วิเคราะห์ หุ้น STI บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STI บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น STI บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) STI อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ บริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services) อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction)





รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
01 ต.ค. 2567 – 30 ก.ย. 25680.03บาท26 ก.พ. 2569เงินปันผล
01 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 25670.06บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2566 – 30 ก.ย. 25660.10บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 25650.17บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.07บาท–เงินปันผล
01 ม.ค. 2564 – 31 ธ.ค. 25640.8 : 1หุ้น–หุ้นปันผล
01 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 25630.40บาท28 พ.ค. 2564เงินปันผล

ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ หุ้น STI
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ประกอบธุรกิจหลักด้าน ที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม งานตกแต่งภายใน และงานอนุรักษ์โบราณสถาน ดังนั้นทรัพย์สินที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจจะมีลักษณะเป็น ทรัพย์สินสนับสนุนงานบริการและงานวิศวกรรม มากกว่าทรัพย์สินประเภทโรงงานหรือเครื่องจักรการผลิตขนาดใหญ่
ทรัพย์สินสำคัญที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ

  1. อาคารและสำนักงาน
    ใช้เป็นศูนย์กลางในการบริหารงาน ประสานงานโครงการ ประชุมกับลูกค้า และเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของทีมวิศวกร สถาปนิก ผู้บริหารโครงการ และฝ่ายสนับสนุนต่าง ๆ โดยข้อมูลบริษัทจดทะเบียนของ ก.ล.ต. ระบุ STI มีสำนักงานและข้อมูลติดต่อของบริษัทอย่างเป็นทางการ
  2. อุปกรณ์สำนักงานและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
    เป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับธุรกิจที่ปรึกษา เช่น
    คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก
    อุปกรณ์เครือข่ายและระบบสื่อสาร
    เครื่องพิมพ์และอุปกรณ์สำนักงาน
    ซอฟต์แวร์สำหรับงานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม
    ระบบจัดเก็บและบริหารข้อมูลโครงการ
    ทรัพย์สินกลุ่มนี้ช่วยให้ทีมงานสามารถจัดทำแบบ รายงาน คำนวณ ตรวจสอบ และบริหารข้อมูลของโครงการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานวิศวกรรม/ตรวจสอบงานก่อสร้าง
    STI จำเป็นต้องมีหรือจัดหาอุปกรณ์สำหรับการลงพื้นที่และควบคุมงาน เช่น เครื่องมือวัด ตรวจสอบ และอุปกรณ์ความปลอดภัย เพื่อใช้ติดตามคุณภาพและความก้าวหน้าของงานก่อสร้างในแต่ละโครงการ
  4. ยานพาหนะและอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติงานภาคสนาม
    ใช้สำหรับเดินทางไปยังสถานที่ก่อสร้าง การตรวจสอบโครงการ การประชุมหน้างาน และการประสานงานระหว่างสำนักงานกับพื้นที่ก่อสร้าง
  5. สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-use Assets)
    ในธุรกิจบริการที่มีการเช่าสำนักงาน รถยนต์ หรือทรัพย์สินอื่น บริษัทอาจรับรู้เป็นสินทรัพย์สิทธิการใช้ตามมาตรฐานบัญชี โดยเป็นทรัพย์สินที่สนับสนุนการดำเนินงานโดยไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทโดยตรง
  6. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนและทรัพย์สินด้านองค์ความรู้
    สำหรับ STI สิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าสินทรัพย์ทางกายภาพ คือ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และระบบที่ใช้ในการบริหารโครงการ เช่น ซอฟต์แวร์ ลิขสิทธิ์ และระบบสารสนเทศ ซึ่งช่วยสนับสนุนงานออกแบบ วิศวกรรม และบริหารควบคุมงานก่อสร้าง

จุดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน
STI เป็นธุรกิจ Professional Services ที่ใช้ บุคลากร ความเชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ เป็นหัวใจหลัก ดังนั้นโครงสร้างทรัพย์สินจึงแตกต่างจากผู้รับเหมาที่มีโรงงาน เครื่องจักรหนัก หรือสินค้าคงคลังจำนวนมาก
ทรัพย์สินที่สร้างมูลค่าหลักของ STI จึงอยู่ที่ “คน + ความเชี่ยวชาญ + ระบบงาน + ฐานลูกค้า + ประสบการณ์บริหารโครงการ” มากกว่าการถือครองเครื่องจักรขนาดใหญ่
ปัจจุบัน ก.ล.ต. มีรายงานประจำปีของ STI ถึงปี 2568 (2025) และมีงบการเงินที่รายงานถึงปี 2569 ให้ตรวจสอบต่อเนื่อง จึงควรใช้ One Report ฉบับล่าสุดประกอบการดูรายละเอียดรายการทรัพย์สินและมูลค่าตามบัญชีของบริษัทด้วย
สรุปสั้น ๆ:
STI มีทรัพย์สินหลักเพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้าง ได้แก่ สำนักงาน อุปกรณ์สำนักงานและ IT เครื่องมือวิศวกรรม ยานพาหนะ สินทรัพย์สิทธิการใช้ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน โดยจุดแข็งสำคัญของธุรกิจอยู่ที่บุคลากรและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม–สถาปัตยกรรม มากกว่าการลงทุนในเครื่องจักรหนัก


