วิเคราะห์ หุ้น JCT บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น JCT บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์ หุ้น JCT บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน) JCT อยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจ ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ (Personal Products & Pharmaceuticals) อยู่ใน กลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)






ประกอบธุรกิจหลัก ผลิต จำหน่ายและส่งออก เครื่องสำอาง ลูกอม ยาแผนปัจจุบัน ดังนี้
1. ลูกอมภายใต้เครื่องหมายการค้า เจสัน จูจุ๊บ
2. เครื่องสำอาง ได้แก่ น้ำหอม สบู่หอม ครีมอาบน้ำ แป้งหอมและเครื่องบำรุงสุขอนามัย ภายใต้เครื่องหมายการค้า ตาบู เคลีย เคลียบายตาบู และ ตราห้านกยูง
3. ยาและเวชภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันยูคาลิปตัส ภายใต้เครื่องหมายการค้า ตราจิงโจ้ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทย่อยเป็นผู้ผลิต ได้แก่ พลาสเตอร์ปิดแผล ภายใต้เครื่องหมายการค้า Tensoplast Tensoplastic Tensotape และเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า Tigerplast
4. เครื่องมือแพทย์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า OMRON โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจาก Omron Healthcare (Thailand) Co., Ltd. ประเทศไทย
5. น้ำมันไฟแช็ค ภายใต้เครื่องหมายการค้า รอนสัน
6. แผ่นประคบร้อน ภายใต้เครื่องหมายการค้า เทอร์มา พลาสท์ 7.เทปไก่ชน ภายใต้เครื่องหมายการค้า สิงห์ทอง


บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Jack Chia Industries (Thailand) Public Company Limited (JCT) เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในด้านการผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และเครื่องสำอาง .
สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่:
144/1-2 ซอยศรีบำเพ็ญ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
สถานที่ตั้งโรงงาน โรงงานของบริษัทตั้งอยู่ที่:
114/1 ซอยฉลองกรุง 31 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โรงงานนี้ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ใกล้กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ สถานีลาดกระบัง.


บริษัท ฟาร์มาแคร์ จำกัด (Pharmacare Limited)
ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2530 จากการร่วมทุนกับบริษัท Smith & Nephew จำกัด ประเทศอังกฤษ โดยมีทุนจดทะเบียน 120 ล้านบาท ปัจจุบัน JCT ถือหุ้นในสัดส่วน 99.99%
บริษัท ฟาร์มาแคร์ จำกัด ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในกิจการผลิตเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ โดยได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการสนับสนุนอื่น ๆ
JCT New Frontiers Holdings Limited
บริษัทนี้เป็นบริษัทย่อยอีกแห่งของ JCT ซึ่งมีบทบาทในการขยายธุรกิจและการลงทุนในตลาดใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทนี้ยังมีจำกัดในแหล่งข้อมูลสาธารณะ
ทั้งสองบริษัทย่อยนี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนธุรกิจหลักของ JCT ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น Tigerplast, Tensoplast, Kangaroo, Tabu, Thermaplast, Jason, Ronson และ Golden Lion



256525662567
รายได้จากการดำเนินงานรวม (พันบาท)764,468.00829,897.00847,162.00
รายได้จากในประเทศ (พันบาท)587,609.00645,130.00672,036.00
รายได้จากต่างประเทศ (พันบาท)176,859.00184,767.00175,126.00
ประเทศอื่น ๆ (พันบาท)0.000.000.00




256525662567
ปริมาณการใช้น้ำรวม (ลูกบาศก์เมตร)0.000.000.00


256525662567
ค่าตอบแทนรวมของพนักงาน (บาท)77,475,073.00161,050,608.00170,802,537.00


ข้อพิพาท ทางกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เงื่อนไขและสัญญาต่างๆ ที่ส่งผลต่อบริษัท ความเสี่ยงของบริษัท


รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค. 2568



บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JCT เป็นบริษัทที่มีประวัติความเป็นมายาวนานในประเทศไทย โดยมีพัฒนาการที่สำคัญดังนี้:
พัฒนาการที่สำคัญของบริษัท
พ.ศ. 2509: ก่อตั้งในชื่อ “บริษัท โฮ้วป่าบราเดอร์ส (ไทย) จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 5 ล้านบาท
พ.ศ. 2513: เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 7 ล้านบาท
พ.ศ. 2516: กลุ่มบริษัท แจ๊กเจีย จำกัด เข้าซื้อกิจการและเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด” โดยเริ่มดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์
พ.ศ. 2536: แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ ใช้ชื่อย่อ
พ.ศ. 2537: เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 135 ล้านบาท
สถานะปัจจุบัน
ทุนจดทะเบียน: 135 ล้านบาท
รายได้รวม (ปี 2024): ประมาณ 827.99 ล้านบาท
กำไรสุทธิ (ปี 2024): ประมาณ 100.65 ล้านบาท
จำนวนพนักงาน: ประมาณ 307 คน
บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน) ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและมีชื่อเสียงในด้านผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และเครื่องสำอางในประเทศไทย






ตัวเลขปี 2568 สะท้อนภาพที่ค่อนข้างดี เพราะ กำไรสุทธิโตเร็วกว่ารายได้อย่างชัดเจน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลงประมาณ 1.02% ทำให้เกิด Operating Leverage ช่วยผลักดันกำไรสุทธิขึ้น
ประเด็นสำคัญ:
รายได้โตเพียง 5.73% แต่กำไรโตถึง 17.55% แสดงว่าบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น

สำหรับนักลงทุน จุดนี้มีความสำคัญ เพราะบริษัทไม่ได้พึ่งพาการกู้เงินจำนวนมากเพื่อขยายธุรกิจ ดังนั้นความเสี่ยงจาก ดอกเบี้ยและภาระหนี้ จึงค่อนข้างต่ำ

7. คุณภาพของงบการเงิน

ผมให้ภาพรวมประมาณนี้

สรุป JCT แบบนักลงทุน
JCT เป็นหุ้นที่มีลักษณะเด่นด้าน “งบดุลแข็งแรง + หนี้ต่ำ + Margin สูง + กำไรเติบโต” มากกว่าหุ้นที่เน้นการเติบโตของยอดขายแบบหวือหวา
ปี 2568 ถือว่าทำผลงานได้ดี:
รายได้ +5.73% → กำไรสุทธิ +17.55%
และ Q1/2569 ยังเห็นโมเมนตัมต่อเนื่อง:
รายได้ +5.03% → กำไรสุทธิ +19.77%
ดังนั้น คุณภาพงบการเงินโดยรวมผมให้อยู่ในระดับ “ดี” โดยเฉพาะฐานะการเงินและความสามารถในการทำกำไร
แต่จุดที่ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจลงทุนคือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การบริหารสินค้าคงเหลือ/ลูกหนี้ และประสิทธิภาพการใช้เงินทุน เพราะบริษัทมีฐานะการเงินแข็งแรงมาก แต่ ROE ยังไม่ได้สูงตามความแข็งแรงของงบดุล
มุมมองโดยรวม: 🟢 แข็งแรง / ความเสี่ยงทางการเงินต่ำ / กำไรมีโมเมนตัมบวก แต่ต้องติดตาม Cash Flow
ข้อมูลหลักอ้างอิงจาก SET และฐานข้อมูลทางการเงินที่รวบรวมงบของบริษัท โดย SET ระบุว่างบล่าสุดคือ Q1/2569
หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้เป็นการวิเคราะห์เชิงข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหุ้น


