วิเคราะห์ หุ้น SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ หุ้น คือ SCGP อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บรรจุภัณฑ์ (Packaging) เป็นส่วนของกลุ่ม สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials)
1. ข้อมูลพื้นฐานบริษัท
| วันที่เริ่มต้นซื้อขาย | ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท) | หมวดธุรกิจ | ชื่อหุ้น |
|---|---|---|---|
| 22 ต.ค. 2563 | 4,500.00 | บรรจุภัณฑ์ (Packaging) | SCGP |
ผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (ซึ่งมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก คือ บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 สายธุรกิจหลัก คือ สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ และธุรกิจรีไซเคิล
กำไรต่อหุ้น (บาท)
| งบปี -> | งบปี 2565 31 ธ.ค. 2565 | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.35 | 1.22 | 0.86 | 0.95 | 0.44 | 0.90 |
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
| งบปี -> | งบปี 2566 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 2567 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 2568 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/2568 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/2569 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 |
|---|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) | 0.91 | 0.98 | 1.07 | 1.07 | 1.15 |
การจ่ายปันผล
| รอบผลประกอบการ | เงินปันผล (ต่อหุ้น) | หน่วย | วันจ่ายปันผล | ประเภท |
|---|---|---|---|---|
| 01 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | 0.40 | บาท | 19 ส.ค. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | 0.35 | บาท | 21 เม.ย. 2569 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | 0.25 | บาท | 27 ส.ค. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | 0.30 | บาท | 21 เม.ย. 2568 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2567 | 0.25 | บาท | 21 ส.ค. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | 0.30 | บาท | 22 เม.ย. 2567 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2566 | 0.25 | บาท | 22 ส.ค. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2565 | 0.35 | บาท | 24 เม.ย. 2566 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2565 – 30 มิ.ย. 2565 | 0.25 | บาท | 24 ส.ค. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 2564 | 0.40 | บาท | 25 เม.ย. 2565 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2564 – 30 มิ.ย. 2564 | 0.25 | บาท | 25 ส.ค. 2564 | เงินปันผล |
| 01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2563 | 0.45 | บาท | 22 เม.ย. 2564 | เงินปันผล |
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุกิจ
ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น SCGP
SCG Packaging Public Company Limited หรือ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการโซลูชันบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร โดยมีทรัพย์สินหลักเป็น โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ กระดาษ โรงงานรีไซเคิล เครื่องจักรและสายการผลิต คลังสินค้า รวมถึงสินทรัพย์ของบริษัทย่อยในหลายประเทศ
🏭 1. โรงงานและฐานการผลิต
SCGP มีฐานการผลิตกระจายอยู่ในหลายประเทศ รองรับธุรกิจตั้งแต่กระดาษบรรจุภัณฑ์ กล่องกระดาษลูกฟูก บรรจุภัณฑ์พลาสติก บรรจุภัณฑ์อาหาร ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยข้อมูลของบริษัทระบุว่ามี โรงงานผลิตรวม 73 แห่งใน 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สหราชอาณาจักร สเปน เนเธอร์แลนด์ สหรัฐฯ และอิตาลี
📦 2. โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ
เป็นทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจ SCGP เช่น โรงงานผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์และโรงงานผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก ซึ่งช่วยให้บริษัทควบคุมห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ กระดาษ → บรรจุภัณฑ์ → สินค้าสำเร็จรูป โดยบริษัทมีโรงงานบรรจุภัณฑ์จากกระดาษจำนวนมากในไทยและต่างประเทศ
♻️ 3. โรงงานและระบบรีไซเคิล
SCGP มีทรัพย์สินในธุรกิจรีไซเคิล ทั้งโรงงาน ระบบคัดแยก และเครือข่ายจัดเก็บวัสดุบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เพื่อป้อนวัตถุดิบกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต โดยในปี 2568 บริษัทใช้วัตถุดิบกระดาษใช้แล้วที่เก็บคืนภายในประเทศในสัดส่วนสูง และมีระบบรีไซเคิลของ SCGP Recycle รองรับการหมุนเวียนวัตถุดิบกลับเข้าสู่การผลิต
🏗️ 4. เครื่องจักรและสายการผลิต
ทรัพย์สินสำคัญอีกส่วนคือ เครื่องจักรผลิตกระดาษ เครื่องขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์ เครื่องพิมพ์ เครื่องตัดและขึ้นรูป เครื่องจักรพลาสติก รวมถึงระบบ Automation และ Robotics ซึ่งบริษัทเดินหน้าลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น SCGP ขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบ Thermoform และขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารจากกระดาษและเยื่อกระดาษในไทยและเวียดนาม