กลุ่มบริษัทในเครือ หุ้น STI
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ดำเนินธุรกิจหลักด้านที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรม วิศวกรรม งานตกแต่งภายใน งานอนุรักษ์โบราณสถาน และงานโครงสร้างพื้นฐาน โดยข้อมูล SET ล่าสุดจัด STI อยู่ในหมวด อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / บริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services)
จากข้อมูลโครงสร้างกลุ่มบริษัทของ STI พบชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม ได้แก่

  1. บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) — STI
    เป็นบริษัทแม่และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของกลุ่ม ให้บริการ Project Management & Construction Management (PM&CM) รวมถึงงานออกแบบและวิศวกรรม โดยกลุ่มธุรกิจหลักมี 4 ด้าน ได้แก่
    บริหารโครงการและบริหารงานก่อสร้าง
    ออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม
    งาน Quantity Surveyor เช่น ประมาณการต้นทุนและประมูลงาน
    การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study)
  2. บริษัท สโตนเฮ้นจ์ นอร์ท จำกัด
    ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานด้าน ที่ปรึกษา บริหารและควบคุมงานก่อสร้าง โดยเป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ในโครงสร้างกลุ่มที่ STI มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจและผู้ถือหุ้น/กรรมการร่วมกันตามข้อมูลบริษัท
  3. บริษัท สโตนเฮ้นจ์ นอร์ทอีสท์ จำกัด
    เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่ม STI โดยมีความสัมพันธ์ผ่าน ผู้ถือหุ้นและกรรมการร่วมกัน ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
  4. บริษัท สโตนเฮ้นจ์ โฮลดิงส์ จำกัด
    เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจ Stonehenge และมี ผู้ถือหุ้นและกรรมการร่วมกัน กับกลุ่มบริษัท STI ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
  5. บริษัท ยูนิเวนเจอร์ แคปปิตอล จำกัด
    เป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับ STI ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่และมีกรรมการร่วมกัน โดยข้อมูลล่าสุดของ SET ระบุว่า Univentures Consulting Co., Ltd. เป็นผู้ถือหุ้น STI รายใหญ่ 38.12% ณ 26 มิถุนายน 2569 ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงของกลุ่มทุนกับ STI ในปัจจุบัน

🔎 มองภาพรวมกลุ่ม STI
โครงสร้างธุรกิจของ STI มีลักษณะเป็น กลุ่มบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านบริการวิศวกรรมและบริหารโครงการก่อสร้าง มากกว่าการเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างที่ต้องลงทุนในเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก โดยจุดแข็งอยู่ที่ องค์ความรู้ บุคลากรวิศวกร และประสบการณ์บริหารโครงการ
ในรายงานล่าสุด SET ระบุว่ากลุ่มบริษัทมีธุรกิจหลัก 4 เสาหลัก คือ PM&CM + Design + Quantity Surveyor + Feasibility Study ทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ การออกแบบ ไปจนถึงการบริหารและควบคุมการก่อสร้าง
สรุปสำหรับใช้ทำคอนเทนต์หุ้น:
STI = บริษัทแม่ด้านบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง + เครือ Stonehenge ที่ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ออกแบบ ประมาณการต้นทุน และศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
ทั้งนี้ หากต้องการระบุว่า บริษัทใดเป็น “บริษัทย่อย” ของ STI โดยตรง และสัดส่วนการถือหุ้นกี่ % ควรยึดโครงสร้างใน 56-1 One Report ปี 2568 ฉบับล่าสุด เป็นหลัก เพราะบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทจะเป็นบริษัทย่อยของ STI โดยตรง



งบปี ->256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศจีน (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศสหราชอาณาจักร (พันบาท)0.000.000.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00

256525662567
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 0.000.000.00

งบปี ->256525662567
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนา (บาท)0.000.000.00


