่าจับตา เพราะเป็นการยืนยันแรงซื้อและเปิดทางให้ราคาขยับขึ้นทดสอบโซน 3.30–3.40 บาท
แต่ถ้า ไม่ผ่าน 3.14–3.20 บาท แล้วเกิดแรงขายกลับลงมา ให้ระวังการพักฐาน โดยมี 3.04 และ 3.00 บาท เป็นโซนรับที่ต้องรักษาไว้
ภาพรวมจึงเป็นลักษณะ “ลุ้น Breakout แต่ต้องรอวอลุ่มยืนยัน” มากกว่าการไล่ราคา
📊 มุมมองเพจหุ้นสายเทคนิค
PAP = โมเมนตัมเริ่มมา 🔥
3.14 บาท คือด่านวัดใจ!
ผ่าน 3.20 บาท + วอลุ่มเข้า = สัญญาณเร่งตัว 🚀
ยืน 3.04–3.00 บาท = โครงสร้างยังไม่เสีย
หลุด 2.94 บาท = ต้องระวังภาพเทคนิคเสีย
ปัจจุบัน PAP ยังอยู่ต่ำกว่า High 52 สัปดาห์ที่ 3.78 บาท ขณะที่ราคาล่าสุดอยู่ที่ 3.14 บาท
สรุป: 🔥 เชิงเทคนิค “บวกเก็งกำไร” แต่หัวใจสำคัญคือการ Breakout 3.14–3.20 บาทพร้อม Volume หากผ่านได้ โมเมนตัมมีโอกาสเดินหน้าต่อ แต่หากไม่ผ่านควรรอจังหวะย่อมากกว่าการไล่ราคา


วิเคราะห์หุ้น PAP — บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAP เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย ท่อเหล็กและเหล็กแผ่นแปรรูป อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม/เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ โดยราคาหุ้นล่าสุดที่ SET รายงานวันที่ 4 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 3.04 บาท และข้อมูล Factsheet ณ 3 ก.ย. 2569 ระบุ P/E 4.67 เท่า, P/BV 0.88 เท่า และ EV/EBITDA 5.47 เท่า
🔥 จุดเด่นที่น่าสนใจ

  1. กำไรปี 2569 ฟื้นตัวแรงมาก
    ตัวเลขครึ่งปีแรกถือว่าโดดเด่นอย่างชัดเจน
    Q2/2569 กำไรสุทธิ 298.90 ล้านบาท
    Q2/2568 กำไรสุทธิ 24.40 ล้านบาท
    6M/2569 กำไรสุทธิ 425.81 ล้านบาท
    6M/2568 กำไรสุทธิ 76.39 ล้านบาท
    EPS 6M/2569 อยู่ที่ 0.65 บาท เทียบกับ 0.12 บาทในปีก่อน
    กล่าวง่าย ๆ คือ กำไรครึ่งปีแรกโตมากกว่า 5 เท่า YoY ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สุดของ PAP ในตอนนี้
    💰 2. Valuation ยังไม่สูง
    ที่ราคาประมาณ 3.04 บาท
    P/E = 4.67 เท่า
    P/BV = 0.88 เท่า
    EV/EBITDA = 5.47 เท่า
    Market Cap ประมาณ 2,006 ล้านบาท
    52-week High/Low = 3.78 / 1.74 บาท
    จุดที่น่าสนใจคือ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า ขณะที่กำไรล่าสุดเร่งตัวขึ้นแรง ทำให้ตลาดมีโอกาสกลับมาให้ Premium กับหุ้น หากกำไรสามารถรักษาระดับได้ต่อเนื่อง
    🏭 ธุรกิจของ PAP
    ธุรกิจหลักคือ ผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กและเหล็กแผ่นแปรรูป ดังนั้นผลประกอบการจึงมีความสัมพันธ์กับวัฏจักรอุตสาหกรรมเหล็ก ราคาวัตถุดิบ และความต้องการใช้เหล็กในภาคก่อสร้าง/อุตสาหกรรม
    จุดสำคัญคือ PAP ไม่ใช่หุ้น Growth แบบเทคโนโลยี แต่เป็นลักษณะ Cyclical Stock
    ดังนั้นช่วงที่ Spread และอุปสงค์สินค้าเหล็กดี → กำไรสามารถกระโดดขึ้นแรง
    แต่เมื่อวัฏจักรกลับตัว → กำไรก็สามารถลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน

📊 มุมมองเชิงพื้นฐาน

ประเด็นมุมมอง
รายได้🟡 ขึ้นกับวัฏจักรอุตสาหกรรม
กำไร🟢 โดดเด่นมากใน 1H69
Valuation🟢 ค่อนข้างถูก
P/BV🟢 ต่ำกว่า 1 เท่า
ธุรกิจ🟡 Cyclical
ความเสี่ยงวัตถุดิบ🟠 สูง
การเติบโต🟡 ต้องติดตามความต่อเนื่องของกำไร
ภาพรวม🟢 น่าสนใจ แต่ต้องระวังความผันผวนของกำไร

⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง
กำไรที่โตแรง ไม่ได้หมายความว่าจะโตแรงแบบนี้ทุกไตรมาส
ธุรกิจเหล็กมีความผันผวนจากราคาวัตถุดิบและราคาขาย รวมถึงภาวะเศรษฐกิจและการก่อสร้าง ดังนั้นนักลงทุนควรติดตามว่า กำไร Q3-Q4/2569 สามารถรักษาระดับได้หรือไม่
อีกประเด็นคือราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ใกล้บริเวณ High ของกรอบ 52 สัปดาห์พอสมควร โดย High อยู่ที่ 3.78 บาท ขณะที่ราคาล่าสุด 3.04 บาท
ดังนั้นหากราคาปรับขึ้นต่อ สิ่งที่ต้องการเห็นคือ Volume เข้ามาสนับสนุน ไม่ใช่การขึ้นด้วยสภาพคล่องบาง ๆ
📈 มุมมองเชิงเทคนิค
ราคาล่าสุด 3.04 บาท และวันที่ 4 ก.ย. 2569 ปิดบวก 0.06 บาท หรือ +2.01% จากข้อมูล SET
ในมุม Trading ผมจะจับตาโซนสำคัญดังนี้:
แนวรับ
3.00 บาท
2.90 บาท
2.70–2.80 บาท
แนวต้าน
3.20 บาท
3.40–3.50 บาท
3.78 บาท — High 52 สัปดาห์
🔥 สัญญาณที่น่าสนใจที่สุด: หาก PAP สามารถทะลุ 3.20–3.40 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณว่ารอบ Momentum อาจกำลังเร่งตัว
แต่หากไม่ผ่านและหลุด 3.00 บาทพร้อมแรงขายเพิ่มขึ้น ต้องระวังการพักฐาน
🎯 สรุป PAP
PAP เป็นหุ้นเหล็กที่กำลังมีจุดเด่นจาก “กำไรฟื้นแรง + Valuation ต่ำ”
กำไร 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 425.8 ล้านบาท เทียบกับเพียง 76.4 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ P/E อยู่เพียง 4.67 เท่า และ P/BV 0.88 เท่า
ดังนั้นภาพที่น่าสนใจคือ
“กำไรมาแล้ว แต่ตลาดจะเชื่อหรือไม่ว่ากำไรนี้ยั่งยืน?”
ถ้า Q3-Q4 ยังรักษาระดับกำไรได้ → Upside ทางพื้นฐานมีโอกาสเปิดกว้างขึ้น
ถ้ากำไรกลับลงเร็ว → ต้องระวังว่า Valuation ที่ดูถูกอาจเป็นเพียงผลจากกำไรที่อยู่ในช่วง Peak ของวัฏจักร
มุมมองโดยรวม: 🟢 Positive / เก็งกำไรเชิงพื้นฐานได้ แต่ต้องติดตามกำไรไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด


🚨 PAP กำลังจะเบรกหรือพักฐาน? หุ้นเหล็กตัวนี้ “กำไรพุ่ง” แต่กราฟกำลังอยู่ในจุดวัดใจ! 🔥📈
PAP — บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)
จากหุ้นเหล็กที่เคยเงียบ ๆ วันนี้กลับมาถูกจับตาอีกครั้ง หลัง กำไร 1H69 โตทะลุ 5 เท่า YoY!
💥 กำไรมาแรง — แต่กราฟจะไปต่อหรือไม่?
Q2/69 กำไรสุทธิ 298.90 ล้านบาท
จาก Q2/68 เพียง 24.40 ล้านบาท
6M/69 กำไรสุทธิ 425.81 ล้านบาท
จาก 6M/68 เพียง 76.39 ล้านบาท
🔥 EPS 6M/69 ขยับขึ้นเป็น 0.65 บาท
จาก 0.12 บาท ในปีก่อน
นี่คือจุดที่สายเทคนิคต้องหันมามอง!
เพราะเมื่อ “กำไรเร่งตัว + ราคาหุ้นเริ่มขยับ” สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือ…
👉 Volume จะเข้าหรือไม่?
👉 Momentum จะเร่งตัวหรือเปล่า?
👉 แนวต้านสำคัญจะถูกทะลุได้หรือไม่?
📊 PAP ตอนนี้อยู่ตรงไหน?
ราคาล่าสุด 3.04 บาท
วันที่ 4 ก.ย. 69 ปิดบวก +0.06 บาท (+2.01%)
ขณะที่ Valuation ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
💰 P/E 4.67 เท่า
💰 P/BV 0.88 เท่า
💰 EV/EBITDA 5.47 เท่า
แต่สำหรับสายกราฟ…
ตัวเลขที่ต้องจำไม่ใช่แค่ P/E — แต่คือ “3.20 บาท”
🚀 ZONE สำคัญที่ต้องจับตา!
🟢 แนวรับ
3.00 บาท — ฐานใกล้ตัว
2.90 บาท — แนวรับถัดไป
2.70–2.80 บาท — โซนรับสำคัญ
🔴 แนวต้าน
3.20 บาท — ด่านแรก
3.40–3.50 บาท — ด่านสำคัญ
🔥 3.78 บาท — High 52 สัปดาห์
⚡ จุดเปลี่ยนเกมอยู่ตรงนี้!
ถ้า PAP ทะลุ 3.20–3.40 บาทได้
และที่สำคัญ…
📈 Volume ต้องเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
นั่นจะเป็นสัญญาณที่น่าจับตาว่า
Momentum อาจกำลังเปลี่ยนเป็นขาขึ้นรอบใหม่!
แต่ถ้า…
⚠️ ชนแนวต้านแล้วไม่ผ่าน
⚠️ Volume ขายเพิ่ม
⚠️ ราคาหลุด 3.00 บาท
ต้องระวังการ พักฐาน / ย่อตัวแรง
🔥 ทำไม PAP ถึงน่าจับตาตอนนี้?
เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่อง “หุ้นถูก”
แต่กำลังเกิดภาพที่สายเทคนิคชอบเห็น…
กำไรฟื้นแรง + ราคากำลังทดสอบแนวต้าน + รอ Volume ยืนยัน Breakout
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่
❌ “PAP ถูกหรือแพง?”
แต่คือ…
🎯 “ถ้ากำไรยังมา แล้วกราฟจะเลือกทางไหน?”
ถ้า Q3–Q4/69 ยังรักษาระดับกำไรได้
➡️ พื้นฐานมีโอกาสหนุน Momentum ต่อ
แต่ถ้ากำไรชะลอตัวแรง
➡️ ต้องระวังว่า Valuation ที่ดูถูก อาจสะท้อนกำไรที่อยู่ในช่วงพีกของวัฏจักรเหล็ก
🚨 สรุปแบบสายเทคนิค
PAP = หุ้นที่กำลังเข้าสู่โหมด “จับตา Breakout”
🔥 3.20 บาท = ด่านแรก
🔥 3.40–3.50 บาท = จุดวัด Momentum
🔥 3.78 บาท = High เดิมที่ต้องผ่าน
🛡️ 3.00 บาท = แนวรับที่ต้องรักษา
ทะลุ + Volume เข้า = น่าจับตา 🚀
ไม่ผ่าน + แรงขายเพิ่ม = ระวังพักฐาน ⚠️
📌 อย่าเพิ่งรีบตัดสินจากราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว!
ถ้าอยากรู้ว่า PAP มีโอกาสเบรกแนวต้านตรงไหน? จุดไหนต้องระวัง? และ Volume แบบไหนถึงเรียกว่า “เบรกจริง”


Disclaimer

ใส่ความเห็น