🏢 5. อาคารสำนักงาน คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า
บริษัทและบริษัทย่อยมีอาคารสำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า และพื้นที่สำหรับจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตและจัดจำหน่ายในหลายประเทศ
🌏 6. ทรัพย์สินของบริษัทย่อยและกิจการที่เข้าลงทุน
SCGP มีการถือหุ้นและลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่บรรจุภัณฑ์จำนวนมาก เช่น การเข้าถือหุ้น 100% ใน MYPAK ผู้ผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกในอินโดนีเซีย และถือหุ้น 100% ใน Duy Tan Plastics ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติก
นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินจากธุรกิจรีไซเคิลและการลงทุนในต่างประเทศ เช่น Peute Recycling ในเนเธอร์แลนด์ และเครือข่ายจัดหากระดาษรีไซเคิลในต่างประเทศ
💡 สรุปทรัพย์สินสำคัญของ SCGP
| ประเภททรัพย์สิน | ลักษณะ |
|---|---|
| 🏭 โรงงาน | กระดาษ บรรจุภัณฑ์ พลาสติก อาหาร และการแพทย์ |
| 📦 โรงงานกล่อง | กล่องกระดาษลูกฟูกและบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ |
| ♻️ โรงงานรีไซเคิล | คัดแยกและแปรรูปกระดาษ/วัสดุใช้แล้ว |
| ⚙️ เครื่องจักร | ผลิตกระดาษ พิมพ์ ตัด ขึ้นรูป และบรรจุภัณฑ์ |
| 🤖 Automation | Robotics, Cobots และระบบอัตโนมัติ |
| 🏢 อาคาร/คลังสินค้า | โรงงาน สำนักงาน คลังวัตถุดิบและสินค้า |
| 🌏 สินทรัพย์ต่างประเทศ | ฐานการผลิตและธุรกิจใน ASEAN ยุโรป สหรัฐฯ และอิตาลี |
| 🏢 เงินลงทุนในบริษัทย่อย | ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ กระดาษ รีไซเคิล พลาสติก และการแพทย์ |
ภาพรวม: จุดแข็งด้านทรัพย์สินของ SCGP อยู่ที่การมี ฐานการผลิตขนาดใหญ่และกระจายหลายประเทศ พร้อมห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่กระดาษ วัตถุดิบรีไซเคิล ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป ทำให้บริษัทสามารถเชื่อมโยงการผลิตภายในกลุ่มและกระจายความเสี่ยงด้านตลาดได้ในระดับหนึ่ง
กลุ่มบริษัทในเครือ
กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น SCGP
SCG Packaging Public Company Limited หรือ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วม โดยโครงสร้างธุรกิจหลักแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ Integrated Packaging Business, Fibrous Business และ Recycling Business
ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2568 SCGP ถือหุ้นใน บริษัทย่อย 82 แห่ง และบริษัทร่วม 7 แห่ง ครอบคลุมประเทศไทยและหลายประเทศในอาเซียน รวมถึงภูมิภาคอื่น ๆ
- กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร
เป็นกลุ่มธุรกิจหลักของ SCGP ครอบคลุมตั้งแต่กระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก บรรจุภัณฑ์อาหาร บรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัว บรรจุภัณฑ์พลาสติก และบรรจุภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ
บริษัทสำคัญ เช่น
Siam Kraft Industry Co., Ltd. — ผลิตกระดาษคราฟท์และกระดาษบรรจุภัณฑ์
Thai Containers Group Co., Ltd. — ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก
Thai Cane Paper PCL. — ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์
SCGP Rigid Plastics Co., Ltd. — บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดคงรูป
Precision Print Co., Ltd. — บรรจุภัณฑ์กระดาษแข็งแบบพับได้
Vexcel Pack Co., Ltd. — บรรจุภัณฑ์
International Healthcare Packaging Co., Ltd. — บรรจุภัณฑ์สำหรับธุรกิจ Healthcare
VEM (Thailand) Co., Ltd. — ชิ้นส่วนสมรรถนะสูงจากการฉีดขึ้นรูปพอลิเมอร์ - กลุ่มธุรกิจ Fibrous
เน้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเส้นใย กระดาษ และผลิตภัณฑ์จากเยื่อกระดาษ รวมถึงการผลิตและจำหน่ายกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยและต่างประเทศ
บริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น Siam Kraft Industry, Phoenix Pulp & Paper, Thai Paper, Siam Nippon Industrial Paper และบริษัทในเครือด้านเยื่อและกระดาษในต่างประเทศ - กลุ่มธุรกิจ Recycling
ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจัดหา คัดแยก และนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ รวมถึงวัตถุดิบรีไซเคิลที่สนับสนุนห่วงโซ่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของ SCGP ช่วยสร้างระบบ Circular Economy ภายในกลุ่มธุรกิจ - การขยายเครือข่ายในต่างประเทศ
SCGP มีการลงทุนในหลายประเทศ โดยเฉพาะ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น การถือหุ้นใน PT Fajar Surya Wisesa ของอินโดนีเซีย, Starprint Vietnam, Interpress Printers ในมาเลเซีย และธุรกิจบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ
นอกจากนี้ ในปี 2568 SCGP เข้าถือหุ้น 100% ใน PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกในอินโดนีเซีย ช่วยเพิ่มฐานธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในตลาดอาเซียน
สรุปโครงสร้างกลุ่ม SCGP แบบเข้าใจง่าย
SCGP
↳ Integrated Packaging Business
→ กระดาษบรรจุภัณฑ์
→ กล่องลูกฟูก
→ บรรจุภัณฑ์อาหาร
→ บรรจุภัณฑ์พลาสติก
→ บรรจุภัณฑ์ Healthcare
→ บรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัว/คงรูป
↳ Fibrous Business
→ เยื่อกระดาษ
→ กระดาษ
→ ผลิตภัณฑ์จากเส้นใย
↳ Recycling Business
→ วัตถุดิบรีไซเคิล
→ การจัดการและนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่
จุดเด่นของโครงสร้าง: SCGP ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจบรรจุภัณฑ์เพียงประเภทเดียว แต่สร้างเครือข่ายตั้งแต่ วัตถุดิบ → กระดาษ/วัสดุ → บรรจุภัณฑ์ → โซลูชัน → รีไซเคิล และขยายฐานการผลิตไปยังตลาดอาเซียน ทำให้สามารถเชื่อมโยงธุรกิจภายในกลุ่มและเพิ่มความครบวงจรของบริการได้
2. โครงสร้างรายได้ของบริษัท
โครงสร้างรายได้ของสายผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มธุรกิจ
| งบปี | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| อื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
โครงสร้างรายได้จากในประเทศและจากต่างประเทศ
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากในประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศจีน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| ประเทศอื่น ๆ (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
รายได้อื่น ตามที่ระบุในงบการเงิน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| รายได้อื่นรวม (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| รายได้อื่นนอกเหนือจากการดำเนินงาน (พันบาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
3. ต้นทุนการบริหาร
การใช้เชื้อเพลิง
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| น้ำมันดีเซล (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| น้ำมันเบนซิน (ลิตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้ไฟฟ้า
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การใช้น้ำ
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
จำนวนพนักงานทั้งหมด
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| พนักงานชาย (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานหญิง (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
| พนักงานรวม (คน) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน
| 2565 | 2566 | 2567 | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน
| งบปี -> | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท) | 0.00 | 0.00 | 0.00 |
ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท
| รายชื่อกรรมการ | วันที่ลาออก/พ้นตำแหน่ง | ค่าเบี้ยประชุมต่อปี | ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอื่นๆ | ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน |
| 1. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 2. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 3. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 4. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 5. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 6. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 7. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 8. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 9. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี | |
| 10. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 11. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 12. | – | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
| 13. | 0.00 | 0.00 | ไม่มี |
4. ความเสี่ยงของธุรกิจ
ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น SCGP
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SCG Packaging Public Company Limited หรือ SCGP ดำเนินธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ เยื่อและกระดาษ และรีไซเคิล โดยมีธุรกิจในหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทำให้มีทั้งโอกาสเติบโตและความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจ ต้นทุน และตลาดต่างประเทศ
🔴 1. ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบผันผวน
SCGP มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนวัตถุดิบสำคัญ เช่น กระดาษรีไซเคิล เยื่อกระดาษ เม็ดพลาสติก รวมถึงต้นทุนพลังงาน หากราคาวัตถุดิบปรับขึ้นเร็วกว่าการปรับราคาขาย อาจกดดัน Gross Margin และกำไรสุทธิ ได้ โดยบริษัทระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
🔴 2. ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และกระดาษมีการใช้พลังงานและการขนส่งในปริมาณมาก หากราคาพลังงานหรือค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น จะทำให้ต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้เต็มที่