⚠️ ความเสี่ยงของธุรกิจ หุ้น STI
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม งานตกแต่งภายใน งานอนุรักษ์โบราณสถาน งานระบบราง และโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นความเสี่ยงของ STI จึงเชื่อมโยงกับ ภาวะการลงทุน การก่อสร้าง การแข่งขัน และความสามารถในการบริหารโครงการ โดยตรง

  1. 🔴 ความเสี่ยงจากความผันผวนของรายได้
    รายได้ของธุรกิจที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้างขึ้นอยู่กับจำนวนโครงการที่ได้รับงาน รวมถึงช่วงเวลาการเริ่มต้นและความคืบหน้าของแต่ละโครงการ หากการลงทุนภาคเอกชนหรือโครงการภาครัฐชะลอตัว อาจทำให้การเปิดประมูลและการเซ็นสัญญาใหม่ลดลง ส่งผลต่อ Backlog และรายได้ในอนาคต
    บริษัทเองเคยระบุความเสี่ยงเกี่ยวกับ ความผันผวนของรายได้และความไม่แน่นอนของระยะเวลาการประกวดราคาแต่ละโครงการ ไว้ในรายงานของบริษัท
  2. 🔴 ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง
    ธุรกิจวิศวกรรมที่ปรึกษาและบริหารโครงการมีผู้ประกอบการหลายราย และการเข้าสู่ธุรกิจไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนในระดับสูงเท่าธุรกิจก่อสร้างบางประเภท จึงมีโอกาสเกิดการแข่งขันจากผู้ประกอบการรายใหม่ รวมถึงผู้ประกอบการเดิมที่ขยายบริการเข้ามาแข่งขันมากขึ้น
    ประเด็นที่ต้องจับตา: การแข่งขันด้านราคาอาจกดดันอัตรากำไรของ STI หากบริษัทจำเป็นต้องเสนอค่าบริการที่แข่งขันได้เพื่อคว้างานใหม่
  3. 🔴 ความเสี่ยงจากการพึ่งพาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
    ธุรกิจของ STI เป็น ธุรกิจบริการที่ใช้บุคลากรและความเชี่ยวชาญสูง ทั้งวิศวกร สถาปนิก ผู้ควบคุมงาน และทีมบริหารโครงการ
    หากไม่สามารถรักษาบุคลากรที่มีประสบการณ์ไว้ได้ หรือเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากร อาจกระทบต่อความสามารถในการรับงานและคุณภาพการให้บริการ
  4. 🟠 ความเสี่ยงจากโครงการล่าช้าและการเปลี่ยนแปลงแบบ
    โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา ผู้ออกแบบ และหน่วยงานรัฐ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบ การส่งมอบพื้นที่ล่าช้า หรือปัจจัยภายนอก อาจทำให้ระยะเวลาโครงการยืดออก
    เอกสารของ STI ระบุถึงกรณีที่การเปลี่ยนแปลงแบบของผู้ว่าจ้างอาจทำให้ขอบเขตงานเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และบริษัทต้องบริหารเรื่องค่าบริการเพิ่มเติมให้เหมาะสม
  5. 🟠 ความเสี่ยงด้านต้นทุนและประมาณการโครงการ
    แม้ STI จะเป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาและควบคุมงานมากกว่าผู้รับเหมาก่อสร้างโดยตรง แต่การบริหารโครงการจำเป็นต้องควบคุมงบประมาณและประมาณการต้นทุนอย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้นทุนหรือขอบเขตงานเปลี่ยนจากประมาณการเดิม อาจกระทบต่อผลตอบแทนของโครงการได้
  6. 🟠 ความเสี่ยงจากการพึ่งพาการลงทุนภาครัฐและเอกชน
    โครงการโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง อาคาร โรงพยาบาล และโครงการอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของบริษัท ดังนั้นหากเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ประกอบการลดการลงทุน หรือโครงการภาครัฐล่าช้า อาจกระทบโอกาสรับงานใหม่ของ STI
    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทยังคงมีการประกาศงานใหม่ เช่น งานควบคุมการก่อสร้างศูนย์การแพทย์และโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสะท้อนว่าการรับงานใหม่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามต่อเนื่อง
  7. 🟠 ความเสี่ยงด้านคุณภาพงานและความรับผิดชอบทางวิชาชีพ
    เนื่องจาก STI ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้าง ความผิดพลาดด้านวิศวกรรม การออกแบบ หรือการควบคุมงานอาจนำไปสู่ข้อพิพาท ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือกระทบชื่อเสียงของบริษัทได้
  8. 🟡 ความเสี่ยงจากสภาพคล่องและการเรียกเก็บเงิน
    ธุรกิจก่อสร้างและที่ปรึกษามักมีรอบการรับรู้รายได้และเรียกเก็บเงินตามความคืบหน้าของโครงการ หากลูกค้าชำระเงินล่าช้า อาจทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานผันผวน แม้บริษัทจะมีกำไรทางบัญชี
  9. 🟡 ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์
    หากตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ผู้พัฒนาโครงการอาจเลื่อนการลงทุนหรือชะลอการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งสามารถส่งผลต่อความต้องการใช้บริการที่ปรึกษา ออกแบบ และบริหารงานก่อสร้างของ STI