การวิเคราะห์กราฟเทคนิค (Technical Analysis) คือวิธีการศึกษาข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีต โดยเฉพาะราคาปิด ปริมาณการซื้อขาย และรูปแบบกราฟ เพื่อ คาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนและนักเก็งกำไร
วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์กราฟเทคนิค
เพื่อหาจุดซื้อ-จุดขายที่เหมาะสม
ระบุช่วงเวลาที่ควรเข้าซื้อ (Buy Signal) หรือขายทำกำไร/ตัดขาดทุน (Sell Signal)
เพื่อจับจังหวะของแนวโน้มราคา (Trend)
วิเคราะห์ว่าแนวโน้มเป็นขาขึ้น (Uptrend), ขาลง (Downtrend), หรือ Sideway เพื่อระบุระดับแนวรับ/แนวต้าน
แนวรับ: ราคาที่มีโอกาสเด้งขึ้น แนวต้าน: ราคาที่มีแนวโน้มยากจะผ่านไปได้ เพื่อยืนยันหรือหาสัญญาณกลับตัว (Reversal)
ใช้รูปแบบกราฟ เช่น Double Top, Head and Shoulders

หมายเหตุ
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ได้พยากรณ์อนาคตแน่นอน แต่ช่วยเพิ่ม “โอกาส” ในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทางทีมงานไม่ได้นำเสนอในส่วนนี้ แต่ก่อนที่ผู้ลงทุนหุ้นตัวใดก็ตามที่ ได้วิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน มาทุกข้อแล้วเวลาจะเข้าลงทุนหุ้นตัวไหนก็ตามควรมีการวิเคราะห์ กราฟเทคนิค หรือ Technical analysis ก่อนทุกครั้งเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการลงทุน.



วิเคราะห์หุ้น JCT — บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JCT เป็นหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค / ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ จุดเด่นคือเป็นธุรกิจที่มีสินค้าหลากหลายและมีแบรนด์ที่ทำตลาดมายาวนาน เช่น JASON, JUJUBE, TABU, KLEAR, Kangaroo, Tensoplast/Tigerplast, OMRON, RONSON และ Thermaplast เป็นต้น

5. มุมมองด้านราคาหุ้น

ล่าสุด SET ระบุกรอบ 52 สัปดาห์ 78–90 บาท ขณะที่ราคาล่าสุดใน Factsheet อยู่ประมาณ 84 บาท

จึงมองกรอบเบื้องต้นได้ว่า

อย่างไรก็ตาม JCT มี Volume ต่ำมาก ดังนั้นการวิเคราะห์กราฟต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูง เพราะราคาสามารถเปลี่ยนแปลงจากคำสั่งซื้อขายเพียงไม่กี่รายการได้

🎯 สรุป JCT แบบนักลงทุน
JCT เป็นหุ้นแนว “Value + Defensive” มากกว่าหุ้น Growth
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ราคาหุ้นไม่ได้แพงเมื่อเทียบกับกำไรและมูลค่าทางบัญชี โดย SET ระบุ P/E ประมาณ 9.23 เท่า และ P/BV 0.77 เท่า ขณะที่ราคายังอยู่ในกรอบ 52 สัปดาห์ 78–90 บาท
แต่ข้อจำกัดใหญ่คือ สภาพคล่องต่ำมาก จึงไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายเร็วหรือใช้เงินก้อนใหญ่
มุมมองผม:
⭐ พื้นฐาน: 7/10
⭐ Valuation: 8/10
⭐ ความแข็งแกร่งของธุรกิจ: 7/10
⭐ การเติบโต: 5.5/10
⭐ สภาพคล่องหุ้น: 3/10
⭐ ความเหมาะสมสำหรับลงทุนระยะยาว: 7/10
ประเด็นสำคัญที่ควรติดตามต่อ: งบ Q2/2569 ว่ากำไรสามารถรักษาระดับได้หรือไม่, การเติบโตของกลุ่มเวชภัณฑ์/เครื่องมือแพทย์ และความสามารถในการรักษา Margin
ข้อมูล SET ที่ใช้อ้างอิงล่าสุดระบุว่างบการเงินที่มีอยู่คือ ไตรมาส 1/2569 และเป็นงบรวมที่ผ่านการสอบทานแล้ว
หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์


Disclaimer

ใส่ความเห็น