🔴 3. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในภูมิภาค
ตลาดบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายเดิมและผู้เล่นรายใหม่ การขยายกำลังการผลิตของคู่แข่งอาจนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาและกดดันอัตรากำไร SCGP เองจัดให้ การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานโลก เป็น Emerging Risk ระดับ Medium
🔴 4. ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
แม้บรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นจะมีความต้องการค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่บรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า Durable Goods อาจได้รับผลกระทบเมื่อผู้บริโภคลดการใช้จ่ายหรือเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทระบุว่ากำลังซื้อของสินค้าคงทนยังเผชิญข้อจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนและความไม่แน่นอนด้านการค้าโลก
🔴 5. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
SCGP มีธุรกิจและการลงทุนในต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้รายได้ ต้นทุน สินทรัพย์ และหนี้สินบางส่วนอยู่ในสกุลเงินต่างประเทศ ความผันผวนของค่าเงินบาทและสกุลเงินในประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจ จึงสามารถกระทบทั้งรายได้และกำไรเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท
🔴 6. ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า
ความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้า–ส่งออก และมาตรการทางการค้าของประเทศมหาอำนาจ สามารถกระทบห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนวัตถุดิบ การขนส่ง และความต้องการบรรจุภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศได้
🔴 7. ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและ Supply Chain
โรงงาน แหล่งวัตถุดิบ และระบบขนส่งที่กระจายอยู่หลายประเทศ ทำให้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วม ภัยแล้ง พายุ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้การผลิตและขนส่งหยุดชะงัก SCGP ระบุ Natural Disasters Disrupting Supply Chain เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
🔴 8. ความเสี่ยงจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
แนวโน้มกฎระเบียบด้านคาร์บอน ภาษีคาร์บอน และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อาจทำให้บริษัทต้องลงทุนเพิ่มเติมในเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากปรับตัวไม่ทันอาจเพิ่มต้นทุนหรือกระทบความสามารถในการแข่งขัน
🔴 9. ความเสี่ยงจากการลงทุนและการขยายธุรกิจ
SCGP ใช้กลยุทธ์เติบโตผ่านการลงทุน การควบรวมกิจการ และการร่วมทุนในต่างประเทศ การลงทุนเหล่านี้มีความเสี่ยงด้านการสร้าง Synergy การบริหารต้นทุน การรวมระบบและบุคลากร รวมถึงภาวะตลาดของประเทศที่เข้าไปลงทุน หากผลตอบแทนต่ำกว่าคาด อาจกดดันผลประกอบการและกระแสเงินสดในระยะยาว
🔴 10. ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และเทคโนโลยี
การนำระบบดิจิทัลและ AI มาใช้มากขึ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงจาก Cyber Attack การรั่วไหลของข้อมูล และระบบ IT หยุดชะงัก บริษัทจึงจัดให้ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและ AI เป็น Emerging Risk ที่ต้องติดตาม
🎯 สรุปสำหรับนักลงทุน
SCGP มีจุดแข็งจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่มีความต้องการต่อเนื่องและฐานธุรกิจในอาเซียน แต่สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ “ต้นทุนวัตถุดิบ + พลังงาน + ค่าขนส่ง + ค่าเงิน + การแข่งขัน”
โดยเฉพาะช่วงที่ราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับขึ้นเร็ว แต่บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายตามได้ทัน Margin อาจถูกบีบและส่งผลโดยตรงต่อกำไร
5. ผู้ถือหุ้นใหญ่ คณะกรรมการ และผู้บริหาร
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
ข้อมูล ณ วันที่ 13 ส.ค. 2568
| ลำดับ | ผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้น (หุ้น) | %หุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) | 3,095,882,660 | 72.12 |
| 2 | บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด | 82,398,900 | 1.92 |
| 3 | สำนักงานประกันสังคม | 77,672,286 | 1.81 |
| 4 | กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง | 73,630,058 | 1.72 |
| 5 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 67,762,348 | 1.58 |
| 6 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 37,242,844 | 0.87 |
| 7 | นาย สุทัศ เหลืองด่านสกุล | 17,063,000 | 0.40 |
| 8 | THE BANK OF NEW YORK MELLON | 11,022,500 | 0.26 |
| 9 | นาง ลักษมณ์สุนีย์ หทัยวิทวัส | 10,884,200 | 0.25 |
| 10 | STATE STREET EUROPE LIMITED | 8,694,301 | 0.20 |
คณะกรรมการ และผู้บริหาร
| ลำดับ | รายชื่อ | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นาย ประสาร ไตรรัตน์วรกุล | ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ |
| 2 | นาย วิชาญ จิตร์ภักดี | ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ |
| 3 | นาย ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม | รองประธานกรรมการ |
| 4 | พันตำรวจเอก ธรรมนิธิ วนิชย์ถนอม | กรรมการ |
| 5 | นาย ธีรพงศ์ จันศิริ | กรรมการ |
| 6 | นาย รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส | กรรมการ |
| 7 | นาย กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ | กรรมการอิสระ |
| 8 | นาง ไขศรี เนื่องสิกขาเพียร | กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ |
| 9 | นาย รพี สุจริตกุล | กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ |
| 10 | นาย วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ | กรรมการอิสระ |
| 11 | นาย วิบูลย์ ตวงสิทธิสมบัติ | กรรมการอิสระ |
6. พัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น SCGP
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SCGP เดินหน้าขยายธุรกิจจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ สู่ “Integrated Packaging Solutions” ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ วัสดุสมรรถนะสูง และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมใช้กลยุทธ์ทั้ง Organic Growth และ M&P (Merger & Partnership) เพื่อขยายฐานลูกค้าและตลาดในอาเซียน
🚀 พัฒนาการเด่นในปี 2568
ขยายธุรกิจในอินโดนีเซีย ผ่านการควบรวมกิจการในธุรกิจบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ เพื่อเพิ่มศักยภาพในตลาดอาเซียน
เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น DUY TAN ในเวียดนามอีก 30% มูลค่าธุรกรรมรวมประมาณ 3,727 ล้านบาท ทำให้ SCGP ถือหุ้นครบ 100% จากเดิม 70% ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์สำหรับตลาดผู้บริโภค
ขยายธุรกิจวัสดุทางการแพทย์ในไทย ร่วมกับ วันซ์ เมดิคอล ลงทุนขยายโรงงานผลิตกระบอกฉีดยา 180 ล้านชิ้นต่อปี และเข็มฉีดยา 100 ล้านชิ้นต่อปี โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1/2569
รุกตลาดบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัว (Flexible Packaging) ผ่านการร่วมทุนกับ Howa Sangyo โดย SCGP ถือหุ้น 25% มุ่งเน้นบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเปียก
เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยในปี 2568 สามารถประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 882 ล้านบาท จากการยกระดับ Operational Excellence และ Supply Chain
เพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค เป็นประมาณ 46% ขณะที่ปริมาณขายเติบโตจากความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่งของภูมิภาคอาเซียน
🌱 เดินหน้าธุรกิจด้านความยั่งยืน
SCGP ยังคงลงทุนในพลังงานสะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยตั้งเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050 นอกจากนี้ ธุรกิจในกลุ่มยังได้รับรางวัลด้านพลังงานทดแทน ESG และการบริหารจัดการ Supply Chain ในปี 2568 หลายรายการ
📌 มุมมองเชิงธุรกิจ
พัฒนาการของ SCGP สะท้อนทิศทาง “ขยายฐาน + เพิ่มมูลค่าสินค้า + กระจายตลาด” โดยเฉพาะการรุกตลาดอาเซียน การเพิ่มสัดส่วนธุรกิจ Consumer Packaging การต่อยอด Healthcare และ Flexible Packaging ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบเดิมเพียงอย่างเดียว
จุดที่น่าจับตา: การผนึกกำลังของธุรกิจในอาเซียน + การเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน + การขยายธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่ม อาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของ SCGP ในระยะถัดไป โดยนักลงทุนควรติดตามว่าการลงทุนและ M&P ที่เพิ่มขึ้นจะสามารถสร้างผลตอบแทนและกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
7. งบการเงิน
งบแสดงฐานะทางการเงิน
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด | 9,888.59 | 9,849.02 | 6,463.62 | 7,114.32 | 6,243.13 |
| ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ | 22,647.69 | 23,551.13 | 22,151.64 | 24,130.49 | 24,589.17 |
| สินค้าคงเหลือ | 19,252.59 | 19,026.91 | 17,356.01 | 18,504.30 | 19,071.20 |
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | 60,271.93 | 55,303.57 | 50,766.28 | 53,726.28 | 56,030.24 |
| ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ | 94,279.20 | 91,013.57 | 85,325.24 | 87,735.10 | 84,283.31 |
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | 138,288.74 | 133,276.01 | 125,764.57 | 129,088.80 | 124,976.50 |
| รวมสินทรัพย์ | 198,560.67 | 188,579.58 | 176,530.86 | 182,815.08 | 181,006.74 |
| เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม | 15,336.72 | 24,492.83 | 24,387.38 | 26,288.99 | 24,432.23 |
| เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ | 14,808.20 | 15,677.86 | 14,707.09 | 15,445.02 | 16,068.87 |
| หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี | 11,991.48 | 11,370.39 | 6,281.14 | 6,335.10 | 5,793.57 |