📌 สรุปแบบนักลงทุน
ความเสี่ยงหลักของ STI ไม่ได้อยู่ที่การผลิตสินค้า แต่คือ “งานโครงการ + บุคลากร + การลงทุน”
สิ่งที่ควรติดตามเป็นพิเศษคือ
🔎 Backlog → งานใหม่ → ความคืบหน้าโครงการ → รายได้ → อัตรากำไร → ลูกหนี้/กระแสเงินสด
ล่าสุด SET ระบุว่า STI มีลักษณะธุรกิจด้าน Construction Management และงานออกแบบ/วิศวกรรม/โครงสร้างพื้นฐาน โดยข้อมูล ณ ต้นเดือนตุลาคม 2569 ระบุ Market Cap ราว 1,037 ล้านบาท และ P/E ประมาณ 17.96 เท่า ขณะที่ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรส่วนของผู้ถือหุ้น 20.18 ล้านบาท เพิ่มจาก 10.77 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับการวิเคราะห์หุ้น STI จึงควรจับตาว่า “กำไรที่ฟื้นตัว” จะสามารถเดินหน้าต่อได้หรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันและความผันผวนของงานโครงการ.


ข้อมูล ณ วันที่ 04 ก.พ. 2569

ลำดับผู้ถือหุ้นจำนวนหุ้น (หุ้น)%หุ้น
1บริษัท ยูนิเวนเจอร์ คอนซัลติ้ง จำกัด229,860,00038.12
2นาย สมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์66,663,50011.06
3บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)60,047,0259.96
4นาย ไพรัช เล้าประเสริฐ52,643,2508.73
5นาย สมจิตร์ เปี่ยมเปรมสุข50,928,3008.45
6นาย รังสรรค์ พัชรากิตติ13,788,6502.29
7นาย กิตติศักดิ์ สุภาควัฒน์12,776,0002.12
8น.ส. ภัทรนิษฐ์ สิริธนกาญจน์กูล10,610,7501.76
9นาง ศรีธร สุวัฒโน10,100,0001.67
10นาย เทอดสกุล วิวิธวร9,225,0001.53
11นาย ปรัชญา นิยมไทย5,411,9750.90
12นาย ชัยเสน ณ ถลาง3,697,7330.61

ลำดับรายชื่อตำแหน่ง
1นาย จุมพล สำเภาพลประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
2นาย สมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, รองประธานกรรมการ
3นาย ไพรัช เล้าประเสริฐรองประธานกรรมการ
4นาง กานต์สุดา แสนสุทธิ์กรรมการ
5นาย กำพล ปุญโสณีกรรมการ
6นาย บัณฑิต ม่วงสอนเขียวกรรมการ
7นาย วรวรรต ศรีสอ้านกรรมการ
8นาย สมจิตร์ เปี่ยมเปรมสุขกรรมการ
9นางสาว ชวลรรค ศิวยาธรกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
10นาง ศุภรานันท์ ตันวิรัชกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
11นาย สรายุทธ์ นาทะพันธ์กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ

พัฒนาการที่สำคัญ หุ้น STI
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
STI หรือ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้าน ที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม งานตกแต่งภายใน งานอนุรักษ์โบราณสถาน ระบบราง และโครงสร้างพื้นฐาน โดยปัจจุบันอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดบริการรับเหมาก่อสร้างของ SET
Timeline พัฒนาการสำคัญ
ปี 2547 — จุดเริ่มต้นธุรกิจ
STI ก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจด้านการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง โดยพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการบริหารโครงการอย่างต่อเนื่อง ก่อนขยายบริการไปสู่งานออกแบบและงานที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการก่อสร้างครบวงจรมากขึ้น
ปี 2561 — เข้าสู่ตลาดทุน
บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับบริษัทและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ปี 2563 — ขยายการลงทุนผ่านบริษัทย่อย
STI จัดตั้ง บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ เวนเจอร์ จำกัด และเข้าลงทุนในบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด เป็นการขยายขอบเขตธุรกิจและสร้างโครงสร้างกลุ่มบริษัทให้สามารถรองรับงานด้านวิศวกรรมและงานโครงการที่หลากหลายมากขึ้น
ปี 2564 — ขยายฐานลูกค้าภาครัฐ
ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 บริษัทมุ่งรักษาระดับยอดขายด้วยการขยายฐานลูกค้าไปยัง กลุ่มภาครัฐ ช่วยกระจายฐานลูกค้าและลดการพึ่งพางานจากภาคเอกชนเพียงด้านเดียว
ปี 2565 — ยกระดับเข้าสู่ SET
SET อนุมัติให้ STI เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 จากเดิมที่ซื้อขายใน mai สะท้อนการเติบโตและการยกระดับสถานะของบริษัทในตลาดทุน
ปี 2566 — ปรับรอบปีบัญชี
บริษัทเปลี่ยนรอบปีบัญชีจากเดิม 1 มกราคม–31 ธันวาคม เป็น 1 ตุลาคม–30 กันยายน ของปีถัดไป เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานและการบริหารจัดการของบริษัท
ปี 2567 — ปรับโครงสร้างชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่
บริษัท ยูนิเวนเจอร์ แคปปิตอล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ยูนิเวนเจอร์ คอนซัลติ้ง จำกัด
ปี 2568 — เดินหน้าสู่ Digital & AI
หนึ่งในพัฒนาการที่น่าสนใจล่าสุด คือ STI เริ่มนำ เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI Tools มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร เช่น
QCMA ระบบตรวจสอบคุณภาพงานก่อนส่งมอบ
Smart OT ระบบคำนวณค่าล่วงเวลา
การประยุกต์ใช้ AI Tools ในกระบวนการทำงาน
สะท้อนทิศทางของบริษัทที่พยายามยกระดับจากธุรกิจที่ปรึกษาและบริหารงานก่อสร้างแบบดั้งเดิมไปสู่ Construction Management ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ภาพรวมปัจจุบัน
ปัจจุบัน STI มีธุรกิจหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ Project/Construction Management, งานออกแบบ, Quantity Surveyor และ Feasibility Study ทำให้บริษัทสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมกับโครงการได้ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ การออกแบบ การประมาณราคา ไปจนถึงการบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง
สำหรับปี 2568 บริษัทมีรายได้ 1,366.79 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 40.37 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 รายได้อยู่ที่ 673.80 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 20.18 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 154.33 ล้านบาท
จุดที่น่าจับตา: พัฒนาการของ STI ในระยะหลังไม่ได้เน้นเพียงการรับงานก่อสร้าง แต่กำลังขยายความสามารถไปสู่ งานออกแบบ + บริหารโครงการ + ประมาณราคา + Feasibility + Digital/AI ซึ่งช่วยสร้างความครบวงจรและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของกลุ่มบริษัทในระยะยาว


งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2566
งบปี 2567
01 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2567
งบปี 2568
01 ต.ค. 2567 – 30 ก.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2568
01 ต.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2569
01 ต.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด47.9367.45105.6571.0793.26
ลูกหนี้และตั๋วเงินรับการค้าสุทธิ392.13385.59430.39488.88428.72
สินค้าคงเหลือ–––––
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน1,706.771,725.911,689.181,703.801,626.67
ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิ210.20196.87183.00186.42175.31
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน488.66442.63391.07399.37374.53
รวมสินทรัพย์2,195.432,168.542,080.252,103.172,001.21
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม264.87355.49332.16370.50233.56
เจ้าหนี้และตั๋วเงินจ่ายการค้าสุทธิ338.68286.87252.26274.39210.71
หนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี22.8622.8622.8622.8622.84
รวมหนี้สินหมุนเวียน873.50885.78843.44888.12772.25
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน307.16280.21244.31237.11214.34
รวมหนี้สิน1,180.661,165.981,087.751,125.22986.59
ทุนจดทะเบียน301.50301.50301.50301.50301.50
ทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่า301.50301.50301.50301.50301.50
ส่วนเกิน(ต่ำกว่า)มูลค่าหุ้น377.07377.07377.07377.07377.07
กำไร(ขาดทุน)สะสม182.81173.64170.11157.20191.54
หุ้นทุนรับซื้อคืน–––––
หุ้นที่ถือโดยบริษัทย่อย–––––
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น7.107.107.107.107.10
– ส่วนเกิน (ต่ำกว่า) ทุน–––––
รวมส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่868.48859.31855.78842.87877.20
ส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย146.29143.25136.72135.08137.41