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | 66,390.39 | 56,603.23 | 47,431.84 | 50,134.53 | 48,636.65 |
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | 29,720.94 | 36,689.76 | 38,983.32 | 40,394.19 | 38,701.08 |
| รวมหนี้สิน | 96,111.33 | 93,292.99 | 86,415.16 | 90,528.71 | 87,337.72 |
| ทุนจดทะเบียน | 4,500.00 | 4,500.00 | 4,500.00 | 4,500.00 | 4,500.00 |
| ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า | 4,292.92 | 4,292.92 | 4,292.92 | 4,292.92 | 4,292.92 |
| ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น | 40,860.25 | 40,860.25 | 40,860.25 | 40,860.25 | 40,860.25 |
| กำไร(ขาดทุน)สะสม | 58,445.63 | 59,600.32 | 61,293.45 | 60,222.65 | 63,660.01 |
| หุ้นทุนรับซื้อคืน | – | – | – | – | – |
| หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย | – | – | – | – | – |
| องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น | -26,276.55 | -28,075.02 | -32,044.22 | -28,838.70 | -30,941.60 |
| – ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน | -24,648.71 | -22,815.66 | -21,495.94 | -21,502.71 | -21,514.35 |
| รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 77,322.25 | 76,678.46 | 74,402.39 | 76,537.11 | 77,871.58 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย | 25,127.10 | 18,608.13 | 15,713.31 | 15,749.26 | 15,797.43 |
งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| รายได้จากการดำเนินธุรกิจ | 129,398.09 | 132,783.69 | 124,373.83 | 63,766.01 | 61,749.13 |
| รายได้อื่น | 1,043.02 | 994.73 | 2,333.19 | 543.47 | 369.64 |
| รวมรายได้ | 130,441.11 | 133,778.42 | 126,707.02 | 64,309.49 | 62,118.77 |
| ต้นทุน | 106,273.93 | 110,381.01 | 102,119.57 | 52,230.93 | 47,880.69 |
| ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร | 15,683.69 | 16,318.16 | 16,131.43 | 7,995.90 | 8,248.94 |
| รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย | 121,957.62 | 126,699.18 | 118,251.00 | 60,226.83 | 56,129.63 |
| EBITDA | 17,807.45 | 16,240.04 | 17,310.98 | 8,537.06 | 10,512.49 |
| ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย | 9,205.70 | 9,258.66 | 8,968.30 | 4,489.20 | 4,423.06 |
| กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ | 8,601.74 | 6,981.37 | 8,342.68 | 4,047.86 | 6,089.43 |
| กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ | 5,248.13 | 3,699.08 | 4,069.50 | 1,909.67 | 3,869.96 |
| กำไรต่อหุ้น (บาท) | 1.22 | 0.86 | 0.95 | 0.44 | 0.90 |
งบกระแสเงินสด
| งบปี 256601 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 | งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|---|
| ประเภทงบ | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม | งบรวม |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 21,481.91 | 13,753.94 | 15,537.55 | 7,180.19 | 7,162.44 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน | -13,059.68 | -510.48 | -8,110.36 | -3,629.86 | -3,192.45 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน | -8,366.15 | -13,181.24 | -10,239.65 | -5,926.70 | -4,351.35 |
| เงินสดสุทธิ | 56.08 | 62.22 | -2,812.45 | -2,376.36 | -381.36 |
วงจรเงินสด วงจรเงินสดปรับข้อมูลเต็มปี
| งบปี 256701 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2567 | งบปี 256801 ม.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568 | งบ 6 เดือน/256801 ม.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2568 | งบ 6 เดือน/256901 ม.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2569 | |
|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) | 5.75 | 5.44 | 5.10 | 5.02 |
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) | 63.50 | 67.06 | 71.64 | 72.67 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) | 5.77 | 5.61 | 5.45 | 5.20 |
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) | 63.29 | 65.02 | 66.99 | 70.14 |
| อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า) | 7.24 | 6.72 | 6.55 | 6.20 |
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน) | 50.40 | 54.30 | 55.75 | 58.83 |
| วงจรเงินสด (วัน) | 76.38 | 77.78 | 82.88 | 83.98 |
8. วิเคราะห์กราฟเทคนิค
วิเคราะห์กราฟเทคนิค หุ้น SCGP
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SCGP ปิดล่าสุดที่ 30.50 บาท ลดลง 0.50 บาท (-1.61%) วันที่ 11 ก.ย. 2569 โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 30.25–31.50 บาท และมีปริมาณซื้อขายราว 16.27 ล้านหุ้น ขณะที่กรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 14.90–32.25 บาท
🔥 สัญญาณเทคนิค: “ขึ้นมาชนโซนสำคัญ ต้องจับตาแรงขาย!”