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2566
งบปี 2567
01 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2567
งบปี 2568
01 ต.ค. 2567 – 30 ก.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2568
01 ต.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2569
01 ต.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
รายได้จากการดำเนินธุรกิจ1,252.391,501.141,357.39998.441,024.53
รายได้อื่น7.258.478.426.265.68
รวมรายได้1,259.941,510.381,366.791,004.691,030.21
ต้นทุน899.271,110.42997.72743.44760.21
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร230.97309.84303.46231.27212.14
รวมต้นทุนและค่าใช้จ่าย1,130.241,420.261,301.18974.71972.35
EBITDA179.62152.38117.1869.4090.49
ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย49.9262.2651.5739.4232.63
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้129.7090.1265.6129.9857.86
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ : ผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่84.8055.5140.3719.7437.10
กำไรต่อหุ้น (บาท)0.140.090.070.030.06

งบปี 2566
01 ม.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2566
งบปี 2567
01 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2567
งบปี 2568
01 ต.ค. 2567 – 30 ก.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2568
01 ต.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2569
01 ต.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569
ประเภทงบงบรวมงบรวมงบรวมงบรวมงบรวม
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน112.6353.30165.3082.64151.15
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน-52.946.50-3.81-3.02-3.64
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน-105.89-40.29-123.29-75.99-159.90
เงินสดสุทธิ-46.2019.5238.203.63-12.40

งบปี 2567
01 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2567
งบปี 2568
01 ต.ค. 2567 – 30 ก.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2568
01 ต.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568
งบ 9 เดือน/2569
01 ต.ค. 2568 – 30 มิ.ย. 2569
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า)3.863.333.413.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน)94.55109.71107.15121.04
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า)––––
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)––––
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้การค้า (เท่า)3.553.703.764.18
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า (วัน)102.8198.6297.0787.27
วงจรเงินสด (วัน)-8.2611.0910.0833.78

📊 วิเคราะห์กราฟเทคนิคหุ้น STI — สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์
Stonehenge Inter Public Company Limited STI ล่าสุดที่มีข้อมูลถึงวันที่ 25 ก.ย. 2569 ปิดที่ 1.72 บาท โดยวันดังกล่าวแกว่งในกรอบ 1.67–1.72 บาท และมีปริมาณซื้อขาย 29,201 หุ้น ขณะที่ช่วงเดือน ก.ย. ราคาส่วนใหญ่เคลื่อนไหวแคบ ๆ บริเวณ 1.72–1.74 บาท สะท้อนภาพ Sideway สะสมกำลัง มากกว่าการเป็นขาขึ้นที่ชัดเจน
🔥 ภาพรวมกราฟ
STI กำลังแกว่งสร้างฐาน หลังจากลงมาจากระดับสูงในช่วงก่อนหน้า
จากข้อมูลย้อนหลัง ราคาปรับจากบริเวณ 2 บาทกว่าในช่วงปลายปี 2568 ลงมาเคลื่อนไหวแถว 1.70 บาทในปี 2569 ก่อนจะเริ่มสร้างฐานบริเวณ 1.65–1.75 บาท
จุดที่น่าสนใจคือราคาช่วงเดือน ก.ย. แทบไม่ขยับ แม้มีบางวันที่ Volume เพิ่มขึ้น เช่น 10 ก.ย. และ 25 ก.ย. จึงต้องจับตาว่า Volume จะกลับเข้ามาสนับสนุนการ Breakout หรือไม่

🎯 แนวรับ–แนวต้านสำคัญ

ระดับมุมมอง
1.67–1.70🟢 แนวรับแรก / ฐานระยะสั้น
1.62–1.65🟢 แนวรับสำคัญ หากหลุดฐาน
1.72–1.74🟡 แนวต้านแรก
1.75–1.78🔥 แนวต้านสำคัญ / จุดวัดพลัง Breakout
1.80–1.85🚀 เป้าหมายถัดไปหากผ่าน 1.78 ได้

โดยเฉพาะ 1.75–1.78 บาท เป็นโซนที่ต้องจับตา เพราะในช่วง ส.ค.–ก.ย. ราคาขึ้นทดสอบบริเวณนี้หลายครั้งแต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นขาขึ้นรอบใหม่ได้อย่างชัดเจน