ภาพของ SCGP ตอนนี้ยังน่าสนใจในเชิง Momentum เพราะราคาขึ้นมาอยู่ใกล้โซน High 52 สัปดาห์ที่ 32.25 บาท แต่บริเวณ 31.00–32.25 บาท ถือเป็นด่านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้ หากมีแรงซื้อและวอลุ่มเข้ามาสนับสนุน มีโอกาสเปลี่ยนจาก “การทดสอบแนวต้าน” เป็น “รอบเบรกเอาต์” ได้
อย่างไรก็ตาม วันที่ 11 ก.ย. ราคาปิดลดลงจาก 31.00 บาทมาที่ 30.50 บาท หลังขึ้นไปแตะ 31.50 บาท สะท้อนว่าบริเวณด้านบนยังมีแรงขายกดอยู่
📌 แนวรับ–แนวต้านที่ต้องจับตา
แนวรับแรก: 30.00–30.25 บาท
แนวรับถัดไป: 29.00–29.50 บาท
แนวต้านแรก: 31.00–31.50 บาท
แนวต้านสำคัญ: 32.00–32.25 บาท
แนวต้านถัดไป: หากผ่าน 32.25 บาทได้ มีโอกาสเปิด Upside ไปทดสอบโซนสูงขึ้น
🚀 จุดที่สายเทคนิคต้องดู
- เบรก 31.50 บาท
หากราคาสามารถยืนเหนือ 31.50 บาทพร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณบวกในระยะสั้น เพราะเป็นการผ่าน High ล่าสุด - เบรก 32.25 บาท = สัญญาณสำคัญกว่า
ระดับนี้ตรงกับ High 52 สัปดาห์ หากผ่านพร้อมวอลุ่มหนาแน่น จะเป็นสัญญาณ Breakout ที่น่าจับตาอย่างมาก - หลุด 30 บาท ต้องระวัง Momentum สะดุด
หากราคาหลุด 30 บาทและไม่สามารถรีบาวด์กลับได้ อาจเห็นแรงขายกดลงไปทดสอบ 29–29.50 บาทอีกครั้ง - วอลุ่มคือกุญแจสำคัญ
วันที่ 11 ก.ย. SCGP มีปริมาณซื้อขายกว่า 16.27 ล้านหุ้น และมูลค่าการซื้อขายประมาณ 502.9 ล้านบาท ดังนั้นการขึ้นรอบใหม่ควรเห็นวอลุ่มขยายตัวตาม เพื่อยืนยันแรงซื้อ ไม่ใช่การขึ้นแบบไร้แรงส่ง
🎯 มุมมองสายเทคนิค
SCGP อยู่ในจุดที่ “ต้องพิสูจน์ตัวเอง”
โครงสร้างระยะสั้นยังมีโอกาสลุ้นต่อ หากสามารถรักษาฐาน 30 บาท และกลับไปยืนเหนือ 31.50 บาท ได้สำเร็จ แต่จุดที่น่าจับตามากที่สุดคือ 32.25 บาท
🔥 ผ่าน 32.25 บาท + วอลุ่มมา = ลุ้นรอบ Breakout
⚠️ หลุด 30 บาท = ระวังแรงขายและการพักฐาน
ข้อมูลนี้เป็นมุมมองเชิงเทคนิคเพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ โดยราคาล่าสุดอ้างอิงข้อมูล SET ณ 11 ก.ย. 2569
9. สรุปผลการวิเคราะห์
วิเคราะห์หุ้น SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SCGP หรือ SCG Packaging เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของภูมิภาคอาเซียน จุดเด่นคือมีธุรกิจตั้งแต่ กระดาษบรรจุภัณฑ์ เยื่อและกระดาษ บรรจุภัณฑ์ไฟเบอร์/โพลิเมอร์ อาหารและบริการฟู้ดเซอร์วิส ไปจนถึงธุรกิจรีไซเคิล ทำให้มีห่วงโซ่ธุรกิจค่อนข้างครบและกระจายอยู่หลายประเทศในอาเซียน
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
SCGP แบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
Integrated Packaging Business — บรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร
Fibrous Business — เยื่อและกระดาษ
Recycling Business — ธุรกิจรีไซเคิล
โครงสร้างรายได้ปี 2568 มีสัดส่วนจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรสูงถึงประมาณ 76% ขณะที่ตลาดหลักไม่ได้อยู่เฉพาะประเทศไทย แต่กระจายไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนด้วย
จุดที่น่าสนใจคือ SCGP กำลังเพิ่มน้ำหนักไปยัง Consumer Packaging ซึ่งใน Q1/2569 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 48% ของสัดส่วนธุรกิจ จากการเติบโตของบรรจุภัณฑ์ไฟเบอร์ โพลิเมอร์ และ Foodservice Packaging
📊 ผลประกอบการเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว ข้อมูล 6 เดือนแรกปี 2569 ถือว่าน่าสนใจมาก
| รายการ | 6M/2569 | 6M/2568 |
|---|---|---|
| รายได้ | 62,118.8 ลบ. | 64,309.5 ลบ. |
| กำไรสุทธิ | 3,870.0 ลบ. | 1,909.7 ลบ. |
| Operating Cash Flow | 7,162.4 ลบ. | 7,180.2 ลบ. |
| D/E | 0.93 เท่า | 0.98 เท่า |
| Net Profit Margin | 6.73% | 3.36% |
| ROE | 7.81% | 3.12% |
แม้รายได้ลดลงประมาณ 3.4% แต่ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ Gross Margin เพิ่มเป็น 22.46% จาก 18.09% และ Net Margin เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นี่เป็นประเด็นสำคัญของ SCGP เพราะสะท้อนว่า การฟื้นตัวของกำไรไม่ได้จำเป็นต้องมาจากการเร่งรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารต้นทุนและ Margin ที่ดีขึ้นด้วย
💰 จุดแข็งที่ต้องจับตา
- ธุรกิจกระจายหลายประเทศ
SCGP มีฐานธุรกิจในอาเซียน ทำให้ไม่ได้พึ่งพาตลาดไทยเพียงอย่างเดียว และบริษัทระบุว่าการบริโภคภายในประเทศของอาเซียนยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ - ได้ประโยชน์เมื่อวัตถุดิบปรับตัวลง
ต้นทุนสำคัญ เช่น กระดาษรีไซเคิล (Recovered Paper) และ Polymer Resin มีผลโดยตรงต่อ Margin การลดลงของต้นทุนดังกล่าวเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยผลักดันกำไรปี 2568 ให้เพิ่มขึ้น แม้รายได้ลดลง - Consumer Packaging มีโอกาสเป็น Growth Engine
การขยายสัดส่วนบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และ Foodservice ช่วยให้บริษัทขยับจากธุรกิจ Commodity บางส่วนไปสู่สินค้าที่มีความหลากหลายและมูลค่าเพิ่มมากขึ้น - ฐานะการเงินเริ่มแข็งแรงขึ้น
6M/2569 มีหนี้สิน 87,337.7 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 77,871.6 ล้านบาท ขณะที่ D/E อยู่ที่ 0.93 เท่า ลดลงจาก 0.98 เท่าในปีก่อน
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
SCGP ยังมีความอ่อนไหวต่อ ราคาวัตถุดิบ ค่าไฟ พลังงาน ค่าเงิน และภาวะเศรษฐกิจ เพราะธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีต้นทุนการผลิตสูง
อีกประเด็นคือ ความผันผวนของอุปสงค์จีนและตลาดส่งออก โดยบริษัทระบุว่าการส่งออกไปจีนลดลง และกำลังเน้นการกระจายตลาดมากขึ้น
นอกจากนี้ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง หากบริษัทไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ อาจทำให้ Margin กลับมากดดันกำไรได้
📈 มุมมองต่อหุ้น SCGP
ข้อมูล SET ณ 11 ก.ย. 2569 ระบุราคาหุ้นอยู่บริเวณ 30.50 บาท มี Market Cap ประมาณ 130,934 ล้านบาท, P/E ประมาณ 21.71 เท่า และ P/BV ประมาณ 1.68 เท่า โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 14.90–32.25 บาท
ดังนั้น SCGP เป็นหุ้นที่น่าสนใจในธีม
“กำไรฟื้น + Margin ดีขึ้น + ASEAN Consumer Packaging + ลดต้นทุน”
มากกว่าจะเป็นหุ้นที่โดดเด่นจากการเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียว
จุดที่ต้องจับตาต่อไปคือกำไรสามารถรักษาระดับการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ได้หรือไม่ หากยอดขายกลับมาเติบโตพร้อมกับ Margin ที่ยังอยู่ในระดับสูง จะเป็นสัญญาณบวกต่อประมาณการกำไรในอนาคต
🎯 สรุปมุมมอง
SCGP = หุ้น Packaging ที่กำลังอยู่ในช่วง “Turnaround ของกำไร” มากกว่าการเร่งตัวของรายได้
จุดเด่นคือ ฐานธุรกิจใหญ่ กระจายอาเซียน ธุรกิจครบวงจร และ Margin ฟื้นตัวแรง ขณะที่ 6M/2569 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY และ D/E ลดลงเล็กน้อย
แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ Demand, ราคาวัตถุดิบ, ค่าเงิน, จีน และความสามารถในการรักษา Margin เพราะปัจจัยเหล่านี้สามารถเปลี่ยนทิศทางกำไรของ SCGP ได้ค่อนข้างเร็ว
มุมมองเชิงพื้นฐาน: “เริ่มกลับมาน่าสนใจ หากเชื่อว่าการฟื้นตัวของ Margin จะต่อเนื่อง”
ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และควรพิจารณางบล่าสุด/ประมาณการกำไรประกอบการตัดสินใจ