⚡ สัญญาณที่สายเทคนิคต้องดู
Bullish Scenario 🚀
ถ้า STI สามารถ ทะลุ 1.75–1.78 บาท พร้อม Volume เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
มีโอกาสเปลี่ยนจาก “Sideway สะสม” → “Breakout”
โดยมีโซน 1.80 บาท เป็นด่านจิตวิทยา และถ้าผ่านได้ มีโอกาสลุ้นต่อบริเวณ 1.85 บาท
Bearish Scenario ⚠️
หากราคาหลุด 1.67–1.70 บาท และมี Volume ขายเข้ามาเพิ่ม จะถือว่าโครงสร้างฐานเริ่มเสีย และควรระวังการถอยลงทดสอบ 1.62–1.65 บาท
📈 Momentum
ภาพ Momentum ยัง ไม่แรงพอที่จะเรียกว่าเป็นขาขึ้นเต็มตัว เพราะราคายังติดอยู่ในกรอบแคบ และข้อมูลช่วงล่าสุดแสดงการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างนิ่ง ขณะที่ข้อมูลประเมิน Momentum ระยะ 90 วันก็อยู่ในระดับอ่อนมากเช่นกัน
ดังนั้นจุดสำคัญของ STI ตอนนี้ไม่ใช่การไล่ราคา แต่คือ รอให้กราฟเลือกทาง
“สะสมเงียบ…รอ Volume จุดชนวน?”
🔥 สรุปสไตล์เพจหุ้นสายเทคนิค
STI ยังไม่ใช่กราฟที่เบรกแล้ว แต่กำลังอยู่ในโหมด “บีบตัวในกรอบ”
ราคา 1.72 บาท อยู่บริเวณกลางกรอบสะสม ขณะที่ 1.75–1.78 บาท คือด่านสำคัญ หาก Breakout พร้อม Volume จะเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจมากขึ้น
กลยุทธ์:
🟢 ยืน 1.67–1.70 = ฐานยังไม่เสีย
🟡 ผ่าน 1.75 = เริ่มมี Momentum
🔥 ผ่าน 1.78 + Volume = สัญญาณ Breakout
🚀 เป้าหมายถัดไป = 1.80 / 1.85 บาท
🔴 หลุด 1.67 = ต้องระวังแรงขาย
ประโยคเด็ดสำหรับโพสต์:
🔥 “STI สะสมเงียบ! กราฟบีบตัวใกล้แนวต้าน 1.75–1.78 บาท จับตา Volume หากจุดชนวนติด มีลุ้นเปิดรอบใหม่…แต่ถ้าหลุดฐาน ต้องระวังแรงขาย!”


วิเคราะห์หุ้น STI — บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI อยู่ในกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / บริการรับเหมาก่อสร้าง (Construction Services) โดยธุรกิจหลักไม่ได้เน้นการรับเหมาก่อสร้างแบบผู้รับเหมาหลักเพียงอย่างเดียว แต่มีจุดเด่นด้าน ที่ปรึกษา บริหารและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรม วิศวกรรม งานตกแต่งภายใน งานอนุรักษ์โบราณสถาน ระบบราง และโครงสร้างพื้นฐาน
🔎 ภาพรวมธุรกิจ
STI สามารถมองเป็นธุรกิจ Construction Management & Engineering Services ที่สร้างรายได้จากความเชี่ยวชาญของบุคลากรและการบริหารโครงการ มากกว่าการแบกรับต้นทุนวัสดุก่อสร้างในลักษณะผู้รับเหมาทั่วไป
จุดแข็งสำคัญ
มีประสบการณ์ด้านบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง
ครอบคลุมทั้งสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และงานออกแบบ
มีโอกาสรับงานจากโครงการขนาดใหญ่และโครงการภาครัฐ
มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Infrastructure / Civil / ระบบราง
โมเดลธุรกิจใช้ความเชี่ยวชาญและบุคลากรเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก


📊 มองตัวเลขการเงิน งบ 9 เดือนปี 2569 เป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะเห็นสัญญาณ การฟื้นตัวของกำไร ชัดเจน

รายการ9M/25689M/2569เปลี่ยนแปลง
รายได้จากการดำเนินงาน998.44 ลบ.1,024.53 ลบ.+2.61%
EBITDA69.40 ลบ.90.49 ลบ.+30.4%
กำไรสุทธิ19.74 ลบ.37.10 ลบ.+87.96%
Net Margin1.15%3.67%ดีขึ้น

ตัวเลขสำคัญคือ กำไรสุทธิเพิ่มเกือบ 88% ขณะที่รายได้เพิ่มเพียง 2.6% สะท้อนว่าการควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานมีพัฒนาการที่ดีขึ้น


นอกจากนี้ D/E ลดลงจากประมาณ 1.10 เท่าในปี 2568 เหลือ 0.97 เท่า และ Current Ratio เพิ่มเป็น 2.11 เท่า ในงวด 9 เดือนปี 2569 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีด้านโครงสร้างทางการเงิน
💰 จุดที่ต้องจับตา: กระแสเงินสด
อีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจคือ STI มี กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 151.15 ล้านบาท ใน 9M/2569 เพิ่มจาก 82.64 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าการฟื้นตัวของผลประกอบการมีเงินสดจากธุรกิจสนับสนุนอยู่ด้วย
แต่ต้องจับตา ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย ซึ่งเพิ่มจากประมาณ 107 วันเป็น 121 วัน ในงวดล่าสุด หากลูกหนี้ใช้เวลาชำระเงินนานขึ้นต่อเนื่อง อาจกดดันเงินทุนหมุนเวียนในอนาคตได้
🚀 ปัจจัยบวกของ STI

  1. กำไรเริ่มฟื้นตัวแรง
    กำไร 9M/2569 โตเกือบ 88% YoY เป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากกว่าการดูเพียงการเติบโตของรายได้
  2. ธุรกิจมีโอกาสได้ประโยชน์จาก Infrastructure Cycle
    งานโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง และงานก่อสร้างขนาดใหญ่ เป็นตลาดที่สามารถสร้าง Backlog และรายได้ต่อเนื่องได้
  3. ฐานะการเงินดีขึ้น
    D/E ต่ำกว่า 1 เท่า และสภาพคล่องอยู่ในระดับค่อนข้างดี
  4. ธุรกิจมีความหลากหลาย
    ไม่ได้พึ่งเฉพาะงานก่อสร้าง แต่มีทั้ง Construction Management, Architecture, Engineering, Interior, Conservation และ Infrastructure

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
การแข่งขันสูง — ธุรกิจที่ปรึกษาและบริหารโครงการก่อสร้างมีการแข่งขันด้านราคาและบุคลากร
ความล่าช้าของโครงการ — หากโครงการก่อสร้างหรือโครงสร้างพื้นฐานล่าช้า อาจกระทบการรับรู้รายได้
ลูกหนี้การค้า — ระยะเวลาเก็บหนี้ที่เพิ่มขึ้นเป็นประเด็นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด
อัตรากำไรยังไม่สูงมาก — แม้กำไรฟื้นตัว แต่ Net Margin 9M/2569 อยู่ที่ประมาณ 3.67% จึงยังเป็นธุรกิจที่ต้องควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
การพึ่งพาโครงการขนาดใหญ่ — การได้งานใหม่และจังหวะการส่งมอบงานสามารถทำให้รายได้และกำไรผันผวนระหว่างงวดได้
🎯 มุมมองการลงทุน
STI เป็นหุ้นที่น่าสนใจในธีม “กำไรฟื้น + Infrastructure + Construction Management”
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดตอนนี้ไม่ใช่การเติบโตของรายได้ แต่คือ การขยายตัวของกำไรที่เร็วกว่ารายได้อย่างมาก ซึ่งหากรักษาระดับ Margin ได้ต่อเนื่อง จะทำให้คุณภาพกำไรของ STI ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูล SET ณ ช่วงปลาย ก.ย. 2569 ระบุราคาหุ้นบริเวณ 1.71–1.72 บาท โดยกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 1.52–2.16 บาท และ P/E ประมาณ 17.96 เท่า / P/BV 1.18 เท่า
สรุปแบบสาย VI:
STI = หุ้นรับเหมาที่มีจุดขายอยู่ที่ “ความเชี่ยวชาญบริหารโครงการ” มากกว่าการแข่งขันด้วยงานก่อสร้างเพียงอย่างเดียว ขณะที่กำไร 9M/69 ฟื้นตัวเด่นและฐานะการเงินดีขึ้น แต่ต้องติดตาม Backlog, Margin และการเก็บหนี้เป็นพิเศษ
ธีมที่น่าจับตา:
กำไรฟื้น → Margin ดีขึ้น → งาน Infrastructure → Backlog ใหม่ → กระแสเงินสด
หาก 3–4 ปัจจัยนี้เดินหน้าไปพร้อมกัน STI มีโอกาสเปลี่ยนจากหุ้นที่ตลาดมองข้าม → กลายเป็นหุ้น Construction Services ที่น่าจับตา ได้


Disclaimer

ผู้เขียน: ONE REPORT ANALYSIS
อัปเดตล่าสุด: 18 กันยายน 2569
แหล่งข้อมูล: 56-1 One Report / SET / ONEREPORT PDF / STRUCTURE PDF
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: Q2/2569


วิเคราะห์โดย: ONE REPORT ANALYSIS

ใส่ความเห็น